
25 เมษายน 2551
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั่งเก้าอี้นายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย ด้วยเสียงสนับสนุนจากสมาชิกซึ่งมาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศอย่างท่วมท้น พร้อมประกาศพันธกิจ สร้างบัณฑิตไทยให้มีคุณภาพทุกด้าน
การประชุมใหญ่สามัญสมาคมสหกิจศึกษาไทย เมื่อ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดแรก ซึ่งปัจจุบันได้มีสมาชิกประเภทสถาบันจำนวน 16 แห่ง และประเภทบุคคลอีก 60 คน และเข้าร่วมประชุมในวันนั้น 51 คน
ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกเป็นเอกฉันท์ให้นั่งเป็นนายกสมาคมคนแรก ภายหลังการได้รับเลือก ศ.ดร.วิจิตร ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจ และนับแต่นี้ต่อไปสมาคมจะเร่งดำเนินกิจกรรมเพื่อประสานกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายผู้ใช้บัณฑิต เพื่อทำความเข้าใจและดำเนินงานกันอย่างจริงจัง ทั้งนี้เพื่อสร้างบัณฑิตไทยให้เป็นคนมีคุณภาพเพียบพร้อมที่จะออกไปรับมือกับการทำงานและการดำรงชีวิต ไม่ใช่เฉพาะพร้อมแค่การมีงานทำเท่านั้น แต่จะให้มีความพร้อมทั้งด้านวุฒิภาวะ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหาต่าง ๆ อีกด้วย
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในฐานะหัวเรือใหญ่ในการนำหลักสูตรที่พิสูจน์มาแล้วว่าสามารถเตรียมคนให้เป็นบัณฑิตที่พร้อมออกสู่ตลาดแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ได้กล่าวกับทีมข่าว Eduzones Magazine ว่า
สหกิจศึกษา(Cooperation) เป็นการศึกษาที่ทำร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กรผู้ใช้บัณฑิต เป็นระบบการศึกษาที่เน้นประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานจริงในองค์กรผู้ใช้บัณฑิต(Work Based Learning) หรือการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Work integeated:WIL) สหกิจศึกษาช่วยให้บัณฑิตสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่เป็นความต้องการขององค์กรผู้ใช้บัณฑิต ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทั่วโลกต่างมีการจัดการศึกษาโดยใช้ระบบสหกิจศึกษาในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาอย่างแพร่หลายโดยหลักการจัดหลักสูตรสหกิจศึกษา จะ ยึดหลักทฤษฎีการเรียนรู้พื้นฐานที่สนับสนุนการสร้างประสบการณ์วิชาชีพให้กับนักศึกษาใน2ทฤษฎีสำคัญ ได้แก่ ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เน้นประสบการณ์ (Experiential Learning) กับทฤษฎีการเรียนรู้ที่เน้นสภาพจริง (Authentic Learning) ซึ่งการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานกรณีหนึ่งของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่ช่วยให้นักศึกษามีโอกาสในการประยุกต์ความรู้ ทักษะการทำงานและทักษะเฉพาะที่สัมพันธ์กับวิชาชีพ ได้รู้จักชีวิตที่แท้จริงของการทำงานก่อนสำเร็จการศึกษา และเป็นแนวทางที่สำคัญที่ทำให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีความสารถในการปรับตัว แก้ปัญหาที่เกิดในงานและองค์กรทำให้มีความพร้อมมากที่สุดเมื่อสำเร็จการศึกษา นอกจากนี้องค์กรผู้ใช้บัณฑิตและสถาบันอุดมศึกษายังได้รับประโยชน์ในเชิงความร่วมมือและการพัฒนาปรับปรุงงานหลักสูตร องค์ความรู้และอื่นๆ อีกด้วย
สหกิจศึกษามีมาตั้งแต่พ.ศ.2536 โดยม.เทคโนโลยีสุรนารีริเริ่ม ก็ได้ผลน่าพอใจ ต่อมาสกอ.นำมาพัฒนาในปี 2545 แต่หายไประยะหนึ่ง จนหลัง ๆ มันมีความสำคัญมากขึ้น สกอ.เลยมีการสำรวจทั้งจากบริษัทและสถาบันการศึกษาว่ามีความเข้าใจหลักสูตรนี้มากน้อยเพียงใด จึงมีแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีขึ้นมาในช่วงปีการศึกษา 2551-2555 รายละเอียดคร่าว ๆ ก็คือมีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสหกิจศึกษา เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมองเห็นความสำคัญในคุณประโยชน์อย่างแท้จริงของสหกิจศึกษาและตัดสินใจเข้าร่วมโครงการด้วยความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง มีการกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานสหกิจศึกษาไทยทั้งในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา และองค์กรผู้ใช้บัณฑิตเพื่อให้เกิดผลในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง เป็นแนวทางในการสนับสนุนส่งเสริมและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการส่งเสริมและสนับสนุนสหกิจศึกษาไทยโดยจะดำเนินการผลักดันและเสนอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับองค์กรผู้ใช้บัณฑิต และสนับสนุนให้เครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาค 9 เครือข่ายหลักและสมาคมสหกิจศึกษาไทยร่วมรณรงค์ส่งเสริมสนับสนุนและประสานการดำเนินการสหกิจศึกษา อีกเรื่องที่สำคัญคือมีการส่งเสริมและสนับสนุนสหกิจศึกษานานาชาติ รวมถึงการส่งนักศึกษาสหกิจศึกษาแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาสหกิจศึกษาของแต่ละประเทศ สุดท้ายคือการติดตามประเมินผล จะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยสถาบันอุดมศึกษา การตรวจเยี่ยมการดำเนินงานสหกิจศึกา ณ สถาบันอุดมศึกษาและองค์กรผู้ใช้บัณฑิต และการวิจัยผลสัมฤทธิ์การดำเนินการสหกิจศึกษา เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนากันต่อไป
เลขาธิการกกอ.แสดงความมั่นใจหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีการนำนโยบายและกลยุทธ์สหกิจศึกษาไปสู่การปฏิบัติจะทำให้เกิดผลเลิศต่อทั้งบัณฑิต สถาบันการศึกษา รวมทั้งองค์กรและหน่วยงานที่ใช้บัณฑิตทั้งหลาย...
สหกิจศึกษาสามารถนำไปใช้ได้กับการเรียนการสอนทุกสาขา แต่ในระหว่างนี้เราต้องแก้เป็นจุด ๆ ไป เช่นเริ่มจากสาขาไฟฟ้าอิเลกทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ ก่อน จากนั้นจะเป็นพวกอัญมณี แฟชั่นดีไซน์ คือเอาพวกอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ของประเทศก่อน แต่รับรองว่า คนที่จบออกไปจะมีคุณภาพต่อทั้ง 3 ฝ่ายคือ คุณภาพบัณฑิต บัณฑิตที่จบการศึกษาด้วยหลักสูตรสหกิจศึกษาเมื่อเข้าสู่โลกของการทำงานจะใช้เวลาเรียนรู้งานน้อยลง เข้าใจระบบการทำงานในองค์กรและปรับตัวได้เร็วขึ้น มีความก้าวหน้าในสายงานอาชีพและมีมุมมองในงานอาชีพของตนกว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาเป็นอย่างมาก คุณภาพสถาบันอุดมศึกษา สหกิจศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูปอุดมศึกษาที่มุ่งปรับบทบาทของสถาบันอุดมศึกษา ให้กลับมาให้ความสำคัญกับภาคความต้องการหรือความพึงพอใจขององค์กรผู้ใช้บัณฑิต เกิดความร่วมมือในทางวิชาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับองค์กรผู้ใช้บัณฑิต มีระบบการส่งผ่านข้อมูลความต้องการที่นำไปสู่การปรับหลักสูตร และการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และความพยายามที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของบัณฑิตมีงานทำมากขึ้น (Employbility) มีรายได้สูงขึ้นและเป็นที่พอใจของสถานประกอบการ นอกจากนี้สหกิจศึกษายังช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ไปนิเทศงานนักศึกษาในองค์ผู้ใช้บัณฑิต นำไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรผู้ใช้บัณฑิตมากยิ่งขึ้นและเกิดความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรผู้ใช้บัณฑิต และสุดท้าย คุณภาพขององค์กรผู้ใช้บัณฑิต สหกิจศึกษามีส่วนช่วยลดต้นทุนการผลิต ไม่เสียเวลาและงบประมาณในการพัฒนาความพร้อมของพนักงานใหม่ สามารถใช้กระบวนการสหกิจศึกษาในการสรรหาพนักงานใหม่ ทำให้ลดความเสี่ยงในการคัดเลือกพนักงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากการนิเทศงานของอาจารย์ที่ปรึกษา รายงานวิชาการ โครงงานที่นักศึกษาสหกิจศึกษาจัดทำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานหรือกระบวนการผลิตให้ดีขึ้น นำไปสู่ผลผลิตมวลรวมของประเทศที่สูงขึ้น และทำให้เกิดระบบที่องค์กรผู้ใช้บัณฑิตมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
เร่งผลิตบัณฑิตป้อน ไฟฟ้าอิเลกทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์
ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยี อิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จากการสำรวจตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย ในปี 2550 พบว่า สินค้าด้านไฟฟ้าและอิเลกทรอนิกส์ของไทยมีมูลค่าส่งออกถึง 1.5 ล้านล้านบาท มีการจ้างงานประมาณ 500,000 คน ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายภายในประเทศในด้านคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และการบริการด้านคอมพิวเตอร์ สูงถึง 148.8 พันล้านบาท และมีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดซอฟท์แวร์มีการขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 20.9 นับตั้งแต่ปี 2542จนถึงปัจจุบัน
การขยายตัวนี้ทำให้ความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ สกอ.จึงขอความร่วมมือกับเนคเทคให้เป็นหน่วยงานกลางระหว่างภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ในการพัฒนากำลังคนให้มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม บทสรุปจึงเห็นตรงกันว่าแนวทางการจัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษา ซึ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ จากการฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริง เป็นการเตรียมความพร้อมที่สำคัญ อันจะทำให้นักศึกษามีความพร้อมตรงกับความต้องการของภาคเอกชนมากขึ้น จึงได้นำหลักสูตรนี้มาใช้ในกลุ่มของไฟฟ้าอิเลกทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ อย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น...
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น