ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอนนั้น ต้องทำอย่างไร.?

ลบ แก้ไข
ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธ
ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอนนั้น ต้องทำอย่างไร.?
เอาความจริงของธรรมชาติ และจิตวิทยาการเรียนรู้มาใช้ เสริมแรงใจทางบวกแก่นักเรียน ด้วยวิธีที่ชาญฉลาด ดังนี้..
สำหรับนักเรียน..For Learner...
ผู้เรียนต้องปรับวิธีการเรียนของตนเอง จากเดิมที่ต้องนั่งนิ่งๆตั้งใจฟังทุกถ้อยคำด้วยความเคารพ จะถามเมื่อได้รับอนุญาตให้ถาม และต้องทำความเข้าใจตามคำอธิบายนั้นอย่างรวดเร็ว การถามซ้ำเพื่อความแน่ใจอาจถูกมองไปเป็นอย่างอื่น..ฯลฯ..
การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 นั้น..ผู้เรียนต้องเปลี่ยนวิธีเรียน เป็น “การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง หรือ Learning by Doing” ถือว่า ประสบการณ์ หรือ Experience ทำให้เกิดการเรียนรู้ และปัญหา Problem ที่ผู้เรียนต้องแก้ไข เพื่อให้ผ่านสถานการณ์ หรือ Situation ในประสบการณ์นั้นๆไปให้ได้ เป็น “ตัวปัญญา”..ให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียนโดยตรง
>>>ปัญญาของมนุษย์ เห็นได้จากพฤติกรรม หรือการแสดงออกว่า คนๆนั้นมีคุณสมบัติ คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น และสามารถแก้ปัญหาได้<<<
***ประตูแห่งการเรียนรู้ของมนุษย์ มี 6 ทาง คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ..เมื่อใดเกิดการเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 6 ทางนี้พร้อมกัน จะเป็นการเรียนรู้ที่วิเศษที่สุด แต่คุณภาพการเรียนรู้จะลดลงไปเรื่อยๆ ตามประสาทสัมผัสที่ลดลง..และใจ หรือ จิตใจ จะเป็นตัวควบคุม “ประสาทการเรียนรู้”ให้มีประสิทธิภาพ หากปราศจากการควบคุมด้วยจิตใจแล้ว การเรียนรู้ก็ไร้ผล***
สำหรับคุณครู For Teacher…
คุณครูต้องยอมรับความจริงว่า “ในโลกแห่งความเป็นจริง The Real World” ของปัจจุบันนี้ “สรรพวิทยาการ Every field of knowledge” หลั่งไหลมาทางโลกไซเบอร์ และ Internet โลกแห่งการสื่อสารไร้พรมแดนที่ทุกๆคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง “ได้มากตามที่ตนเองต้องการ As much as they want” ดังนั้น คุณครูจึงไม่สามารถดำรงตนเป็น “ผู้บอกวิชา The Subjects Told”ได้อย่างที่เคยเป็น.ฯลฯ..การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21.นี้ คุณครูต้องให้นักเรียน “เรียนรู้วิธีเรียน Learn..How to Learn” นั้น
คุณครูต้องจัดให้มีการเรียนรู้ส่วนบุคคล Personal Learning…
>>>คือการจัดกิจกรรม Activity หรือ จัดประสบการณ์ Experience” เพื่อให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมโดยตรง Active Participation ในการ “สำรวจ และ วิจัย Exploring and Investigation” เพื่อให้ผู้เรียน “เก็บรวบรวมข้อมูล.จัดระเบียบข้อมูล,ตีความหมายหรือทำความเข้าใจข้อมูล,จำแนกแยกแยะหรือวิเคราะห์ข้อมูล,และประเมินค่าข้อมูลที่สำรวจมาได้...Learner gathers, organizes, interprets, analyzes, evaluates data”..จากแหล่งความรู้ต่างๆ....
คุณครูต้องจัดการเรียนรู้ร่วมกัน Cooperative and Collaborative Learning..
>>>รูปแบบกระบวนการเป็นดังนี้ 1.ให้ “นักเรียนทุกคน”สำรวจตรวจสอบและเก็บข้อมูลทุกด้านแล้วบันทึกไว้เป็นข้อๆ Collect data, Gather information,>>2.ครูวิจารณ์ และเสนอแนะการสำรวจ Exploring ที่คลอบคลุมทุกดาน หรือการหาข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดการข้อมูล >>3.แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย 3-5 คน เพื่อการ Brainstorming เรียนรู้จากกลุ่มด้วยวิธี Cooperative and Collaborative Learning มีการนำเสนอข้อมูลของตน สมาชิกของกลุ่มโต้แย้ง หรือยอมรับ และยืนยันความถูกต้อง เรียบเรียงใหม่ หลอมรวมข้อมูลของแต่ละคนเป็น “อันเดียวกัน” เรียกว่า การสร้าง “นวัตกรรม หรือ Innovation”ของกลุ่ม >>4.ทุกกลุ่มนำเสนอ Innovation หรือ ผลงานนวัตกรรมของกลุ่มตน >>5.ครู, นักเรียนในชั้น ทำหน้าที่ Feedback เพื่อความกระจ่างชัดถูกต้องตามความเป็นจริง >>6.คุณครูสรุปบทเรียน หรือ Summarizing >>7.นำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป.
มีแต่การเรียนรู้ด้วยอายตนะ 6 ของนักเรียน ครูเปลี่ยนวิธีสอนโดยการจัดประสบการณ์ หรือกิจกรรมให้นักเรียนได้ลงมือทำจริงๆ และการ “เสริมแรงบวก Accentuate the Positives” เพื่อสร้างกำลังใจ Encouragementเท่านั้น ที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดความ “ฮึกเหิม Inner Strength” และ “ผูกพันกับการศึกษาเล่าเรียน Bound to Study” ได้อย่างมั่นคง อันเป็นวิถีทางที่ถูกต้องในการสร้างปัญญาของมนุษย์..
การเน้นเชิงบวก Positives มากกว่าเชิงลบ Negatives นั้นเป็นเทคนิควิธีการทางจิตวิทยา ที่มุ่งเน้นไปในทาง”ให้เกิดแรงใจสร้างความสำเร็จ Inspired to Create Success”ทั้งการเรียนรู้และอาชีพการงานซึ่งจะเกิดขึ้นในลำดับต่อมา ย่อมเป็นการดีกกว่า “การทำร้ายจิตใจ The Hurt”ที่ปะปนมากับการเรียนการสอน แม้เป็นความปรารถนาดี “ที่อยู่ในใจของเรา In our Mind” แต่เมือมันออกไปเป็นเรื่อง “แสลงหู be unpleasant to hear” สำหรับผู้อื่นนั้น “ย่อมส่งผลลบ Negatives affect” ทั้งสิ้น..ไม่ดีต่อการยกระดับการเรียนรู้ใดๆเลย...
ความอดทน อดกลั้น ที่เรียกว่า “ขันติธรรม หรือ Toleration” เป็นคุณธรรมอันประเสริฐสำหรับทุกคน..จริงแท้แน่นอน..

ขอบคุณบทความดีๆ
สุทัศน์ เอกา...............บอกความ
 
 



loading...


โดย mooBo ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 28 พ.ย. 60 19:55 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 832 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 832 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง