8 ข้อดี 7 ข้อเสียอาชีพอิสระ (freelance)

ลบ แก้ไข
8 ข้อดี 7 ข้อเสียอาชีพอิ

8 ข้อดี 7 ข้อเสียอาชีพอิสระ (freelance)
 

1. มีเวลาที่ยืดหยุ่น
เลือกได้เองว่าจะทำงานเวลาใด เปิด-ปิดร้านของตัวเองเวลาใด ไม่มีใครบังคับ ถ้ารู้สึกไม่สบายก็พักก่อนได้ ต่างจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ค่อนข้างเคร่งครัดเวลาเข้างาน-เลิกงาน อีกทั้งยังต้องมีเหตุผลที่เพียงพอต่อการขอลาหยุดด้วย

2. เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานได้ตามใจชอบ
จะตกแต่งร้านสไตล์ไหนก็ได้ตามใจเรา จะไปทำงานร้านกาแฟที่ไหนก็ได้ จะถ่ายรูปโลเคชันใดก็ได้ ฯลฯ อาชีพอิสระมีสิทธิกำหนดสถานที่เองเพื่อเนื้องานที่เหมาะสมและความพึงพอใจในการทำงาน ต่างจากมนุษย์เงินเดือนที่ส่วนใหญ่ถูกตีกรอบอยู่แค่คอกกั้นแคบ ๆ ในห้องแอร์เดิม ๆ  

3. มีสิทธิใช้ไอเดียได้เต็มที่
งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น การทำขนม, ออกแบบโลโก้, รับจ้างวาดภาพ ฯลฯ ลูกค้ามีส่วนแค่คิดคอนเสปต์กว้าง ๆ เงื่อนไขไม่กี่ข้อ ในขณะที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นคนลงรายละเอียด สามารถปรับแต่งให้เต็มที่เพื่อเอาใจลูกค้า ต่างจากมนุษย์เงินเดือนที่ส่วนใหญ่รับฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นหลัก มีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้น้อยมาก

4. แต่งตัวได้ฟรีสไตล์
ใส่ชุดไหนก็ได้ขอให้ทำงานได้สบายอารมณ์ก็พอ ต่างจากมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ มักจะมีแบบฟอร์มบังคับตายตัว ซึ่งบางแห่งยังบังคับไปถึงการแต่งหน้าด้วย

5. เลือกมื้อกลางวันได้ตามใจชอบ
ไม่ต้องไปต่อแถวในโรงอาหาร กินแต่กับข้าวเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ตามร้านที่ไม่ไกลจากออฟฟิศอย่างมนุษย์เงินเดือน อยากกินอะไรสั่งเองได้เลยตามใจชอบ หรือจะขับรถไปทานที่ไกล ๆ หน่อยก็ไม่ต้องพะวงว่าจะกลับมาไม่ทันเวลาทำงาน

6. ไม่ต้องหงุดหงิดจากการที่ของใช้หาย
ข้าวของเครื่องใช้วางตรงไหน เก็บตรงไหนไม่มีวันจะคลาดสายตาได้ ต่างจากมนุษย์เงินเดือน

(มนุษย์ออฟฟิศ) ที่บางทีของหายในที่ทำงานอย่างลึกลับ บางครั้งก็เจอแจ็คพ็อตเป็นของบริษัทที่อยู่ในความรับผิดชอบเราก็หายเพราะคนอื่นสร้างเรื่องให้

7. ไม่ต้องสุขภาพจิตเสียจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี
ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกนินทาว่าร้าย หรือถูกกล่าวหาอย่างไม่มีเหตุผลจากเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ความสัมพันธ์ระหว่างคนทำอาชีพอิสระกับลูกค้าก็เป็นเพียงแค่งานที่พบกันชั่วคราว มันคือการพบกันระยะสั้นและมองกันที่เนื้องานเป็นหลัก เมื่องานเสร็จ ความสัมพันธ์ก็จบ แค่นั้นเอง

8. ไม่ต้องถูกบีบบังคับโดยประเพณีในองค์กร
การทำบุญทอดผ้าป่า, การจัดงานกีฬาภายใน, งานเลี้ยงตามโอกาสต่าง ๆ สำหรับสังคมการทำงานแบบมนุษย์เงินเดือน ถ้าคุณเป็นคนที่เก็บตัว ไม่ชอบสมาคม คุณจะถูกลดเกรดให้เป็นคนไม่น่าสนใจไปทันที แต่ถ้าคุณเป็นนายของตัวเอง ทำอาชีพอิสระ คุณจะไปหรือไม่ไปไหนก็ไม่มีใครมาจับผิดหรือจัดหมวดว่าคุณเป็นคนแบบไหน ซึ่งมันทำให้คุณประหยัดเงินจากค่าใช้จ่ายที่จะต้อง “แชร์” ให้คนในองค์กรด้วยกันด้วย

 

ข้อเสีย/ความลำบากของการเป็นมนุษย์

1. เวลาที่ยืดหยุ่นเกินไปอาจก่อความขี้เกียจ
สำหรับคนที่รักสบาย คุณต้องฝึกวินัยอีกหน่อย เพราะความขี้เกียจเป็นศัตรูร้ายของงานประเภทนี้ สมมติว่าคุณมีกำหนดสำหรับการทำงานชิ้นหนึ่งภายใน 4 วัน แต่คุณนอนขี้เกียจไปซะ 2 วัน อย่าทำเด็ดขาด ! เพราะแม้แต่มืออาชีพยังไม่กล้าทำแบบนี้เลย หากงานเกิดความเสียหายหรือเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมา คุณจะเหลือเวลาในการกู้งานที่น้อยและด้อยคุณภาพเอามาก ๆ (มันอาจส่งผลต่อโปรไฟล์ของคุณด้วย)

2. ไม่มีความมั่นคงแน่นอน
งานบางอย่างในประเภทของอาชีพอิสระก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาล, เทศกาล บางช่วงอาจรับงานแทบไม่ทัน บางช่วงอาจงานน้อย ถ้าจะยึดงานอิสระเป็นอาชีพหลัก ควรมีปฏิทินวางแผนงานไว้เป็นคู่มือการทำงานส่วนตัว

3. ต้องขยันและมีความละเอียดมาก ๆ จนบางทีหาเวลาพักผ่อนไม่ได้เลย
อาชีพอิสระเป็นอาชีพที่ใช้แรงกายและสมองค่อนข้างมาก ลูกค้าจะจ้างเราหรือไม่ก็ขึ้นกับว่าเรามีโปรไฟล์งานที่หลากหลายเพียงใด มีประสบการณ์โชกโชนแค่ไหน เมื่อถึงเวลาว่างก็ยังต้องเรียนรู้การตลาดจากคู่แข่ง และฝึกฝนอยู่เสมอ เพื่ออัพเดทตัวเอง ลับคมอาวุธทำมาหากินไม่ให้เสื่อมง่าย

4. เพื่อรักษาเครดิต ต้องใช้ service mind สูง
มนุษย์เงินเดือนอย่างมากก็แค่ทำตามคำสั่งไปวัน ๆ นานทีถึงจะเผชิญหน้ากับผู้บังคับบัญชาให้รู้สึกร้อนหนาวเล่น ๆ แต่งานอิสระต้องรับมือกับลูกค้าด้วยตนเองอยู่เสมอ และทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ลูกค้าประทับใจที่สุด สามารถบอกต่อถึงคุณภาพงานของเราได้แพร่กระจายมากที่สุด ต่อให้ลูกค้าคนนั้นงี่เง่าจริง ก็ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ลงเอยด้วยดี โดยที่ยังรักษางานตัวเองไว้ได้

5. เพื่อรักษาเครดิต ต้องยอมรับภาวะ “เข้าเนื้อ” ในบางครั้ง
สำหรับมนุษย์เงินเดือนยังพอเบิกอุปกรณ์หรืออะไรก็ตามเพื่อการทำงานได้โดยไม่ต้องเสียสักบาท แต่สำหรับอาชีพอิสระนอกจากรายรับที่ไม่แน่นอนที่ชวนใจหวิว รายจ่ายจากการลงทุนเพื่อการสร้างสรรค์งานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เล่นเอาคนทำอาชีพอิสระหลายคนลำบากใจเสมอ เพราะบางครั้งลูกค้าก็ตั้งมาตรฐานสูงไป กำหนดเงื่อนไขที่ไม่สอดคล้องกับงานสักเท่าไหร่  คนที่สร้างสรรค์ผลงานจึงไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากลงทุนให้งานนั้นออกมาดีที่สุด เช่น การซื้อวัสดุที่ราคาสูงเพื่อคุณภาพที่ลูกค้าต้องการ ทั้งที่ค่าจ้างก็น้อยกว่าการลงทุน

6. ป่วยได้แต่อย่าป่วยหนัก เพราะประกันไม่ครอบคลุม
แม้จะมีประกันของบางบริษัทรับทำให้กับกลุ่มคนทำงานอิสระ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทุกอาขีพและทุกกลุ่มรายได้ นอกจากจะต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเสมอ จึงต้องเก็บเงินเพื่อสุขภาพให้มาก ๆ ด้วยเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน เช่น ป่วยจากโรคร้ายแรง หรือประสบอุบัติเหตุ เพราะต้องควักจ่ายเองด้วยเงินก้อนที่มาก

7. เสี่ยงภาวะสุขภาพเสียมากกว่ามนุษย์เงินเดือน
บางวันนอนดึก บางวันคึกทำงานข้ามวัน บางวันขี้เกียจไม่ทำอะไรเลย การสปอยล์ตัวเองบ่อย ๆ มันอาจดูสบาย แต่สำหรับสุขภาพในระยะยาว เตรียมใจได้เลยว่าคุณจะป่วยเรื้อรังไม่ก็ป่วยหนักจากพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพด้วยตัวเอง


ขอบคุณข้อมูล jeeb.me

 

loading...


โดย mooBo ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 16 มี.ค. 60 23:43 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,103 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,103 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง