บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..ประวัติศาสตร์..สวนสุนันทา-ม.​ศิลปะกวางสี

ลบ แก้ไข
บันทึกเดินทาง”บิ๊กดีล”ประวัติศาสตร์
     "สวนสุนันทา-ม.​ศิลปะกวางสี”
พลิกโฉมคุณภาพการศึกษาไทยสู่ระดับโลก


บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..

รองศาสตราจารย์​ดร.ฤาเดช​ เกิดวิชัย​ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นำทีมผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยเดินทางไปเมืองหนานหนิง ในมณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 14-16 มกราคมที่ผ่านมา โดยประธานคณะกรรมการส่งเสริมฯ “บิ๊กจิ๊” สมชาย อัศวเศรณี ขนผู้ทรงคุณวุฒิพร้อมที่ปรึกษาขึ้นเครื่องเพื่อร่วมกิจกรรมครั้งสำคัญนี้ด้วย...

19 ชีวิตที่บินไปร่วมจารึกความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ประกอบไปด้วย...รศ.​ดร.ฤาเดช​ เกิดวิชัย อธิการบดี,รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ,ผศ.ดร.ชนนาถ มีนะนันทน์ รองอธิการบดีฝ่ายฝ่ายกิจการนักศึกษา คุณสมชาย อัศวเศรณี ประธานคณะกรรมการส่งเสริมฯ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ-ที่ปรึกษา ประกอบด้วย คุณสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์, คุณชไมมาศ ชาติเมธากุล ,ร้อยโท ดร.ปรีดา หวานใจ ,คุณอภิศักดิ์ ธนเศรษฐกร,คุณภัทร์ฐิตา ทุมเกิด,ดร.ไมตรี สุนทรวรรณ,คุณศักดิ์รพี วดีศิริศักดิ์,คุณนวลหง อภิธนาคุณ,ดร.เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ,คุณพันนภา รักสนิท,คุณมัลลิกา แสนภักดี,คุณขนิษฐา พลับแก้ว,คุณอรอุมา ชมภูนุช,คุณสุวิมล เทพพนม และคุณประทีป โพธิ์ประทีป

เป้าหมายของการเดินทางมี 2 อย่างคือ เพื่อเจรจาความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนวิชาการและร่วมพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านศิลปะการแสดงกับมหาวิทยาลัย​ศิลปะกวางสี และเข้าร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม​จากประเทศ​ในอาเซียน ​รวมทั้งการแสดงของนักศึกษามหาวิทยาลัย​ราชภัฏ​สวนสุนันทา ในชุดการแสดงนาฏดุริยะสยาม ณ สถานีโทรทัศน์ TCI TV

ถึงวันนัดหมายเดินทาง 14 มกราคม ทีมงานนัดรวมพลที่สนามบินสุวรรณภูมิช่วงสาย ๆ ใช้เวลากับการเช็คอินกว่า 2 ชั่วโมงจึงเสร็จเรียบร้อยกับเที่ยวบินไปเมืองหนานหนิง ซึ่งมีเที่ยวบินวันละครั้งเดียวเท่านั้น และใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นพอประมาณ

บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..

ช่วงเย็นย่ำค่ำ ได้ตื่นตาตื่นใจกับการต้อนรับของ "มิสเตอร์เกา" เจ้าของธุรกิจสื่อยักษ์ใหญ่ของเมืองหนานหนิงและเป็นเพื่อนสนิทของ คุณเทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ เจ้าของบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมฯ เป็นเจ้าภาพเปิดห้องเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มพื้นถิ่นเลิศรส โดยมีสาวงามในชุดแต่งกายดั้งเดิมคอยดูแลไม่ขาด ทำเอา “รองฯฝน” ผศ.ดร.ชนนาถ มีนะนันทน์ และคณะที่มีโอกาสสัมผัสรับรู้ความรื่นรมย์ครั้งนี้ถึงกับเคลิ้มแทบละลาย อิ่มเอมด้วยความประทับใจไปตาม ๆ กัน

หลัง “มิสเตอร์เกา” กล่าวอำลาส่งแขก แต่ท่านอธิการฤาเดช ยังฟิตปั๋ง เลยลากเหล่าสว.ทั้งหลายไปสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืน เดินไปเดินมาสักพักก็เจอจุดหมายที่ร้านอาหารสไตล์วัยรุ่นสวยงามอลังการ ได้นั่งดูดดื่มบรรยากาศสักพัก “กำนันตู้” สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ คนดังเมืองกำแพงเพชรก็หิ้วอาหารเสริม บอกว่าเป็น “ขาหมู” มาฝาก อธิการฤาเดชไม่รอช้าคว้ามากัดกร้วมเข้าให้พร้อมบอกว่าขาหมูนี่อร่อยดี หลายคนเลยลองชิม แต่พอผมกัดคำแรก กลิ่นสาบแปลก ๆ ทำให้นึกไปถึงข่าวที่ว่าคนจีนบางพื้นที่เขานิยม “กินหมา” กัน เลยร้องบอกอธิการว่า...นี่มันหมาไม่ใช่หมู...เท่านั้นแหละท่านหยุดเคี้ยวทันทีบอกว่านี่มันขาที่สองแล้วนะเนี่ย มิน่ากลิ่นมันแปลก ๆ ...แต่กำนันตู้แกก็ยืนยันว่ามันเป็นขาหมูตัวเล็ก ซื้อมาถุงละตั้ง 100 หยวน (ประมาณ 500บาท) ทว่าเจ้าขาหมูหรือขาหมาถุงนั้นก็ไม่มีใครอยากชิมกันอีกแล้ว...

บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..

ช่วงค่ำคืนหลังหลับใหลไปด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือก เช้าวันที่ 15 มกราคม ต่างสะลึมสะลือลุกขึ้นมาเตรียมพร้อมเดินทางสู่ “เขาชิงชิ่ว” หรือเขาเขียว ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานของ “เจ้าแม่กวนอิมพันมือ” สลักด้วยไม้หอม หรือไม้จันทน์หอม ...อากาศวันนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 8-10 องศา พร้อมมีสายฝนโปรยปราย แต่ความงดงามและยิ่งใหญ่ของทั้งสถานที่และศิลปะที่บรรพบุรุษจีนสรรค์สร้างก็ทำให้ทุกคนต่างประทับใจ ผลัดกันเก็บภาพตลอดเวลา โดยไม่ถือสาหาความกับสภาพอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจแต่อย่างใด

บ่ายแก่ ๆ หลังลงจากเขาเขียว พวกเรามีนัดสำคัญกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยศิลปะกวางสี ซึ่งถือเป็น “บิ๊กดีล” ประวัติศาสตร์ของทั้งสองสถาบันและอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมหน้าของวงการศึกษาไทยครั้งใหญ่ในยุคนี้ก็คงไม่มีใครเถียง

บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..

หลังเยี่ยมชมภายในและได้ตื่นตากับพิพิธภัณฑ์หลากหลายในมหาวิทยาลัยแล้ว ศาสตราจารย์​ ดร.โหว​ เต้า​ ฮุย​ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปะกวางสี ก็ให้การต้อนรับท่านอธิการฤาเดชและคณะเราอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง พร้อมแนะนำว่าปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีนักศึกษากว่า 15,000 คน มีบุคลากรกว่า1,000 คน เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีและปริญญาโท มีความโดดเด่นด้านดนตรี แฟชั่นดีไซน์ นิเทศศาสตร์ มนุษยศาสตร์ มีความร่วมมือกับประเทศในอาเซียนอย่างแนบแน่น รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์​ที่รวบรวมเครื่องดนตรี​ ศิลปวัฒนธรรม​และเสื้อผ้าของชาวจ้วงที่เป็นเผ่าพื้นเมืองที่มีมากที่สุดในเมืองหนานหนิง ​ และ​ยังเป็นที่แสดงเครื่องดนตรีประจำชาติของประเทศ​ในอาเซียน​ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย​ กัมพูชา​ ลาว​ พม่า​ รวมทั้งไทยเพื่อผู้สนใจได้เข้าชม มหาวิทยาลัยของเรามีนักศึกษาไทยและลาวเข้ามาศึกษาต่อในขณะนี้รวม 9 คน

“มหาวิทยาลัย​ศิลปะกวางสีถือเป็นสถาบันที่ครบทุกศาสตร์ของศิลปะที่ใหญ่ที่สุดของจีน​ ปัจจุบัน​มีทั้งสิ้น 4 วิทยาเขต มีนักศึกษาจีนให้ความสนใจจนมีการแข่งขันเพื่อสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในอัตราที่สูงทุกปี ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมีนโยบายร่วมมือทั้งด้านวิชาการและการวิจัยกับมหาวิทยาลัยจากไทยตลอดมา โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาบุคลากรด้าน​ศิลปะการแสดงและด้านวัฒนธร​รม​ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา​ ​เป็นมหาวิทยาลัย​ที่มีความพร้อมทุกด้านและเราจะร่วมมือกันต่อไป”

บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..

ส่วนผู้นำของเรา รองศาสตราจารย์​ดร.ฤาเดช​ เกิดวิชัย​ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา​ ก็ได้กล่าวว่าพื้นฐานของมหาวิทยาลัยของเรามาจากสถาบันการผลิตครูซึ่งได้รับความนิยมมายาวนาน ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ในประเทศไทย ขณะนี้มีนักศึกษาและบุคลากรรวมกว่า 30,000 คน ซึ่งเราได้รับการจัดอันดับจากเว็บไซต์ www.webometrics.info จากประเทศสเปนที่ทั่วโลกให้การยอมรับ โดยอยู่ในอันดับที่ 1 มาถึง 8 สมัยติดต่อกัน ทั้งนี้สาขาที่โดดเด่นสาขาหนึ่งของเราก็คือด้านนาฏศิลป์และศิลปะการแสดง แต่ละปีจะมีนักเรียนมาสมัครเรียนต่อเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เมื่อเรามีโอกาสได้เดินทางมาเห็นความยิ่งใหญ่และเป็นมหาวิทยาลัยยอดนิยมแห่งหนึ่งของประเทศจีนจึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือกันในการพัฒนาศาสตร์และบุคลากรเพื่อให้มีคุณภาพมาตรฐานดียิ่งๆขึ้นไป

บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..

นอกจากท่านอธิการฤาเดชแล้ว คนสำคัญของดีลประวัติศาสตร์นี้นี้ก็คือ “อาจารย์ชุ” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา มณีวัฒนา คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา​ ซึ่งได้เล่าให้ฟังว่า เนื่องจากความต้องการของมหาวิทยาลัย​ศิลปะกวางสีสอดคล้องกับสาขาของเราพอดี โดยอาจารย์ของเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจำนวนมากและต้องการต่อยอดในระดับปริญญาเอก ถึงกว่า 50 คน แต่ในประเทศจีนยังมีหลักสูตรด้านศิลปะการแสดงในระดับนี้ไม่เพียงพอ เมื่อได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้นจึงเกิดความร่วมมือกันเพราะเรามีความพร้อมจากการเปิดปริญญาโทมาถึง 11 รุ่นแล้ว มีคุณภาพมีประสบการณ์การวิจัยครบตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยในระดับปริญญาเอกนั้นจะนำเข้าเสนอสภาวิชาการก่อนที่จะนำเข้าสภามหาวิทยาลัย​ในเดือนกุมภาพันธ์​นี้เพื่อพิจารณาอนุมัติ​ หลังจากนั้นจะเปิดสอนได้ในเดือนสิงหาคม​ปีนี้เช่นกัน​ ทั้งนี้จะใช้เวลาเรียน3ปี​ มีการเรียนทั้งทำวิจัยอย่างเดียวกับทั้งเรียนวิชาการ​และการวิจัย ในการเรียนการสอนของไทย-จีนที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้อาจจะมีการเชิญคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมกัน เพื่อให้มีมาตรฐานสูงระดับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรแรกของประเทศไทย-จีนด้านศิลปะการแสดงเลยทีเดียว...

บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..

หลังจากเป็นปลื้มกับความสำเร็จเบื้องต้น เพราะยังมีอีก 2-3 ขั้นตอนที่เราและฝ่ายจีนจะต้องประสานกันให้จบ ช่วงค่ำๆ คณะเราก็เดินทางต่อไปที่สถานีโทรทัศน์ TCI TV เพื่อชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม​จากประเทศ​ในอาเซียน ​รวมทั้งการแสดงของนักศึกษามหาวิทยาลัย​ราชภัฏ​สวนสุนันทา ซึ่งนำชุดการแสดงนาฏดุริยะสยามมาโชว์ และก็ได้ทำให้ผู้ชมในห้องส่งประทับใจในความอ่อนช้อยสวยงามไปตาม ๆ กัน

บันทึกเดินทาง..บิ๊กดีล..

เสร็จสิ้นภารกิจวันที่สองด้วยความอิ่มเอม หลังเดินทางกลับถึงที่พักต่างแยกย้ายห้องใครห้องมันเพื่อเตรียมเดินทางกลับบ้านเกิดในเช้าวันต่อมา ซึ่งขากลับมีน้อง ๆ นักศึกษาร่วมขบวนด้วย และหลาย ๆ คนที่ได้เข้าไปพูดคุยด้วย ต่างประทับใจในทริปนี้เป็นอย่างยิ่ง หลาย ๆ คนตื่นเต้นมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางออกนอกประเทศ มีน้อง ๆ 4-5 คนถึงกับบอกว่าโอกาสดี ๆ อย่างนี้ อยากให้น้อง ๆ นักเรียนที่กำลังตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาตรีพิจารณา ”สวนสุนันทา” เป็นทางเลือก เพราะนอกจากเป็น “ราชภัฏอันดับ1” แล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถได้แสดงออกทั้งเวทีในประเทศและต่างประเทศอย่างที่พวกเขาเพิ่งได้รับมันมาหมาด ๆ

คณะเราปิดฉากความสำเร็จในชั่วเวลาสั้น ๆ ถ้านับจริง ๆ ก็แค่ “วันเดียว” เท่านั้น แต่เป็นวันเดียวที่ถือว่า “พลิกโฉมการศึกษาไทย” ได้อย่างสวยงามหมดจด เป็นอีกก้าวที่สถาบันการศึกษาไทย-จีน ได้ร่วมมือกันภายใต้มิตรภาพอันงดงาม เป็น “แบบอย่าง” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้ “ก้าวนำ” ให้สถาบันอื่น ๆ ที่ยังคลำทางไม่เจอได้ศึกษาหาลู่ทางเพื่อแหวกทางออกที่ใกล้ตีบตันสู่โลกการศึกษาที่ยังเปิดกว้าง...โดยเฉพาะพลเมืองจีนที่ยังต้องการออกมาศึกษาหาความรู้จากโลกภายนอกอีกจำนวนมหาศาล และหนึ่งในเป้าหมายนั้นคือ “ประเทศไทย” ที่เขายังยึดมั่นเสมอว่า “ไทย-จีนคือพี่น้องกัน”...
 
 
 
 
 



loading...


โดย tui sakrapee ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 23 ม.ค. 62 14:47 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 308 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 308 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง