
29 มิถุนายน 2551ทุน TECHNOLOGY GRANTS
ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศิลปะระหว่างไทยกับออสเตรีย (ประจำปีงบประมาณ 2551)
รายละเอียด | ประเภททุน | |
ทุนปริญญาเอก (Ph.D. Scholarship) | ทุนวิจัยหลังปริญญาเอก (Post Doctoral Research) | |
สาขาวิชาที่สามารถ สมัครได้ | 1. Natural Sciences 2. Engineering 3. Economics 4. Management 5. Medicine (technology-related medicinal disciplines in diagnostic field, modern operation techniques such as Computer Tomography (CT), Magnetic Resonance Imaging (MRI), Electrocardiography (ECG), Arthroscopy, Prosthodontics, etc.) | 1. Natural Sciences 2. Engineering 3. Economics 4. Management 5. Medicine (technology-related medicinal disciplines in diagnostic field, modern operation techniques such as Computer Tomography (CT), Magnetic Resonance Imaging (MRI), Electrocardiography (ECG), Arthroscopy, Prosthodontics, etc.) and Fine Arts 6. Music (Performance) |
ระยะเวลา | ไม่เกิน 3 ปี (เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551) | ไม่เกิน 1 ปี (เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551) |
คุณสมบัติ | 1. เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน 2. หากไม่ใช่บุคคลตามข้อ 1 จะต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันอุดม ศึกษาว่า จะรับผู้สมัครปฏิบัติงานหลังจากสำเร็จการศึกษา แล้ว ทั้งนี้ หากผู้สมัครได้รับคัดเลือกจะต้องทำสัญญาการรับทุนการชดเชยใช้ทุน ณ สถาบันอุดมศึกษาที่รับรองก่อนเดินทางไปศึกษา 3. อายุไม่เกิน 30 ปี นับถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2551 4. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือเทียบเท่า 5. สามารถพูดและเขียนภาษาอังกฤษหรือภาษาเยอรมันได้เป็นอย่างดี 6. ได้รับการเสนอชื่อจากสถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด | 1. เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน 2. หากไม่ใช่บุคคลตามข้อ 1 จะต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันอุดมศึกษาว่า จะรับผู้สมัครปฏิบัติงานหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ทั้งนี้ หากผู้สมัครได้รับคัดเลือกจะต้องทำสัญญาการรับทุนการชดเชยใช้ทุน ณ สถาบันอุดมศึกษาที่รับรองก่อนเดินทางไปวิจัย 3. ผู้ที่เคยได้รับทุนวิจัยหลังปริญญาเอกแล้วต้องกลับมาปฏิบัติงานใน ประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงจะมีสิทธิสมัครรับทุนได้ 4. อายุไม่เกิน 35 ปี นับถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2551 5. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก หรือเทียบเท่า 6. สามารถพูดและเขียนภาษาอังกฤษหรือภาษาเยอรมันได้เป็นอย่างดี 7. ได้รับการเสนอชื่อจากสถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด |
ค่าใช้จ่าย | ผู้ได้รับทุนจะได้รับค่าใช้จ่าย ดังนี้ 1. ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ประมาณ 10,900 ยูโรต่อปี 2. ค่าเดินทางประมาณ 870 ยูโร (ขึ้นอยู่กับระยะทางของแต่ละประเทศ) | ผู้ได้รับทุนจะได้รับค่าใช้จ่าย ดังนี้ 1. ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ประมาณ 16,700 ยูโรต่อปี 2. ค่าเดินทางประมาณ 870 ยูโร (ขึ้นอยู่กับระยะทางของแต่ละประเทศ) |
การคัดเลือก | สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาโดยคณะกรรมการดำเนินงานทุนความร่วมมือระหว่างไทยกับออสเตรียจะทำการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครโดยการสอบสัมภาษณ์ในเดือนกุมภาพันธ์และ/หรือเดือนกรกฎาคมของทุกปี | |
เงื่อนไข | 1. สาขาวิชาที่ผู้สมัครประสงค์ที่จะไปศึกษาต่อจะต้องมีผลในการส่งเสริมที่จะก่อให้เกิดความเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมของ สาธารณรัฐออสเตรียและไทย 2. ผู้ผ่านการคัดเลือกที่ได้รับจะต้องทำสัญญาเพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายออสเตรีย หากแจ้งสละสิทธิ์กระชัดชิด (น้อยกว่า 60 วันก่อนไปศึกษา/วิจัย) 3. ผู้ได้รับทุนจะต้องเข้ารับการฝึกงาน ณ สถานประกอบการในประเทศออสเตรีย เพื่อให้มีความคุ้นเคยกับการฝึกปฏิบัติของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่ไปศึกษา/วิจัย ทั้งนี้ ผู้รับทุนจะต้องรายงานความก้าวหน้าของผลงานวิจัยและผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ทุกๆ 6 เดือน | |
หลักฐาน | 1. แบบฟอร์มใบสมัครที่กรอกข้อความครบถ้วน โดยขอให้พิมพ์หรือเขียนด้วยตัวบรรจง พร้อมติดรูปถ่าย 1 หรือ 2. สำเนาใบรับรองการศึกษา (transcript) ระดับอุดมศึกษาทุกระดับที่สำเร็จการศึกษา (ภาษาอังกฤษ) 3. หนังสือตอบรับจากมหาวิทยาลัยของออสเตรียที่เป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจ เช่น อธิการบดี คณบดี/ หัวหน้าภาควิชา/ ผู้อำนวยการสถาบัน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องมี host advisors (มีตำแหน่งเป็น Univ.-Prof.) ในสาขาที่ตรงกับสาขาที่จะไปศึกษาหรือทำวิจัย 4. ผลการทดสอบภาษาอังกฤษ หรือภาษาเยอรมัน ดำเนินการทดสอบโดยสถาบันอุดมศึกษา หรือสถาบันภาษาที่เป็นที่ยอมรับ หรือ ผลการทดสอบ TOEFL/IELTS ที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ทั้งนี้ ขอให้เรียงลำดับเอกสารลำดับ 1-4 จำนวนทั้งหมด 12 ชุด (ถ่ายเอกสารได้) | |
การปิดรับสมัคร | การส่งทางไปรษณีย์จะถือเอาวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางได้ประทับตราลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 เป็นวันสุดท้าย หรือส่งด้วยตนเองภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2551 ณ สำนักยุทธศาสตร์อุดมศึกษาต่างประเทศ ชั้น 10 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา | |
หมายเหตุ ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 02 610 5395 6, 02 610 5393 หรือ 02 354 5614 - 5
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (5)
แสดงความคิดเห็น