บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยสำนักส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจคอมพิวเตอร์ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย และมหาวิทยาลัยรังสิต ประกาศความร่วมมือในการก่อตั้ง
ศูนย์พัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ Microsoft Innovation Center เป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ไทย โดยมุ่งมั่นที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้ก้าวหน้าและแข่งขันได้ใน เวทีโลก
Microsoft Innovation Center เป็นความริเริ่มของบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ที่มุ่งมั่นสร้างให้ Microsoft Innovation Center เป็นแหล่งส่งเสริมและผลักดันการพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ของแต่ละประเทศ โดยปัจจุบันมีศูนย์ Microsoft Innovation Center ทั้งหมด 110 ศูนย์ใน 36 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ ในประเทศไทย บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้เริ่มดำเนินการโดยได้รับความร่วมมือจากสำนักส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจคอมพิวเตอร์ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย และมหาวิทยาลัยรังสิต ในการจัดการและดำเนินงาน เพื่อให้ Microsoft Innovation Center ที่ตั้งอยู่ ณ อาคารสาธรธานี เป็นศูนย์กลางของนักพัฒนา บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ นักลงทุน และบุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ที่จะเข้ามาใช้ประโยชน์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ของไทยรวมทั้งแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและความรู้ความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมซึ่งกันและกัน
โดยในการประกาศก่อตั้งศูนย์ Microsoft Innovation Center ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการนั้น ผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น คือ มร.ไมเคิล ร้อดดิ้ง รองประธานกลุ่ม Unlimited Potential ได้เดินทางมาร่วมยืนยันและแสดงเจ ตนารมณ์ถึงความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ต่อการลงทุนด้านการส่งเสริมนวัตกรรมท้องถิ่นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องด้วย

บรรยายภาพ (จากซ้ายไปขวา)..1. มร. ไมเคิล ร้อดดิ้ง รองประธานกลุ่ม Unlimited Potential บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น 2. ผศ.ดร.นเรศ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต3. คุณสมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคมซอฟต์แวร์ไทย 4. คุณปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) 5. ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 6. น.พ. สมิทธิ์ สุขสมิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจคอมพิวเตอร์
นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บทบาทของ Microsoft Innovation Center คือ จะเป็นแหล่งสำหรับการทำ Proof of Concept (POC) ของผลงานทางด้านซอฟต์แวร์ต่างๆ โดยจะมีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยมาติดตั้งใน Microsoft Innovation Center เพื่อให้การถ่ายโอนทักษะทางเทคโนโลยีสามารถทำได้อย่างสะดวกง่ายดาย ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมซอฟต์แวร์ที่จะเป็นแพล็ตฟอร์มในการพัฒนา RFID reader Fingerprint reader อุปกรณ์ Windows mobile Tablet PC และคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง หรือ HPC และในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการผนวกโครงการต่างๆ ของไมโครซอฟท์ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของนักพัฒนาและนวัตกรรมท้องถิ่นของไทย เข้ามาเป็นหนึ่งในกิจกรรมของ Microsoft Innovation Center ด้วยเพื่อให้เกิดความร่วมมือที่กว้างขวางขึ้นและขยายโอกาสไปสู่กลุ่มคนที่หลากหลายยิ่งขึ้น อาทิ นักเรียนนักศึกษา เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่จะยังเป็นแหล่งเชื่อมโยงความต้องการระหว่างนักลงทุนและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างลงตัว โดยผู้ลงทุนจะมีโอกาสได้พบปะกับนักพัฒนารุ่นใหม่ที่มีฝีมือ และนักพัฒนาเองก็จะได้พบกับบริษัทที่ต้องการใช้หรือจำหน่ายซอฟต ์แวร์ หรือแม้กระทั่งเป็นการแลกเปลี่ยนทักษะและการร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์ระหว่างบริษัทคู่ค้าต่างๆ ด้วย
ในส่วนของสำนักส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจคอมพิวเตอร์ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติซึ่งมีบุุคลากรที่มีองค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทในการดูแลและดำเนินงานศูนย์ Microsoft Innovation Center ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่มาประจำที่ศูนย์เพื่อดูแลและให้คำปรึกษาแนะนำในการพัฒนาซอฟต์แวร์ การใช้เครื่องมือต่างๆ ที่ไมโครซอฟท์ได้จัดเตรียมไว้ให้ รวมถึงการจัดคอร์สฝึกอบรม หรือการสัมมนาให้กับนักพัฒนา บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ และองค์กรต่างๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์แก่บุคลากรที่เข้ามาใช้งาน
นายแพทย์สมิทธิ์ สุขสมิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจคอมพิวเตอร์ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ CCP กล่าวว่า ที่ผ่านมา CCP ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้ NSTDA ได้มีการทำงานในเรื่องการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับนวัตกรรมซอฟต์แวร์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรามีผลงานวิจัยจำนวนมากที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดและขยายผลไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ เราหวังว่า Microsoft Innovation Center จะเป็นจุดกำเนิดให้ผลงานวิจัยเหล่านี้สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้และดำเนินการเป็นธุรกิจซอฟต์แวร์ของประเทศไทยได้ต่อไปในอนาคต สิ่งนี้จะทำให้ประเทศเรามีดัชนีความสามารถในการเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยี อีกทั้งยังจะเป็นประเทศที่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้รับจ้างผลิต หรือส่งออกผลิตภัณฑ์ทางด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีได้
ในส่วนของสถานที่ตั้งของ Microsoft Innovation Center ซึ่งตั้งอยู่อาคารสาธรธานีนั้น เป็นพื้นที่ของมหาวิทยาลัยรังสิตวิทยาเขตสาธร โดยในชั้นที่ 6 จะเป็นส่วนของ Microsoft Innovation Center ชั้นที่ 7 จะเป็นส่วนของห้องประชุม และห้องสัมนา และส่วนสุดท้ายในชั้นที่ 8 จะเป็นห้องฝึกอบรม และห้องปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยรังสิตที่มีวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนนักศึกษาให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และส่งเสริมวิชาการต่างๆ ที่จะผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านการเป็นนักพัฒนาป้อนสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่อง
ผศ. ดร. นเรศ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยรังสิตมุ่งหวังว่า Microsoft Innovation Center จะสามารถเป็นเสมือนห้องทดลองปฏิบัติการสำหรับกลุ่มเยาวชนที่มีความมุ่งหวังและสนใจจะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในการเขียนโปรแกรม และฝึกฝนตนเองให้เข้าใจถึงกรรมวิธีการได้มาซึ่งทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งนั่นจะทำให้เขาได้มีโอกาสเรียนรู้ และพบเจอประสบการณ์จริงๆ มากกว่าในห้องเรียน และผมหวังว่า Microsoft Innovation Center จะเป็นตลาดแรงงานให้นักศึกษาที่เชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้มองหาพาร์ทเนอร์ หรือบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ได้จากที่นี่ เพื่อที่จะเป็นช่องทางในการทำงาน หรือสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเขาได้ต่อไปในอนาคต
Microsoft Innovation Center เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์ การทำ Proof of Concept ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคในการพัฒนานวัตกรรมและเข้ารับการอบรมสัมมนาต่างๆ ทั้งนี้กิจกรรมแรกที่จะเริ่มดำเนินการที่ Microsoft Innovation Center คือกิจกรรม Microsoft Innovation Day ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2551 เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระได้เข้ามาเรียนรู้ถึงการมองหาทีมงานนักพัฒนาที่เหมาะสม โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และรับฟังจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง สำหรับผู้ที่สนใจตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นที่ Microsoft Innovation Center สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ http://www.micthailand.net