หลักการพูดเบื้องต้นให้ประสบผลสัมฤทธิ์ 5

ลบ แก้ไข

               2.7 การปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้เสียงพูด

            การปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้เสียงพูด เราจะต้องปรับปรุงคุณภาพ ความดัง ความแหลมทุ้ม และอัตราเร็วของเสียงพูด

                2.7.1 คุณภาพของเสียงพูด

                บุคคลแต่ละคนจะมีคุณภาพของเสียงเป็นเอกลักษณ์ของตนเองโดยเฉพาะ เพราะคุณภาพของเสียงจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับคุณภาพของอวัยวะที่ทำให้เกิดเสียงพูดในภาษา ซึ่งอวัยวะเหล่านี้ของแต่ละบุคคลย่อมมีคุณลักษณะต่างกันไป ฉะนั้น คุณภาพของเสียงของบุคคลจึงแตกต่างกัน นอกจากคุณภาพของอวัยวะแล้ว ภาวะสุขภาพกายและจิตของบุคคลก็จะมีผลต่อคุณภาพเสียงด้วย เช่น เวลาที่ป่วยมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เวลาเกิดความตึงเครียดทางจิตใจ คุณภาพของเสียงก็จะปรวนแปร เช่น โกรธจนเสียงสั่น กลัวจนเสียงสั่น เป็นต้น

                การรักษาคุณภาพของเสียงก็คือ ต้องระวังรักษาสุขภาพของอวัยวะที่เกี่ยวกับการพูด รักษาสุขภาพของร่างกายโดยทั่วไป รวมทั้งสุขภาพจิตด้วย เช่น ไม่หวาดวิตกจนเกินไป และพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตนเอง

                วิธีปรับปรุงคุณภาพของเสียงคือ ต้องพยายามทำให้ช่องลำคอ และช่องปากทำหน้าที่เพิ่มความกังวาน ให้เสียงมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ วิธีที่สำคัญคือพยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อของขากรรไกร ลำคอ และร่างกายช่วงบนให้รู้สึกเบาสบาย อย่าให้ตึงเครียดได้ เพราะความตึงเครียดมีผลกระทบไปถึงกล้ามเนื้อของกล่องเสียง และคุณภาพของช่องลำคอ ทำให้เสียงขาดความนุ่มนวลน่าฟัง

                2.7.2 ความดังของเสียงพูด

                เสียงจะดังได้มากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับแรงดันของลมหายใจที่ผ่านกล่องเสียงออกมาเป็นสำคัญ ตามปกติคนเราอาจบังคับเสียงให้ดังขึ้นได้โดยไม่ยากนัก ปัญหาสำคัญคือเมื่อบังคับให้เสียงดังขึ้นได้ตามต้องการ เราจะต้องพยายามหายใจเข้าให้ได้ปริมาณของลมมากขึ้นและหายใจเข้าให้ลึกกว่าปกติบ้าง แต่ต้องระวังไม่ให้ปริมาณของลมเข้าไปในปอดมากจนเกินต้องการ จะเป็นเหตุให้ต้องปล่อยลมที่เกินต้องการออกมาอย่างรวดเร็ว มีผลคล้ายๆ กับการถอนหายใจเร็วๆ ติดต่อกัน

                เวลาเราพูดให้ผู้อื่นฟังจะเปล่งเสียงให้ดังมากน้อยเพียงไร ก็ต้องคำนึงถึงกลุ่มผู้ฟัง และสถานที่พูดเป็นสำคัญ ถ้ามีคนฟังอยู่จำนวนมาก เช่น 40-50 คน เสียงที่พูดก็ต้องดังมากกว่าเมื่อมีคนฟังเพียง 8 คน เพื่อให้ได้ยินทั่วถึงกัน ถ้าพูดในที่มีเสียงรบกวนก็ต้องเปล่งเสียงให้ดังกว่าเมื่อพูดในที่เงียบ ถ้ามีระบบเครื่องขยายเสียงช่วย ผู้พูดควรเปล่งเสียงให้ดังเท่าๆ กับพูดในกลุ่มเล็กๆ ฟัง ควรรักษาระยะที่ห่างจากเครื่องขยายเสียงให้คงที่ไว้

                ในการพูดทุกโอกาสอย่าตะเบ็งเสียงหรือตะโกนเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของเสียงพูดลดไปมาก ควรบังคับความดังของเสียงหรือเน้นเสียงให้สอดคล้องกับความหมายของถ้อยคำที่เราสื่อสารออกไปให้เหมาะและมีชีวิตจิตใจ ในการพูดที่น่าฟังนั้น ความดังของเสียงพูดย่อมไม่คงที่ แต่จะดังเพิ่มขึ้นบ้างหรือลดลงบ้างเป็นระยะๆ ตามความหมายของสารที่ผู้พูดกำลังสื่อออกไปยังผู้ฟัง

                2.7.3 ระดับความแหลมทุ้มของเสียงพูด

                ระดับความแหลมทุ้มของเสียงพูดตามปกติของแต่ละคนขึ้นอยู่กับขนาดและโครงสร้างของกล่องเสียง และเส้นเสียง รวมทั้งสัดส่วนของช่องลำคอ โพรงจมูก และช่องปาก ระดับเสียงที่พอเหมาะกับตัวเราไม่จำเป็นต้องทุ้มเท่ากับระดับเสียงของคนอื่นๆ

                เราควรฝึกหูของเราให้ชินกับระดับเสียงของตัวเรา เวลาสนทนากับผู้อื่นตามปกติ และใช้ระดับเสียงเดียวกันนี้ในเวลาที่พูดปกติและใช้ระดับเสียงกันนี้ในเวลาที่พูดหน้าที่ประชุม จะทำให้เสียงพูดของเรามีลักษณะเป็นธรรมชาติ น่าฟัง แต่ทั้งนี้มิใช่ว่าเวลาพูดหน้าที่ประชุมก็พูดเหมือนกับเมื่อพูดในการสนทนา ซึ่งไม่ถูกต้อง ในที่นี้หมายความแต่ระดับเสียงตามปกติเท่านั้นที่ให้เหมือนกับการสนทนา ส่วนประกอบอื่นๆ จะต้องแตกต่างกันมาก เช่น ภาษาที่ใช้ อัตราเร็วของเสียงพูด มารยาทในการพูด

                 2.7.4 อัตราเร็วในการเปล่งเสียง

                ความเร็วในการเปล่งเสียงที่พอเหมาะ คือเร็วพอให้ผู้ฟังฟังทันและเข้าใจชัดเจน คนส่วนมากมีปัญหาพูดเร็วเกินไป ผู้พูดที่รู้สึกตัวว่าพูดเร็วเกินไปจะต้องพยายามสังเกตตังเอง และบังคับตนเองให้พูดช้าลง การบังคับได้ดีเพียงไรนั้นขึ้นอยู่กับการสั่งงานของสมอง และประสิทธิภาพของกลไกของอวัยวะที่จะช่วยในการหายใจ การฝึกฝนให้มากพอจะทำให้เกิดความเคยชินในการใช้อัตราความเร็วในการเปล่งเสียงให้พอเหมาะ การสังเกตปฏิกิริยาของคนฟังจะมีส่วนช่วยได้มากในการปรับอัตราเร็วของการพูด

               2.8 การเตรียมเรื่องและบทพูด

            การพูดจะประสบความสำเร็จมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมการล่วงหน้าและฝึกฝน ผู้ที่เตรียมมาเป็นอย่างดีจึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้พูดเป็นและได้รับผลสำเร็จสมความมุ่งหมาย การพูดมีส่วนสำคัญหลายอย่างที่เกี่ยวเนื่องกัน การเตรียมก่อนพูดอาจแบ่งได้เป็นการเตรียมเรื่องและการเตรียมบทพูด ดังนี้

                2.8.1 การเตรียมเรื่อง

                     1) การเลือกเรื่องพูด

                          1.1) เลือกเรื่องที่ผู้พูดมีความรู้หรือถนัด และสามารถค้นคว้าได้

                          1.2) เลือกเรื่องที่ผู้พูดสนใจ และผู้ฟังก็สนใจด้วย หรือเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในระหว่างความสนใจของผู้ฟัง

                                 1.3) เลือกเรื่องที่คิดว่าจะได้ความรู้และประโยชน์ คือประโยชน์ที่ได้นั้นคุ้มค่าที่ผู้ฟังต้องสละเวลามาฟัง

                          1.4) เลือกเรื่องที่เหมาะกับเวลา โอกาส และระดับของผู้ฟัง

                          1.5) เลือกเรื่องที่เกี่ยวกับการงานที่ทำ

                          1.6) เลือกเรื่อดงที่แปลก หรือเรื่องที่ใหม่ทันสมัย

                      2) การเตรียมเนื้อหา

                          2.1) อ่านหนังสือ เพื่อศึกษาเนื้อหาให้มีความรู้อย่างกว้างขวาง ผู้พูดอาจจะอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางวิชาการของเรื่องที่พูด นอกจากนี้ ก่อนผู้พูดควรจะได้อ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือวรรณคดี หนังสือเกี่ยวกับลัทธิ ประเพณี หรือความเชื่อของผู้ฟัง และหนังสือเกี่ยวกับสุนทรพจน์และคำปราศรัย เป็นต้น

                          2.2) การสนทนา ผู้พูดควรหาโอกาสสนทนากับผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่พูด

                          2.3) การสัมภาษณ์ ผู้พูดอาจเตรียมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ที่มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องที่พูด เช่น ผู้ที่ศึกษาวิจัย หรือผู้สอน หรือผู้ที่มีหน้าที่โดยตรง

                          2.4) การฟังวิทยุและชมโทรทัศน์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้พูดสามารถเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ก่อนที่จะออกไปพูด

 

                 2.8.2 การเรียบเรียงบทพูด

                 การพูดที่ประทับใจผู้ฟังนั้น ต้องอาศัยลีลาการพูดที่น่าสนใจ ในการเตรียมการผู้พูดจึงต้องเรียบเรียงบทพูดให้เป็นระเบียบ กล่าวคือ มีการปฏิสันถารกับผู้ฟัง การนำเข้าสู่เรื่อง การพูดตัวเนื้อเรื่อง การกล่าวสรุป และการกล่าวคำอำลา ซึ่งจะกล่าวถึงพอสังเขปได้ดังต่อไปนี้

                      1) ปฏิสันถารกับผู้ฟัง (greeting the audience)

                      หลักในการพูดในที่ประชุมมีอยู่ข้อหนึ่งว่า ก่อนที่จะพูดถึงเนื้อหาที่ตระเตรียมมา ผู้พูดจำเป็นต้องกล่าวคำปฏิสันถารกับผู้ฟังเสียก่อน คำปฏิสันถารหรือการทักทายผู้ฟังนี้อาจแบ่งออกเป็น 2 ชนิด  คือ

                          1.1) คำปฏิสันถารชนิดที่เป็นพิธีการ มักจะใช้ในงานพิธี งานศาสนาพิธี เช่น งานวางศิลาฤกษ์ งานแจกวุฒิบัตร ในโอกาสเช่นนี้ คำปฏิสันถารจะเรียกเฉพาะตำแหน่งของผู้ที่มาร่วมพิธี คำที่แสดงความรู้สึก เช่น คำว่า “เคารพ” “นับถือ” “ที่รัก” ฯลฯ จะไม่นิยมใช้ ตัวอย่างเช่น ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียน ผู้ที่เป็นประธานจะกล่าวปฏิสันถารว่า “ท่านอาจารย์ใหญ่ คณาจารย์ และผู้มีเกียรติทั้งหลาย”

                          1.2) คำปฏิสันถารชนิดที่ไม่เป็นพิธีการ เช่น การประชุมภายในหน่วยงาน การอภิปราย การแสดงปาฐกถา การกล่าวปราศรัยของนักการเมือง หรือนักปกครอง คำปฏิสันถารในโอกาสเช่นนี้มักมีคำที่แสดงความรู้สึกด้วย เช่น “สวัสดีพี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย” “พี่น้องกรรมการที่เคารพรักทั้งหลาย”  “เพื่อนผู้เข้ารับการอบรมที่รักทั้งหลาย”

                          ในกรณีที่มีพระภิกษุอยู่ในสถานที่นั้นด้วย  ผู้พูดจะกล่าวปฏิสันถารกับพระภิกษุก่อนแล้วจึงกล่าวกับฆราวาส คำปฏิสันถารสำหรับพระภิกษุคือ “นมัสการพระคุณเจ้า”

                          หลังจากคำปฏิสันถารแล้วมักจะติดตามด้วยประโยคที่ว่า “ข้าพเจ้า” (หรือกระผมหรือดิฉัน) รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติ (อย่างยิ่ง) ที่ได้มาพูด (หรือร่วมอภิปราย หรือให้โอวาท) ในวันนี้

                          การใช้สรรพนามแทนตัวผู้พูดนั้น มีข้อพิจารณา คือถ้าเป็นการพูดแบบพิธีการผู้พูดจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “ข้าพเจ้า” ทั้งหญิงและชาย ถ้าเป็นการพูดที่ไม่เป็นพิธีการ ชายก็ใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “ผมหรือกระผม” ส่วนหญิงใช้คำว่า “ดิฉัน”

                          สำหรับคำสรรพนามที่ใช้เรียกผู้ฟังนั้น ควรจะเป็นคำที่ยกย่อง ให้เกียรติ หรือว่าเป็นฝ่าย (พวก) เดียวกันกับผู้พูด เช่น คำว่า ท่าน พี่น้อง เรา พวกเรา คุณ เพื่อน

                      2)  การนำเข้าสู่เรื่อง  หรืออารัมภบท

                      การนำเข้าสู่ คือการเกริ่นและนำเข้าสู่เรื่องที่เราจะพูด  เป็นการเร้าความสนใจของผู้ฟัง และก่อให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะฟังต่อไปด้วยความตั้งใจ การนำเข้าสู่เรื่องมีลักษณะ 3 ประการ

                          2.1) การเร้าความ เช่น เริ่มด้วยคำพังเพย, ตั้งคำถามหรือเริ่มด้วยข้อความขำขันหรือน่ากลัว ตื่นเต้นต่างๆ 

                          2.2) การให้ความกระจ่าง คือการนำเข้าสู่เรื่องด้วยการให้ความกระจ่างแก่ผู้ฟัง เป็นการโยงเข้าสู่เรื่องอย่างทันใจผู้ฟัง มีดังนี้

                              2.2.1) เริ่มด้วยการชี้จุดสำคัญของเรื่องที่จะพูด

                              2.2.2) เริ่มด้วยการกล่าวเหตุผลสำคัญที่จะพูดเรื่องนั้นๆ

                              2.2.3) เริ่มด้วยการกล่าวกว้างๆ แล้วนำสู่จุดสำคัญของเรื่อง

                          2.3) สร้างความศรัทธาและความพอใจ มีวิธีการดังนี้

                              2.3.1) เริ่มด้วยการยกสุภาษิต คำคม คำขวัญ คำกล่าวของบุคคลสำคัญๆ

                              2.3.2) เริ่มด้วยการใช้อารมณ์ขัน อาจจะเล่าประสบการณ์หรือคำพูดขำขันก็ได้

                              2.3.3) เริ่มด้วยการกล่าวเยินยอสรรเสริญผู้ฟัง

                          2.4) ข้อควรระวังในการนำเข้าสู่เรื่อง

                               2.4.1) ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการกล่าวออกตัวหรือถ่อมตัว

                               2.4.2) ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการกล่าวขอโทษหรือขออภัย

                               2.4.3) ไม่ควรพูดนอกเรื่อง หรือพูดไม่ตรงประเด็น

                               2.4.4) ไม่ควรพูดเยิ่นเย้อวกวน

                               2.4.5) ไม่ควรพูดในทำนองก้าวร้าวดูหมิ่นผู้ฟัง

                               2.4.6) ไม่ควรใช้เวลาในการนำเข้าสู่เรื่องนานเกินร้อยละ 10 ของเวลาพูดทั้งหมด

                     3) ตัวเนื้อเรื่อง

                     เนื้อเรื่องเปรียบเสมือนหัวใจของเรื่องที่พูด เนื้อเรื่องมีความสำคัญพอๆ กับอารัมภบท  หรืออาจกล่าวได้ว่าสำคัญกว่า สิ่งสำคัญในตัวเนื้อเรื่องคือการลำดับความและการขยายความในเนื้อเรื่อง

                          3.1) การลำดับความ การเสนอเนื้อเรื่องในการพูดอาจทำได้โดยวิธี ต่อไปนี้

                               3.1.1) การลำดับความด้วยการลำดับวัน เดือน ปี การดำเนินเรื่องแบบนี้ง่ายแก่การจดจำ  และลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                               3.1.2) การลำดับความด้วยการกล่าวถึงสถานที่ จากสิ่งใกล้ตัวไปไกลตัว จากเหนือไปสู่ใต้ จากตะวันออกไปสู่ตะวันตก

                               3.1.3) การลำดับการด้วยการแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ตามชนิดและเรื่องที่พูด การดำเนินเรื่องด้วยวิธีนี้ทำให้เนื้อเรื่องมีระเบียบไม่สับสนปนเปกัน

                                 3.2) การขยายความเนื้อเรื่อง เนื้อเรื่อง (main body) ที่ดี จะต้องมีความหมายชัดเจนต่อเนื่องกัน และเข้าใจง่าย การขยายความอาจทำได้ ดังนี้

                               3.2.1) ขยายความด้วยการให้คำจำกัดความ  หรือโดยการอธิบายด้วยการสร้างประโยคใหม่แต่ความหมายเหมือนเดิม   

                               3.2.2) ขยายความด้วยการยกตัวอย่าง เพราะว่าตัวอย่างที่นำมาประกอบการพูดจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ดีขึ้น ตัวอย่างที่ยกนั้นจะต้องเข้ากับเรื่องที่พูด จะต้องเข้าใจง่าย และจะต้องเหมาะกับบุคลิกภาพของผู้พูด ถ้าตัวอย่างที่ยกมาเกิดจากประสบการณ์ของผู้พูดได้ก็จะเป็นการดี ควรยกตัวอย่างให้พอเหมาะและระวังอย่าให้มีตัวอย่างมากเกินไป

                               3.2.3) ขยายความโดยการเปรียบเทียบ อุปมาอุปไมย การเปรียบเทียบทำให้เข้าใจง่ายกว่าการอธิบายด้วยคำพูด โดยทั่วๆ ไปมักจะเปรียบเทียบกับสิ่งที่คล้ายคลึง เช่น “สามีภรรยานั้น เหมือนลิ้นกับฟัน” “ชีวิตเหมือนกับละคร” “ผู้หญิงเหมือนดอกไม้”

                               3.2.4) ขยายความโดยแสดงถึงข้อแตกต่าง เช่น พูดถึงประโยชน์และโทษของการพูด พูดถึงผลดีและผลเสียในการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน  พูดถึงการได้กำไรและการขาดทุนในการค้า  ฯลฯ

                               3.2.5) ขยายความด้วยการยกข้ออ้างอิง สุภาษิต หรือคำพังเพย การอ้างอิงนั้นจะเป็นบุคคลหรือสถานที่ก็ได้ เช่น “นักพูดที่ดีหลายคนที่ได้ฝึกฝนตนเองในด้านการพูด เช่น ลินคอนส์” ส่วนการพูดที่เป็นพิธีหรือวิชาการนั้น มักจะยกเอาข้อความที่สำคัญของผู้อื่นมาสนับสนุนการพูด

                               3.2.6) ขยายความด้วยการเล่าเรื่อง เพื่อให้ผู้ฟังคิดเอาเอง หรือเปรียบเทียบเอาเอง การขยายความด้วยวิธีนี้ ผู้พูดไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายให้เห็นว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตนพูดอย่างไร

                               3.2.7) ขยายความด้วยคำถาม วิธีนี้เป็นวิธีเดียวกันกับการสอนนักศึกษาแบบ “ถามตอบ” ผู้พูดจะตั้งคำถามเพื่อให้ผู้ฟังคิดแล้วตอบ

                               3.2.8) ขยายความด้วยการใช้โสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ เช่น แผนที่ แผนภูมิ  รูปภาพ การฉายสไลด์ การใช้อุปกรณ์เหล่านี้ต้องให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง และใช้เพื่อประกอบเรื่องที่พูดเท่านั้น ผู้พูดต้องระวังอย่าให้อุปกรณ์เหล่านี้มาดึงดูดความสนใจไปหมด จนผู้ฟังไม่ได้สนใจความสำคัญหรือเนื้อเรื่องที่พูด การใช้อุปกรณ์นั้นควรจะใช้เมื่อเห็นว่าประหยัดเวลาและทำให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายขึ้น การขยายความด้วยวิธีนี้สำคัญที่จะต้องเตรียมให้พร้อมและรู้จักวิธีใช้

                      4) การกล่าวสรุป

                      การกล่าวสรุปมีความสำคัญพอๆ กับการอารัมภบทเป็นการเน้นย้ำเนื้อหาสำคัญของเรื่องที่ได้พูดมาแล้ว ผู้พูดที่ดีควรจะพูดสรุปให้ผู้ฟังเกิดความประทับใจ และพึงจดจำไว้เสมอว่าบทสรุปไม่ควรยาวเกินไป ตรงประเด็น ให้ข้อคิดและประทับใจ การสรุปมีหลายวิธี ผู้พูดสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม  ดังนี้

                          4.1) จบแบบสรุปความ คือสรุปย่อเนื้อหาที่บรรยายมาทั้งหมดเป็นหัวข้อสั้นๆ  เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจและจดจำง่าย

                          4.2) จบแบบฝากไปให้คิด คือการสรุปโดยที่ไม่ได้ให้คำตอบชัดเจน ตายตัวลงไป ผู้พูดทิ้งท้ายฝากไว้เป็นคำถามหรือการบ้านให้ผู้ฟังไปคิดต่อไป

                          4.3) จบแบบเผยตอนสำคัญ คือการจบโดยคลี่คลายเงื่อนงำต่างๆ ที่ผู้พูดขมวดเป็นปมไว้ในตอนต้นๆ ให้ผู้ฟังสงสัยและติดตามมาจนถึงจุดสุดท้าย ผู้พูดก็เปิดเผยสิ่งที่ผู้ฟังต้องการทราบที่สุดว่าคืออะไรหรือใคร แล้วก็ปิดการพูด

                          4.4) จบแบบชักชวน และเรียกร้อง คือการสรุปจบด้วย 2-6 ประโยคสั้นๆ ที่มีความหมายและเร้าอารมณ์ผู้ฟัง

                          4.5) จบด้วยสุภาษิต คำคม หรือการจบด้วยการยกคำประพันธ์ที่ไพเราะ หรือวาทะของบุคคลสำคัญหรือพุทธสุภาษิต

                          4.6) ข้อพึงหลีกเลี่ยง ไม่ควรสรุปจบลงด้วยถ้อยคำว่า

                               4.6.1) ขอจบ ขอยุติ

                               4.6.2) หวังว่าได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย

                               4.6.3) ขออภัย ขอโทษ

                     5)  การกล่าวอำลา

            การกล่าวอำลา เป็นการอำลาผู้ฟังด้วยการกล่าวคำว่า “สวัสดี” หรือในโอกาสที่ไม่เป็นทางการมากนักก็อาจกล่าวว่า “สวัสดีครับ หรือ สวัสดีค่ะ” ได้

            หลักในการเตรียมเนื้อหาในการพูดดังที่กล่าวแล้วข้างต้นนั้น อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า “ขึ้นต้นให้ตื่นเต้น ตอนกลางให้กลมกลืน และตอนจบให้จับใจ” (ทินวัฒน์  มฤคพิทักษ์. 2534 : 17)

 



โดย mjuphrae ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 24 ก.ย. 51 10:45 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 31,013 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 31,013 ครั้ง ตอบ 2 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย mjuphrae
IP : 119.42.106.***
กำลังจะเพิ่มอีกบทที่ 6
ลบ แจ้งลบ
โดย ชายอิสระ
IP : 1.46.187.***
ทำสาขาเกษตรป่าไม้รับเฉพาะเด็กสานวิทครับทำมัยไม่รับรับเด็กสายอาชีพเกษตรบ้างครับข่วยชี่แจงหน่อเด็กสายเกษตรเก่งก่าวเด็กสายสามัญก็มีเยอะแยะครับ

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่



คำฮิต

โรงเรียน7 วิชาสามัญ , enn gat pat 57 , open house ,Asean , twitter , เด็ก กยศ , กสพท , เกมคณิตศาสตร์ , เกมคิดเลข , อาเซียน , เกมส์คิดเลข , ขยายเวลา , ข่าวการศึกษาต่างประเทศ , ม.ต้น ,ข่าวอาเซียน , ค้นหาตัวเอง , ค่าย , คำขวัญวันเด็ก , เคล็ดลับเรียนเก่ง , ของเล่นเคลียริ่งเฮ้าส์ , โควตา , จุฬาฯ , วันสันติภาพไทยทุนการศึกษา , แท๊บเล็ต , เหรียญ 10คาถาชินบัญชร ประชาคมอาเซียน , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต , ประวัติวันแม่ , เฟสบุ๊ค , ม.ทักษิณ , อาเซียน 10 ประเทศ , ม.รังสิต 57 , มมส 57 มศว. , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มหาวิทยาลัยพะเยา , รับตรง เกษตรศาสตร์ 57 , รับตรง มข 57 , ประกาศผลสอบ Admissions 57 ประถมศึกษารับตรงศิลปากร , เรียนต่อ , เรียนฟรี , ลาดกระบังฯ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลวันตรุษจีน , สทศ , สมัคร clearing house , สอบตรง , อ.วิริยะ , เว็บโรงเรียนตัวอย่างงานวิจัย,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บสำเร็จรูป , เว็บหน่วยงาน , ทำเว็บฟรี , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , รายชื่อโรงเรียนทั่วประเทศ , โครงงานวิทยาศาสตร์ , สารสนเทศโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT  , วันช้างไทย , วันสตรีสากล ณเดชน์ , เครื่องบินตก , อุ้มบุญ , โค้ชเช , วันสงกรานต์GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , Ice Bucket Challenge , บัตรสอบ , เอเชียศึกษา , ไวรัสอีโบลา , บันทึกความดี , แฟ้มสะสมผลงาน , วันจักรี , วันรพี , Portfolio , ประกาศผล GAT/PAT 57 , วันอาสาฬหบูชาสทศ.Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ , มุดพกความดี , วันแม่ , วันวิสาขบูชา , รับน้อง , เขียน Blog ที่ไหนดี ? ประกาศผลรับตรงโควตา ม.ศิลปากร ประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ , U-NET , ประกาศผลธรรมศาสตร์ , ประกาศผลจุฬา , ประกาศผลศิลปากร โควตา 28 จังหวัด , Variety , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , วันสุนทรภู่ , หย่า , วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

คำค้นหา

สอบตรง , อาเซียน , มหาวิทยาลัย ,โรงเรียน , ศึกษาต่อ , asean , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ประชาคมอาเซียน, ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ, ความรู้ ประถมศึกษา , ข่าวอาเซียน วิชาการ, portfolio แฟ้มผลงาน , ความรู้ มัธยมปลาย , โครงงานวิทย์ , ประวัติอาเซียน , ความรู้ , วิชาการ , อาจารย์วิริยะ , สาขาแห่งอนาคต , ดูหนัง หนังใหม่ ดูหนังออนไลน์ movie , เหรียญ 10ฟังเพลง เพลงใหม่ ฟังเพลงออนไลน์ เพลงฮิต , ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ , ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงรายวัน , วันสันติภาพไทยรถยนต์มือสอง เครื่องเสียงรถยนต์ รถยนต์ , การ์ตูน รูปการ์ตูน ภาพการ์ตูน คลิปการ์ตูน , ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวไทยรัฐ , ทวิสเตอร์ twitter วิธีเล่น twitter , เฟสบุ๊ค facebook คือ facebook วิธีเล่น facebook , ร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงเทพ ร้านอาหารแนะนำ ร้านอาหารเกาหลี , การ์ตูน , ซุปซิป ดารา , ผลบอล, ข่าว IT, หาเพื่อน , ข่าว, AEC, รถ, แบบทดสอบ, รูปภาพ , เกมส์รถแข่ง, เกมส์แต่งตัว หนังสือพิมพ์ , ข่าวประชาสัมพันธ์, วาเลนไทน์ , wallpaper , wallpaper น่ารัก , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ประเมินโอกาสติดแอดมิชชัน , ภาพเคลื่อนไหว , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , เขียน Blog ที่ไหนดี? , แม่เหล็ก , เกมส์, สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย , Thailand Travel โหลดเพลง , งานราชการ , งาน , เกมส์จับคู่ Ice Bucket Challenge , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมขุดทอง , อุ้มบุญเกมส์แข่งรถ , เกมส์ทำอาหาร , ประกาศผลสอบ Admissions 57 , เว็บไซต์โรงเรียน,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  สารสนเทศ , วันวาเลนไทน์ , นิทาน , กสพท , วันศิลปินแห่งชาติ , รับตรง ม.เกษตร 57 , Varietyโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT , วันแม่ , แฟ้มสะสมผลงาน , อุเทนถวาย , เครื่องบินตก , ประกาศผล O-NET ม.6 , โค้ชเช , วันสงกรานต์ , วันรพี , บัตรสอบ , GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , เคลียริ่งเฮาส์เอเชียศึกษา , ไวรัสอีโบลา , อักษร ศิลปากร , วันโกหก , บันทึกความดี , Portfolioสมุดพกความดี , บริจาคโลหิตวันจักรี , โปรแกรมสร้างแฟ้มสะสมผลงาน , วันอาสาฬหบูชา , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ. , Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ ,  , วันแม่แห่งชาติ , วันวิสาขบูชา , วันงดสูบบุหรี่โลก , ประกาศผลรับตรงโควตา 28 จังหวัด ม.ศิลปากรประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ ,  U-NET , ประกาศผลจุฬา , กฏอัยการศึก , รัฐประหาร , วาไรตี้ , ประกาศผล , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , เคลียริ่งเฮ้าส์ , วันสุนทรภู่ , หย่า , รับน้อง , วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติณเดชน์