คลิกลากที่รูปเพื่อย้ายตำแหน่ง
lunla

!!!!!แพทย์รังสิตหาข้อสอบเก่าจากไหนอ่ะครับ [ No. 5746 ]

แพทย์รังสิตหาข้อสอบเก่าจากไหนอ่ะครับ ช่วยตอบทีที


s3nior ( อ่าน 12586 | ตอบ 10 ) ( 2008-10-12 12:03:53 ) แจ้งลบ

ความคิดเห็นที่ 10
tutor ( 2010-12-27 00:39:52 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 9
tutor ( 2010-12-26 13:24:24 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 8
tutor ( 2010-12-25 15:42:39 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 7

ขายแนวข้อสอบ ทันตะ แพทย์ เภสัช

ม.รังสิต ราคากันเองครับ ด่วน

dekdeersu@hotmail.com

ฟักทอง ( 2010-12-20 09:42:28 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 6

ขาย ด่วน ข้อ สอบ เก่า แนวข้อสอบ แพทย์ ทันตะ เภสัช + ชีส เสริม อีก

มาก มาย ราคาถูก สุด เท่าที่ มีมา สนใจติดต่อด่วน จ้า

 ของมีจำนวนน้อยมาก

 

loveton_ton@hotmail.com

ton ( 2010-12-11 07:05:07 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 5
มี แนว ข้อสอบ ข้อสอบเก่า แพทย์ ทันตะ เภสัช ม.รังสิต ถูกมากๆ ค่ะ

ราคา กันเอง สนใจ ติดต่อ มาที่ เมลล์ loveton_ton@hotmail.com

ค่ะ เช๊ค เมลล์ ทุกวัน ค่ะ
เจ้าหญิง ( 2010-12-09 15:21:58 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4

   ขายข้อสอบเก่าเข้าเเพทย์ เภสัช ทันตะ ม.รังสิต   โทรด่วน 0868780101

sutidaa prasert ( 2010-10-14 14:11:28 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3

อีบ้า

ตอบไม่ตรงคำถาม

ส้ม ( 2010-01-17 20:44:05 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
...
Princesskris ( 2009-12-03 08:37:56 ) แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1

แพทย์ รังสิต หาไม่เจอครับ แต่มีแพทย์ กสพท. เป็นแนวนี้นะครับ

 

ใคร หลายคนคงมีความหวังอยากจะเข้าเรียนแพทย์ด้วยเหตุผลส่วนตนต่างๆเข้าใจว่าคง ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวอาจจะต้องไปลองสอบในอนาคตจึงขอเอาราย ละเอียดเกี่ยวกับการสอบวิชาเฉพาะของปี 2550 ที่เพิ่งได้ไปสอบวันนี้นี้มาบอกกันว่าประกอบด้วยข้อสอบที่มีลักษณะเป็นอย่าง ไรและการให้คะแนนในแต่ละชุดเป็นอย่างไร ตามที่ กสพท.ได้แจ้งจุดประสงค์ในการจัดให้มีการสอบวิชาเฉพาะว่าต้องการวัดผลใน เรื่องใดดังที่รู้กันดีก็คือวัดศักยภาพในการเรียนรู้ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การใช้เหตุผลการอ่านจับใจความ การคิดวิเคราะห์สังเคราะห์เชื่อมโยง และการมีจริยธรรมแน่นอนว่าการสอบวิชาเฉพาะแพทย์นี้จะไม่มีการนำเนื้อหา วิชาการที่เรียนกันในโรงเรียนหรือสถาบันสอนพิเศษมาเป็นหลักในการสอบไม่ต้อง กังวลในเรื่องของความรู้ทางวิทยาศาสตร์หรือความรู้รอบตัวอะไรเพราะไม่ได้เอา มาใช้ในการตอบคำถาม สำคัญเพียงว่า อาจจะมีการตื่นเต้น จิตใจฟูแฟบหลงระเริงหรือหดหู่บ้าง แต่ขอให้มีสติเป็นพื้นฐาน และมีสำนึกอยู่พอเพียงไม่ต้องวิตกเวลาจะทำสอบเท่านั้นก็พอ เอาหล่ะเข้าข้อเท็จจริงของรายละเอียดชนิดของข้อสอบวิชาเฉพาะปี 2550 เลยแล้วกัน ในปี (2551) นี้จะสอบในวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2551 วันเดียวข้อสอบมีทั้งหมด 4 ชุด โดย 2 ชุดแรก จะอยู่ช่วงเช้า และ 2 ชุดหลังจะอยู่ช่วงบ่ายใช้เวลาในการอยู่ในห้องสอบทำข้อสอบแต่ละชุดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาทีพักระหว่างชุดให้ออกนอกห้อง ประมาณ 20 นาที จะไม่มีการเขียนชื่อหรือทำอะไรก่อนที่กรรมการคุมสอบจะให้สัญญาณ ขอแจงลักษณะข้อสอบแต่ละชุดดังนี้
 
ชุดที่ 1 (8.00-9.30 น.)แบบปรนัย ทั้งสิ้น 60 ข้อ แต่ละข้อมี 5 ตัวเลือก เลือก ข้อที่คิดว่าถูกต้องที่สุดคะแนนรวม 100 คะแนนเป็นข้อสอบทดสอบในเรื่องการใช้เหตุผลการให้เหตุผลตามขอบเขตข้อมูลที่ โจทย์ระบุโดยไม่อ้างความเห็นส่วนตัวหรือความรู้ส่วนตนในข้อแรกๆจะมีการ เอาความความคิดในเชิงลำดับตัวเลข(ลำดับคณิต)ความสัมพันธ์ของ ตัวอักษรภาษากับตัวเลขมาถามและจะมีเรื่องมิติสัมพันธ์อยู่ด้วยในสัดส่วนที่ น้อย(ไม่กี่ข้อเอง)จากนั้นจะเป็นเรื่องการอ้างเหตุเสียส่วนใหญ่เช่นว่าถ้า โจทย์ระบุว่า มีเหตุการณ์อย่างนี้ทำให้เกิดผลอย่างนี้จงเลือกตัวเลือกต่อไปนี้ที่จะสนับ สนุน หรือ ขัดแย้งผลเมื่อตัวเลือกทุกตัวต่างเป็นความจริงหรือว่าให้ข้อมูลเชิงตัวเลขมา แล้วถามว่าข้อมูลใดเป็นจริง(ใช้เหตุผลตามขอบเขตข้อมูลอย่าเอาทัศนะส่วนตนมา ตอบเพราะได้แจ้งไว้แล้วในหน้า แจ้งรายละเอียด)อันนี้เป็นทัศนะส่วนตัวของผม ผมมีความคิดเห็นว่าข้อสอบชุดนี้น่าจะยากที่สุดในบรรดา 4 ชุดแต่คงไม่เกินความสามารถของน้องๆซึ่งมีปัญญาไหวพริบดี ขอย้ำว่าอย่ากังวลและลนในการสอบเพราะสิ่งที่สำคัญคือสติ ส่วนเรื่องคะแนนหรือว่าจะทำทันมั๊ยอะไรยังไงเราไม่ต้องไปสนให้มากเราสนใจว่า หน้าที่ที่เราต้องทำคืออะไรเรื่องที่ว่าจะถูกต้องหรือไม่แท้ที่จริงแล้วก็ แค่ตอบได้ตรงกับที่เขาจะบังคับให้ตอบจึงเรียกว่าถูกถ้าตอบไม่ถูกก็ไม่ต้องไป ทุกข์ร้อนอะไรนึกเสียว่าความคิดจิตใจของเรานั้นไม่เหมาะกับบรรทัดฐานความ เป็นแพทย์ก็แล้วกัน (เพราะว่าการเป็นแพทย์ที่ดีนั้นน่าจะเป็นคนที่ไม่โลภ และไม่คิดว่าตนเก่ง) อ้าวกล่าวเสียยืดยาวและเริ่มไม่ใช่ข้อเท็จจริงเสียแล้ว เอ้าไปชุดที่ 2 เลย
 
ชุดที่ 2 (10.00-11.30 น.) เป็นแบบปรนัย คำถามแบ่งเป็น 2 ตอน รวม 17ข้อ 100 คะแนนวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ การจำ และการอ่านเอาเรื่อง คือสามารถตอบได้ว่าสิ่งที่โจทย์ระบุต่อไปนี้ เป็นข้อเท็จจริงที่มีในบทความหรือไม่สำคัญว่าอย่าละเลยแม้การจำจุดเล็กจุดน้อย เช่น ผู้ให้ข้อมูล ชื่ออะไร มีตำแหน่งหน้าที่อะไรเพราะว่าข้อสอบชุดนี้เน้นการอ่านเอาเรื่อง จับใจความ ไม่ใช่การคิดวิเคราะห์บทความแต่ย้ำอีกครั้งว่าอย่าลนเพราะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด สติเท่านั้นสติเท่านั้นจริง ข้อสอบอ่านง่ายไม่กำกวมส่วนขั้นตอนในการทดสอบเป็นแบบนี้เมื่อเข้าห้องสอบกรรมการผู้คุมสอบจะแจกเอกสารส่วนที่เป็นเฉพาะบทความไว้ให้ โดยปิดผนึกไว้เมื่อให้สัญญาณเปิดอ่านได้ จะมีเวลาให้เฉพาะอ่านทั้งสิ้น 30 นาที ( มากเกินพอ) เป็นบทความเพียงบทความเดียว มีเนื้อหายาวประมาณ 6 หน้าเล็กๆเมื่อครบ 30 นาทีแรกแล้ว กรรมการจะเก็บบทความคืนทุกคนเมื่อเก็บบทความเรียบร้อยจะเริ่มแจกเอกสารปิดผนึกส่วนที่จะเป็นคำถามทั้ง 17 ข้อแต่ว่าระยะเวลาหลังจากอ่านเสร็จ ซึ่งรวมเวลากาแจกกระดาษคำถามคำตอบและการนั่งเฉยๆจะเป็นเวลาทั้งสิ้น 15 นาทีทิ้งเวลาเพื่อทดสอบความสามารถการจำเนื้อความ เมื่อครบ 15 นาทีแล้วกรรมการจะส่งสัญญาณให้เปิดกระดาษคำถามได้คำถามตอนที่ 1 มีทั้งสิ้น 8 ข้อ ข้อละ 2 คะแนนรวม 16 คะแนนโดยแต่ละข้อจะให้ข้อความ 1 ข้อความแล้วให้ฝนคำตอบว่าถูกต้อง(เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในบทความ) หรือ ผิด (ไม่ปรากฏจริง) คำถามตอนที่ 2 มีทั้งสิ้น 9 ข้อ คะแนนรวม 9 ข้อ84 คะแนนเป็นแบบปรนัย 5 ตัวเลือก ตอบได้มากกว่า 1 ตัวแต่หากตอบผิด 1
ตัวเลือกในข้อนั้นๆจะหักคะแนนออกจากข้อนั้นๆ 3 คะแนน (ไม่มีการหักลบข้ามข้อ) โดยถามว่าเรื่องย่อยๆในบทความนั้นมีข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในตัวเลือกข้อใดบ้าง ( แน่นอนว่า ในตัวเลือก 5 ตัวเลือกต้องมีที่เป็นข้อเท็จจริงมากกว่า 1 ข้อ) ไม่ได้ให้ตัวเลือกที่มีภาษากำกวมอะไรไม่ต้องกังวล เพราะมันอยู่ในรูปข้อเท็จจริง ที่สำคัญอย่าประมาทเพราะอาจจะมีการหลอกเอาคำที่ไม่ปรากฏจริงมารวมอยู่กับที่เป็นจริง และถ้าหากว่าตัวเลือกใดไม่มั่นใจ ไม่กล้าเสี่ยงก็อย่าไปฝนมัน ได้ก็ได้ไม่ได้ก็ไม่ต้องไปงกไปเสียดาย
 
พักเที่ยง
ชุดที่ 3 (13.00-14.30 น.) เป็นข้อสอบแบบปรนัย แต่มีความแตกต่างกับปรนัยทั่วๆไปอย่างมากแต่ถึงอย่างไรการให้คะแนนก็วิธีเดิมคือตอบผิด ตอบเกิน จะหักคะแนนในส่วนที่เกินนั้นแต่ชุดนี่คือจะหักจากคะแนนรวม เพราะแต่ละข้อนั้นมีความสัมพันธ์กัน
ข้อสอบชุดนี้เข้าใจว่าต้องการทดสอบความสามารถในการวิเคราะห์สังเคราะห์ และเชื่อมโยงสิ่งต่างๆที่โจทย์กำหนด และได้ปรากฏอธิบายอยู่ในบทความที่ให้อ่านแล้วสามารถแปลงข้อมูลที่ตนเขียน เค้าร่างความสัมพันธ์ในรูปผังตามวิธีของตนให้เป็นคำตอบในรูปฝนรหัสคำตอบตาม ที่ได้แจ้งรายละเอียดเอาไว้ชัดเจน ( ต้องอ่านวิธีและตัวอย่างให้เข้าใจและดีๆๆไม่ต้องกลัวเสียเวลาเพราะสำคัญมาก) จะขอบอกลักษณะคร่าวอย่างนี้ คือมีบทความยาวประมาณ 3 หน้ากระดาษใหญ่ซึ่งในบทความมีหลายย่อหน้า เนื้อความทั้งสิ้นจะเกี่ยวกับหัวข้อของบทความในบทความจะมีการเน้นตัวหน้าของ กลุ่มคำต่างๆ(วลี)ให้เห็น เข้าใจไว้ว่านั่นคงเกี่ยวข้องอะไรกับคำถาม ซึ่งที่จริงแล้วจะมีการแจ้งลักษณะของสิ่งที่จะถาม ตัวอย่างการตอบ วิธีในการคิดและวิธีฝนคำตอบไว้ชัดเจนก่อนจะให้อ่านบทความที่ต้องการทดสอบ จึงไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่เน้นตัวหนานั่นจะให้ทำอะไร คือ พูดง่ายๆ หลังบทความนั้นเขาจะเอาวลีที่เน้นทั้งหมด มีประมาณ 20 วลีนั้น มาเรียงเป็นข้อๆเลย ข้อละ 1 วลีเมื่ออ่านบทความแล้ว เขาจะให้เราเชื่อมโยงว่าวลีหนึ่งๆนั้น(ตามลำดับข้อ)เป็นเหตุให้เกิดผลคือตัว วลีๆอื่นๆหรือไม่อย่างไรหรือวลีนั้นๆมีวลีอื่นๆเป็นองค์ประกอบเป็นส่วน ประกอบหรือไม่ ( ออกจะเข้าใจยากสักนิดที่ผมอธิบายมานี้ เพราะยากกับการที่จะพูด)ขอยกตัวอย่างเอาเองอย่างนี้แล้วกันตัวอย่างอันนี้ คิดเองตามเค้ารางที่ไปสอบ “ การที่จะได้ชื่อว่าเป็นคนดีนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจที่มีมนุษย์ธรรมมี ปัญญาคิดไตร่ตรองเหตุผลได้ไม่เข้าข้างตัวเองเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมถูกต้อง เหมาะสมแก่โอกาสทั้งต่อตนเองและต่อสังคมรอบข้างจิตใจที่มีมนุษยธรรมและมี ปัญญาที่สมบูรณ์จะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ถูกต้องพฤติกรรม ที่ถูกต้องต่อตนเองนั้น จะส่งผลให้จิตใจของตัวเป็นสุขไม่ทุกข์ร้อนเพราะความผิดพลาดในขณะเดียวกันก็ ส่งผลให้สังคมรอบข้างมีสันติสุข ” คือก่อนที่เราจะตอบเขาก็มีกระดาษในตัวเอกสารคำถามไว้เผื่อให้เราเอาไว้ร่าง แผนผังการเชื่อมโยงหรือว่าจะทำด้วยวิธีใดก็ตามแต่ ตรงนี้ไม่ใช่ส่วนที่ส่ง ส่วนที่ส่งคือการเอาข้อมูลในผัง ไปแปลงเป็นรหัสคำตอบ ซึ่ง 1 ข้อ ตอบได้มากกกว่า 1 คำตอบหากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วก็ฝนคำตอบลงไปตามที่รายละเอียดจะแจ้ง


ชุดที่ 4 (15.00-16.30 น.) เป็นข้อสอบปรนัย 50 ข้อ ข้อละ
5 ตัวเลือก เข้าใจว่าต้องการทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับบรรทัดฐานจริยธรรมทางสังคมใน เหตุการณ์ต่างๆที่โจทย์ระบุให้โดยให้เลือกตอบข้อที่คิดว่าถูกต้องที่สุด ตัวคำถามของแต่ละข้อนั้นจะถูกนำด้วยการกำหนดสถานการณ์ขึ้นมา มีตัวบุคคล ซึ่งอาจเป็นคนอื่นหรือสมมติให้เป็นตัวผู้ทำสอบ และจะถามว่า หากเกิดสถานการณ์อย่างนี้บุคคลนั้นๆควรทำอย่างไร หรือเราจะทำอย่างไร โดยที่เนื้อความของโจทย์นั้นยาวไม่มากนัก ความหมายอ่านง่ายไม่กำกวมเลยแต่การตอบนั้นมีทั้งส่วนที่ฟันกันไปตามบรรทัด ฐานจริยธรรมได้เลยกับส่วนที่เป็นการใช้ความเมตตากรุณาอย่างเหมาะสมซึ่งตรง นี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวผู้สอบเองจะเลือกตอบอย่างไรเป็นไปได้ว่าในใจอาจจะรู้ ว่าควรตอบข้อนี้ๆเพราะรู้ว่ามีบรรทัดฐานอย่างนี้แต่มันก็อาจจะดูรุนแรงใน ความรู้สึกเราถ้าหากเราไปประสบพบเจอเช่นนั้นจริงเอาเป็นว่า อย่าไปกังวลกับการตอบข้อใดที่คิดว่าควรจะทำตามบรรทัดฐานเพื่อความถูกต้อง ยั่งยืนก็ตอบไปข้อไหนคิดว่าควรจะตอบแบบเอาใจเขามาใส่ใจเราก็ตอบไป อย่าไปยึดติดกับคะแนนเพราะอย่าลืมว่า ทดสอบจริยธรรมแต่เป็นการให้ตอบคำตอบที่น่าจะถูกต้องที่สุดซึ่งหลายคนหลายมุมมอง หากไม่พบเจอเองจริงๆจะพูดอย่างไรก็ได้ตรงนั้นต้องเปิดใจยอมรับ ยกให้เป็นหน้าที่ของผู้ออกข้อสอบจะกำหนดเอาเรามีหน้าที่แค่ทำ
 
ขอบคุณข้อมูลจาก http://forum.khonkaenlink.info/ 

 

อ.น้อง ( 2009-04-30 17:38:11 ) แจ้งลบ
 

เสนอความคิดเห็น




(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 200 KB)
สมการ = ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่


*กรุณา Login ก่อนโพส