ลบ
แก้ไข
โลก ข้อมูลเกี่ยวกับ โลก โครงสร้างของ โลก
ข้อมูลเกี่ยวกับโลก
โลก (Earth) เป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย โลก อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สาม ในจำนวนดาวเคราะห์ทั้งหมด ในระบบสุริยะ และ โลก ยังเป็นดาวเคราะห์หินขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะอีกด้วย มีพื้นผิวส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยน้ำถึง กว่า 70% จึงได้ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์แห่งพื้นน้ำ
โลก มีอายุประมาณ 4,570 ล้านปี และหลังจากนั้นไม่นานนัก ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารเพียงดวงเดียวของโลกก็ถือกำเนิดตามมา
โลกไม่ได้มีรูปร่างกลมโดยสิ้นเชิง เส้นรอบวงที่เส้นศูนย์สูตรยาว 40,077 กิโลเมตร (24,903 ไมล์) และที่ขั้วโลกยาว 40,009 กิโลเมตร (24,861 ไมล์)
โครงสร้างของโลก
เปลือกโลก
เปลือกโลก (crust) เป็นชั้นนอกสุดของโลกที่มีความหนาประมาณ 60-70 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นชั้นที่บางที่สุดเมื่อเปรียบกับชั้นอื่นๆ เสมือนเปลือกไข่ไก่หรือเปลือกหัวหอม เปลือกโลกประกอบไปด้วยแผ่นดินและแผ่นน้ำ ซึ่งเปลือกโลกส่วนที่บางที่สุดคือส่วนที่อยู่ใต้มหาสมุทร ส่วนเปลือกโลกที่หนาที่สุดคือเปลือกโลกส่วนที่รองรับทวีปที่มีเทือกเขาที่สูงที่สุดอยู่ด้วย นอกจากนี้เปลือกโลกยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชั้นคือ
ชั้นที่หนึ่ง: ชั้นหินไซอัล (sial) เป็นเปลือกโลกชั้นบนสุด ประกอบด้วยแร่ซิลิกาและอะลูมินาซึ่งเป็นหินแกรนิตชนิดหนึ่ง สำหรับบริเวณผิวของชั้นนี้จะเป็นหินตะกอน ชั้นหินไซอัลนี้มีเฉพาะเปลือกโลกส่วนที่เป็นทวีปเท่านั้น ส่วนเปลือกโลกที่อยู่ใต้ทะเลและมหาสมุทรจะไม่มีหินชั้นนี้
ชั้นที่สอง: ชั้นหินไซมา (sima) เป็นชั้นที่อยู่ใต้หินชั้นไซอัลลงไป ส่วนใหญ่เป็นหินบะซอลต์ประกอบด้วยแร่ซิลิกา เหล็กออกไซด์และแมกนีเซียม ชั้นหินไซมานี้ห่อหุ้มทั่วทั้งพื้นโลกอยู่ในทะเลและมหาสมุทร ซึ่งต่างจากหินชั้นไซอัลที่ปกคลุมเฉพาะส่วนที่เป็นทวีป และยังมีความหนาแน่นมากกว่าชั้นหินไซอัล
แมนเทิล
แมนเทิล (mantle หรือ Earth s mantle) คือชั้นที่อยู่ถัดจากเปลือกโลกลงไป มีความหนาประมาณ 3,000 กิโลเมตร บางส่วนของหินอยู่ในสถานะหลอมเหลวเรียกว่าหินหนืด (Magma) ทำให้ชั้นแมนเทิลนี้มีความร้อนสูงมาก เนื่องจากหินหนืดมีอุณหภูมิประมาณ 800 - 4300°C ซึ่งประกอบด้วยหินอัคนีเป็นส่วนใหญ่ เช่นหินอัลตราเบสิก หินเพริโดไลต์
แกนโลก
ความหนาแน่นของดาวโลกโดยเฉลี่ยคือ 5,515 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร ทำให้มันเป็นดาวเคราะห์ที่หนาแน่นที่สุดในระบบสุริยะ แต่ถ้าวัดเฉพาะความหนาแน่นเฉลี่ยของพื้นผิวโลกแล้ววัดได้เพียงแค่ 3,000 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร เท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดข้อสรุปว่า ต้องมีวัตถุอื่นๆ ที่หนาแน่นกว่าอยู่ในแกนโลกแน่นอน ระหว่างการเกิดขึ้นของโลก ประมาณ 4.5 พันล้านปีมาแล้ว การหลอมละลายอาจทำให้เกิดสสารที่มีความหนาแน่นมากกว่าไหลเข้าไปในแกนกลางของโลก ในขณะที่สสารที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าคลุมเปลือกโลกอยู่ ซึ่งทำให้แกนโลก (core) มีองค์ประกอบเป็นธาตุเหล็กถึง 80%, รวมถึงนิกเกิลและธาตุที่มีน้ำหนักที่เบากว่าอื่นๆ แต่ในขณะที่สสารที่มีความหนาแน่นสูงอื่นๆ เช่นตะกั่วและยูเรเนียม มีอยู่น้อยเกินกว่าที่จะผสานรวมเข้ากับธาตุที่เบากว่าได้ และทำให้สสารเหล่านั้นคงที่อยู่บนเปลือกโลก แก่นโลกแบ่งได้ออกเป็น 2 ชั้นได้แก่
แกนโลกชั้นนอก (outer core) มีความหนาจากผิวโลกประมาณ 2,900 - 5,000 กิโลเมตร ประกอบด้วยธาตุเหล็กและนิกเกิลในสภาพที่หลอมละลาย และมีความร้อนสูง มีอุณหภูมิประมาณ 6200 - 6400 มีความหนาแน่นสัมพัทธ์ 12.0 และส่วนนี้มีสถานะเป็นของเหลว
แกนโลกชั้นใน (inner core) เป็นส่วนที่อยู่ใจกลางโลกพอดี มีรัศมีประมาณ 1,000 กิโลเมตร มีอุณหภูมิประมาณ 4,300 - 6,200 และมีความกดดันมหาศาล ทำให้ส่วนนี้จึงมีสถานะเป็นของแข็ง ประกอบด้วยธาตุเหล็กและนิกเกิลที่อยู่ในสภาพที่เป็นของแข็ง มีความหนาแน่นสัมพัทธ์ 17.0

แถบแวนอัลเลน
โลก มีแถบรังสี ที่ชื่อว่า แวนอัลเลน ลักษณะเป็น เข็มรัด รูปขนมโดนัท ห่อหุ้มโดยรอบ 2 ชั้น เรียกว่า เข็มขัดแวนอัลเลน ซึ่งค้นพบโดยดาวเทียมเอกซ์พลอเรอร์ 1 และ 3 ในปี ค.ศ.1958 และยังมีสนามแม่เหล็กโลก ทำหน้าที่คล้ายเกราะป้องกัน โลก โดยจะกันอนุภาคที่มี ประจุไฟฟ้าพลังงานสูง จากดวงอาทิตย์ ไว้ในวงแหวนรังสีนั้น ไม่ให้ผ่านมาถึงโลกได้ง่าย แต่อาจมีอิเลคตรอนบางส่วน เล็ดลอดผ่าน แถบรังสีเข้ามาสู่ บรรยากาศโลกได้ และไปทำปฏิกริยากับอะตอมของออกซิเจน และไนโตรเจน ทำให้เกิดเป็น แสงเรืองขึ้นในท้องฟ้า แถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ที่เรียกว่า แสงเหนือและแสงใต้
ฤดูกาลบนโลก
การโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลกในลักษณะที่แกนเอียง ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆขึ้นบนโลก ส่วน โลก ที่ได้รับแสงแดดจะเป็น เวลากลางวัน และส่วนที่มืดจะเป็น เวลากลางคืน ช่วงความยาวของกลางวัน และกลางคืนจะไม่เท่ากันตลอดทั้งปี
ด้วยเหตุที่พลังงานความร้อน ที่ซีกโลกเหนือได้รับจากดวงอาทิตย์ ไม่เท่ากันตลอดปี จึงทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ เช่นในเดือนมิถุนายน ขั้วโลกเหนือจะหันเข้าหาดวงอาทิตย์ ซีกโลกเหนือจะได้รับความร้อนมากกว่าเดือนอื่นๆ และจะเป็น ฤดูร้อน ตรงข้ามกับเดือนธันวาคม ซึ่งขั้วโลกเหนือหันออก จากดวงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ที่ตกลงมาบนโลกจะเฉมาก ซึ่งจะไม่ร้อนมากเหมือนที่แสงตกลงมาตรงๆ ดังนั้นในช่วงนี้ จะเป็น ฤดูหนาว ส่วนในเดือนมีนาคมและกันยายนโลกหันเข้าหาดวงอาทิตย์ จะทำให้กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน
สำหรับประเทศ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศ ใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลก จะเกิดมีฤดูกาลในช่วงประมาณ ดังนี้
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์
ปีอธิกสุรธิน
โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 365 1/4 วัน ตามปกติปฏิทินแต่ละปีมี 365 วัน ซึ่งหมายความว่าจะมี 1/4 ของวันที่เหลือในแต่ละปี ซึ่งทุกๆ ปีสี่ปีจะมีวันพิเศษเพิ่มมาหนึ่งวัน คือจะมี 366 วัน กล่าวคือเดือนกุมภาพันธ์จะมี 29 วัน แทนที่จะมี 28 วันเหมือนปกติ เรียกปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน ว่า ปีอธิกสุรธิน
โลก (Earth) เป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย โลก อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สาม ในจำนวนดาวเคราะห์ทั้งหมด ในระบบสุริยะ และ โลก ยังเป็นดาวเคราะห์หินขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะอีกด้วย มีพื้นผิวส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยน้ำถึง กว่า 70% จึงได้ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์แห่งพื้นน้ำ
โลก มีอายุประมาณ 4,570 ล้านปี และหลังจากนั้นไม่นานนัก ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารเพียงดวงเดียวของโลกก็ถือกำเนิดตามมา
โลกไม่ได้มีรูปร่างกลมโดยสิ้นเชิง เส้นรอบวงที่เส้นศูนย์สูตรยาว 40,077 กิโลเมตร (24,903 ไมล์) และที่ขั้วโลกยาว 40,009 กิโลเมตร (24,861 ไมล์)
โครงสร้างของโลก
เปลือกโลก
เปลือกโลก (crust) เป็นชั้นนอกสุดของโลกที่มีความหนาประมาณ 60-70 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นชั้นที่บางที่สุดเมื่อเปรียบกับชั้นอื่นๆ เสมือนเปลือกไข่ไก่หรือเปลือกหัวหอม เปลือกโลกประกอบไปด้วยแผ่นดินและแผ่นน้ำ ซึ่งเปลือกโลกส่วนที่บางที่สุดคือส่วนที่อยู่ใต้มหาสมุทร ส่วนเปลือกโลกที่หนาที่สุดคือเปลือกโลกส่วนที่รองรับทวีปที่มีเทือกเขาที่สูงที่สุดอยู่ด้วย นอกจากนี้เปลือกโลกยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชั้นคือ
ชั้นที่หนึ่ง: ชั้นหินไซอัล (sial) เป็นเปลือกโลกชั้นบนสุด ประกอบด้วยแร่ซิลิกาและอะลูมินาซึ่งเป็นหินแกรนิตชนิดหนึ่ง สำหรับบริเวณผิวของชั้นนี้จะเป็นหินตะกอน ชั้นหินไซอัลนี้มีเฉพาะเปลือกโลกส่วนที่เป็นทวีปเท่านั้น ส่วนเปลือกโลกที่อยู่ใต้ทะเลและมหาสมุทรจะไม่มีหินชั้นนี้
ชั้นที่สอง: ชั้นหินไซมา (sima) เป็นชั้นที่อยู่ใต้หินชั้นไซอัลลงไป ส่วนใหญ่เป็นหินบะซอลต์ประกอบด้วยแร่ซิลิกา เหล็กออกไซด์และแมกนีเซียม ชั้นหินไซมานี้ห่อหุ้มทั่วทั้งพื้นโลกอยู่ในทะเลและมหาสมุทร ซึ่งต่างจากหินชั้นไซอัลที่ปกคลุมเฉพาะส่วนที่เป็นทวีป และยังมีความหนาแน่นมากกว่าชั้นหินไซอัล
แมนเทิล
แมนเทิล (mantle หรือ Earth s mantle) คือชั้นที่อยู่ถัดจากเปลือกโลกลงไป มีความหนาประมาณ 3,000 กิโลเมตร บางส่วนของหินอยู่ในสถานะหลอมเหลวเรียกว่าหินหนืด (Magma) ทำให้ชั้นแมนเทิลนี้มีความร้อนสูงมาก เนื่องจากหินหนืดมีอุณหภูมิประมาณ 800 - 4300°C ซึ่งประกอบด้วยหินอัคนีเป็นส่วนใหญ่ เช่นหินอัลตราเบสิก หินเพริโดไลต์
แกนโลก
ความหนาแน่นของดาวโลกโดยเฉลี่ยคือ 5,515 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร ทำให้มันเป็นดาวเคราะห์ที่หนาแน่นที่สุดในระบบสุริยะ แต่ถ้าวัดเฉพาะความหนาแน่นเฉลี่ยของพื้นผิวโลกแล้ววัดได้เพียงแค่ 3,000 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร เท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดข้อสรุปว่า ต้องมีวัตถุอื่นๆ ที่หนาแน่นกว่าอยู่ในแกนโลกแน่นอน ระหว่างการเกิดขึ้นของโลก ประมาณ 4.5 พันล้านปีมาแล้ว การหลอมละลายอาจทำให้เกิดสสารที่มีความหนาแน่นมากกว่าไหลเข้าไปในแกนกลางของโลก ในขณะที่สสารที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าคลุมเปลือกโลกอยู่ ซึ่งทำให้แกนโลก (core) มีองค์ประกอบเป็นธาตุเหล็กถึง 80%, รวมถึงนิกเกิลและธาตุที่มีน้ำหนักที่เบากว่าอื่นๆ แต่ในขณะที่สสารที่มีความหนาแน่นสูงอื่นๆ เช่นตะกั่วและยูเรเนียม มีอยู่น้อยเกินกว่าที่จะผสานรวมเข้ากับธาตุที่เบากว่าได้ และทำให้สสารเหล่านั้นคงที่อยู่บนเปลือกโลก แก่นโลกแบ่งได้ออกเป็น 2 ชั้นได้แก่
แกนโลกชั้นนอก (outer core) มีความหนาจากผิวโลกประมาณ 2,900 - 5,000 กิโลเมตร ประกอบด้วยธาตุเหล็กและนิกเกิลในสภาพที่หลอมละลาย และมีความร้อนสูง มีอุณหภูมิประมาณ 6200 - 6400 มีความหนาแน่นสัมพัทธ์ 12.0 และส่วนนี้มีสถานะเป็นของเหลว
แกนโลกชั้นใน (inner core) เป็นส่วนที่อยู่ใจกลางโลกพอดี มีรัศมีประมาณ 1,000 กิโลเมตร มีอุณหภูมิประมาณ 4,300 - 6,200 และมีความกดดันมหาศาล ทำให้ส่วนนี้จึงมีสถานะเป็นของแข็ง ประกอบด้วยธาตุเหล็กและนิกเกิลที่อยู่ในสภาพที่เป็นของแข็ง มีความหนาแน่นสัมพัทธ์ 17.0

แถบแวนอัลเลน
โลก มีแถบรังสี ที่ชื่อว่า แวนอัลเลน ลักษณะเป็น เข็มรัด รูปขนมโดนัท ห่อหุ้มโดยรอบ 2 ชั้น เรียกว่า เข็มขัดแวนอัลเลน ซึ่งค้นพบโดยดาวเทียมเอกซ์พลอเรอร์ 1 และ 3 ในปี ค.ศ.1958 และยังมีสนามแม่เหล็กโลก ทำหน้าที่คล้ายเกราะป้องกัน โลก โดยจะกันอนุภาคที่มี ประจุไฟฟ้าพลังงานสูง จากดวงอาทิตย์ ไว้ในวงแหวนรังสีนั้น ไม่ให้ผ่านมาถึงโลกได้ง่าย แต่อาจมีอิเลคตรอนบางส่วน เล็ดลอดผ่าน แถบรังสีเข้ามาสู่ บรรยากาศโลกได้ และไปทำปฏิกริยากับอะตอมของออกซิเจน และไนโตรเจน ทำให้เกิดเป็น แสงเรืองขึ้นในท้องฟ้า แถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ที่เรียกว่า แสงเหนือและแสงใต้
ฤดูกาลบนโลก
การโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลกในลักษณะที่แกนเอียง ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆขึ้นบนโลก ส่วน โลก ที่ได้รับแสงแดดจะเป็น เวลากลางวัน และส่วนที่มืดจะเป็น เวลากลางคืน ช่วงความยาวของกลางวัน และกลางคืนจะไม่เท่ากันตลอดทั้งปี
ด้วยเหตุที่พลังงานความร้อน ที่ซีกโลกเหนือได้รับจากดวงอาทิตย์ ไม่เท่ากันตลอดปี จึงทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ เช่นในเดือนมิถุนายน ขั้วโลกเหนือจะหันเข้าหาดวงอาทิตย์ ซีกโลกเหนือจะได้รับความร้อนมากกว่าเดือนอื่นๆ และจะเป็น ฤดูร้อน ตรงข้ามกับเดือนธันวาคม ซึ่งขั้วโลกเหนือหันออก จากดวงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ที่ตกลงมาบนโลกจะเฉมาก ซึ่งจะไม่ร้อนมากเหมือนที่แสงตกลงมาตรงๆ ดังนั้นในช่วงนี้ จะเป็น ฤดูหนาว ส่วนในเดือนมีนาคมและกันยายนโลกหันเข้าหาดวงอาทิตย์ จะทำให้กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน
สำหรับประเทศ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศ ใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลก จะเกิดมีฤดูกาลในช่วงประมาณ ดังนี้
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์
ปีอธิกสุรธิน
โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 365 1/4 วัน ตามปกติปฏิทินแต่ละปีมี 365 วัน ซึ่งหมายความว่าจะมี 1/4 ของวันที่เหลือในแต่ละปี ซึ่งทุกๆ ปีสี่ปีจะมีวันพิเศษเพิ่มมาหนึ่งวัน คือจะมี 366 วัน กล่าวคือเดือนกุมภาพันธ์จะมี 29 วัน แทนที่จะมี 28 วันเหมือนปกติ เรียกปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน ว่า ปีอธิกสุรธิน
Add to Favorite Print this page
WE RECOMMEND
-
ความเชื่อกลุ่มชาติพันธุ์กูยบ้านตรึม -
วิศวกรรมศาสตร์ บางมดเจ๋ง คว้าแชมป์ Thailand Imagine Cup 2013 -
เว็บไซต์นายร้อยไทย จัดทดสอบความรู้ภาควิชาการ "ฟรี"
-
"จิ๊บ" ปกฉัตร ผมโมฮอว์ก รับปริญญา
Topics to follow
MORE STORIES
TOP RELATED
EDUZONES HUB
Comment
SPECIAL THANK
SUBSCRIBE TO EDUZONES.COM
STAFF RECOMMENDED
-
-
-
ก.ค.ศ.เตรียมเสนอ ครม.ร่างบัญชีเงินเดือนครูใหม่ ชม 350 ครั้ง -
-
PARTNERS
TOP OF THE WEEK
-
-
รวม #รับตรง หลังแอดมิชชัน ปีการศึกษา 2556 ชม 95,454 ครั้ง -
ตาราง สี เสื้อผ้า ประจำวัน ให้ลาภแก่ท่าน ชม 568,077 ครั้ง
-
เช็คเลย! #รับตรง มศว สอบวิชาอะไรบ้าง? ชม 40,185 ครั้ง -
แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ แบบง่ายๆ ชม 277,575 ครั้ง
คำฮิต
gat pat 55 , open house , กยศ , กสพท , อาเซียน ,โรงเรียน , 7 วิชาสามัญ , open house , เด็ก , ม.ต้น ,ข่าวการศึกษาไทย , เคล็ดลับเรียนเก่ง , ประชาคมอาเซียน , เคลียริ่งเฮ้าส์ , โควตา , จุฬาฯ , , เฟสบุ๊ค , asean , ม.ธรรมศาสตร์ , ม.รังสิต 55 , มมส 55 , ก่อนอนุบาล , ข่าวอาเซียน , รับตรงศิลปากร , เรียนต่อ , เรียนฟรี , ลาดกระบังฯ , เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาล, aec , สทศ , สมัคร clearing house , สอบตรง
คำค้นหา
แรงบันดาลใจ, มหาวิทยาลัย ,อาเซียน โรงเรียน , ศึกษาต่อ , แนะแนว ,ท่องเที่ยวอาเซียน , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา ,ข่าวอาเซียน, เรียนต่อ 7 วิชาสามัญ admission 55 , clearing house , gat pat 55 , กสพท ,asean การศึกษากับ ASEAN , การศึกษาไทย , ประชาคมอาเซียน ข่าวการศึกษา , ค่าย , เคลียรริ่งเฮาส์ , ประวัติอาเซียน โควต้า มช , จุฬา , ทุนการศึกษา , เพชรยอดมงกุฎ , แพทย์ , ม.ขอนแก่น , ม.ทักษิณ , ม.เทคโนโลยีสุรนารี , ม.ธรรมศาสตร์ , ม.นเรศวร , ม.พะเยา , ม.แม่ฟ้าหลวง 55 , ม.รังสิต 55 , ม.ศิลปากร , ม.อุบล , มข ,โรงเรียน , มช , มมส 55 , มศว , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มอ , แม่ฟ้าหลวง , รับตรง , รับตรง เกษตรศาสตร์ 55 , รับตรง มช , รับตรงศิลปากร , ราชมงคลธัญบุรีรับตรง55 ,AEC เรียนต่อ , เลื่อนเปิดเทอม , เลื่อนรับตรง , วันพ่อแห่งชาติ , เว็บไซต์โรงเรียน , สทศ , สทศ 7 วิชา , สวนสุนันทา 55 , สอท , สอบตรง 55 , อ.วิริยะ , แอดมิชชั่น



น่าตื่นเต้นจัง
5555+
555+++++
สุดยอด สุดใบ
ก้อดีนะคร่ะ
แร้วเราอยู่ส่วนไหนของโลกอ่ะ
เพราะต้องทำงาน 55+
ดีค่ะ มีงานไปส่งอาจารย์ตั้งแยะ
มีสื่อให้ลอกไปส่งงานอาจารย์เเล้ววววว


ดีค่ะ
ได้ข้อมูลไปส่งอาจารย์ตั้งเยอะเลย
คือ อยากทราบว่าเราอาศัยอยู่ส่วนใดของโลกค่ะ
ใครรู้ช่วยตอบที
ขอบคุณค่ะ
เนื้อหาไม่ดีเลยโพสหาอะไรวะกลับบ้านกินนมแม่ป้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย555+++
เนื้อหาดีคะ....
ดีคับ
