
12 กรกฎาคม 2551โรงเรียนในฝัน รุ่น 2 เตรียมเปิดโปรเจคใหม่ ขยายสู่ระดับประถมและมัธยมระดับอำเภอมากขึ้น รัฐมนตรีศึกษาฝันโรงเรียนเหล่านี้จะมีคุณภาพทัดเทียมโรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพฯ แต่ครูบางส่วนยังผวากับโครงการ 1 เพราะให้เงินน้อยแต่รัฐบาลอยากได้แต่ของดี ๆ จนเกิดเหตุเครียดถึงฆ่าตัวตาย
แนวคิดของโรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีใกล้บ้าน
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในพิธีเปิดโครงการโรงเรียนในฝัน รุ่น ๒ ว่า ต้องการทำความเข้าใจกับผู้บริหาร ครู นักเรียน ประชาชน รวมทั้งผู้อุปถัมภ์โครงการ ๒ อำเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน เพราะบางครั้งยังมีคนเข้าใจว่าโครงการนี้ดำเนินการเพื่อเป็นสิ่งเชิดชูแนวคิด หรือประดับความโก้ของผู้บริหารหรือคนที่มาเป็นรัฐมนตรีให้เกิดข่าวคราวเท่านั้น ซึ่งขอเรียนว่า โรงเรียนในฝันหรือโรงเรียนดีใกล้บ้าน ซึ่งเป็นชื่อใหม่นี้ เป็นผลมาจากการวิเคราะห์แนวทางการจัดการศึกษาที่แท้จริงว่าจะต้องสำเร็จด้วยวิธีใด ซึ่งเราคิดไว้หลายวิธีทั้งเรื่องการพัฒนาหลักสูตร ครู มีการผลักดันงบประมาณ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่สิ่งต่างๆ เหล่านั้นถือเป็นนโยบายที่ต้องทำไปตามปกติเท่านั้น แต่วิธีการของโรงเรียนในฝันเป็นส่วนที่เราคิดว่า ต้องมีแนวคิดในอนาคต หรือภาษาชาวบ้านคือ มองข้ามช็อต หรือมองข้ามกาลเวลาที่เราทำงานนี้อยู่ด้วย
ในต่างประเทศที่เจริญแล้ว เราสังเกตจะเห็นว่าตอนเช้าๆ ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบท จะเห็นเด็กนักเรียนเดินเป็นแถวๆ ออกจากบ้านไปโรงเรียนใกล้บ้าน จึงถามว่าทำไมคนเหล่านั้นไม่กระเสือกกระสนที่จะไปโรงเรียนใหญ่ๆ ในเมือง แต่เขาเลือกที่จะเรียนใกล้บ้าน เพราะโรงเรียนต่างๆ มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ต่างจากประเทศไทยที่มีคนจำนวนมากต้องการจะเรียนใกล้บ้านเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีโรงเรียนดีใกล้บ้านที่จะพอรองรับอนาคตที่ดีของเขาได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่เราต้องคิดว่า จะทำอย่างไรให้ลูกหลานของเราได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ มีสุขภาพที่ดี มีสมองปลอดโปร่ง สามารถเดินออกกำลังกายไปถึงโรงเรียนได้เอง หรือแม้แต่ลูกหลานลืมดินสอปากกา พ่อแม่ผู้ปกครองก็ยังสามารถวิ่งไปให้ลูกหลานที่โรงเรียนได้อย่างรวดเร็ว
โรงเรียนในฝัน ๒ รุ่นรวม ๑,๗๘๘ โรงเรียน
สิ่งเหล่านี้ จึงเป็นการก่อให้เกิดโครงการ ๑ อำเภอ ๑โรงเรียนในฝัน (Lab School Project) ขึ้นในปี ๒๕๔๖ ซึ่งต้องขอขอบคุณคนต้นคิดโครงการนี้ในรัฐบาลสมัยนั้น และเมื่อช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้รับฟังเสียงของประชาชนจำนวนมาก จึงรู้ว่าโครงการนี้ควรทำต่อเนื่องจากรุ่นแรกที่ดำเนินการไปแล้ว ๙๒๑ โรงเรียน โดยมีนักเรียนในโครงการถึง ๙๑๙,๙๓๗ คน ส่วนรุ่นที่ ๒ จะขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเป็นอำเภอละ ๑ โรงเรียน รวม ๘๖๗ โรงเรียน และเมื่อรวมกับรุ่นแรกแล้ว จะมีโรงเรียนในฝันระดับประถม-มัธยมศึกษาในแต่ละอำเภอ รวมทั้งสิ้น ๑,๗๘๘ โรงเรียน และปีที่ ๓ จะมีอำเภอละ ๓ โรง มากขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้สุดท้ายเรามีโรงเรียนต้นแบบที่ดี เป็นแบบฉบับ มีมาตรฐาน มีคุณภาพ กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนเหล่านี้ ไม่เสียเปรียบโรงเรียนในกรุงเทพฯ หรือโรงเรียนใหญ่ๆ
จะเน้นพัฒนาการศึกษาแนวใหม่สำหรับโรงเรียนในฝัน
รมว.ศธ.กล่าวว่า ในรุ่นที่ ๒ จะเน้นให้เป็นการพัฒนาการศึกษาแนวใหม่ ตัวอย่างโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการสอนแนวใหม่ เช่น ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย และเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ได้รับเชิญไปดูงาน ICT ในการเรียนการสอนที่สิงคโปร์ ที่แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มเล็กๆ มานั่งล้อมวง ร่วมกันคิด ค้นคว้า ให้เขารู้ว่าความคิดที่ได้มาจากการค้นคว้า จากนั้นจึงให้เด็กแต่ละกลุ่มไปรวมกันทั้งหมดในห้องเรียน ได้มีโอกาสบรรยายหน้าห้องเรียน การที่เด็กได้ทำเอง จะติดสมองของเขาไป เป็นการสร้างความกล้าหาญติดตัวไปตลอดด้วย การเรียนแนวนี้ถือเป็นการปลดปล่อยพลังสมองของเด็ก จึงจะนำแนวคิดต่างๆ เหล่านี้มาใช้มากขึ้น เพื่อให้เด็กได้ใช้พลังสมองความคิดของตนเองได้อย่างเต็มที่ โรงเรียนในฝันจะมีการทำอย่างนี้ ต่อไปเด็กที่จบมัธยมศึกษาสามารถเขียนตำราได้ อะไรที่เป็นตัวอย่างที่ดีเราจะนำมาปรับใช้ในการศึกษา เชื่อมั่นว่าอีกไม่กี่ปีจากนี้ไปเราจะมีโรงเรียนเช่นนี้อยู่ทั่วทุกแห่ง และความฝันจะกลายเป็นจริง
ครูผวาหวั่นเครียดทำคิดสั้นอีก
สำหรับโครงการโรงเรียนในฝัน เคยมีเรื่องเศร้าสะเทือนใจเกิดขึ้นจากผู้อำนวยการโรงเรียนสุไหง-โกลก เครียดจัดจนกระทั่งฆ่าตัวตายมาแล้ว ซึ่งในครั้งนั้น เชื่อกันว่าสาเหตุที่คิดสั้นผูกคอตาย จากการสอบถามภรรยาและเพื่อนครูโรงเรียนเดียวกับผู้ตายรวมทั้งประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเบื้องต้นน่าจะมาจากความเครียดในเรื่องการงาน นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้าราชการครูคนหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อบอกว่าโครงการดังกล่าวสรุปได้ว่าจะต้องเพิ่มศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามสเปกโรงเรียนในฝันเช่นจะต้องมีห้องปฏิบัติการต่างๆรวมทั้งห้องคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน80เครื่องเป็นต้นจึงต้องใช้เงินในการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆโดยที่ไม่สามารถตั้งเบิกเป็นงบประมาณได้เพราะประเด็นหลักของโครงการ1อำเภอ1โรงเรียนในฝันคือไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐบาลแต่ต้องขอรับการบริจาคจากภาคเอกชนต่างๆโครงการดังกล่าวจึงทำให้ทางโรงเรียนต้องเป็นหนี้สินร้านค้าหลายร้านจำนวนกว่า3ล้านบาทและเมื่อ2วันก่อนได้มีเจ้าของร้านค้ารายหนึ่งมาทวงถามหนี้ที่ติดค้างเอาไว้ทำให้นายสมใจที่เกิดความเครียดมาตั้งแต่ทำโครงการยิ่งเครียดหนักเข้าไปอีก
*********************************
โครงการนี้ในหลักการเป็นโครงการที่ดี แต่สิ่งที่รมว.กระทรวงศึกษาธิการควรตระหนักก็คือ เกณฑ์การประเมินและงบประมาณควรจะต้องสอดคล้องกันตามความเป็นจริง เพราะหากตั้งเกณฑ์ไว้สูงแต่งบประมาณมีให้น้อยนิด เรื่องโรงเรียนขอรับบริจาคจากภาคเอกชนก็ดี หรือเข้าตาจนจริง ๆ ก็อาจเลยเถิดถึงการรีดไถผู้ปกครองนักเรียนก็จะเกิดขึ้น และสุดท้าย ผลกรรม ก็ตกอยู่กับคนปฏิบัติ รวมทั้งผู้ปกครอง และนักเรียนตาดำ ๆ อีกตามเคย
และหากวังวนยังเป็นอยู่อย่างที่ผ่านมา สิ่งที่ท่านจะได้รับและมิอาจจะปฏิเสธได้เลยก็คือ โครงการนี้ทำเพื่อสนองตัณหานักการเมือง...อีกแล้วครับท่าน !!!
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (10)
แสดงความคิดเห็น