ทุนสำนักงานศาลยุติธรรมไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทต่างประเทศ

ลบ แก้ไข
ทุนสำนักงานศาลยุติธรรมไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทต่างประเทศ 

ทุนสำนักงานศาลยุติธรรมไป

การสมัครสอบคัดเลือกเพื่อรับทุนสำนักงานศาลยุติธรรมไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ ต่างประเทศ ประจำปี 2562 (ทุนสำหรับบุคคลทั่วไป)

๑. จํานวน ๓ ทุน 
๑.๑ ทุนศึกษาในสาขาวิชากฎหมาย จํานวน ๓ ทุน ในวิชาใดวิชาหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 
- กฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเงิน เช่น Fintech, Blockchain, Digital Asset - กฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า เช่น Antitrust and Competition Law - กฎหมายแรงงาน 

ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบคัดเลือกที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจากการทดสอบความรู้วิชาความรู้ ความสามารถทั่วไปเชิงวิชาการด้านกฎหมายและการสอบสัมภาษณ์เป็นผู้มีสิทธิเลือกสาขาวิชา ในลําดับแรก ผู้ที่ได้คะแนนรวมในลําดับที่สองและที่สามจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกสาขาวิชาต่อมาตามลําดับ ทั้งนี้ ต้องเป็นสาขาวิชาที่ไม่ซ้ํากัน 

ผู้ที่ได้รับทุนศึกษาในวิชาใด จะต้องลงทะเบียนศึกษาในวิชานั้นไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต รวมทั้งต้องลงทะเบียนศึกษาในวิชาอื่น ๆ ตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการในตําแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา และตามที่สํานักงาน ศาลยุติธรรมกําหนด โดยศึกษาจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) รับรอง โดยมีหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี หรือหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.ต. เทียบไม่ต่่ำกว่าปริญญาตรี หากผู้ที่ได้รับทุนเคยสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางด้านกฎหมาย จากต่างประเทศแล้ว จะมีสิทธิได้รับทุนไปศึกษาต่อเพียงหนึ่งหลักสูตรเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศในแถบทวีปยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น ประเทศในแถบ ทวีปเอเชีย เช่น ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือประเทศอื่นๆ 

หากผู้รับทุนประสงค์จะศึกษาในสองประเทศ จะต้องเป็นไปตามประกาศคณะอนุกรรมการ ดําเนินการเรื่องการให้ทุนสํานักงานศาลยุติธรรมเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ในต่างประเทศ เรื่อง แนวทางการไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทในต่างประเทศ (กรณีศึกษาสองประเทศ) (ทุนสําหรับบุคคลทั่วไป) ดังนี้ 
๑. ผู้รับทุนการศึกษามีศักยภาพสามารถทําการศึกษาในสองประเทศที่ต่างกันได้อย่าง ต่อเนื่องและสําเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา ๒ ปี ทั้งไม่เกิดค่าใช้จ่ายที่เกินความจําเป็น 
๒. ผู้รับทุนการศึกษาต้องขออนุญาต และแสดงแผนการศึกษาต่อคณะอนุกรรมการ ดําเนินการเรื่องการให้ทุนสํานักงานศาลยุติธรรมเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ในต่างประเทศ โดยมีใบตอบรับจากสถานศึกษา ปฏิทินการศึกษา รายละเอียดเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย ที่จะไปทําการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ ผู้รับทุนจะต้องเสนอแผนการศึกษา ข้างต้นโดยเร็วเมื่อมีใบตอบรับจากสถานศึกษาหลักสูตรที่สอง 

๒. คุณสมบัติและฟื้นความรู้ของผู้สมัครสอบ 
๒.๑ เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปที่จะเข้ารับราชการศาลยุติธรรมตามระเบียบคณะกรรมการ ข้าราชการศาลยุติธรรมว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสํานักงานศาลยุติธรรม 
๒.๒ ผู้สมัครสอบในสาขาวิชากฎหมาย ต้องเป็นผู้ได้รับวุฒิปริญญาตรีสาขาวิชานิติศาสตร์ โดยมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ และเป็นผู้สอบไล่ได้เป็นเนติบัณฑิตไทย 
๒.๓ เป็นผู้ที่มีอายุไม่เกิน ๓๕ ปีบริบูรณ์ ในวันปิดรับสมัคร
๒.๔ ไม่อยู่ระหว่างการรับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศจากแหล่งทุนอื่นใดที่มีข้อผูกพัน
๒.๕ เป็นผู้มีผลการทดสอบภาษาอังกฤษอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้ 
-TOEFL อย่างน้อย ๕๕๐ คะแนน (paper-based) อย่างน้อย ๒๑๓ คะแนน (Computer-based) หรืออย่างน้อย ๗๗ - ๘๐ คะแนน (Internet-based) หรือ 
-IELTS อย่างน้อย 5 คะแนน โดยผลการทดสอบดังกล่าวมีอายุไม่เกิน ๒ ปี นับถึงวันสมัคร 
๒.๖ เป็นผู้มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะไปศึกษา ณ ต่างประเทศได้ โดยผ่านการตรวจรับรองจากแพทย์ประจําโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน 
๒.๗ เป็นผู้มีความเหมาะสมในการที่จะได้รับทุน โดยคํานึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ศาลยุติธรรมและสํานักงานศาลยุติธรรมเป็นสําคัญ 

๓. วิธีการคัดเลือก 
๓.๑ ผู้สมัครต้องทดสอบความรู้ตามที่คณะอนุกรรมการ ฯ กําหนด ดังนี้ 
๓.๑.๑ ผู้สมัครสอบต้องทดสอบความรู้วิชาความรู้ความสามารถทั่วไปเชิงวิชาการ ด้านกฎหมาย (หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หลักกฎหมายอาญา หลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเงิน เช่น Fintech, Blockchain, Digital Asset nquamuiñeanun 756SUUNNO7SÁ7 194 Antitrust and Competition Law และกฎหมายแรงงาน) โดยวิธีการสอบข้อเขียน (๕๐ คะแนน) ทั้งนี้ ผู้สมัครทุกคนต้องทําข้อสอบ กฎหมายวิชาพิเศษทั้งกฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการเงิน กฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า และกฎหมายแรงงาน และทักษะการสื่อความหมายภาษาอังกฤษ โดยวิธีการเขียนเรียงความตามที่ คณะอนุกรรมการ ฯ กําหนด (๕๐ คะแนน) 
๓.๑.๒ การประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์ และ/หรือ โดยการพิจารณาประเมินด้วยวิธีการต่าง ๆ หลายวิธีรวมกัน (๑๐๐ คะแนน) 
๓.๒ ผู้สมัครที่ทดสอบความรู้ตามข้อ ๓.๑.๑ ได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไปจึงมีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน 
การประเมินความเหมาะสมจะประเมินจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษาของผู้สมัคร เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ ที่จําเป็นสําหรับการศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น พื้นความรู้ที่จําเป็น 
สําหรับการไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ความตั้งใจจริง ทัศนคติ ต่อการรับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศและการกลับมารับราชการ ประสบการณ์ ท่วงที่วาจา อุปนิสัย อารมณ์ การปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม เชาว์ปัญญาและบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น 
๓.๓ ผู้สมัครที่สอบแข่งขันได้จะต้องได้คะแนนประเมินความเหมาะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐
๓.๔ ผู้สมัครสอบแข่งขันที่ได้คะแนนรวมสูงสุด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับทุน 
ในกรณีที่ได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้พิจารณาจากผู้ที่ได้รับคะแนนสัมภาษณ์สูงสุดเป็นผู้ที่ ได้รับการคัดเลือกให้รับทุน 
ในกรณีที่ได้คะแนนสัมภาษณ์เท่ากัน ให้ประธานอนุกรรมการหรือผู้ที่ประธาน อนุกรรมการมอบหมายดําเนินการให้ผู้สมัครสอบทําการจับฉลากเพื่อจัดลําดับในระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน 
๓.๕ ถ้าผู้มีสิทธิได้รับทุนสละสิทธิการรับทุน ถูกเพิกถอนการให้ทุน หรือขาดคุณสมบัติ ที่จะรับทุน คณะอนุกรรมการ ฯ อาจพิจารณาให้ผู้ที่ได้คะแนนในลําดับถัดไปและยังมิได้รับทุนในการสอบ ครั้งเดียวกันนี้เป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนแทน ทั้งนี้ ต้องภายในระยะเวลา ๑ ปี นับแต่วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ ได้รับทุน 

การสมัครและการสอบ 
ผู้สมัครต้องสมัคร online ทางหน้า Website http://edu.coj.go.th/edu find5 หรือทางไปรษณีย์หรือยื่นใบสมัครรับทุนและเอกสารประกอบการสมัครต่อสํานักการต่างประเทศ สํานักงานศาลยุติธรรมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันจันทร์ที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ โดยการสมัครจะสมบูรณ์ต่อเมื่อเอกสารทั้งหมดถึงสํานักการต่างประเทศ สํานักงานศาลยุติธรรมภายใน วันจันทร์ที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา ทั้งนี้ สําเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนรับรอง สําเนาถูกต้องลงชื่อกํากับไว้ และให้สแกนส่งให้สํานักการต่างประเทศที่อีเมล์ inad@coj.go.th 

........................
ที่มา http://edu.coj.go.th
 



loading...


โดย tui sakrapee ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 7 ธ.ค. 61 14:51 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 834 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 834 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด




advertisement