เดินตามหลัก"3เอง"ชีวีมีสุข

ลบ แก้ไข
เดินตามหลัก3เองชีวีมีสุข

เดินตามหลัก"3เอง"ชีวีมีสุข

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้จัดพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตรแก่ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 8 จำนวน 54 คน ไปเรียบร้อยเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา หนึ่งในนั้น คือ ครูสำรอง แตงพลับ ครูภูมิปัญญาไทย (ด้านเกษตรผสมผสาน) ซึ่งประสบความสำเร็จ สามารถปลดหนี้ได้ด้วยการนำองค์ความรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และยังถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรอื่น ๆ ได้ดำเนินตามด้วย

ครูสำรอง เล่าว่า ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ตำบลดอนยาง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี 2501 ได้มาซื้อที่จำนวน 33 ไร่ ที่ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี  ตอนมาอยู่ที่นี่น้ำจะอาบ จะกินแทบจะไม่มี ที่ดินก็เสื่อมโทรม ปลูกอะไรก็ไม่ได้ และตอนนั้นก็ทำเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกพืชอย่างเดียว คือ ปลูกสัปรดส่งโรงงาน ซื้อหน่อสัปรดหน่อละ 50 สตางค์ ต้องซื้อปุ๋ย มีค่าไถ่ที่อีก พอได้ผลผลิตขายได้กิโลกรัมละ 80 สตางค์ แต่โรงงานก็ไม่ซื้อ เจ๊งเลย ไม่ได้เงินคืนเข้ากระเป๋า ต้องแบกภาระหนี้ 7 แสนบาทมานานมาก จนประมาณปี 2538ได้เข้าไปอบรมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กลับมาก็มาจัดพื้นที่รอบ ๆ บ้านประมาณ 5ไร่ ทำเกษตรผสมผสาน ปลูกไม้ผล ปลูกผักไว้กินเอง เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ตอนนั้นไม่คิดจะรวยแล้วขอแค่อยู่อย่างพอเพียงแค่นั้น

กระทั่งปี 2544 ได้เข้าโครงการพระราชดำริ เรียนรู้เรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กลับมาก็เริ่มทำตามเลย  โดยปลูกทุกอย่างที่เราจะกิน เลี้ยงสัตว์ทุกอย่างที่เป็นรายได้เสริม เลี้ยงปลาก็เน้นปลากินพืช เช่น ปลานิล ปลายี่สก ปลาแรด ปลาทับทิม ฯลฯ เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงไก่พื้นเมืองไปเอาแม่พันธุ์มาจากแม่ฮ่องสอน(ไก่ประดู่หางดำ) เลี้ยงง่าย โตเร็ว ราคาดี แล้วก็เลี้ยงหมู เลี้ยงวัว เป็นต้น  โดยทุกอย่างทำเองหมดไม่มีลูกน้อง คือ ยึดหลัก 3 เอง ทำเอง(ปลูกเอง) กินเอง เหลือก็ขายเอง ซึ่งทำให้เรามีรายได้ตลอดทั้งรายวัน รายสัปาดาห์ รายเดือน และรายปี  เพราะฉะนั้น 3เองนี่แหละถ้าใครปฏิบัติก็จะอยู่อย่างพอเพียงได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมอีกอย่าง คือ การทำบัญชีครัวเรือนซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก เพราะเป็นหลักแก่นของความพอเพียง

“ปลูกทุกอย่างที่จะกิน กินทุกอย่างที่ปลูก เน้นปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน เหลือก็เป็นรายได้เสริม ความพอเพียงอยู่ที่ตัวเรา เราคิดว่าเราพอใจในสิ่งที่มีอยู่นั่นแหละ คือความพอเพียง ใช้จ่ายพอประมาณ เรามีเหตุผลในการใช้จ่าย จะสร้างภูมิคุ้มกัน คือ เงินฝาก เงินออม พอมีความรู้ก็ต้องมีคุณธรรมด้วย ซึ่งนี่คือหัวใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการเดินทางสายกลาง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี โดยมีเงื่อนไขคือความรู้และคุณธรรม เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามถ้าปฏิบัติได้ตามนี้เชื่อได้ว่าจะทำให้ครอบครัวมีความสุขแน่นอน”ครูสำรองกล่าวพร้อมกับย้ำว่า อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นคติเตือนใจจากพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 คือ ท่านบอกว่าให้ “เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง” เพราะจะทำให้เราไม่โลภ ไม่หลง ไม่อยาก เมื่อเราลด ละ เลิก ความหลง ความโลภ ความอยาก ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมได้ชีวิตจะมีความสุข


ขอบคุณข้อมูล dailynews.co.th
 



loading...


โดย mooBo ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 4 ต.ค. 60 07:06 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 357 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 357 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง