เทคนิคโคตรง่าย ทำการเรียนฟิสิกส์เก่ง
เทคนิคโคตรง่าย ทำการเรีย

เทคนิคโคตรง่าย ทำการเรียนฟิสิกส์เก่ง
 

1. จับ concept ให้ได้

     หลังจากที่น้องๆได้เริ่มอ่านเนื้อหาวิชาฟิสิกส์นั้นก่อนที่จะไปมัวแต่ดูสูตร จำสูตร หรือลองแทนสูตร อยากให้จับ concept ของบทนั้นๆให้ได้ก่อนว่าเนื้อหาบทนั้นกล่าวถึงเรื่องอะไร มีเงื่อนไขหรือข้อควรระวังอะไรบ้างในเนื้อหา อย่างเช่น ในเรื่องการเคลื่อนที่แนวตรงที่น้องๆจะได้เรียน 4 สูตรหลัก ก็ควรจะทราบเงื่อนไขว่า 4 สูตรนี้เป็นสูตรที่ใช้ในการคำนวนกรณีที่วัตถุมีความเร่งคงที่ (หรือความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ) ข้อควรระวังคือถ้าความเร่งไม่คงที่ก็ไม่สามารถใช้สมการนี้ได้ แล้วจึงค่อยเริ่ม step ที่ 2 ที่เราจะพูดกันต่อไป

2. เข้าใจที่มาของสูตร

     หลังจากที่ทำความเข้าใจ concept ของเนื้อหา เงื่อนไขและข้อควรระวังของเนื้อหาในบทนั้นๆแล้ว ก็ไปทำการดูการพิสูจน์สูตรต่างๆในบทนั้น และทำความเข้าใจที่มาของสูตรเหล่านั้น การที่น้องๆเข้าใจการพิสูจน์ที่มาของสูตรต่างๆนั้นจะช่วยให้สามารถจำสูตรนั้นได้ดีขึ้นหรือถ้าหากว่าลืม ก็สามารถที่จะพิสูจน์ด้วยตนเองได้เลย เป็นการลดปริมาณเนื้อหาที่ต้องจำไปได้มากเลยละ เอาเวลาที่เหลือไปจำวิชาที่เนื้อหาเยอะเช่น ชีวะ ดีกว่านะครับ อีกทั้งการเข้าใจการพิสูจน์ยังทำให้น้องๆจำเงื่อนไขต่างๆของการใช้สูตรนั้นๆได้อีกอ้วย เพราะในขั้นตอนการพิสูจน์อาจมีการกำหนดเงื่อนไขต่างๆก่อนจะได้สูตรสำเร็จออกมาก็ได้

3. เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสูตรต่างๆ

     ในขั้นตอนนี้น้องๆควรจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสูตรต่างๆในบทนั้นให้ได้ โดยอาจสรุปออกมาเป็นลักษณะของ mind map ก็ได้ เพื่อให้เห็นภาพรวมของเนื้อหาและสูตรต่างๆมากขึ้น เช่น
 

เทคนิคโคตรง่าย ทำการเรีย

4. ฝึกทำโจทย์อย่างมีประสิทธิภาพ

     ขั้นตอนสุดท้ายคือการลงมือฝึกทำโจทย์ โดยมีเทคนิคอยู่ 2 อย่างหลักๆในขั้นตอนนี้คือ1) “ลงมือ” หลายๆคนชอบมองโจทย์แล้วคิดเอาเองว่าน่าจะทำได้ น่าจะได้คำตอบ ประมาณคำตอบ ซึ่งพอถึงเวลาทำข้อสอบจริงก็อาจจะพบว่าแทนค่าไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องแทนค่าไหน ไม่รู้ว่าต้องแปลงหน่วยก่อนแทนค่าไหม หรือปัญหาอื่นๆมากมายซึ่งปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปถ้าได้ฝึก “ลงมือ” ทำโจทย์ไงครับ 2) เน้นทำโจทย์ที่หลากหลาย ในการทำโจทย์อยากให้มุ่งไปที่กระบวนการแก้ปัญหาโจทย์มากกว่าคำตอบ เพื่อที่เมื่อเจอโจทย์ที่ลักษณะคล้ายกันจะได้สามารถแก้โจทย์เหล่านั้นได้ด้วย จะได้ไม่ต้องทำโจทย์แนวซ้ำๆ แต่เอาเวลาที่เหลือไปดูแนวโจทย์ที่แปลกไปดีกว่า


ขอบคุณข้อมูล  www.Top-Atutor.com

โดย mooBo
วันที่ 27 สิงหาคม 2561
พิมพ์หน้านี้