แจกฟรี+หนังสือ TOEFL[เฉพาะกทม] <--คลิกที่นี่ | ดาวน์โหลดคะแนนสูง-ต่ำ แอดฯ55 | รวมประกาศผลแอดฯ 55 | มหาวิทยาลัยยอดนิยม
EZ Writers
my ... Love
นักวิทยาศาสตร์ จาก สถาบัน UCS (Union for Concerned Scientist) ใน สหรัฐอเมริกา เตือนว่าเป็น “อาจจะเป็นการเสี่ยงอย่างยิ่ง ต่อสุภาพของคนมนุษย์ ในปัจจุบัน” หลังจากมีการตรวจพบว่า พืชพันธุ์หลายๆชนิด ในสหรัฐฯ ถูกปนเปื้อนโดย ลำดับ DNA หรือ สารทางพันธุ์กรรม ที่เกี่ยวข้องกับ การดัดแปลงทางพันธุ์กรรม (GM =Genetically Modified )

ในปัจจุบันธัญพืชบางชนิดที่ถูกดัดแปลงพันธุ์กรรม ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตในอุตสาหกรรมด้านเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมยาบางชนิด เช่น ยาที่เกี่ยวกับโรคตับบางชนิด โรคโลหิตจาง ยารักษาบาดแผล ยาต่อต้านมะเร็ง วัคซีนต่อต้านโรคกลัวน้ำ ยารักษาท้องร่วงเฉียบพลัน และ ยาโรคปากและเท้าเปื่อย เป็นต้น

เรื่อง: 6
ผู้ชม: 31560
ชอบ: 51


1. ทำไมบางคนดื่มแล้วตัวแดงหน้าแดง

ปกติแล้วเวลาเราดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกายแล้ว ร่างกายจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้ไปเป็นสารที่ใช้ในวงจรสร้างพลังงาน ในขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงนั้นจะมีช่วงหนึ่งซึ่งสร้างสารที่ชื่อว่าแอลดีไฮด์ ซึ่งมีพิษต่อร่างกายได้ ... ในคนปกติ ร่างกายจะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า aldehyde dehydrogenase ทำหน้าที่เปลี่ยนสารแอลดีไฮด์ให้กลายเป็นสารอื่นต่อไป ... ซึ่งในคนเชื้อชาติทางด้านเอเชีย จะมีบางส่วน(50%)ซึ่งมีพันธุกรรมที่กำหนดการสร้างเอนไซม์ตัวนี้น้อยกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อกินเหล้าเข้าไป เหล้าจะเปลี่ยนไปเป็นพลังงานได้ช้ากว่าโดยไปเกิดการคั่งของสารกลุ่มแอลดีไฮด์นี้

สารแอลดีไฮด์จะทำให้เกิดอาการต่างๆคือ คลื่นไส้อาเจียน เวียนหัว ปวดหัว อาการบวมและคันตามตัว หลอดเลือดขยายตัว หน้าแดงมือแดงได้

ถ้าเข้าใจผิดจะคิดว่าเมาง่าย จริงๆคนที่เกิดอาการนี้ไม่จำเป็นต้องเมาครับ และกลไกนี้เป็นหนึ่งในเรื่องอาการแฮงค์ครับ

 

 

2. อาการแฮงค์คืออะไร

อาการแฮงค์ คืออาการมึนงงปวดหัวคลื่นไส้อาเจียนหลังจากที่ฤทธิ์ของเหล้าที่ดื่มหมดไปแล้ว ... อาการที่ว่านี้เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันได้แก่ การขาดน้ำ + การคั่งของสารแอลดีไฮด์ + น้ำตาลต่ำ ไปทำให้เกิดกลุ่มอาการดังกล่าวครับ

เพื่อให้ง่ายเข้า ผมทำเป็นแผนภาพให้ดูกัน

 

3. กินแค่ไหนจึงจะไม่โดนตำรวจจับ

ในประเทศไทย กฎหมายตั้งเกณฑ์ไว้ที่50mg% ดังนั้นเป้าคือกินอย่างไรไม่ให้เกิด50mg% ... มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2550 ในวารสารจดหมายเหตุทางการแพทย์ เกี่ยวกับการทดลองโดยให้อาสาสมัครดื่มเหล้า(+กับแกล้มหรืออาหาร)และตรวจเลือด ซึ่งพบว่าการดื่มเหล้าเกิน1ดริงค์ต่อชั่วโมง ก็เสี่ยงต่อการมีระดับแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว (1ดริงค์ = เหล้า40ดีกรี 40ซีซี /หรือเบียร์ 275 ซีซี)

ถ้าพูดเป็นภาษาเข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ถ้าคุณไปเที่ยวแล้วกินเหล้าสัก6-7 ฝา หรือ กินเบียร์1กระป๋อง จากนั้นก็ขับรถมาเจอด่านตรวจ คุณก็มีโอกาสที่จะโดนจับครับ

ทั้งนี้ในงานวิจัยพบว่า การกินกับแกล้มก็ไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าจะให้ช่วยจริงๆต้องกินเป็นอาหารมื้อหนักๆไปเลยจึงจะพอช่วยลดการดูดซึมได้บ้าง

(ถามจริงๆครับ ไปเที่ยวข้างนอกมีใครกินน้อยขนาดนั้นรึเปล่า)

4. กินยังไงไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ

หลายคนที่เจอจับอาจจะงงว่าตนเองยังไม่เมาเลย ทำไมโดนจับ เรื่องของเรื่องคือกลไกการเกิดอุบัติเหตุของคนที่ดื่มเหล้าเกิดจากการตัดสินใจช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีครับ เกิดได้ตั้งแต่ปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดน้อยที่ระดับ 10mg% ขึ้นไป ... ปริมาณระดับนี้ไม่สามารถตรวจด้วยวิธีปกติได้ แต่สามารถตรวจได้จากการวัดความเร็วการตอบสนองของร่างกายครับ

นั่นหมายความว่า คุณเสียความสามารถในการตอบสนองไปแล้ว โดยที่ยังไม่รู้สึกมึนด้วยซ้ำ

5. มียาแก้เมาค้างหรือไม่

การแก้อาการเมาค้างในปัจจุบันยังใช้วิธีแบบตรงไปตรงมาคือ อย่าดื่มมากเกิน อย่าดื่มเร็วเกิน ดื่มน้ำบ่อยๆ เลือกชนิดเหล้า(เหล้าบางชนิดจะมีสารเคมีที่ทำให้เมาค้างได้ง่าย ต้องหาเอา ขึ้นกับแต่ละคน)ส่วนถ้าไปดูตามวงเหล้า หรือตามโฆษณาต่างๆ จะมีการพูดถึงยา, สมุนไพร, อาหารเสริม ที่ช่วงแก้อาการเมาค้าง ... แต่ถ้าว่ากันจริงๆตามงานวิจัย ยังไม่มียาที่ใช้แก้อาการเมาค้างที่ได้ผลชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ครับ

ดังนั้นถ้าจะหาซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์ใดๆมา ก็ไม่ต้องซีเรียสครับ ซื้อตามกำลังทรัพย์และความพึงพอใจเอา

6. การดื่มเพื่อสุขภาพ

มีงานวิจัยที่ออกมาบอกว่าการดื่มแอลกฮอล์อาจจะมีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพได้ ทั้งนี้ต้องดื่มแต่พอดีครับ คำว่าดื่มแต่พอดีก็คือ การดื่มประมาณวันละ 1 ดริงค์

เทียบเท่าเบียร์ค่อนกระป๋อง / ไวน์ปริมาณ1ขวดกระทิงแดง / หรือเหล้าหนึ่งเป๊ก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการดื่มในระดับที่ไม่รู้สึกอะไร หรืออย่างมากก็กรึ่มเพียงเล็กน้อยครับ ...

ดังนั้นการดื่มเพื่อสันทนาการ ดื่มแบบเฮฮา หรือดื่มแบบสนุกครื้นเครง ล้วนเกินพอดีครับ โทษมากกว่าประโยชน์ชัดเจน

อนึ่ง ฝรั่งเค้าก็ใช้คำว่า Moderation หรือ Moderate drinking ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ดื่มแต่พอดี” เช่นกัน

 

ขอขอบคุณ คุณหมอแมวจาก mthai.com

print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้ 

n_logo@windowslive.com

ดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 1
สมาชิกเมื่อ : 05/08/2008
เรื่องอื่นๆ ของฉัน


ENN: ศูนย์ข่าวการศึกษา

เรียนต่อ ขอทุน