เกี่ยวกับผู้เขียน

Photo tui sakrapee
tui sakrapee
  • ประเภท : VIP Blogger
  • จำนวนเรื่อง : 3,295 เรื่อง
  • ผู้ชม : 16,332,300 ครั้ง
  • ผู้ติดตาม : 502 คน
  • ระดับ : เพชร

ติดตามคนนี้ ดูเนื้อหาทั้งหมด

เรื่องทั้งหมดของผู้เขียน


เด็กเตรียมฯใต้ แชมป์เรียงความ โลกร้อน

ลบ แก้ไข

ผลงานเรียงความ “โลกร้อนสร้างวิกฤติ วิทย์ & เทคโนช่วยได้?” ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ได้รับรางวัล

ผลงานที่ได้รับรางวัลการประกวดเขียนเรียงความ
“โลกร้อนสร้างวิกฤติ วิทย์ & เทคโนช่วยได้?”
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
- - - - - - - - - - - - - - - - -

รางวัลชนะเลิศ : นางสาวช่อทิพย์ รักธรรม ชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช

“โลกร้อนสร้างวิกฤติ วิทย์และเทคโน ช่วยได้”

“ ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม อันเนื่องมาจากมลพิษ หรือความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งก็ตากย่อมส่งผลกระทบไปถึงที่อื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ทุกคนทุกประเทศในโลกจึงย่อมมีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วยกัน ทั้งในการแก้ไข ลดปัญหา และปรับปรุงสร้างเสริมสภาวะแวดล้อม ให้กลับคืนมาสู่สภาพอันจะเอื้อต่อการมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขของตนเองและเพื่อมนุษย์....”

(พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)


จากพระราชดำรัสข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของโลกใบนี้กำลังเปลี่ยนไปจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าใครเป็นผู้กระทำหรือเกิดขึ้นที่ใด ก็ย่อมส่งผลไปทั่วโลก เช่นเดียวกับภาวะโลกร้อนที่เรากำลังประสบอยู่ทุกวันนี้ อาจเกิดจากความไม่ตั้งใจของมนุษย์ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราทุกคนบนโลกจะต้องช่วยกันหาทางแก้ไข เพื่อให้โลกใบนี้คงอยู่ต่อไป
ภาวะโลกร้อนเป็นภาวะที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากปรากฏการณ์เรือนกระจก ซึ่งต้นเหตุทั้งหมดก็มาจากฝีมือมนุษย์ ที่เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงการขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมรวมไปถึงเพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์และคลอโรฟลูออโรคาร์บอน ก๊าซเหล่านี้คงไม่มีผลกระทบต่อโลกถึงเพียงนี้ ถ้าหากมนุษย์ไม่ไปตัดไม้ทำลายป่า อันเป็นเหตุให้การดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิภาพลง ในที่สุดสิ่งที่เรากระทำ ก็ส่งผลมาสู่ตัวเราเอง กับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเผชิญต่อภาวะโลกร้อน
ภาวะโลกร้อนได้ส่งผลกระทบในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านนิเวศวิทยา อาทิ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย สภาพอากาศแปรปรวน อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น อย่างประเทศไทยในช่วง 40 ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส และมีการคาดการณ์ว่าอีก 90 ปีข้างหน้า อุณหภูมิผิวโลกจะสูงขึ้นจากปัจจุบันราว 4.5 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ภาวะโลกร้อนยังส่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจด้วย เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวที่สำคัญบนเกาะเล็กๆของทวีปอเมริกา ต้องสูญเสียรายได้จากการที่น้ำทะเลสูงขึ้นและกัดกร่อนชายฝั่ง หรือจะเป็นทวีปเอเชีย ที่เกิดฝนกระหน่ำและมรสุมอย่างรุนแรง รวมถึงความแห้งแล้งในฤดูร้อนที่ยาวนาน ส่งผลต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจภาวะโลกร้อนยังส่งผลไปถึงสุขภาพของมนุษย์ทั่งโลกอีกด้วยเนื่องจากโลกร้อนเป็นสภาวะที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
โลกในปัจจุบัน เป็นโลกแห่งยุคโลกาภิวัฒน์ มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามากมาย รวมไปถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ หลายคนอาจมองว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โลกใบนี้ต้องประสบกับภาวะโลกร้อน แต่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลับช่วยให้ภาวะโลกร้อนทุเลาลง ผู้สร้างอาจเป็นผู้ทำลายได้ ในขณะเดียวกันผู้ทำลายก็กลายเป็นผู้สร้างได้เช่นกัน เรามาสามารถที่จะทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนได้ ถ้าหากไม่มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง นักวิทายาศาสตร์ทั่วโลกต่างพยายามศึกษาผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อนเพื่อหาแนวทางบรรเทาและแก้ไขปัญหาดังกล่าว หากไร้ซึ่งพวกเขาเหล่านี้แล้ว ใครกันเล่าที่จะเป็นผู้ช่วยเหลือโลกใบนี้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อนได้ หากเรานำมาประยุกต์ใช้อย่างตรงประเด็นและถูกวิธี อาทิการนำสบู่ดำมาผลิตไบโอดีเซล เราต้องใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ถึงสรรพคุณของสบู่ดำ ว่าสบู่ดำสามารถดัดแปลงมาใช้ประโยชน์ด้านใดได้บ้าง และใช้เทคโนโลยีในกรรมวิธีการผลิตเพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมาย นั่นคือ ไบโอดีเซล การนำขยะมาใช้เป็นปุ๋ยหรือนำไปรีไซเคิลก็เช่นเดียวกันต้องใช้วิทยาศาสตร์ในการศึกษาและทดลองว่าขยะแต่ละประเภทสามารถนำไปดัดแปลงเป็นอะไรได้บ้าง และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นตัวแปรรูปหรือผลิต หรือจะเป็นในเรื่องของการผลิตพลังงาน อาทิพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ เช่น การนำน้ำมันปาล์มมาผลิตไบโอดีเซล หรือการหมักพืชอย่างมันสำปะหลังและอ้อยอันนำไปสู่การผลิตแก๊สโซฮอล์ ในการวิจัยสรรพคุณของมันสำปะหลังและอ้อย รวมไปถึงการคิดพัฒนาไปสู่แก๊สโซฮอล์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย และใช้เทคโนโลยีในกระบวนการแปรรูปมันสำปะหลังและอ้อยให้เป็นเอทานอล ก่อนนำไปผลิตเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งสามารถใช้แทนหรือผสมกับน้ำมันเบนซิน 95 และ 91 ได้ แก๊สโซฮอล์เป็นพลังงานสะอาด จะปล่อยมลพิษทางท่อไอเสียต่ำกว่าเบนซินทั่วไป ดังนั้นแก๊สโซฮอล์จึงเป็นผลดีต่อสุขภาพของเรา และช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เรายังสามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยสร้างผู้พิทักษ์โลก นั่นก็คือ “ต้นไม้” ได้อีกด้วย ต้นไม้คือสิ่งเดียวที่ช่วยกลั่นกรองอากาศเสียอย่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นอากาศดีอย่างออกซิเจนได้ ซึ่งในปัจจุบันจำนวนพื้นที่ป่าของไทยเหลืออยู่เพียง 167,590,98 ตารางกิโลเมตร หรือ 33 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยฟื้นฟู และขยายพันธุ์พืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องใช้วิทยาศาสตร์ในการคิดค้นปรับปรุงพันธุ์พืช ให้ได้พันธ์พืชที่ทนต่อสภาพแวดล้อม มีส่วนในการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเป็นก๊าซออกซิเจนที่ค่อนข้างสูง และใช้เทคโนโลยี ในกระบวนการผลิตพันธุ์พืชเพื่อให้ได้พันธุ์พืชที่ดี มีคุณภาพ จะเห็นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ต้องควบคู่กันไป หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ไม่อาจช่วยบรรเทาโลกร้อนได้
ถึงแม้ว่าเราจะมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน แต่ผู้ที่เป็นเจ้าแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ มนุษย์ดังนั้นทุกคนที่อยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้จะต้องร่วมมือกันแก้ไข หยุด ละ เลิก เป็นผู้ทำลาย เพราะสุดท้ายแล้วผลกระทบทั้งหมดก็ตกมาสู่ตัวเราเอง ใช้ประโยชน์จาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทางที่สร้างสรรค์และคุ้มค่า เพื่อโลกของเราจะได้คงอยู่สืบไป

- - - - - - - - - - - - - - -

รองชนะเลิศอันดับ 1 : น.ส.พิณนรี เตี่ยมังกรพันธุ์ ชั้น ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ

โลกร้อนสร้างวิกฤติ วิทย์ & เทคโนช่วยได้?

ทุกวันนี้เราได้รับข่าวสารเกี่ยวกับภัยธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์เป็นอย่างมาก อันที่จริงภัยธรรมชาติเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำทุกปี ทว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะสังเกตได้ว่า ภัยธรรมชาติเหล่านี้เกิดบ่อยครั้งขึ้นและแต่ละครั้งก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ คำตอบที่เรามักจะได้รับจากนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ และสื่อต่าง ๆ ก็คือ ภาวะโลกร้อน
ภาวะโลกร้อนคืออะไร
ภาวะโลกร้อนก็คือ การที่โลกของเรามีอุณหภูมิสูงขึ้น ทั้งอากาศ พื้นดิน และผืนน้ำ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา อาทิ ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป สภาพภูมิอากาศที่ผิดปกติ เกิดภัยธรรมชาติต่าง ๆ บางทีก็แห้งแล้ง บางแห่งก็น้ำท่วม สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปนี้ยังมีผลกระทบต่อสัตว์ต่าง ๆ เช่น กบในประเทศแถบอเมริกากลางที่เปลี่ยนสีเพื่อปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิที่สูงขึ้น บางพันธุ์ปรับตัวไม่ได้ก็สูญพันธุ์ไป การเกิดคลื่นความร้อนในประเทศแถบยุโรปและอินเดีย จนมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก นอกจากนี้ หากอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นมาก ๆ ร่างกายของมนุษย์ซึ่งกลไกภายในร่างกายจะทำงานได้ปกติที่อุณหภูมิคงที่นั้นอาจจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพขึ้นได้ หรืออีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผู้คนต่างพากันหวาดกลัว แต่ก็เชื่อว่าจะเกิดขึ้นก็คือ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย อันจะทำให้น้ำท่วมโลกได้
แล้วอุณหภูมิของโลกสูงขึ้นได้อย่างไร อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นนั้นเกิดจากปรากฏการณ์ 2 อย่างที่ดำเนินไปพร้อม ๆ กัน ร่วมแรงร่วมใจกันเพิ่มความร้อนให้แก่โลก นั่นคือ ปรากฏการณ์เรือนกระจก และการเกิดรอยรั่วของชั้นโอโซนในชั้นบรรยากาศ
ปรากฏการณ์เรือนกระจกนั้น สามารถอธิบายได้ว่า ธรรมดาแล้วโลกของเรามีการรับรังสีพลังงานมาจากดวงอาทิตย์ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เช่น แสง ความร้อน) เมื่อรังสีเหล่านี้เข้ามายังโลก ส่วนหนึ่งสิ่งมีชีวิตบนโลกจะนำไปใช้ เช่น พืชใช้แสงในการสร้างอาหาร คนใช้พลังงานความร้อน ใช้คลื่นไมโครเวฟ วิทยุ ส่วนหนึ่งจะถูกสะท้อนที่ชั้นบรรยากาศกลับออกไปนอกโลก และอีกส่วนหนึ่ง จะถูกสะท้อนที่ผิวโลกกลายเป็นคลื่นอินฟราเรด หรือคลื่นความร้อน ซึ่งผ่านชั้นบรรยากาศของโลกไปได้ไม่มาก ก็สะท้อนกลับมาอยู่ในโลกเป็นการกักเก็บความร้อนไว้ให้โลกมีอุณหภูมิพอเหมาะ อบอุ่นพอสำหรับสิ่งมีชีวิต เมื่อมนุษย์เริ่มมีโรงงานอุตสาหรรมเพื่อผลิตวัสดุต่าง ๆ และมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นให้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซนี้เมื่อขึ้นไปสะสมที่ชั้นบรรยากาศของโลก จะดูดซับคลื่นอินฟราเรดเอาไว้ ทำให้คลื่นอินฟราเรดที่ออกจากโลกได้ยากอยู่แล้ว ออกได้ยากยิ่งขึ้น เมื่อคลื่นความร้อนนี้สะสมอยู่ในโลกมากขึ้น ๆ อุณหภูมิของโลกก็สูงขึ้น อีกทั้งโลกของเรายังมีมาตรฐานว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วคือประเทศอุตสาหกรรม จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมโลกถึงร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทุกประเทศต่างก็แข่งกันเผาไหม้เชื้อเพลิง ก๊าซที่ทำให้คลื่นความร้อนออกไปได้ยากขึ้นนอกจากคาร์บอนไดออกไซด์แล้วก็มี ก๊าซมีเธน ก๊าซไนตรัสออกไซด์ สารจำพวกฟลูออโรคาร์บอน เป็นต้น เราเรียกก๊าซเหล่านี้ว่าก๊าซเรือนกระจก เพราะโดยสภาวะของก๊าซเปรียบเสมือนกระจกในเรือนกระจกที่เป็นที่ปลูกพืชเมืองร้อนของชาวตะวันตก และที่เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าปรากฏการณ์เรือนกระจกก็เพราะว่ามีหลักการเหมือนกับเรือนกระจกสำหรับปลูกพืชเมืองร้อนในที่หนาวนั่นเอง
ส่วนการเกิดรอยรั่วของโอโซนในชั้นบรรยากาศนั้นเกิดขึ้นดังนี้ โลกของเราจะมีชั้นของก๊าซโอโซนห่อหุ้มอยู่ในชั้นบรรยากาศหนึ่ง รังสีที่เราได้รับจากดวงอาทิตย์ก็มีมากมายดังที่กล่าวไว้แล้ว ซึ่งก๊าซโอโซนจะป้องกันไม่ให้รับรังสีที่มีพลังงานสูง (ความยาวคลื่นน้อย) เกินไปเข้ามาได้ รังสีที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือรังสีอัลตราไวโอเล็ตหรือรังสียูวี ซึ่งจะทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ แต่เมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา เราได้มีการใช้สารจำพวกคลอโรฟลูออโรคาร์บอนในกระบวนการผลิตสิ่งต่าง ๆ เช่น สเปรย์ เครื่องทำความเย็น และเมื่อเราใช้อุปกรณ์เหล่านี้ สารนี้ซึ่งเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบาและไม่ไวต่อปฏิกิริยาจะระเหยขึ้นไป จนถึงชั้นของโอโซนได้แล้วมันก็ทำปฏิกิริยากับโอโซน โอโซนจะเปลี่ยนเป็นสารอื่น อีกทั้งปฏิกิริยานี้ยังเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่สามารถเกิดกับโอโซนตัวอื่นไปได้เรื่อย ๆ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า คลอโรฟลูออโรคาร์บอนหรือซีเอฟซี 1 โมเลกุล สามารถทำลายโอโซนได้นับแสนโมเลกุล ดังนั้น ชั้นโอโซนจึงเกิดรอยรั่วขึ้น รังสียูวีเข้ามาได้มากขึ้น ทำให้โลกมีพลังงานความร้อนมากขึ้นนั่นเอง แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ได้มีการห้ามใช้สารจำพวกซีเอฟซีแล้ว ปัญหารูรั่วของโอโซนจึงค่อยทุเลาลง
สำหรับสาเหตุสำคัญของปัญหานี้ก็คือมนุษย์ มนุษย์ทั้งตัดต้นไม้ที่ช่วยดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ เผาผลาญเชื้อเพลิงน้ำมัน ทำอุตสาหกรรมโดยมิได้คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่ต้องช่วยกันแก้ปัญหา ปัจจุบันเรามีวิทยาการและเทคโนโลยีเจริญขึ้น มีการค้นพบนวัตกรรมต่าง ๆ ใหม่ ๆ มากมาย ซึ่งเราสามารถนำความก้าวหน้านี้มาช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้ เช่น การใช้พลังงานทดแทน เนื่องจากว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดจากการที่เราใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามหาแหล่งพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พลังงานที่มีคุณสมบัตินี้ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด โดยในประเทศที่มีลมแรงและพัดสม่ำเสมออย่างเช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการใช้พลังงานลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับบ้านเรามีแสงอาทิตย์มาก ควรส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปก็คือ เซลล์แสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ ซึ่งได้เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยที่เพิ่งคิดค้นมาใหม่ ๆ แต่ต้นทุนยังมีราคาแพง และยังไม่กระจายสู่ระดับชุมชน คาดว่าในอนาคตเทคโนโลยีนี้ จะได้รับการพัฒนาจนเข้ามาแทนที่การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ ส่วนพลังงานนิวเคลียร์นั้นกำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มาก เพราะว่าขั้นตอนในการผลิตใช้สารกัมมันตรังสีซึ่งมีอันตราย จึงต้องมีการค้นคว้าพัฒนาเทคโนโลยีของพลังงานนิวเคลียร์ให้เป็นพลังงานที่สะอาดและปลอดภัยอย่างแท้จริง
รถยนต์ก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน- ไดออกไซด์ โดยออกแบบเป็นรถยนต์ไฮบริดที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าควบคู่ไปกับการใช้น้ำมัน การใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนก็เป็นอีกนวัตกรรมที่น่าสนใจ เชื้อเพลิงไฮโดรเจนนี้แทนที่จะให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหมือนเชื้อเพลิงปกติ ก็จะให้น้ำแทน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ และกำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยอยู่ นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเคมีบางตัวที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ หรือการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ลงสู่ทะเลแล้วเปลี่ยนเป็นสารประกอบคาร์บอเนตซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น มิได้ใช้ในการคิดวิธีแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว ขั้นตอนตั้งแต่การตรวจสอบ เก็บข้อมูลสภาพภูมิอากาศของโลกที่ทำให้เรารู้ว่าโลกร้อนขึ้น การวิเคราะห์สาเหตุ การประเมินสถานการณ์ ตลอดจนการสร้างแบบจำลองเหตุการณ์ทำนายสภาพของโลกเราในอนาคต ล้วนอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งสิ้น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาโลกร้อน ทั้งนี้ การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นต้องใช้อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม จะเห็นได้ว่าการที่เราใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทางที่ผิดได้ก่อให้เกิดผลเสียมากมาย เช่น สงคราม ปัญหามลภาวะ ปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งวิกฤติโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญอยู่ก็เช่นเดียวกัน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งที่มีคุณอนันต์และมีโทษมหันต์ จะให้คุณหรือโทษขึ้นอยู่กับมนุษย์ที่จะเลือกวิธีใช้
นอกจากการแก้ปัญหาโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว เราควรจะแก้ปัญหาด้วยวิธีการอื่น ๆ ด้วย เช่น การประหยัดพลังงาน การปลูกต้นไม้ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะเห็นได้ว่าประชาคมโลกได้เริ่มเห็นความสำคัญของปัญหาและเริ่มหาทางแก้ไข ทว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบถึงกันทั่วโลก ดังนั้นประเทศต่าง ๆ จะต้องร่วมมือกันและช่วยเหลือกัน ประเทศที่ร่ำรวยควรช่วยเหลือประเทศที่ยากจน ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีควรนำเทคโนโลยีของตนไปเผยแพร่ให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา มีการจัดเก็บภาษีเพื่อนำไปปลูกป่า เนื่องจากบางประเทศมีเงินแต่ไม่มีพื้นที่ ในขณะที่อีกประเทศมีพื้นที่แต่ไม่มีเงิน นอกจากนี้ เรายังควรค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต จากการดำเนินชีวิตอย่างบริโภคนิยม พยายามที่จะตอบสนองความต้องการของตนเองในทุก ๆ เรื่อง มาเป็นการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลดความ “อยาก” และรู้จักคำว่า “พอ” หากเรามีความอยาก เราก็จะดิ้นรนที่จะตอบสนองความอยากของตัว ไปเบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติมาใช้จนธรรมชาติเสียสมดุล แต่ถ้าเรารู้จัก “พอ” เราก็ไม่ต้องดิ้นรนไปเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้จนเกินควร และสามารถอยู่กับธรรมชาติอย่างมีความสุขได้ โลกดำรงมาได้ห้าพันล้านปีทรัพยากรเพิ่งจะมาร่อยหรอตอนที่มนุษย์เริ่มทำอุตสาหกรรมกันอย่างบ้าคลั่งโดยไม่เคารพธรรมชาติเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เอง
วิกฤติโลกร้อนเป็นปัญหาที่ซับซ้อน แก้ไขยาก ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของนักวิทยาศาสตร์ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อกอบกู้วิกฤติ การให้ความรู้ ให้เกิดความเข้าใจโดยทั่วกัน รวมทั้งสร้างความสามัคคี มีความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในการแก้ปัญหา และต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยใช้สติ รู้จักพอเพียง คิดให้รอบคอบ เชื่อว่าโลกใบนี้จะต้องเย็นลงอย่างแน่นอน และทรัพยากรธรรมชาติก็จะมีเพียงพอสำหรับโลกในอนาคต มนุษย์โลกจะดำรงชีวิตได้ด้วยความสุขตลอดไป

- - - - - - - - - - - - - - - - - -

*****************************

ข่าวดี: Eduzones Magazine ฉบับพิเศษล่าสุด พบเรื่องราวเจาะลึกเส้นทางสู่ "แอร์ สจ๊วต" ครบถ้วน อ่านแล้วรับรองได้"ติดปีก" แน่นอน...หาซื้อที่ซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังติดตามสุดยอดพ็อกเก็ตบุ๊ค"สาขาแห่งอนาคต" พิมพ์ครั้งที่ 2 เนื้อหาปรับปรุงใหม่วางแผงแล้ววันนี้ที่ซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขาทั่วประเทศ

พิเศษสุด ติดตามเรื่อง"รวย เท่ นักบิน" และเรื่องน่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่แม็กกาซีนการศึกษาออนไลน์ฉบับแรกในประเทศได้ที่ www.108ezine.com

 



โดย tui sakrapee ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 30 ก.ย. 51 12:19 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 166,068 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 166,068 ครั้ง ตอบ 13 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย แบม
IP : 180.180.157.***
มีความคิดที่ดีและมีประโยชน์
ลบ แจ้งลบ
โดย ืา่ิืาิืาื้า้่ืา้า
IP : 180.180.157.***
ลบ แจ้งลบ
โดย OjชาEมาส
IP : 124.122.165.***
ลบ แจ้งลบ
โดย "ภูสิทธิ จันทร์นวล"
IP : 113.53.149.***
ลบ แจ้งลบ
โดย "ภูสิทธิ จันทร์นวล"
IP : 113.53.149.***
ลบ แจ้งลบ
โดย "ภูสิทธิ จันทร์นวล"
IP : 113.53.149.***
ลบ แจ้งลบ
โดย อรรถพล
IP : 118.172.231.***
  • เสียใจด้วยเทอ
ลบ แจ้งลบ
โดย ไม่บอกอ่ะ
IP : 124.121.20.***

ก็ใช่ได้นะ

ลบ แจ้งลบ
โดย the_prince_dog@windowslive.com
IP : 125.26.217.***
ขอบคุนมากสำหรับคำขวัญ
ลบ แจ้งลบ
โดย นางสาวสุภาวรรณ
IP : 118.172.231.***
ดีใจด้วย
ลบ แจ้งลบ
โดย KUN
IP : 118.172.231.***
ลบ แจ้งลบ
โดย ยักษ์ใหญ่
IP : 125.26.65.***
ขอบใจหลายๆเด้อ
ลบ แจ้งลบ
โดย วองก้า
IP : 125.26.123.***
บอกตามตรง ไม่ชอบการเขียนเรียงความเลย คิดไม่ออก ว่าจะเขียนอะไรออกมา เวลาครูสั่งให้เขียน

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่



คำฮิต

โรงเรียน7 วิชาสามัญ , enn gat pat 57 , open house ,Asean , twitter , เด็ก กยศ , กสพท , เกมคณิตศาสตร์ , เกมคิดเลข , อาเซียน , เกมส์คิดเลข , ขยายเวลา , ข่าวการศึกษาต่างประเทศ , ม.ต้น ,ข่าวอาเซียน , ค้นหาตัวเอง , ค่าย , คำขวัญวันเด็ก , เคล็ดลับเรียนเก่ง , ของเล่นเคลียริ่งเฮ้าส์ , โควตา , จุฬาฯ , ทุนการศึกษา , แท๊บเล็ต คาถาชินบัญชร ประชาคมอาเซียน , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต , ประวัติวันครู , เฟสบุ๊ค , ม.ทักษิณ , อาเซียน 10 ประเทศ , ม.รังสิต 57 , มมส 57 มศว. , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มหาวิทยาลัยพะเยา , รับตรง เกษตรศาสตร์ 57 , รับตรง มข 57 , ประกาศผลสอบ Admissions 57ประถมศึกษารับตรงศิลปากร , เรียนต่อ , เรียนฟรี , ลาดกระบังฯ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลวันตรุษจีน , สทศ , สมัคร clearing house , สอบตรง , อ.วิริยะ , เว็บโรงเรียนตัวอย่างงานวิจัย,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บสำเร็จรูป , เว็บหน่วยงาน , ทำเว็บฟรี , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , รายชื่อโรงเรียนทั่วประเทศ , โครงงานวิทยาศาสตร์ , สารสนเทศโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT  , วันช้างไทย , วันสตรีสากล , MH370 , เครื่องบินตก  , ประกาศผลเภสัช ม.ศิลปากร , วันสงกรานต์GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , บัตรสอบ , เอเชียศึกษา , วันโกหก , April fool's day , วันจักรี , วันเลิกทาส , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ.Admission 57 , วันคุ้มครองโลก

คำค้นหา

สอบตรง , อาเซียน , มหาวิทยาลัย ,โรงเรียน , ศึกษาต่อ , asean , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ประชาคมอาเซียน, ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ, ความรู้ ประถมศึกษา , ข่าวอาเซียน วิชาการ, portfolio แฟ้มผลงาน , ความรู้ มัธยมปลาย , โครงงานวิทย์ , ประวัติอาเซียน , ความรู้ , วิชาการ , อาจารย์วิริยะ , สาขาแห่งอนาคต , ดูหนัง หนังใหม่ ดูหนังออนไลน์ movie , ฟังเพลง เพลงใหม่ ฟังเพลงออนไลน์ เพลงฮิต , ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ , ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงรายวัน , รถยนต์มือสอง เครื่องเสียงรถยนต์ รถยนต์ , การ์ตูน รูปการ์ตูน ภาพการ์ตูน คลิปการ์ตูน , ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวไทยรัฐ , ทวิสเตอร์ twitter วิธีเล่น twitter , เฟสบุ๊ค facebook คือ facebook วิธีเล่น facebook , ร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงเทพ ร้านอาหารแนะนำ ร้านอาหารเกาหลี , การ์ตูน , ซุปซิป ดารา , ผลบอล, ข่าว IT, หาเพื่อน , ข่าว, AEC, รถ, แบบทดสอบ, รูปภาพ , เกมส์รถแข่ง, เกมส์แต่งตัว หนังสือพิมพ์ , ข่าวประชาสัมพันธ์, วาเลนไทน์ , wallpaper , wallpaper น่ารัก , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เกมส์, สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย , Thailand Travel โหลดเพลง , งานราชการ , งาน , เกมส์จับคู่ , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมขุดทอง , เกมส์แข่งรถ , เกมส์ทำอาหาร , ประกาศผลสอบ Admissions 57 , เว็บไซต์โรงเรียน,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  สารสนเทศ , วันวาเลนไทน์ , นิทาน , กสพท , วันศิลปินแห่งชาติ , รับตรง ม.เกษตร 57โทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT , วันช้างไทย , วันสตรีสากล , MH370 , เครื่องบินตก , ประกาศผล O-NET ม.6 , เภสัช ม.ศิลปากร , วันสงกรานต์ , บัตรสอบ , GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557เอเชียศึกษา , อักษร ศิลปากร , วันโกหก , April fool's dayวันออมสินวันข้าราชการพลเรือนวันจักรีวันอนุรักษ์มรดกไทย , วันเลิกทาส , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ. , Admission 57