ประเพณีการรับน้อง เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งซึ่งได้สืบทอดกันมายาวนานรุ่นสู่รุ่น เพราะเชื่อว่า การรับน้องเป็นการต้อนรับน้องเข้ามาเป็นสมาชิกในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ ณ ปัจจุบันการรับน้องเป็นกิจกรรมที่รุนแรง มีข่าวตามสื่อไม่เว้นแต่ละปี ด้วยความเชื่อที่ผิดๆของรุ่นพี่ โดยไม่ได้คำนึงถึงผลที่ตามมาในอนาคต ความรู้สึกของรุ่นน้องที่เข้ามาเป็นรุ่นน้อง การเตรียมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในปีนี้ จะเน้นที่ตัวรุ่นน้องเป็นสำคัญ ใช้ชื่อกิจกรรมในครั้งนี้ว่า สานสัมพันธ์บัวสวรรค์ 51 เปลี่ยนจากสโลแกนที่ว่า จากการรับน้องใหม่ เป็น การรักน้องใหม่
ท็อป นายธีระพงษ์ เฟื่องฟุ้ง นักศึกษาชั้นปีที่4 คณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการ นายกองค์การนักศึกษา เล่าว่า การรับน้องมหาวิทยาลัยเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ก็อยากจะทำอะไรให้น้องๆรู้สึกดี ไม่ใช่รู้สึกเกลียด รักและภูมิใจในสถาบันของตนที่ได้ใฝ่ฝ่าอุปสรรคเข้ามาเพื่อเข้ามาหาความรู้ กิจกรรมที่จะทำในการต้อนรับน้องๆควรเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ไม่ใช่กิจกรรมที่ทำลายความผูกพันของพี่และน้อง ให้ตัวน้องมีส่วนรวมในการทำกิจกรรม รักน้องใหม่ คือการรับน้องด้วยการให้ความรัก ให้แสดงความคิดที่มีอยู่ในตัว ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ แฝงไปด้วยแง่คิด และความรู้ ทำให้รุ่นน้องรู้สึกไว้ใจรุ่นพี่มีอะไรสามารถขอคำปรึกษาได้ มาตรการในปีนี้จะมีมาตรการศูนย์เฝ้าระวังการรับน้อง อบรมเตรียมรุ่นพี่ที่จะมาเป็นสตาฟ การที่รุ่นพี่ให้การต้อนรับน้องด้วยความรักและความเข้าใจ ไม่ใช้ความรุนแรง แค่นี้ความรู้สึกดีๆของน้องๆที่มีต่อรุ่นพี่และสถาบันก็ไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย
อัง น.ส.ปวีณวัชร์ ตระกูลว่องไว นักศึกษาชั้นปีที่4 คณะเทคโนโลยีการพิมพ์ คณะเทคโนโลยีและสื่อสารมวลชน ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัย มทร.ธัญบุรี และ หมู นายรักเกียรติ อุทธศรี นักศึกษาชั้นปีที่3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รองประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัย มทร.ธัญบุรี เล่าว่า การรับน้องปีนี้ทางสภามหาวิทยาลัย มทร.ธัญบุรี ได้มีการตั้งศูนย์ร้องเรียนเรื่องการรับน้อง โดยมีการติดกล่องรับความคิดเห็นของน้องๆตามคณะต่างๆ มีเว็บไซต์ให้น้องๆเข้ามาร้องเรียน ทาง www.rmuttsc.com ถ้ารุ่นน้องมีปัญหาร้องเรียนเข้ามาเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น ก็จะติดตามพฤติกรรมของรุ่นพี่ที่ไม่ดี ถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะลงโทษ
ด้านศูนย์เฝ้าระวัง เป็นศูนย์คอยติดตามพฤติกรรมเสี่ยงสำหรับการรับน้องตามสถานที่ต่างๆที่เป็นจุดเสี่ยง ทั้งในบริเวณมหาวิทยาลัยและนอกมหาวิทยาลัย โดยในช่วงที่มีการรับน้องจะมีรถตู้ตระเวนไปยังที่ต่างๆ ซึ่งในรถตู้ก็จะมีบรรดาอาจารย์นั่งรถออกสำรวจด้วย
ฝ่ายสันทนาการ หมู นายเสกสรรศ์ แต่งเจริญสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการ เล่าว่า ตัวกิจกรรมในการรับน้องปีนี้จะเน้นการทำกิจกรรมที่ทำให้น้องๆทุกคนได้รู้จักกัน เพราะว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็จะได้สามารถติดต่อกันได้ ตัวของกิจกรรมก็จะไม่มีความรุนแรง จะให้น้องๆได้มีส่วนแสดงความคิดเห็นมากกว่าที่จะให้น้องทำตามรุ่นพี่ ระหว่างที่รับน้องก็จะมีการสอดแทรกความรู้เข้าไปด้วยไม่ใช่แต่การทำกิจกรรม กิจกรรมที่ทำให้น้องมีความกล้าคิดกล้าทำ ไม่ใช่เพียงมีผลต่อจิตใจน้อง แต่ยังเป็นการความสนุกสนาน สร้างความเป็นกันเองระหว่างพี่กับน้อง ทำให้น้องมีความรู้สึกว่าเราเป็นทั้งเพื่อนและพี่ในเวลาเดียวกัน สามารถขอคำปรึกษาได้
พร น.ส. อัมพร วรรชะนะ นักศึกษาชั้นปีที่3 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เอกอาหารและโภชนาการธุรกิจอาหาร ประธานฝ่ายศิลปวัฒนธรรม เล่าว่า กิจกรรมที่นอกเหนือจากสันทนาการแล้วกิจกรรมสุดท้ายในวันรับน้อง คือ กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมปิดท้ายที่จะสร้างความประทับใจให้กับน้องๆที่เข้ามาสู่รั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญเป็นเพณีไทยๆ วัตถุประสงค์เป็นการรับขวัญน้องๆ โดยมีการผูกข้อมือน้องๆจากอาจารย์และรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้จะสร้างความรู้สึกผูกพัน ความอบอุ่น ทำให้น้องมีความรักต่อพี่ ต่ออาจารย์ และต่อสถาบันที่พวกเขาเหล่านั้นได้เลือกย่างก้าวเข้ามาสู่รั้วมหาวิทยาลัย
ประเพณีการรับน้องใหม่ ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่ดีที่ควรสานต่อเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของรุ่นพี่ที่มีต่อรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยที่จะต้องใช้ชีวิตรวมกันโดยดำเนินไปด้วยความรัก ความสามัคคีที่มีต่อกันสืบไป โดยรุ่นพี่ควรจะคำนึงถึงความเหมาะสม และโดยล่วงล้ำสิทธิของรุ่นน้องจนเกิดปัญหาร้องเรียน หรือความกดดันต่อรุ่นน้องจนเก ิดผลเสียมากกว่าผลดี ก็ขอฝากรุ่นพี่ทุกๆ คนได้พึงระวังไว้ด้วย