ท่องเที่ยวภาคใต้

ลบ แก้ไข

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา


ที่ตั้ง

อ.เกาะลันตา จ.กระบี่

การเดินทาง

การเดินทางไปเกาะลันตาสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง ได้แก่
1.เดินทางจากท่าเรือเจ้าฟ้าในตัวเมืองกระบี่ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
2.เดินทางจากท่าเรือบ่อม่วง ที่ อ.คลองท่อม (บริเวณ กม.44-45 ถ.เพชรเกษม แยกไปอีก 14 กม.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีอาณาบริเวณ ประมาณ 152 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานแห่ง นี้มีเกาะที่สำคัญๆ ดังนี้ เกาะลันตาใหญ่ เกาะตะเล็งเบ็ง หมู่เกาะห้า เกาะไหง เกาะรอกในเกาะรอกนอก

เกาะลันตาเป็นเกาะที่ไม่ไกลจากชายฝั่งอันดามัน ชายฝั่งตะวันตกของภาคใต้ของไทย ซึ่งอยู่ไม่ไกล จากภูเก็ต เสน่ห์และความงดงามของเกาะนี้อยู่ที่ ความขาวสะอาดของชายฝั่งที่มีความยาวประมาณ 20 กม. , ความใสของน้ำทะเลสีเขียวอ่อน และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณไม้ป่าบนเกาะที่เขียว ชอุ่มไปทั่วเกาะ

สภาพชายหาดโดยทั่วไปบนเกาะค่อนข้างร่มรื่นด้วยเงาไม้ ชายฝั่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาหลาก หลายชนิด และสัตว์ทะเลเป็นจำนวนมาก ชาวเลที่อาศัยอยู่บนเกาะโดยส่วนใหญ่จึงดำรงชีวิตด้วยการ ทำประมง สวนมะพร้าว สวนยาง เพาะปลูกพืชและผลไม้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาชีพเสริมในด้านการ ท่องเที่ยว การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างเรียบง่าย คงไว้ด้วยวัฒนธรรมและภาษา คนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ จะรักษาความงดงามของธรรมชาติเพราะเขาชื่อว่าความอุดมสมบูรณ์บนเกาะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต ผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ มากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่การทำธุรกิจบนเกาะ บวกกับความเคร่งครัดในเรื่องการ ป้องกันพื้นที่ป่าที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานฯ

และเนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มมาเป็นจำนวนมาก จึงได้มี การสร้างที่พักไว้เป็นจำนวนมากพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งที่พักโดยส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่การ สร้างให้กลมกลืนกับธรรมชาติ

ในส่วนของอาหารจะมีร้านให้บริการทั้งอาหารตะวันตก และอาหารไทย ซึ่งผู้ที่เดินทางมาที่นี้ไม่ ควรพลาดรับประทานอาหารทะเลสดๆ

สำหรับกิจกรรมบนเกาะนั้นมีมากมายที่สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้แก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะ เป็น การดำน้ำดูประการังรอบๆ เกาะ , การเดินป่าเที่ยวชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าและน้ำตก , การ เที่ยวชมความงามของถ้ำ , การเที่ยวชมสวนกล้วยไม้ ตลอดจนการล่องเรือเที่ยวชมรอบเกาะ ซึ่งจะมี เรือบริการพาสำรวจรอบเกาะ ตลอดจนการชมความงดงามของพระอาทิตย์ตก จนได้รับการขนานนาม ว่า "Sunset Island"

ช่วงที่เหมาะแก่การเดินทางไปเกาะลันตา คือ ช่วงเดือนตุลาคม -เมษายน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง เดือนธันวาคม-มีนาคม สำหรับฤดูฝนจะเริ่มในช่วงเดือนตุลาคม-ตุลาคม ซึ่งปริมาณที่นี้มีไม่มาก

สำหรับการเดินทางไปเที่ยวชมและพักผ่อนที่เกาะแห่งนี้สามารถทำได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินทางจาก กระบี่ หรือภูเก็ต ค่าใช้จ่ายไม่สูง จึงเหมาะแก่ผู้ที่ต้องการพักผ่อนเที่ยวชมธรรมชาติชายฝั่งอันดามัน อย่างเรียบง่าย


แนะนำเกาะต่างๆ ภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
-เกาะลันตาใหญ่ เป็นที่อยู่ของชาวเลจำนวนมาก ด้านหลังเกาะมีหาดทรายสวยงาม ที่ทำการ อุทยานตั้งอยู่ที่แหลมโตนดซึ่งอยู่ปลายสุดของเกาะลันตา บนเกาะมีที่พักเอกชนหลายแห่งโดยเฉพาะ ที่หาดคอกวางและหาดคลองดาว

-เกาะไหง มีหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใสสะอาด รอบเกาะอุดม สมบูรณ์ด้วยปะการัง เดินทางได้ สะดวกที่สุดจากท่าเรือปากเมง จ.ตรัง มีเรือโดยสารบริการ ใช้เวลา ประมาณ 40 นาที

-เกาะตะเล็งเบ็ง เป็นเกาะที่มีลักษณะเป็นหินปูน คล้ายเกาะพีพีเล มีชายหาดเล็กๆ และโพลงถ้ำซึ่ง จะโผล่ให้เห็นได้เฉพาะเวลาน้ำลง มีนกนางแอ่นอาศัยอยู่บนเกาะด้วย

-หมู่เกาะห้า มีลักษณะเป็นกลุ่มเกาะ 5 เกาะ เกาะห้าใหญ่จะมีทุ่งหญ้าอยู่บนสันเกาะ มีเกาะรูปร่าง คล้ายใบเรือ เกาะที่มีน้ำลอดใต้เกาะ และมีแนวปะการังน้ำตื้นอยู่บางบริเวณ

-เกาะรอกใน มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน ด้านทิศตะวันออกมีหาดทรายและแนวปะการังเป็นกลุ่มๆ ตามโขดหิน ด้านทิศเหนือของเกาะมีแหลมธงและอ่าวศาลเจ้า

-เกาะรอกนอก ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศใต้ มีหาดทรายขาวละเอียด และแนวปะการัง น้ำตื้น ด้านท้ายเกาะมีหาดทะลุและอ่าวม่านไพร การเดินทางไปเกาะรอก ต้องเช่าเรือที่ท่าเรือ อ.กันตัง จ.ตรัง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม.

(ที่มา : เอกสารการท่องเที่ยวภาคใต้ ของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)


 

อุทยานแห่งชาติเขาสก

อุทยานแห่งชาติเขาสก


ที่ตั้ง

อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี

การเดินทาง

-รถยนต์ จาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หรือ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ตามทางหลวงหมายเลข 401 (สายสุรษฎร์ฯ-ตะกั่วป่า) แยกเข้าอุทยานฯ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 109 (ถ้ามาจาก อ.ตะกั่วป่าป้ายอุทยานฯ จะอยู่ทางซ้ายมือ) เข้าสู่ถนนลาดยางไปอีก 1.5 กม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

-การเดินทางไปแพนางไพรและแพโตนเตย
จากที่ทำการอุทยานฯ เขาสก ใช้ทางหลวงหมายเลข 401 ถึง อ.บ้านตาขุน ทางเข้าจะอยู่ซ้ายมือเยื้องโรงพยาบาลบ้านตาขุน (หลักกิโลเมตรที่ 57-58) ไปอีก 12 กม. ถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขส.2 (แก่งเชี่ยวหลาน) จากนั้นนั่งเรือต่อไปยังแพนางไพรอีก 30 นาที หรือแพโตนเตยอีกราว 1 ชม.


อุทยานแห่งชาติเขาสก มีอาณาเขตด้านทิศเหนือจดเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าคลองแสง ทิศใต้จดที่ดิน สหกรณ์พนม จ.สุราฎร์ธานี ทิศตะวันออกจดเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าคลองแสง และทิศตะวันตกจด จังหวัดพังงา

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนสูงชัน ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีลำธารใหญ่น้อยเป็นจำนวนมาก ลำธาร ทางทิศเหนือไหลลงสู่คลองพระแสง ลำธารทิศใต้ไหลสู่คลองศกและคลองพระแสง ไหลมารวมกัน เป็นต้น กำเนิดของคลองพุมดวง สาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี

เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าสงวนอย่างเลียงผา สมเสร็จ ค้างคาวที่มีมากที่สุด คือ วงศ์ค้างคาว ลูกหนู นอกจากนี้ยังมีค้างคาวแม่ไก่ป่าฝนอาศัยอยู่ตามยอดเขาหินปูน มีนกกว่า 170 ชนิด นกที่หา ยากและอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธ์มี 17 ชนิด เช่น เหยี่ยวเพเรกริน นกแว่นสีน้ำตาล นกเงือกปากย่น นกเงือกดำ นกหว้า ไก่ฟ้าหน้าเขียว นกโพระดกหลากสี ฯลฯ

สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีการกระจายพันธุ์มาบรรจบกันของพรรณไม้ ทั้งทางภาคเหนือและภาคใต้ มีพรรณไม้หายากระดับโลกอยู่หลายชนิด ได้แก่ บัวผุด ปาล์มหลังขาว หมากพระราหู กระพ้อสี่สิบ เฟิร์นเขากวาง

นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มีโอกาสได้มาเที่ยว ชมแล้ว ความงดงามของภาพของละออกหมอกสีขาวที่ลอยอยู่กับเทือกเขาหินปูนในยามเช้า นับเป็น เสน่ห์สำคัญของที่นี่ นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับการพายเรือแคนู และล่องห่วงยางที่คลองศก อีกด้วย ซึ่งเป็นลำคลองที่มีสายน้ำใสที่ไหลไปรวมกับแม่น้ำตาปี , การเที่ยวชมและพักผ่อนที่แพนาง ไพรและแพโตนเตย อีกหนึ่งกิจกรรมีที่นักท่องเที่ยวจะพลาดไม่ได้ คือ การปั่นจักรยานเสือภูเขาใน ผืนป่าที่ร่มรื่น ซึ่งระหว่างทางยังได้ศึกษาถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านในระแวกนี้ และเมื่อ เดินทางมาถึงจุดชมวิวที่สูงสุด ก็จะพบกับภาพทุ่งดอกหญ้าสีเหลืองที่พลิ้วไหวไปทั่ว และสามารถ มองเห็นเทือกเขาหินปูนที่ตั้งสลับลดหลั่นกัน และยังได้สัมผัสกับความกว้างใหญ่ของผืนน้ำที่เขื่อน รัชชประภา

เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ สร้างปิดกั้นคลองพระแสงบริเวณ ที่เรียกว่าแก่งเชี่ยวหลาน เริ่มกักเก็บน้ำตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 เป็นต้นมา ทำให้พื้นที่เหนือเขื่อนกลายเป็น ทะเลสาบขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ 165 ตร.กม. ภูเขาหินปูนถูกน้ำท่วมแปรเปลี่ยนเป็นเกาะจำนวน 162 เกาะ

ช่วงที่เหมาะที่สุดในการไปอุทยานแห่งชาติเขาสกจึงอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน และจะเริ่ม มีฝนตกตั้งแต่เดือนเมษายน-ธันวาคม และจะตกชุกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน

สำหรับเรื่องของที่พัก นักท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่ที่เดินทางมาที่นี่ก็เพื่อต้องการที่จะสัมผัสทะเล หมอกในยามเช้า จึงเลือกที่จะพักกันที่อุทยาน โดยทั้งนี้ต้องทำการติดต่อไปยังทางเจ้าหน้าที่ของ อุทยานล่วงหน้าเนื่องจากที่พักมีจำกัด หรือหากผู้ที่ต้องการความสะดวก ก็สามารถเลือกพักกับรีสอร์ท ต่างๆที่มีเป็นจำนวนมากให้เลือกพักกันได้ รีสอร์ทโดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ด้านหน้าก่อนเข้าสู่อุทยาน ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ทั้งนี้หากสนใจติดต่อขอคำแนะนำได้จากร้านรอนแรม

อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง

อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง


ที่ตั้ง

อยู่ในเขตพื้นที่ ต.คลองทราย ต.คลองกวาง ต.ทับช้าง ต.ประกอบ อ.นาทวี ต.ปริก ต.สำนักแก้ว อ.สะเดา จ.สงขลา

การเดินทาง

-เส้นทางที่ 1 อ.นาทวี จ.สงขลา-อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ทางลาดยางตลอดเส้นทางระยะ ทางประมาณ 27 กม.

-เส้นทางที่ 2 อ.สะเดา จ.สงขลา-อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ทางลาดยาง เช่นกัน ระยะทาง เท่ากัน

อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 65 ของประเทศไทย อยู่ในท้องที่ จ.สงขลา หรืออยู่ระหว่างรอยต่อประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับ ซับซ้อน เป็นส่วนหนึ่งของป่าเขาแดน ป่าเขาน้ำค้าง ป่าควนสิเหรง ป่าควนทางสยา และป่าควน เขาไหม้

มีเนื้อที่ประมาณ 132,500 ไร่ ความสูงเฉลี่ยเนินเขาประมาณ 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปานกลาง มียอดเขาสูงที่สุด คือ ยอดเขาน้ำค้าง สูงประมาณ 648 เมตร จากระดับน้ำทะเลปาน กลาง ลักษณะอากาศทั่วไปเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน มีระยะฝนตกหนัก ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจน ถึงปลายเดือนมกราคม สำหรับฤดูร้อนจะปรากฎเพียงช่วงสั้นๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงต้นเดือน พฤษภาคมเท่านั้น

ลักษณะของป่าเป็นป่าดงดิบสมบูรณ์ มีปริมาณความชื้นในดินสูงและซับซ้อน มีไม้มีค่าทาง เศรษฐกิจมากมาย เช่น หลุมพอ ตะเคียน พะยอม กฤษณา สยาดำ สยาแดง ยาง จำปา ฯลฯ ไม้พื้น ล่าง เช่น หวาย ไผ่ ระกำ หมาก เห็ด มีพืชจำพวกกาฝากขึ้นอย่างหนาแน่น มีเถาวัลย์และสมุนไพร จำนวนมาก และเนื่องจากเคยเป็นพื้นที่หวงห้ามและความที่ยัง ไม่แน่ใจว่าจะมีระเบิด หลงเหลือ อยู่หรือไม่ การสำรวจสัตว์ป่าจึงมีข้อจำกัด เจ้าหน้าที่ใช้การสอบถามจากผู้พบเห็น หรือสอบถาม จากอดีต จคม.ซึ่งต่างก็ยืนยันว่ายังมีสัตว์ป่าชุกชุม

สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ
1.น้ำตกวังหลวงพรหม เป็นน้ำตกทางผ่านไปน้ำตกโตนลาด อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ใช้เวลาเดิน ประมาณ 5 นาที ลักษณะเป็นแอ่งน้ำกว้างพอประมาณ สายน้ำจะไหลมาจากน้ำตกโตนลาด โดย ลอดมาจากช่องหินเล็กๆ

2.น้ำตกโตนลาด อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 500 ม. อยู่ถัดขึ้นไป จากน้ำตกวังหลวง พรหม เป็นสายน้ำที่ไหลคดเคี้ยวลงมาตามลานหินลาดๆ ไม่ชันนัก ดูสวยงาม

3.น้ำตกโตนดาดฟ้า อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 2 กม. ถัดเข้าไปจากถนนลาดยาง 200 ม. ชั้นที่ 1 น้ำตกจากหน้าผาสูง ประมาณ 10 ม. ความลาดชันประมาณ 80-90 องศา หน้าผาใหญ่ข้างน้ำตก ดูสวยงาม มีลาน และศาลาพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนชั้นที่ 2 น้ำตกจากหน้าผาใหญ่สูง ประมาณ 30 ม. มีความลาดชันประมาณ 80 องศา สายน้ำที่ตกลงมากระจัดกระจายคลุมพื้นที่ ข้างเคียง สวยงามมาก

4.น้ำตกพรุชิง อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 4 กม. เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในป่าเขาน้ำค้าง อยู่ไม่ไกลจาก อุโมงค์ 06 ซึ่งในอดีต จคม.ใช้ประโยชน์ในการสะสมเสบียงและใช้เป็นแหล่งน้ำ ลักษณะของสาย น้ำ จะตกลงมาจากหน้าผา เหมาะเป็นเส้นทางเดินป่า 5.จุดชมวิว อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 6 กม. ต้องจอดรถไว้ข้างทาง แล้วเดินขึ้นไปบนเนินเขาทางขวามืออีกประมาณ 200 เมตร สามารถมอง เห็นอ.สะเดา และยอดเขาน้ำค้าง ตลอดจนภูเขาที่สลับซับซ้อน 6.น้ำตกโตนไม้ปัก อยู่ในเขต อ.สะเดา อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 28 กม. เป็นน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงมาก โดยจะมีไม้ปักอยู่ตรงกลาง อันเป็นที่มาของชื่อน้ำตก ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 วัน เหมาะสำหรับ การท่องเที่ยวแบบผจญภัย 7.อุโมงค์เขาน้ำค้าง ถึงแม้ว่าจะถูกกัน ออกจากพื้นที่ อุทยานฯแล้วก็ตาม แต่เมื่อมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างแล้ว นักท่องเที่ยวก็มักจะแวะไปชม อุโมงค์แห่งนี้เสมอ เพราะอยู่ไม่ไกลกัน

5.จุดชมวิว อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 6 กม. ต้องจอดรถไว้ข้างทาง แล้วเดินขึ้นไปบนเนินเขาทาง ขวามืออีกประมาณ 200 เมตร สามารถมองเห็น อ.สะเดา และยอดเขาน้ำค้าง ตลอดจนภูเขาที่ สลับซับซ้อน

6.น้ำตกโตนไม้ปัก อยู่ในเขต อ.สะเดา อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 28 กม. เป็นน้ำที่ตกลง มาจากหน้าผาสูงมาก โดยจะมีไม้ปักอยู่ตรงกลาง อันเป็นที่มาของชื่อน้ำตก ต้องใช้เวลา ในการ เดินทางประมาณ 1 วัน เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบผจญภัย

     7.อุโมงค์เขาน้ำค้าง ถึงแม้ว่าจะถูกกันออกจากพื้นที่อุทยานฯแล้วก็ตาม แต่เมื่อมาเที่ยวอุทยาน แห่งชาต ิเขาน้ำค้างแล้ว นักท่องเที่ยวก็มักจะแวะไปชมอุโมงค์แห่งนี้เสมอ เพราะอยู่ไม่ไกลกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาพักค้างคืน ทางอุทยานฯเตรียมบ้านพักไว้บริการ 3 หลัง มีลาน สำหรับกางเต็นท์และเล่นแคมป์ไฟ มีเส้นทางเดินเท้าสำหรับดูนกและศึกษาธรรมชาติ พร้อมเจ้า หน้าที่ซึ่งพร้อมให้บริการเต็มที่ โดยต้องทำการติดต่อล่วงหน้า เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เตรียมอาหาร และที่พักได้ทัน โดยติดต่อไปที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง สำนักงานป่าไม้ จ.สงขลา 90000 หรือติดต่อโดยตรงที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง อ.นาทวี จ.สงขลา 90160

อ่าวไร่เล

อ่าวไร่เล


ที่ตั้ง

อ.เมือง จ.กระบี่

การเดินทางจากกรุงเทพฯ-กระบี่

รถโดยสารประจำทาง : รถ VIP ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุกวัน

-เที่ยวไป ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 18.00 น. ถึง กระบี่เวลา 05.00 น.
- เที่ยวกลับ ออกจากกระบี่เวลา 17.00 น. ถึงกรุงเทพฯเวลา 05.00 น.

     สอบถาม สถานีขนส่งสายใต้ (02) 4351195 , 02-4345557

เครื่องบิน

สายการบินไทย
-เที่ยวไป ออกเดินทางทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน
  1.เที่ยวแรก เวลา 08.30 น.ถึงกระบี่เวลา 09.50 น.
  2.เที่ยวสอง เวลา 16.30 น. ถึงกระบี่เวลา 17.50 น.

-เที่ยวกลับ ออกเดินทางทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน
  1.เที่ยวแรก เวลา 10.30 น.ถึงกระบี่เวลา 11.50 น.
  2.เที่ยวที่สอง เวลา 20.00 น. ถึงกระบี่เวลา 21.20 น.

      สอบถาม บริษัทการบินไทย จำกัด (02) 6282000

สายการบินพีบีแอร์ (ออกเดินทางทุกวันจันทร์,พุธ,ศุกร์ และอาทิตย์)
-เที่ยวไป ออกจากกรุงเทพฯเวลา 15.40 น.ถึงกระบี่เวลา17.05 น.
-เที่ยวกลับ ออกจากกระบี่เวลา 17.35 น.ถึง กรุงเทพฯ เวลา 19.00 น.

การเดินทางจากกระบี่-อ่าวไร่เล

จากสถานีขนส่ง จ.กระบี่ นั่งรถ 2 แถว ไปลงเรือที่

-ท่าเรือเจ้าฟ้า ลงเรือไปอ่าวไร่เลตะวันออกเรือออกตั้งแต่เวลา 08.00 น. ค่าโดยสาร 2 แถวคน
ละ 10 บ.,เรือ 50 บ. (เหมาะแก่การลงเรือในช่วงเดือนเม.ย.-ต.ค.)

-ท่าเรืออ่าวนาง ลงเรือไปอ่าวไร่เลตะวันตก ค่าโดยสาร 2 แถวคนละ 20 บ.,เรือ 40 บ. ( เหมาะ
แก่การลงเรือในช่วงเดือน พ.ย.-มี.ค.)

อ่าวไร่เล เป็นแหล่งปีนผาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก มีเส้นทางปีนกว่า 400 เส้นทาง  และมี
ชายหาด 4 แห่ง คือ อ่าวไร่เลตะวันออก,อ่าวไร่เลตะวันตก,อ่าวพระนาง และอ่าวต้นไทร (หาด
อันดามัน)

ก่อนที่เรือโดยสารจะเทียบหาดทรายของอ่าวไร่เลตะวันออก จะสามารถมองเห็น ริมผา 1 2
3 ซึ่งเป็นจุดปีนผาที่ได้รับความสนใจจากมือใหม่ และมืออาชีพ  เพราะเป็นหน้าผาที่มีเส้นทาง
ตั้งแต่ระดับง่ายที่สุด  คือ  ระดับ 5  ไปจนถึงเส้นทางยากระดับ 7 ซี  รวมเส้นทางทั้งหมดถึง 20
เส้น

สำหรับการปีนผาก็ไม่ต่างจากการดำน้ำซึ่งต้องมีบัดดี(Buddy) คอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและ
กัน โดยคนหนึ่งจะนำเชือกไปร้อยผ่านแองเคอร์ (Anchor) ที่ปลายทางและจะมีบัดดีคอยเป็นบี
เลเยอร์อยู่ด้านล่าง สำหรับผู้ที่นำเชือกไปร้อยยังจุดปลายทางจะใช้เชือกยาวประมาณ 50 เมตร
โดยใช้ปลายด้านหนึ่ง จะนำมาผูกเป็นเงื่อนเลขแปดคล้องผ่านห่วงด้านหนึ่งของฮาร์เนส  (Har
ness)  หรือสายรัดสะโพก  โดยที่ห่วงรอบฮาร์เนสเต็มไปด้วย ควิกดรอว์ (Quickdraw)  หรือรัน
เนอร์  (Runner) อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเกี่ยวกับหมุด  (Bolt) ที่ตอกฝังไว้บนผาหินเพื่อความปลอด
ภัยในการปีน ส่วนบัดดีที่อยู่ด้านล่างหรือบีเลเยอร์จะนำเชือกที่ร้อยผ่านห่วงฮาร์เนสของอีกคน
หนึ่งมาร้อยเข้าไปในอุปกรณ์บีเลย์ที่เรียกว่า  Grigri  ซึ่งเกี่ยวอยู่กับห่างฮาร์เนสของตัวเอง  ซึ่ง
ต้องใช้ความระมัดระวัง  เนื่องจากบัดดีที่อยู่ด้านล่างเสมือนต้องรับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่งที่ฝากไว้
กับเส้นเชือกที่อยู่ในมือ

สำหรับจุดปีนผาทางด้านอ่าวไร่เลตะวันตก คือ Thaiwand Wall หน้าผาที่ได้ชื่อมาจากคำว่า
Thailand ที่ชาวต่างชาติมักพูดผิดเป็นไต้หวัน  ส่วนอีกที่มาหนึ่งคือมาจากคำว่า  “ใต้หวัน”  ใน
ภาษาใต้หมายถึง ใต้ดวงตะวันหรือใต้สวรรค์ และเมื่อเดินไปจนสุดโค้งอ่าวด้านดุสิต พรีเมียร์
รีสอร์ท  จะมีทางเดินขึ้นไปยังหน้าผา  Thaiwand Wall  แอบอยู่ใต้ร่มไม้ทางตัดชันและต้องไต่
ปีนขึ้นไป และเมื่อขึ้นไปถึงเชิงผาซึ่งอยู่สูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร และเมื่อแหงนมองขึ้นไป
จะเห็นยอดสูงลิบ ซึ่งเป็นเส้นทาง Circus Oz

สำหรับเส้นทาง Organ Grinder และเส้นทางที่ใกล้เคียงกัน  คือ  เส้นทาง Twenty Kilos of
Steel โดยสามารถปีนไปยังปากถ้ำด้านบนและจากปากถ้ำเมื่อมองออกไป คือ อ่าวพระนาง ซึ่ง
สามารถเดินลงถ้ำไปทะลุออกที่ฝั่งอ่าวพระนางได้

ในยามน้ำลง หากเดินไปจนสุดโค้งอ่าวไร่เลตะวันตกด้าน  Private House  เลียบเลาะหาด
ผ่านโค้งเขาไปยังอ่าวต้นไทร หรือหาดอันดามัน จะพบจุดปีนผาอีกมายมาย ส่วนใหญ่เป็นเส้น
ทางระดับ 6 ขึ้นไป เพิงผาใหญ่ที่เห็นได้แต่ไกล เป็นจุดที่นักปีนผามืออาชีพมักมาปีนกันเสมอ
ซึ่งนับว่าเป็นเส้นทางท้าทายของคนปีนผา

สุดอ่าวต้นไทร มีทางแยกขึ้นไปยังเส้นทางปีนผา ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้คล้ายกับทางขึ้นผา
Thaiwand Wall ด้านบนมีเส้นทาง The Groove Tube ระดับ 6 ความสูงประมาณ 25 ม.

จุดชมวิวที่จะพลาดไม่ได้ คือ ไฮวิว พอยนต์ (High View Point) จุดชมวิวสูง 100 ม. จากระ-
ดับน้ำทะเลปานกลางที่อยู่ไม่ไกลจากผา 1 2 3 นัก โดยสามารถปีนจากผามวยไทยก่อนถึงผา1
2 3  และเมื่อขึ้นไปด้านบน  จะมีทางเดินทอดยาวต่อไปยังโลว์ วิว พอยนต์ (Low View Point)
และเลยไปยังจุดเริ่มปีนขึนสู่ ไฮ วิว พอยนต์ต่อไป

โค้งอ่าวไร่เลตะวันออกและไร่เลตะวันตกที่เห็นจากยอดเขาสามารถดูได้อย่างชัดเจนแผ่น
ดินที่ถูกขนาบด้วยโค้งอ่าวเขียวครึ้มด้วยทิวมะพร้าวที่ปกคลุม   เห็นหลังคาบังกะโลและรีสอร์ท
อยู่ต่ำกว่ายอดไม้เป็นภาพจากมุมสูงที่งดงามมาก

จุดสูงสุดของยอดเขาของอ่าวไร่เล คือ  ยอดเขานุ้ย  ซึ่งตั้งเด่นอยู่ริมโค้งอ่าวไร่เลตะวันออก
ทุกคนที่นั่งเรือมาจากท่าเจ้าฟ้า   จะเห็นยอดเขามาตั้งแต่เรือแล่นออกจากท่าได้ไม่นาน  ด้วย
ลักษณะภูเขาที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้ยอดเขานุ้ยดูโดดเด่นกว่ายอดเขาอื่นๆ  ในบริเวณ
ใกล้เคียง

เมื่อเดินไปจนสุดอ่าวไร่เลตะวันออก และเดินเลียบทะเลผ่านโค้งอ่าวไปอีกประมาณ 1 กิโล
เมตร จะถึงจุดเริ่มต้นเดินขึ้นยอดเขานุ้ย ซึ่งเป็นทางสายน้ำตกเก่าที่ปัจจุบันแห้งเหือดไปแล้ว
เส้นทางช่วงแรกนี้รกครึ้ม  มีซากผุของต้นไม้ล้มขวางทางเดินอยู่บ้างเป็นระยะ  และบางช่วงจะ
พบกับทางพังจากแรงเซาะของสายน้ำโดยตั้งอาศัยการโหนรากไม้ขึ้นไปเดินบนทางเบี่ยงด้าน
บน จากนั้นจึงลอดผ่านกิ่งไผ่และร่มไม้เพื่อไปลงเส้นทางสายน้ำตกอีกครั้ง  และเมื่อเดินไปอีก
ระยะหนึ่งจะพบกับดงบอนใหญ่สีเขียวสดใส บริเวณนี้จะมีความร่มเย็นและชุ่มชื้นมาก

และช่วงต่อไปคือการเดินไต่ขึ้นไปบนลาดเขาที่สูงชัน ยิ่งสูงก็ยิ่งต้องอาศัยเกาะเกี่ยวรากไม้
ต้นไม้ และก้อนหินริมทางมากขึ้น  เพราะทางค่อนข้างชันมาก และเมื่อไปถึงจุดเริ่มต้นปีนผาที่
อยู่ห่างจากจุดเริ่มเดินขึ้นประมาณ 5 กม.ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า

ก่อนถึงยอดตัดของเขานุ้ยประมาณ 15 เมตร จะพบกับหินปูนแหลมคมสูงๆ ต่ำๆ โดยเฉพาะ
ในช่วง 2-3 เมตรสุดท้ายต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และเมื่อพ้นพุ่มไม้เตี้ยออกไปก็
คือ ยอดเขานุ้ย ซึ่งมีที่ราบเพียงน้อยนิด และเป็นหินปูนแหลมคมพอๆ กับช่วงทางที่เพิ่งผ่านมา
แต่ทิวทัศน์อันงดงามกว้างไกลของผืนทะเลสีมรกต และเกาะเล็กเกาะใหญ่ที่กระจายตัวอยู่  ไม่
ว่าจะเป็นเกาะปอดะ  เกาะไก่ เกาะแฮปปี้ เกาะลันตา  หมู่เกาะพีพี  ก็สามารถทำให้ผู้ที่เดินทาง
ขึ้นไปถึงจุดที่สูงสุดนี้สามารถลืมความเหน็ดเหนื่อยได้ ซึ่งจุดนี้มีความสูงถึง 200 เมตร และเมื่อ
ความมืดปกคลุม  จะมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากแผ่นดินกระบี่ปรากฏลิบๆ  ส่วนอ่าวไร่เลก็
สว่างไสวมีชีวิตชีวา

ช่วง High Season ของที่นี่ คือ ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม  โดยที่หน้าผาจะเต็ม
ไปด้วยผู้คนจำนวนมากมาย ซึ่งในบางครั้งจะต้องมีการต่อคิวปีนหน้าผา

 
 
อุทยานแห่งชาติเขาหลวง
อุทยานแห่งชาติเขาหลวง

ที่ตั้ง

ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ อ.เมือง อ.ลานสกา อ.ท่าศาลา อ.พรหมคีรี อ.ฉวาง และ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช

การเดินทาง

จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4015 ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร
มีถนนแยกเข้าอุทยานด้านขวามือ

การเดินทางสู่หมู่บ้านคีรีวงศ์

เมื่อท่านเดินทางมาถึงตัวเมืองนครศรีธรรมราช ท่านสามารถใช้บริการรถรับจ้างประจำทาง
จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปหมู่บ้าน คีรีรีวงศ์ โดยสามารถขึ้นรถที่ตลาดยาว ซื่งอยู่ในตัวเมือง
จะมีรถบริการตั้งแต่ 6.00 -18.00 น. ค่าโดยสารรับจ้างประจำทาง 20 บาทต่อ 1 เที่ยว ใช้เวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง

จากตัวเมืองถึงหมู่บ้าน การเดินทางสู่ยอดเขาหลวงสามารถมีหลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่นิยมที่สุด
คือ เส้นทางขึ้นจากหมู่บ้านคีรีวงศ์เนื่องจากลักษณะของเส้นทางสะดวก และง่ายต่อการเดินทางขึ้นเมื่อ
เทียบกับเส้นทางอื่น

ประวัติความเป็นมาเขาหลวง

บริเวณดินแดนคาบสมุทรทางภาคใต้ของประเทศไทยใน จ.นครศรีธรรมราช มีพื้นที่ตอนกลาง เป็นส่วนหนึ่งของ ทิวเขานครศรีธรรมราช ภูมิประเทศส่วนใหญ่จึงเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทอดตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับชายฝั่งทะเลตะวันออก

ในสมัยอดีตกาล กล่าวได้ว่าขุนเขาแห่งนี้ก็คือ อู่ข้าวอู่น้ำ ที่หล่อเลี้ยงสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ ชุมชนโบราณ จนกระทั่งกลายเป็นอาณาจักรตามพรลิงค์ อันยิ่งใหญ่ของคาบสมุทรทะเลใต้ ทรัพยากร ที่มาจากเทือกเขาหลวงนั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็น แร่ธาตุ ไม้ สมุนไพร ของป่า หรือสายน้ำที่นำพาความ อุดมลงมาเอื้อการเพาะปลูก จนทำให้นครศรีธรรมราชในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญยิ่ง ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มาในยุคปัจจุบันแม้ศูนย์กลางความเจริญของบ้านเมืองจะเปลี่ยนแปรไปตามกาลเวลาทว่าความมีคุณ
ค่าของเทือกเขาหลวงกลับยิ่งทวีมากขึ้น เพราะทรัพยากรอันมีค่าของผืนป่าเขาหลวงหาใช่เพียง ไม้
หรือแร่ธาตุ หรือเป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น หากแต่เป็นความหลากหลายทางชีวพันธุ์ของสรรพชีวิต ต่างๆ ซึ่งยัง คงดำรงอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ที่เป็นคุณค่าอันแท้จริง กรมป่าไม้จึงได้ประกาศจัดตั้งป่าเขาหลวง เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 9 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2517

สภาพทั่วไปของเขาหลวง

อุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีเนื้อที่ประมาณ 356,250ไร่ หรือ 570 ตารางกิโลเมตรมีที่ทำการ
อุทยานฯ ตั้งอยู่บริเวณ น้ำตกกะโรม สำหรับพื้นที่อุทยานสัณฐานเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนต่อเนื่อง
กันไป พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินที่เกิดจากการผุพังของหินอัคนีและเขาหินปูนปะปนอยู่เป็นหย่อมๆ ยอด เขาหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด โดยสูงประมาณ 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งต้นน้ำส่วนหนึ่งของแม่น้ำตาปีซึ่งหล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินภาคใต้ตอนกลาง

ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบคาบสมุทร มีฝนตกเกือบตลอดปี ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และตกหนักในเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม ฝนจะเริ่มน้อยลงในเดือนมกราคม ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายน

ป่าไม้และพรรณพฤกษชาติ เป็นป่าดิบชื้น จะพบพืชพรรณแต่ละชนิดตามระดับความสูงของพื้นที่
เช่น ในเขตป่าดิบชื้นในพื้นที่ต่ำ ส่วนใหญ่เป็นพืชตระกูลยาง ตามพื้นป่าจะมีไม้พุ่มและพืชคลุมดิน ตลอดจนไม้เถา ,ในเขตป่าดิบชื้นเชิงเขา จะพบพืช จำพวก พญาไม้ เต่าร้างยักษ์ และมหาสดำ กล้วยไม้ ป่าดงดิบ, ในเขตป่าดิบเขาต่ำ จะพบเห็นพืชจะพวก แดงเขา มังตาน ก่อ มอสเฟิร์น บีโกเนีย (ก้ามกุ้ง) , ในเขตป่าดิบเขา ที่มีความสูงระดับเมฆหมอกปกคลุมอยู่ตลอดปี หรือที่เรียกว่า ป่าเมฆ ไม้ยืนต้นส่วนใหญ่ มีรูปร่างแคระแกร็น เช่น กุหลาบป่า หรือกุหลาบเขาหลวง ก่อ มอส เฟิร์นบัวแฉกใหญ่ ไลเคน และ บัวแฉกใบมน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังคงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ค่อนข้างชุกชุม เช่น สมเสร็จ และเลียงผา สัตว์ป่าสงวนของไทย โดยเฉพาะพื้นที่ตอนกลางของอุทยาน สัตว์ป่าที่พบเห็นได้ง่าย คือ หมูป่า ค่าง ชะนี กระจง ชะมด
หมีขอ นกประจำถิ่นใต้ที่หายาก และสัตว์เลื้อยคลานจำพวกเต่า และกิ่งก่าป่า รวมทั้งพวกแมลง ป่าดงดิบพันธุ์หายาก

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญภายในอุทยาน ส่วนใหญ่คือ น้ำตกขนาดใหญ่ ได้แก่ น้ำตกกะโรม น้ำตกพรหมโลก น้ำตกกรุงชิง น้ำตกอ้ายเขียว และยอดเขาหลวง เป็นต้น

กิจกรรมที่สำคัญ คือ การเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง และเส้นทางดินป่าคีรีสู่ยอดเขาหลวง และการขี่ช้างล่องแก่งที่คลองกลาย ซึ่งเป็นการล่องแก่งด้วย
เรือยาง แล้วขี่ช้างออกจากป่ากลับลงมาที่หมู่บ้าน ซึ่งจะได้รับทั้งความเพลิดเพลินและ ได้ชื่นชม ธรรมชาติอันสวยงามของป่าต้นน้ำกรุงชิง

ช่วงเวลาเหมาะสม สำหรับการขึ้นเขาหลวงเวลาที่เหมาะควรจะเป็นช่วงหน้าร้อน เนื่องจากสภาพ
ทางค่อนข้างดีและไม่ต้องห่วงเรื่องทากมากนัก อีกทั้งการหาที่นอนและ อุณหภูมิก็จะไม่เป็นปัญหา
มากนัก สำหรับอุณหภูมิ ณ ยอดเขาจะประมาณ 12-18 องศา ความชื้นสูง

อุปกรณ์ที่ไม่ควรลืม

1. รองเท้าเดินป่า (ไม่ควรมีน้ำหนักมากเกินไปและแห้งง่าย) ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้ากีฬา) อาจพกรองเท้าแตะ อีกคู่ไว้เปลี่ยนเมื่อถึงที่พัก
2. ถุงเท้า 2 คู่
3. ยาเส้น (กันทาก)
4. กระติกน้ำ
5. ถุงพลาสติกใส่ของเปียกและขยะกลับ
6. เป้กันน้ำหรือพลาสติกกันเปียก
7. ผ้าพลาสติกกันน้ำ
8. ของแห้งสำหรับ 7-8 มื้อ
9. ไฟฉาย อย่าลืมใส่ถ่านหล่ะ
10. ไฟแช๊ก
11. เครื่องกันหนาวที่น้ำหนักไม่มากนัก
12. กล้ามเนื้อและกำลังใจที่พร้อมเพรียง จัดกระเป๋าได้เลย

(ที่มา : คู่มือท่องเที่ยวธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช โดย สำนักงาน ททท.ภาคใต้เขต 2 (นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง)และ ประสบการณ์ตรงจาก ไหมแพร ศรีใส)

น้ำตกโตนงาช้าง
น้ำตกโตนงาช้าง

ที่ตั้ง

ที่ตั้ง เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง บ้านหูแร่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

การเดินทาง

ใอยู่ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ไปประมาณ 26 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางหาดใหญ่-รัตภูมิ หรือจะ เดินทางโดยรถโดยสารสองแถว หาดใหญ่-น้ำตกโตนงานช้าง ซึ่งจะมีรถจอดรออยู่ตรงบริเวณตลาด พลาซ่า ออกทุก 1 ชั่วโมง

น้ำตกโตนงาช้าง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดของจังหวัดสงขลา คำว่าโตนในภาษา พื้นเมืองแปลว่า "น้ำตก" ส่วน "งาช้าง" นั้นมาจากลักษณะของน้ำตกชั้นที่ 3 มีน้ำตกลงมาสองทาง เป็นลำยาว ลักษณะคล้ายงาช้าง จึงเรียก น้ำตกโตนงาช้าง มีทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นบนสูงขึ้นไปอีก 1,550 เมตร เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี บริเวณรอบข้างเป็นป่าดงดิบชื้น มีสัตว์ป่าประเภท ลิง ชะนี และหมู่ป่าอยู่มาก

สำหรับน้ำตกทั้ง 7 ชั้น จะมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ได้แก่

ชั้นที่ 1.โตนบ้า เมื่อเดินเท้าไปเพียงแค่เล็กน้อยจากจุดจอดรถ ก็จะพบกับสายน้ำและโขดหิน เล็กๆ สำหรับชั้นนี้ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำเท่าไหร่นัก เนื่องจากเป็นเพียงแค่สายน้ำไหล และไม่มีแอ่งน้ำ

ชั้นที่ 2.โตนปลิว ชั้นนี้เดินเท้าจากชั้นแรกประมาณ 200 เมตร ลักษณะของชั้นนี้เป็นแอ่งน้ำ เหมาะแก่การเล่นน้ำ ลักษณะโดยทั่วไป น้ำจะไหลจากหน้าผาสูงชันพอประมาณ สูงประมาณ 20 เมตร โดยที่น้ำจะไหลเป็น 2 สายมาบรรจบกันที่แอ่ง ผู้คนโดยส่วนใหญ่มักจะเล่นน้ำกันชั้นนี้ การเดินทางมาชั้นนี้ค่อนข้างสะดวก

ชั้นที่ 3.โตนงาช้าง หากเดินทางมาเที่ยวน้ำตกโตนงาช้างต้องไม่พลาดชั้นนี้ ซึ่งจะได้สัมผัส กับจุดที่เรียกว่า โตนงาช้าง ในชั้นนี้ใช้เวลาในการเดินทางจากชั้นที่ 2 ประมาณ 15 นาที เนื่องจาก ทางขึ้นค่อนข้างชัน

เมื่อถึงชั้นนี้จะพบน้ำไหลลาดชัน สูงประมาณ 20 เมตร โดยจะมีน้ำไหล 2 สายมาบรรจบกันที่แอ่ง เล็กๆ ซึ่งจะมีโขดหินขนาดใหญ่ขวางอยู่ และเมื่อนั่งบนโขดหินชั้นนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านล่าง เนื่องจากบนชั้นนี้จะมีความสูงใกล้กับเทือกเขา ในชั้นนี้จะมีแอ่งน้ำซึ่งสามารถที่จะเล่นน้ำได้

ชั้นที่ 4.โตนดำ อยู่ที่ระดับความสูง 700 เมตร

ชั้นที่ 5.โตนน้ำปล่อย อยู่ที่ระดับความสูง 1,050 เมตร

ชั้นที่ 6.โตนฤาษีคอยบ่อ อยู่ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร

ชั้นที่ 7.โตนเหม็ดชุน อยู่ที่ระดับความสูง 1,550 เมตร

สำหรับการเดินทางไปเที่ยวชมน้ำตกโตนงาช้างในครั้งนี้ ทางทีมงานมัวเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำ อยู่ที่ชั้น 3 จนถึงเย็น เลยไม่ได้ขึ้นไปสำรวจในชั้นต่อๆ ไป เอาไว้ปีหน้าเราจะไปลุยเก็บข้อมูลในชั้น 4 จนกระทั้งถึงชั้น 7 พร้อมทั้งเก็บภาพมาฝากให้เพื่อนๆ ได้ดูและได้อ่านกันน๊ะคะ…หรือว่าหากเพื่อนๆ คนใดที่ได้ไปสัมผัสมาแล้ว ก็สามารถเขียนมาบอกเล่าสู่กันฟังหรือจะส่งรูปมาให้ชมกันบ้างก็ดีน๊ะคะ
เกาะเต่า
 
เกาะเต่า

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ในน่านน้ำของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

การเดินทาง

สามารถเดินทางได้จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดชุมพร แต่ที่สะดวกที่สุด คือ เดินทางจาก จังหวัดชุมพร โดยขึ้นรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-ปากน้ำชุมพร จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม
การเดิน ทางข้ามเรือไปเกาะเต่า
-จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางโดยเรือด่วน เวลา 08.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 14.00 น.   -จากจังหวัดชุมพร เดินทางโดยเรือด่วนเที่ยวไปออกจากปากน้ำชุมพรเวลา 07.30 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 10.00 น. เที่ยวกลับออกจากเกาะเต่าเวลา 15.00 น. ถึงปากน้ำชุมพรเวลา 17.30 น.

เกาะเต่าเป็นเกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในน่านน้ำของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งดำน้ำที่งดงามที่สุด ในฝั่งอ่าวไทย สภาพน้ำใส มีชีวิตใต้น้ำที่อุดมสมบูรณ์ และยังมีกัลปังหาลักษณะเดียวกับที่มีในทะเล อันดามันขณะที่แหล่งดำน้ำอื่นๆ ในอ่าวไทยไม่มี

ทางด้านใต้ของเกาะมีหาดโฉลกบ้านเก่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทชื่อดังมากมาย ซึ่งหากเดินไปอีก นิด จะมีโขดหินรูปร่างแปลกๆ เรียกว่า "หินตาโต๊ะ"

ทางด้านตะวันตกของเกาะมีหาดต่างๆ มากมาย เหมาะแก่การนอนอาบแดด
ใกล้ๆ กับเกาะเต่า คือ เกาะนางหยวน ซึ่งลักษณะของเกาะจะมีหาดทรายเชื่อมต่อ ระหว่างเกาะสาม เกาะ ซึ่งทั้ง 2 ที่ขนาบเกาะกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าเกาะที่อยู่ตรงกลาง ลักษณะพื้นที่บนเกาะเป็นภูเขา หิน และเมื่อมองจากกองหินบนยอดเขา จะเห็นทัศนียภาพรอบเกาะที่สวยงามมาก มองเห็นน้ำสีคราม ที่ห้อมล้อมเกาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หาดสามเส้า

กว้างใหญ่ขึ้น และลึกถึง 3 ชั้น มีช่องทางเข้า-ออก ได้ 16 ช่อง(1.5 x 2 ม.) มีบันได เชื่อมระหว่าง
ชั้น ความยาวคดเคี้ยวขึ้นลงภายในติดต่อกันยาวประมาณ  1,000 เมตร  สามารถจุคนได้ประ-
มาณ 200 คน ภายในอุโมงค์แบ่งแยกเป็นห้องๆไว้หลายห้อง อันประกอบด้วยห้องประชุมขนาด
ใหญ่-ขนาดเล็ก ห้องธุรการ ห้องวิทยุ ห้องพยาบาล ห้องครัว ห้องผู้นำ สนามซ้อมยิงปืนสนามหัด
ขี่มอเตอร์ไซด์และ  ห้องสุขา  ทั้งนี้ใช้เวลาขุดอุโมงค์แห่งนี้  ทั้งหมดด้วยกำลังคนประมาณ  2  ปี
นอกจากนี้  บริเวณเนินเขาภายนอกอุโมงค์  ยังจัดให้มีค่ายปฏิบัติการ  ประกอบด้วยสนามบาส
เก็ตบอล โรงครัว ที่พักชาย-หญิง ห้องวิวาห์ (เรือนหอ) และห้องปฏิบัติการเตรียมพร้อม

และเมื่อมาถึงเกาะเต่าสิ่งที่ไม่ควรพลาด คือ การมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ หาดทรายแดง เพราะ สามารถมองเห็นภาพของพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างเกาะเต่า และเกาะกงทรายแดง (เกาะหินเล็กๆ) ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก

สำหรับจุดที่จะสามารถชมฝูงปลา และดำน้ำดูปะการังได้อีกจุด คือ แหลมแท่น ซึ่งเป็นหาดที่ค่อน ข้างเล็กมาก มีเนื้อที่ประมาณ 10 เมตร ด้านหลังหาดจะมีบังกะโลที่วางตัวลดหลั่นกันลงมา มองดูแล้ว ก็แปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง บริเวณนี้จะมีทุ่นสำหรับผูกเรือ เพื่อป้องกันปะการังเสียหายจากสมอเรือ

ทางด้านทิศใต้ของแหลมแท่น จะเป็นจุดดำน้ำที่เลื่องชื่อ คือ กงทรายแดง ซึ่งมีทั้งผู้ที่ฝึกหัดดำน้ำ และนักท่องเที่ยวจากเกาะสมุย ก็จะมาดำน้ำดูปะการังกันที่นี่

สำหรับจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเกาะเต่า คือที่ โฉลกบ้านเก่า ซึ่งจะสามารถมองเห็นอ่าวโฉลกบ้าน เก่า และอ่าวเทียนนอก โดยทั้ง 2 อ่าว จะมีเว้าที่เกือบจะติดกัน มองเห็นแนวเขาของเกาะตัดน้ำทะเล สีคราม มองเห็นเกลียวคลื่นกระทบโขดหินเห็นเป็นฟองขาวสะอาด

นอกเหนือจากโลกใต้น้ำแล้วบนเกาะยังมีสภาพธรรมชาติที่ร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งปี แต่ควรเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง

(ที่มา :ได้รับการเอื้อเฟื้อขอมูลจากนิตยสาร Picture & Arts ฉบับที่ 18 เมษายน 2538 คัดมาจากบทความ ของคุณยงยุทธ วิชาญนุวัฒน์ )

 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา


ที่ตั้ง

บริเวณทิวเขาสันกาลาคีรี แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.แว้ง จ.นราธิวาส

การเดินทาง

จากหาดใหญ่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 43 ผ่าน อ.โคกโพธิ์ เข้า จ.ปัตตานี จากนั้นใช้ทางหลวง หมายเลข 42 จนถึง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4055 และ 4056 ผ่าน อ.สุไหงปาดี จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4057 ไป อ.แว้ง ไปต่อจนถึงบ้านบูเก๊ะตา ก่อนถึง เขตแดน จะเห็นป้ายบอกทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา และน้ำตกสิรินธร เลี้ยวขวาไป ตามทางหลวงหมายเลข 4062 ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา บาลา จะอยู่ทางด้านขวามือ ส่วนน้ำตกสิรินธรจะอยู่เลยไปไม่ไกลนัก.

หากมาทางรถไฟ ซึ่งมาสุดที่สถานีปลายทางสุไหงโก-ลก ก็สามารถจ้างเหมารถรับจ้าง มาส่ง ที่เขตฯ หรือน้ำตกได้

เป็นพื้นที่อนุรักษ์แห่งใหม่ของประเทศไทย โดยประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2539 ตั้งอยู่บริเวณทิวเขาสันกาลาคีรีอันเป็นแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 270,725 ไร่ ประกอบด้วยผืนป่าดงดิบที่สมบูรณ์ 2 ส่วน คือ ป่าฮาลา ในเขต อ.เบตง จ.ยะลา อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และป่าบาลา ในเขต อ.แว้ง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

ด้วยสภาพป่าพื้นที่เกือบทั้งหมดของเขตฯ เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและปกคลุมด้วยป่าดงดิบ หรือป่าฝน ที่อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง กอปรกับมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ของประเทศ มาเลเซีย จึงทำให้ผืนป่าฮาลา-บาลา เป็นแหล่งอาศัยของพืชพรรณและสัตว์ป่าที่หายากจำนวนมาก หลายชนิดจะพบเห็นได้เฉพาะบริเวณป่าแถบนี้เท่านั้น

สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูนก ดูผีเสื้อ หรือศึกษา พรรณไม้ สามารถเดินทางมาสัมผัสและศึกษาธรรมชาติทางฟากป่าบาลาได้โดยไม่ยาก ทั้งนี้เพราะอยู่ ไม่ไกลจาก อ.สุไหงโก-ลก และมีทางหลวงหมายเลข 4062 ซึ่งเป็น ถนนลาดยางอย่างดีตัดผ่านพื้นที่ ป่า และแหล่งศึกษาธรรมชาติจุดต่างๆ

นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ระหว่างป่าบาลากับ อ.สุไหงโก-ลก โดยไม่จำเป็นต้องไปค้างแรมในพื้นที่ป่าแต่อย่างใด

ฤดูกาลที่เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา คือ ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนกันยายน ซึ่งจะมีฝนตกลงมาไม่มากเกินไปนัก

(ที่มา : ได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลจากอนุสาร อสท. ฉบับเดือนมิถุนายน 2541 หน้า 116 )

เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวน้อย-เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพังงา เหมาะแก่การเป็นที่พักผ่อนแก่ผู้ที่ชอบความสงบ ร่มเย็น และยังเป็นเกาะที่สามารถเดินทางออกไปท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะแก่งต่างๆ ได้รอบด้าน เช่น เกาะไข่ของภูเก็ต เกาะห้อง จ.กระบี่ เป็นต้น


การเดินทาง

-ไปเกาะยาวใหญ่ สามารถเดินทางจากตัวเมืองภูเก็ตโดยรถโดยสารประจำทางเดินทางออกจาก ตลาดสดเทศบาลเมืองภูเก็ต โดยรถโดยสารสายภูเก็ต-อ่าวปอและป่าคลอก เวลาออกตั้งแต่ 8.30น-11.00น ค่าโดยสารคนละ 20 บาทใช้เวลาประมาณ 20 นาที ส่วนค่าเรือคนละ 30 บาท ใช้เวลานั่งเรือ 30 นาที
-ไปเกาะยาวน้อย สามารถเดินทางจากตัวเมืองพังงามาลงเรื่อที่ท่าด่านศุลกากรทางไปอ่าวพังงา ค่าโดยสาร ประมาณ 10 บาท เดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ค่าโดยสารเรือคนละ 80 บาท และมีเรือเพียงเที่ยวเดียวออกเวลา 13.00 น
หรือ สามารถเดินทางจากอำเภออ่าวลึกจังหวัดกระบี่มาลงที่ท่าเรือบ้านแหลมสัก นั่งเรือ 30นาที ก็ถึงเกาะยาวน้อย

ลักษณะภูมิศาสตร์

อำเภอเกาะยาว ประกอบด้วยเกาะสองเกาะด้วยกันคือ "เกาะยาวน้อย"และ"เกาะยาวใหญ่ และรายล้อมด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยอีกมากมายกว่า 200 เกาะรวมพื่นที่น้ำด้วยก็ประมาณ 700 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศของอำเภอเกาะยาวเป็นภูเขา 70% เป็นพื้นที่ร้าบ 30% ลักษณะของเทือกเขายาวจากเหนือจรดใต้ความยาวรวม 36 กิโลเมตร พื้นที่ 138 ตารางกิโลเมตร เป็นลักษณะของภูเขาที่มีความสูงระดับกลางๆ คือ 300 เมตร จากระดับน้ำทะเลเป็นป่าไม้ แบบป่าเขตร้อน มีความชุ่มชื้นตลอดทั้งปีมีฤดูฝนใน 1ปี ประมาณ 7 เดือน

อาณาเขต

-ทิศเหนือ จด จังหวักกระบี่ และจังหวัดพังงา
-ทิศใต้ จด ทะเลเขตจังหวัดภูเก็ต
-ทิศตะวันออก จด ทะเลเขตจังหวัดกระบ
ี่-ทิศตะวันตก จด ทะเลเขตจังหวัดภูเก็ต

ิการเมืองการปกครอง

อำเภอเกาะยาว ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเมื่อ พ.ศ. 2446 ตั้งเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2531 ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะยาวน้อย รหัสไปรษณีย์ 82160 หมายเลขโทรศัพท์
076) 597-003 -1
อำเภอเกาะยาวมีลักษณะะการปกครองเป็น ตำบลและหมู่บ้าน อำเภอเกาะยาวมีทั้งหมด 3 ตำบลคือ -ตำบลเกาะยาวน้อย เป็นเกาะที่อยู่แยกอิสระจากเกาะอื่นเป็นศูนย์รวมของการปกครอง และการเมืองรวม สถานศึกษาและความเจริญต่างๆ เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมีพื้นที่เพียง 35 ตารางกิโลเมตร เกาะยาวน้อย มีหมู่บ้านทั้งหมด 7 หมู่บ้าน และมี 1เทศบาล ได้แก่
หมู่ที่ 1. บ้านท่าค่าย หมู่ที่ 2 บ้านใหญ่ หมู่ที่ 3. บ้านน้ำจืด หมู่ที่ 4. บ้านท่าเขา หมู่ที่ 5. บ้านริมทะเล หมู่ที่ 6.บ้านแหลมยาง หมู่ที่ 7.บ้านอันเป้า

-ตำบลเกาะยาวใหญ่ เป็นเกาะที่อยู่ทางตอนใต้ของเกาะยาวน้อย เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่มีพื้นที่ 80 ตารางกิโลเมตร มีหมู่บ้าน 4หมู่บ้าน ได้แก่
หมู่ที่ 1. บ้านคลองเหีย หมู่ที่ 2 บ้านช่องหลอด หมู่ที่ 3. บ้านย่าหมี หมู่ที่ 4. บ้านคลองบอน

-ตำบลพรุใน เป็นตำบลที่อยู่บนเกาะเดียวกับตำบลเกาะยาวใหญ่ คือ หมายถึงเกาะยาวใหญ่ แบ่งออก เป็นสองตำบล ตำบลพรุในมีหมู่บ้านทั้งหมด 7 หมู่บ้าน ได้แก่
หมู่ที่ 1. บ้านโล๊ะโป๊ะ หมู่ที่ 2 บ้านพรุใน หมู่ที่ 3. บ้านโล๊ะปาไล้ หมู่ที่ 4. บ้านท่าเรือ หมู่ที่ 5. บ้านคลองดินเหนียว หมู่ที่ 6.บ้านนอก หมู่ที่ 7.บ้านโล๊ะปาเรด

ประชากร

ประชากรร้อยละ 90นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือเป็นศาสนาพุทธ อาชีพของคนเกาะยาวส่วนใหญ่
จะทำสวนยางพารา รองลงมาคือประมงและค้าขาย ประชากรชาวเกาะยาวจากประวัติที่มีบันทึกอยู่
ในจดหมายเหต ุได้มีการระบุว่าได้อพยพมาจากจังหวัดตรังและสงขลา เมื่อสมัยสงครามที่พม่ามา
โจมตีไทย จำนวนประชากรที่สำรวจ เมื่อวันที่ 20 มีนาคมปี พุทธศักราช 2543 มีทั้งสิ้น
12,580 คน มีทั้งหมด 3,100 หลังคาเรือน

(ขอขอบคุณ คุณประวัฒน์ โรมิน ผู้ให้ข้อมูล / 20 พฤศจิกายน 2543)


หมู่เกาะบุโหลน

ุหมู่เกาะบุโหลน


ที่ตั้ง

อ.ละงู จ.สตูล

การเดินทาง

จากหาดใหญ่ นั่งรถตามเส้นทางหลวง 406 ถึงสตูล และต่อเส้นทางหลวง 4078 ที่สามแยกฉลุง สู่ อ.ละงู และนั่งรถต่อไปท่าเรือปากบารา

   จากท่าเรือปากบารา ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง มีเรือโดยสารให้บริการวันละ 1 เที่ยว เวลา 14.00 น.

   และเรือโดยเที่ยวกลับ จากเกาะบุโหลน สู่ท่าเรือปากบารา ในเวลา 9.00 น. อัตราค่าโดยสารไป-กลับ ท่านละ 300 บาท (ทั้งนี้ควรซื้อตั๋วไป-กลับ เพื่อความสะดวกในการเดินทางกลับ ; ข้อมูล 06/01/2545)

เกาะบุโหลน หมู่เกาะแห่งทะเลอันดามันใต้ของไทย ที่ยังคงธรรมชาติ ที่สวยงาม และบริสุทธิ์ และ มีวิถีชีวิตที่เรียบของชาวเล เหมาะแก่ การพักผ่อน ของผู้ที่ต้องการ ความสงบเงียบ และเป็นส่วนตัว

หมู่เกาะบุโหลนประกอบด้วย เกาะบุโหลนเล , บุโหลนดอน , บุโหลนไม้ไผ่ , บุโหลนรัง และเกาะหินเล็กหินน้อย ที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยปะการังและสัตว์น้ำ

เกาะบุโหลนเล เป็นเกาะที่มีเนื้อที่ใหญ่ที่สุด เป็นจุดที่เรือโดยสาร นำพา นักท่องเที่ยวมาสู่ เนื่องด้วยมีสิ่งอำนวยความสะดวก ในเรื่องที่พัก และร้านอาหาร สามารถรองรับนักท่องเที่ยว ได้ทั้งชาวไทย และชาว ต่างชาติ

   บนเกาะแห่งนี้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการพักผ่อน อย่างเป็นส่วนตัว นักท่องเที่ยวโดยส่วนมาก จึงเป็นชาวต่างชาติ มากกว่าคนไทย และส่วนใหญ ่ก็จะใช้เวลาในการพักผ่อน บนเกาะเล็กๆ แห่งนี้เป็น ระยะเวลากว่า 3 วัน หรือบ้างก็อยู่เป็นแรมเดือน ด้วยความเงียบสงบ และคงธรรมชาติที่บริสุทธิ์จึงเป็นเสน่ห์ ของเกาะบุโหลนที่ทำให้ผู้มาเยือน จะต้องกลับมาอีกครั้งเมื่อมีโอกาส

   เมื่อลงจากเรือโดยสาร ก็จะมีเรือเล็ก มาลอยรำอยู่ริมฝั่ง เพื่อรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่เกาะ จุดแรกที่จะ ได้ย่างเท้า สัมผัสน้ำทะเล บนหาด ทราย คือ ด้านหน้าของเกาะ หาดทรายบริเวณนี้ ค่อนข้างขาว ละเอียด และมีหินปะการัง อยู่บ้าง จึงเหมาะแก่การเล่นน้ำ และดูปะการังน้ำตื้น และยังเป็น จุดชมพระอาทิตย์ ขึ้นในยามเช้าที่สวยมาก

   สำหรับการเดินทางบนเกาะ จะมีเส้นทางเดินเท้าที่สะดวก ร่มรื่น ตลอดเส้นทาง สามารถเดินทาง ได้รอบเกาะ โดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ
  
   ชายฝั่งทางด้านทิศเหนือของเกาะ คือ อ่าวบังกาน้อย ซึ่งเป็นที่ตั้ง ของ บุโหลน วิวพ้อยต์ รีสอร์ท แอนด์ ทัวร์ ที่ทางทีมงาน ได้มีโอกาสไปพัก มาแล้ว (บริการดี ราคาเป็นกันเอง)

   ในยามเช้า ที่แห่งนี้จะมีนกเงือก เป็นจำนวนบินมาอวดโฉม ปลุกนักท่องเที่ยว ให้ได้สัมผัสธรรมชาติ อันแสนบริสุทธิ์

   ชายฝั่งทางด้านทิศใต้ของเกาะ เป็นที่ตั้งของอ่าวมะม่วง ซึ่งสามารถ หาซื้ออาหารทะเลสดๆ ได้ในราคาถูก เหมาะสำหรับ บาบีคิวมือเย็น เป็นอย่างยิ่ง

  นอกจากจะได้พักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติ และรับประทาน อาหารทะเลสดๆ แล้ว บนเกาะแห่งนี้ ยังคงมีภาพวิถีชีวิต และศิลปการแสดง อย่างเช่น การรำร็องแงง ของชาวเลดั้งเดิม ที่นับวันจะหาดู ได้ยาก นับเป็นอีกหนึ่งมนเสน่ห์ของเกาะบุโหลน

   และสำหรับผู้ที่ชอบการดำน้ำชมปะการัง และเล่นน้ำตามชายหาด แบบเป็นส่วนตัว ก็ยังสามารถ จ้างเหมาเรือ ของชาวบ้าน หรือจะซื้อทริปทัวร์ในรูปแบบ o­ne day trip เที่ยวทั่ว หมู่เกาะบุโหลน อันได้แก่ เกาะบุโหลนไม้ไผ่ , เกาะบุโหลนดอน , เกาะบุโหลนรัง ,หินแพร และ white rock แหล่งปะการัง 7 สี ขึ้นชื่อ จนได้รับความนิยม จากนักดำน้ำ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาเที่ยวยังภูเก็ต ได้ที่ บุโหลนวิวพ้อยต์ รีสอร์ท แอนด์ ทัวร์
หมู่เกาะอาดัง-ราวี

เกาะอาดัง


ที่ตั้ง

ภายในอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา หมู่ที่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล

การเดินทาง

-รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน จ. ประจวบคีรีขันธ์ จ. ชุมพร  จากนั้นใช้ทางหลวงหมาย
เลข 41  ผ่านเข้าเขต จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง จากพัทลุงเข้าสู่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา  ใช้ทางหลวง
หมายเลข 4 แล้วแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 406 ถึง จ.สตูลรวมระยะทาง 973 กม. จาก
ตัวเมืองสตูล ใช้ทางหลวงหมายเลข 416 ประมาณ 14 กม. ถึง อ.ละงู แยกไปตามหลวงหมายเลข
4052 อีก 12 กม.ถึงท่าเรือปากบารา

-รถประจำทาง ที่สถานีขนส่งสายใต้มีรถธรรมดาและรถปรับอากาศให้เลือกหลายเที่ยว  สำหรับ
รถวีไอพี 24 ที่นั่ง มีออกเดินทางทุกวัน เวลา 18.00 น.  และเมื่อเดินทางมาถึง จ.สตูล  แล้วต้อง
เดินทางต่อไปยังท่าเรือปากบารา  โดยที่ บขส.สตูลจะมีรถโดยสารไป  อ.ละงู  จากนั้นต่อรถสอง
แถวไปอีก 10 กม. จึงจะถึงท่าเรือ (ติดต่อ สถานีขนส่งสายใต้ โทร (02) 4345557-8)

-รถไฟ ปัจจุบันยังไม่มีรถไฟไปจังหวัดสตูลโดยตรง  แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยมีขบวนรถ
กรุงเทพ-หาดใหญ่ทุกวัน ซึ่งเมื่อถึงหาดใหญ่แล้วต้องต่อรถประจำทางเข้าจังหวัดสตูลอีก 97 กม.
(ติดต่อ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร (02) 2237010, 2237020)

-เครื่องบิน มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ทุกวัน  เวลา 06.05 น. 08.05 น. 10.50 น. 15.30 น.
และ18.45 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง (ติดต่อ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน)
กองสำรองที่นั่ง โทร (02) 6282000)

การเดินทางจากท่าเรือปากบารา-เกาะอาดัง เกาะราวี

-เที่ยวไป มีเรือโดยสารเดินทางจากท่าเรือปากบารา-เกาะอาดัง  ออกทุกวันอังคาร  พฤหัสบดี
และเสาร์ เวลา 13.00 น.
-เที่ยวกลับ  ออกทุกวันศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์ เวลา 09.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่ว
โมง

เกาะอาดัง  ที่อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กม. สภาพโดยทั่วไป
เป็นเทือกเขาสูงครอบคลุมเนื้อที่เกือบทั้งหมดของเกาะ บริเวณโดยรอบริมเกาะเป็นหน้าผาสูง
ชันมีที่ราบเฉพาะบริเวณเหนือชายหาดต่างๆ เพียงเล็กน้อย

ในอดีตเคยเป็นที่ส้องสุมโจรสลัด  มีหาดทรายขาวละเอียดสวยงาม  และมีแนวปะการังอยู่
รอบๆ เกาะ จึงเหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น  เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ฯที่ ตต.5 (แหลมสน) มีที่
พักและร้านอาหารของอุทยานฯ

เกาะราวี  เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสูง  จากระดับน้ำทะเลปานกลาง  มีความลาดชันสูง มีที่
ราบน้อย ที่เที่ยวที่สำคัญบนเกาะอาดัง เกาะราวี

-น้ำตกโจรสลัด เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำไว้เก็บน้ำใช้ตลอดปี

-ผาชะโด  อดีตเคยเป็นจุดสังเกตการณ์ของโจรสลัด  เพื่อเข้าโจมตีเรือ  เป็นจุดชมทิวทัศน์
สวยงามที่ใช้เวลาเดินขึ้น 20 นาที บนลานโล่งมองลงไปจะเห็นทิวสนและแหลมทรายสีขาวของ
เกาะอาดัง เห็นเกาะหลีเป๊ะ

-เกาะราวี  มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใน เงียบสงบ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ตต.6 (หาด
ทรายขาว) เหมาะสำหรับกางเต็นท์พักแรม

สำหรับที่เกาะอาดัง  มีแนวปะการังแข็งด้านทิศตะวันออกและบริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ ที่
ตต.5 (แหลมสน) สามารถดำน้ำตื้นชมได้

ส่วนเกาะราวีจุดดำน้ำตื้นจะอยู่บริเวณหัวเกาะตรงช่องแคบด้านที่ติดกับเกาะอาดัง

(ที่มา  :  ได้รับความเอื้อเฟื้อข้อมูลจาก  อนุสาร อ.ส.ท.  คู่มือท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
จ.สตูล)

 
 
                            
 
                                                                                                      
 
                                                                                                                                             
 
 
                                                                                  
 



โดย popy ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 27 ก.ย. 52 11:52 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,786 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,786 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่



คำฮิต

โรงเรียน7 วิชาสามัญ , enn gat pat 57 , open house ,Asean , twitter , เด็ก กยศ , กสพท , เกมคณิตศาสตร์ , เกมคิดเลข , อาเซียน , เกมส์คิดเลข , ขยายเวลา , ข่าวการศึกษาต่างประเทศ , ม.ต้น ,ข่าวอาเซียน , ค้นหาตัวเอง , ค่าย , คำขวัญวันเด็ก , เคล็ดลับเรียนเก่ง , ของเล่นเคลียริ่งเฮ้าส์ , โควตา , จุฬาฯ , วันสันติภาพไทยทุนการศึกษา , แท๊บเล็ต , เหรียญ 10คาถาชินบัญชร ประชาคมอาเซียน , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต , ประวัติวันแม่ , เฟสบุ๊ค , ม.ทักษิณ , อาเซียน 10 ประเทศ , ม.รังสิต 57 , มมส 57 มศว. , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มหาวิทยาลัยพะเยา , รับตรง เกษตรศาสตร์ 57 , รับตรง มข 57 , ประกาศผลสอบ Admissions 57 ประถมศึกษารับตรงศิลปากร , เรียนต่อ , เรียนฟรี , ลาดกระบังฯ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลวันตรุษจีน , สทศ , สมัคร clearing house , สอบตรง , อ.วิริยะ , เว็บโรงเรียนตัวอย่างงานวิจัย,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บสำเร็จรูป , เว็บหน่วยงาน , ทำเว็บฟรี , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , รายชื่อโรงเรียนทั่วประเทศ , โครงงานวิทยาศาสตร์ , สารสนเทศโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT  , วันช้างไทย , วันสตรีสากล ณเดชน์ , เครื่องบินตก , อุ้มบุญ , โค้ชเช , วันสงกรานต์GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , Ice Bucket Challenge , บัตรสอบ , เอเชียศึกษา , ไวรัสอีโบลา , บันทึกความดี , แฟ้มสะสมผลงาน , วันจักรี , วันรพี , Portfolio , ประกาศผล GAT/PAT 57 , วันอาสาฬหบูชาสทศ.Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ , มุดพกความดี , วันแม่ , วันวิสาขบูชา , รับน้อง , เขียน Blog ที่ไหนดี ? ประกาศผลรับตรงโควตา ม.ศิลปากร ประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ , U-NET , ประกาศผลธรรมศาสตร์ , ประกาศผลจุฬา , ประกาศผลศิลปากร โควตา 28 จังหวัด , Variety , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , วันสุนทรภู่ , หย่า , วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

คำค้นหา

สอบตรง , อาเซียน , มหาวิทยาลัย ,โรงเรียน , ศึกษาต่อ , asean , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ประชาคมอาเซียน, ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ, ความรู้ ประถมศึกษา , ข่าวอาเซียน วิชาการ, portfolio แฟ้มผลงาน , ความรู้ มัธยมปลาย , โครงงานวิทย์ , ประวัติอาเซียน , ความรู้ , วิชาการ , อาจารย์วิริยะ , สาขาแห่งอนาคต , ดูหนัง หนังใหม่ ดูหนังออนไลน์ movie , เหรียญ 10ฟังเพลง เพลงใหม่ ฟังเพลงออนไลน์ เพลงฮิต , ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ , ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงรายวัน , วันสันติภาพไทยรถยนต์มือสอง เครื่องเสียงรถยนต์ รถยนต์ , การ์ตูน รูปการ์ตูน ภาพการ์ตูน คลิปการ์ตูน , ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวไทยรัฐ , ทวิสเตอร์ twitter วิธีเล่น twitter , เฟสบุ๊ค facebook คือ facebook วิธีเล่น facebook , ร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงเทพ ร้านอาหารแนะนำ ร้านอาหารเกาหลี , การ์ตูน , ซุปซิป ดารา , ผลบอล, ข่าว IT, หาเพื่อน , ข่าว, AEC, รถ, แบบทดสอบ, รูปภาพ , เกมส์รถแข่ง, เกมส์แต่งตัว หนังสือพิมพ์ , ข่าวประชาสัมพันธ์, วาเลนไทน์ , wallpaper , wallpaper น่ารัก , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ประเมินโอกาสติดแอดมิชชัน , ภาพเคลื่อนไหว , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , เขียน Blog ที่ไหนดี? , แม่เหล็ก , เกมส์, สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย , Thailand Travel โหลดเพลง , งานราชการ , งาน , เกมส์จับคู่ Ice Bucket Challenge , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมขุดทอง , อุ้มบุญเกมส์แข่งรถ , เกมส์ทำอาหาร , ประกาศผลสอบ Admissions 57 , เว็บไซต์โรงเรียน,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  สารสนเทศ , วันวาเลนไทน์ , นิทาน , กสพท , วันศิลปินแห่งชาติ , รับตรง ม.เกษตร 57 , Varietyโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT , วันแม่ , แฟ้มสะสมผลงาน , อุเทนถวาย , เครื่องบินตก , ประกาศผล O-NET ม.6 , โค้ชเช , วันสงกรานต์ , วันรพี , บัตรสอบ , GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , เคลียริ่งเฮาส์เอเชียศึกษา , ไวรัสอีโบลา , อักษร ศิลปากร , วันโกหก , บันทึกความดี , Portfolioสมุดพกความดี , บริจาคโลหิตวันจักรี , โปรแกรมสร้างแฟ้มสะสมผลงาน , วันอาสาฬหบูชา , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ. , Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ ,  , วันแม่แห่งชาติ , วันวิสาขบูชา , วันงดสูบบุหรี่โลก , ประกาศผลรับตรงโควตา 28 จังหวัด ม.ศิลปากรประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ ,  U-NET , ประกาศผลจุฬา , กฏอัยการศึก , รัฐประหาร , วาไรตี้ , ประกาศผล , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , เคลียริ่งเฮ้าส์ , วันสุนทรภู่ , หย่า , รับน้อง , วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติณเดชน์