อาชีพต่างๆๆในคณะเกษตร

ลบ แก้ไข

ชื่ออาชีพ : นักธรณีวิทยาทั่วไป                                  
นิยามอาชีพ
          ศึกษาและสำรวจทางธรณีวิทยาทั่วไปในด้านโครงสร้างและประวัติของเปลือกโลก ทำการวิจัย การก่อรูปร่าง และการผุพังทำลายของหินชนิดต่างๆ วิเคราะห์วิจัยซากสัตว์และพืชดึกดำบรรพ์ การเกิดของสินแร่ต่างๆ รวมถึงผลกระทบทางด้านธรณีวิทยาที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งก่อสร้างต่างๆ และชุมชน ประยุกต์ใช้วิชาการธรณีวิทยาให้เกิดประโยชน์ถูกต้องตามหลักวิชาการ และเกิดผลดีแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จัดทำรายงาน แผนที่ และแผนผังของบริเวณที่ได้สำรวจแล้ว รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขปัญหาทางวิชาการ หรือถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการธรณีวิทยา

ลักษณะของงานที่ทำ
          โดยเหตุที่ธรณีวิทยาเป็นเรื่องของโลก ที่เราทุกคนอาศัยอยู่ ดังนั้น วิชาธรณีวิทยาจึงเป็นพื้นฐานที่สามารถประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ อย่างกว้างขวาง และมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมาก งานหลักๆ ของนักธรณีวิทยามีดังนี้
 1. สำรวจ ศึกษา และวิจัย ซึ่งจะเน้นหนักไปทางใดก็จะขึ้นอยู่กับภารกิจขององค์กรต้นสังกัด เช่น กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่สำรวจหาข้อมูลทางธรณีวิทยา
พื้นฐาน ธรณีวิทยาแหล่งแร่ หรือข้อมูลในรูปแบบอื่น เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย และแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี เช่น การประเมินความเหมาะสมในการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และวางแผนการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด รวมถึงการสำรวจเพื่อประเมินความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว โคลนถล่ม หรือหลุมยุบ เป็นต้น นักธรณีวิทยาของกรมชลประทาน ก็จะใช้ความรู้ทางธรณีวิทยาและวิศวกรรมธรณีในการสำรวจและประเมินความเหมาะสมในการสร้างเขื่อน ฝาย หรือระบบชลประทาน ส่วนนักธรณีวิทยาในกรมทรัพยากร น้ำบาดาล ก็จะเน้นการสำรวจค้นหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภค บริโภค การวางแผนการใช้ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบ เช่น ปัญหาแผ่นดินทรุด ที่เกิดขึ้นในบริเวณกรุงเทพมหานคร และใกล้เคียง
 2. เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่สาธารณชน ในรูปของการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เช่น ผลไม้หิน ทรายดำ หรือเพชรพญานาค หรือการให้ความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ออบหลวง หอนางอุสา ลานหินปุ่ม–ลานหินแตก แพะเมืองผี ว่าเกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรรมชาติอย่างไร มีลักษณะต่างๆ ที่น่าสนใจอย่างไร เป็นต้น ซึ่งเมื่อได้รู้ถึงความละเอียดอ่อน หรือเปราะบางของธรรมชาติแล้ว ก็จะทำให้คนเราเกิดความหวงแหน มีแรงจูงใจที่จะทำนุบำรุงรักษาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไว้
 3. บทบาทของนักธรณีวิทยาภาคเอกชนก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน แต่มีทิศทางการทำงานตามเป้าหมายเชิงธุรกิจของบริษัทนั้นๆ เช่น นักธรณีวิทยาในงานปิโตรเลียมจะทำหน้าที่สำรวจค้นหาแหล่งก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงาน บางบริษัทจะประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการออกแบบฐานรากสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น สนามบิน อุโมงค์รถไฟฟ้า อาคารสูง หรือค้นหาแหล่งแร่เพื่อทำเหมืองแร่ ผลิตปูนซีเมนต์ เซรามิกและแก้ว หรือแหล่งแร่ที่จะนำมาปูพื้นบ่อฝังกลบขยะป้องกันการรั่วซึม แร่ที่จะมาดูดซับของเสียต่างๆ
 4. ประมวลข้อมูลจากวิชาชีพอื่นๆ หลายสาขาอาชีพ เช่น นักเศรษฐศาสตร์ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ในสาขาอื่น รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากหลายด้าน เช่น เมื่อสำรวจพบแหล่งแร่หรือแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่หนึ่ง จะต้องพิจารณาว่ามีปริมาณมากพอจะนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ความคุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์มีมากน้อยแค่ไหน ต้นทุนทางสังคม วัฒนธรรมชุมชนและสิ่งแวดล้อมมีมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ เพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างรอบด้าน และให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติสูงสุด หรือบางกรณีก็อาจพิจารณาว่า ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ ควรเก็บสำรองไว้สำหรับอนาคต
 5. ออกปฏิบัติงานสำรวจ โดยศึกษาข้อมูลขั้นแรกจากภาพถ่ายดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศ ก่อนเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ การวางแผนออกสำรวจและวิจัยแต่ละครั้งจึงมีความสำคัญยิ่ง และต้องทำด้วยความรอบรู้และรอบคอบ สำหรับการสำรวจเพื่อค้นหาแหล่งแร่ น้ำบาดาล หรือน้ำมันโดยทั่วไปต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
  5.1 สังเกต ศึกษา ตรวจวัด บันทึก ลักษณะภูมิประเทศ ชนิดหิน ลักษณะและความสัมพันธ์ของหินต่างๆ ที่พบในการปฏิบัติงาน
  5.2 สำรวจธรณีเคมี หรือธรณีฟิสิกส์ หรืออาจมีการขุดหลุมทดลอง การเจาะสำรวจ การวิเคราะห์ตัวอย่าง ซึ่งอาจวิเคราะห์ด้วยตนเอง หรือส่งหน่วยงานวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบทางเคมี หรือคุณสมบัติทางกายภาพของแร่ หิน น้ำบาดาล หรือน้ำมัน
  5.3 จัดทำแผนที่ธรณีวิทยาให้ถูกต้อง อธิบายให้ละเอียด และชัดเจนตามวัตถุประสงค์ของงาน
  5.4 วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายข้อมูล จัดทำแผนที่ธรณีวิทยา แผนภาพ รูปถ่าย
  5.5 สรุปผล เสนอรายงานการสำรวจและข้อเสนอแนะ เพื่อการเผยแพร่ และการสื่อสารกับหน่วยงานอื่น หรือเพื่อเก็บรวบรวมไว้ให้ผู้สนใจค้นคว้าศึกษาต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายๆ กรณีงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งไม่สามารถดำเนินการเสร็จสิ้นได้ในครั้งเดียว เพราะอาจไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในขั้นตอนนี้ เนื่องจากหลักฐานต่างๆ ยังไม่เพียงพอ หรือไม่ครบถ้วน และประเด็นสำคัญอยู่ที่การตั้งข้อสันนิษฐาน และแปลความหมายของข้อมูล ซึ่งจะเป็นการผสมผสานของศาสตร์และศิลป์ ทั้งนี้เพราะสิ่งต่างๆ ที่เราศึกษานั้น เกิดก่อนเราเกือบทั้งสิ้น คือไม่มีใครได้เห็
ปรากฏการณ์ขณะเกิด ดังนั้น ผู้ประกอบอาชีพนี้จึงต้องใช้จินตนาการบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่ โดยเปรียบเทียบกับสิ่งที่มองเห็น และเกิดขึ้นในปัจจุบัน หลายๆ กรณี ข้อมูลชุดเดียวกันแต่นักธรณีวิทยาแต่ละคนแปลความหมายไม่ตรงกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความรู้เฉพาะทาง และประสบการณ์ของนักธรณีวิทยาแต่ละคน อาจมีการถกเถียงกันทางด้านวิชาการเพื่อค้นหา หรือพิสูจน์โดยการนำข้อสรุปที่ได้มาลองใช้ว่า สามารถใช้ได้ หรือเป็นจริงตามนั้นหรือไม่

สภาพการจ้างงาน
          การว่าจ้างนักธรณีวิทยา จะมีความแตกต่างค่อนข้างมากระหว่าง ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่เข้าทำงานในภาครัฐกับในภาคเอกชน โดยผู้รับราชการจะได้รับค่าจ้างเริ่มต้นที่เดือนละ 7,260 บาท พร้อมทั้งสวัสดิการต่างๆ ตามระเบียบของราชการ ส่วนในกรณีปฏิบัติงานกับภาคเอกชน ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนขนาดใหญ่ที่ดำเนินการสำรวจแหล่งพลังงานและทรัพยากรเหมืองแร่ต่างๆ จะได้รับอัตราเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 20,000 – 29,000 บาทต่อเดือน โดยอัตราค่าจ้างจะแตกต่างตามประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา รวมทั้งสวัสดิการต่างๆ ค่อนข้างดีเป็นพิเศษโดยเฉพาะในเรื่องการประกันชีวิตสุขภาพและโบนัส (พิเศษ) ประจำปี

สภาพการทำงาน
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ ในช่วงแรกๆ อาจต้องออกปฏิบัติงานในภาคสนามตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำงาน การทำงานในภาคสนามมีทั้งที่เป็นช่วงสั้นๆ หรือยาวเป็นเดือนๆ และเนื่องจากไม่สามารถนำเอาสิ่งที่ต้องวิจัยศึกษา มาทำการทดลองให้เห็นได้ชัดในห้องปฏิบัติการทดลอง เช่นเดียวกับในวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานสาขาอื่นๆ ดังนั้น ภาคสนามจึงเปรียบเหมือนห้องปฏิบัติการทดลอง และห้องสมุดของนักธรณีวิทยา
          การเดินทางไปปฏิบัติงานสำรวจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ในบริเวณป่าเขา อาจต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงภัยจากธรรมชาติหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อาจต้องเข้าพื้นที่โดยอาศัยการเดินเท้าเมื่อยานพาหนะเข้าไม่ถึง ดังนั้น ผู้ประกอบอาชีพนี้ ควรต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย ข้อมูลข่าวสาร การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่บริเวณที่ต้องทำการสำรวจ เตรียมจัดหาคนในชุมชนพื้นที่ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นผู้ช่วย เพราะความคุ้นเคยและความชำนาญในเส้นทาง เพื่อช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ สำเร็จลุล่วง อีกทั้งยังลดการเสี่ยงอันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้จากการไม่รู้จักกันหรือไม่เข้าใจกัน
          อุปกรณ์เครื่องมือและเทคโนโลยีพื้นฐานที่ต้องใช้ ในการออกสำรวจแต่ละครั้ง มีแผนที่จากกรมแผนที่ทหาร ภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายทางอากาศ ฆ้อนธรณี เข็มทิศ เครื่องมือหาตำแหน่งด้วยดาวเทียม (Global Positioning System) แว่นขยาย อุปกรณ์ทดลองทางเคมีอย่างง่ายๆ เช่น น้ำกรดเจือจาง ถุงใส่ตัวอย่าง ปากกาเขียนป้าย ฆ้อนปอนด์ กล้องถ่ายภาพ และรถยนต์ที่เป็นพาหนะ หากปฏิบัติงานเรื่องที่มีความเฉพาะ อาจต้องใช้เครื่องมืออื่นๆ เพิ่มเติม

คุณสมบัติผู้ประกอบอาชีพ
 1.  เพศหญิง หรือเพศชาย
 2.  จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาธรณีวิทยา
 3.  ชอบการเดินทาง และสนใจการผจญภัย หรือการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทาย
 4.  เป็นคนช่างสังเกต ถี่ถ้วน และหากสามารถวาดภาพได้ดี ก็จะมีส่วนช่วยการทำงาน
 5.  มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีปฏิภาณไหวพริบ
 6.  เป็นคนที่มีจินตนทัศน์

ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
          ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมการศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่า ควรศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ สาขาธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โอกาสในการมีงานทำ
          แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 9 ได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการจัดการให้เกิดความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์ฟื้นฟู เพื่อให้มีการนำทรัพยากรธรรมชาติไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ตลอดจนให้มีการศึกษาวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ สามารถรับราชการ ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐบาล เช่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมศุลกากร กรมทางหลวง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมการพลังงานทหาร หรือสถาบันวิจัยต่างๆ
          สำหรับการว่าจ้างผู้ประกอบอาชีพนี้ จะขึ้นอยู่กับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ หากเศรษฐกิจเติบโตดีจะมีการลงทุนเพื่อสำรวจ วิจัย ในภาครัฐ ทางด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการในส่วนของภาคเอกชน ผู้ที่ว่าจ้างงานจะเป็นบรรษัทปิโตรเลียม หรือบริษัทน้ำมันระหว่างประเทศ บริษัทอุตสาหกรรมการทำเหมืองแร่ เหมืองหินต่างๆ และบริษัทที่เป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่อง บริษัทที่ปรึกษาทางด้านธรณีวิทยา วิศวกรรมธรณี สิ่งแวดล้อม น้ำบาดาล ดังนั้น ผู้ประกอบอาชีพนี้จึงยังคงเป็นที่ต้องการของผู้ว่าจ้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ จะได้เลื่อนตำแหน่งตามความสามารถ อาจได้เลื่อนตำแหน่งถึงผู้อำนวยการ อธิบดี หรือปลัดกระทรวง ทั้งนี้เมื่อประกอบอาชีพในระยะหนึ่ง ควรศึกษาหาความรู้ต่อในระดับปริญญาโท หรือจนถึงปริญญาเอก

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
          ที่ปรึกษาบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจแหล่งแร่ น้ำมันปิโตรเลียม หรือบริษัทที่ประกอบกิจการก่อสร้างด้านคมนาคมและสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เจ้าของสถานประกอบกิจการ นักธุรกิจด้านการก่อสร้าง

แหล่งข้อมูลอื่นๆ
กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม http://www.dmr.go.th
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://www.moac.go.th
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.chula.ac.th
กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน http://www.doe.go.th
ทบวงมหาวิทยาลัย http://www.inter.mua.go.th, http://www.mua.go.th
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) GISTDAwww.tistr.or.th

 
ชื่ออาชีพ : นักสัตววิทยา                                
นิยามอาชีพ
          ศึกษาและปฏิบัติงานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับสัตว์ หรือจากของจริงตามธรรมชาติเกี่ยวกับพันธุกรรม โครงสร้าง การดำรงชีวิต พฤติกรรม การเจริญเติบโตและพัฒนาการสิ่งแวดล้อม การจัดประเภท และรูปการมูลฐานอื่น ๆ ของชีวิตสัตว์ และนำสิ่งที่ค้นพบมาใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อสุขภาพอนามัย และสวัสดิภาพของชีวิตมนุษย์ สัตว์ และพืช : ปฏิบัติงานหลักมูลฐานเช่นเดียวกันกับชีววิทยาทั่วไป แต่เชี่ยวชาญในการศึกษาชีวิตสัตว์ อาจมีความเชี่ยวชาญในสัตววิทยาสาขาใดสาขาหนึ่ง เช่น วิทยาเอ็มบริโอ สัณฐานวิทยา เซลล์วิทยา วิชาว่าด้วยสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตววิทยาที่เกี่ยวกับปลา นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และพาราสิตวิทยา

ลักษณะของงานที่ทำ
          ศึกษาในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์หรือจากของจริงตามธรรมชาติ เกี่ยวกับการเกิด การพัฒนาการของโครงสร้างและสรีรวิทยา  การกระจายกรรมพันธุ์  สิ่งแวดล้อม  ความสัมพันธ์ภายในระหว่างกัน  การจัดประเภทและรูปการมูลฐานของชีวิตสัตว์ และนำสิ่งที่ค้นพบมาใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพและชีวิตมนุษย์  สัตว์ และพืช
          วางแผนการทดลอง เดินทางไปศึกษาที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์  หรือเก็บรวบรวมตัวอย่างต่าง ๆ   เพื่อมาศึกษาในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ผ่าและศึกษาตัวอย่างโดยใช้กล้องจุลทรรศน์  เคมีภัณฑ์ วิธีการถ่ายภาพ วัตถุและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ  ตั้งชื่อ  จัดประเภท และเก็บรักษาตัวอย่างไม่ให้เสียหายเตรียมตัวอย่างที่เก็บรวบรวมได้มาศึกษาถึงพัฒนาการของโรคต่างๆและศึกษาเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อื่นๆ ทำการวิเคราะห์เชิงสถิติในข้อมูลที่ได้จากการทดลองและทำรายงานผลการวิเคราะห์
          อาจทำการทดลองเกี่ยวกับสัตว์ของตนเอง  อาจนำผลที่ได้จากการทดลองมาใช้ให้เป็นประโยชน์เชิงเศรษฐกิจแก่ชีวิตมนุษย์

สภาพการจ้างงาน
          ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา นักวิจัยสัตววิทยาที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี  ซึ่งไม่มีประสบการณ์ในการทำงานจะได้รับเงินเดือนในอัตรา ดังนี้
 
ประเภทองค์กร           เงินเดือน
        ราชการ                  7,260    บาท 
        รัฐวิสาหกิจ              8,500    บาท
        เอกชน              9,000 –12,000   บาท

 
          ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง แต่อาจจะต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และ วันหยุด หรือทำงานล่วงเวลา ในกรณีที่ต้องการให้งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จทัน  ต่อการใช้งาน
          นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้วในภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน   อาจได้รับผลตอบแทนในรูปอื่น  เช่น ค่ารักษาพยาบาล  เงินสะสม  เงินช่วยเหลือ สวัสดิการในรูปต่างๆ เงินโบนัส เป็นต้น 

สภาพการทำงาน
           ผู้ประกอบอาชีพนักวิจัย สัตววิทยา อาจจะต้องปฏิบัติงานในห้องทำงานเหมือนสำนักงานทั่วไป  หรือปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการทดลอง เพื่อปฏิบัติงานด้านการทดสอบและทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรืออาจจะปฏิบัติงานภาคสนาม  สำรวจและศึกษาจากของจริงในภาคสนาม เพื่อเก็บข้อมูล ปฏิบัติงานตามขั้นตอนตามระเบียบที่กำหนดไว้ อาจต้องทำงานในบริเวณที่กำหนด  และเป็นบริเวณห้ามสูบบุหรี่หรือรับประทานอาหาร  ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือ หน้ากาก เป็นต้น 

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
ผู้ประกอบอาชีพนี้ควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์คณะประมง  สาขาวิชาสัตววิทยาหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
2.  มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ทั้งการอ่าน และการเขียน
3. มีความสามารถในการศึกษาหาข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และสรุปเหตุผล
4.  มีความสามารถในการเป็นผู้นำและผู้ตาม
5. สามารถเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัดได้
6. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อบุคลากรในองค์กรและชุมชน
7. มีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์  เคมีและชีววิทยา และสามารถสอบได้คะแนนดีในวิชาเหล่านี้    ชอบการค้นคว้าทดลอง การใช้ปัญญาในการวิเคราะห์
8.  มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบค้นคว้า
9.  มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
10. มีความแม่นยำ ใจเย็นและละเอียดรอบคอบ
11. มีความสามารถเป็นพิเศษในการสังเกต  คิดอะไรมีระบบระเบียบ และสามารถแสดงผลการค้นคว้าออกมาได้ง่าย และชัดเจนทั้งการพูดและการเขียน
12. มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าตัดสินใจ และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
13. มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี
14. มีร่างกายแข็งแรง อดทน สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้ดี
 
ผู้ต้องการประกอบอาชีพนักสัตววิทยาต้องเตรียมความพร้อมดังนี้   
          สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า  ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ  ผ่านการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ที่มีหลักสูตร สาขาวิชาสัตววิทยา และสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์คณะเกษตร  คณะประมง เช่น  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   มหาวิทยาลัยสงขลา  มหาวิทยาลัยขอนแก่น หลักสูตร  4  ปี  สำเร็จการศึกษาได้วุฒิปริญญาตรี
 
โอกาสในการมีงานทำ
          ผู้ที่สำเร็จการศึกษาสามารถเข้าทำงานในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรเอกชน  เช่น หน่วยงานในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวง    ศึกษาธิการ สำนักวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เป็นต้น จะได้รับเงินเดือนตามวุฒิที่เรียนสำเร็จ หรือทำงานในภาคเอกชนในสถานประกอบการอุตสาหกรรม  เช่น  อุตสาหกรรมอาหาร   อุตสาหกรรมการเกษตร โรงงานอุตสาหกรรมผลิต  และแปรรูปเกษตร  เป็นต้น   
          เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศส่งสินค้าการเกษตรออกเป็นสินค้าหลัก     อีกทั้งในอนาคตประเทศไทยมีแนวโน้มในการส่งเสริมอุตสาหกรรมทางการเกษตรมาก ยิ่งขึ้น  ผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นสินค้าเพื่อการส่งออกจะต้องมีคุณภาพดีเพื่อสามารถ แข่งขันทางการตลาดได้ ดังนั้นความต้องการบุคลากรทางด้านนี้ยังมีอยู่มากเพื่อทำการวิจัย ส่งเสริมในการเพิ่มผลผลิต หรือปรับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้มีคุณภาพยิ่งดีขึ้น เช่น  ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่  กุ้ง เนื้อโคขุน 
 
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
          ผู้ปฏิบัติงานที่เป็นข้าราชการในหน่วยงานปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป หรือในสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์   จะได้รับตำแหน่ง  และเลื่อนขั้นยศตามขั้นตอนของระบบราชการ การศึกษาต่อเพิ่มเติมจะช่วยให้เลื่อนขั้น  เลื่อนตำแหน่งได้รวดเร็ว และสามารถเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานได้  ส่วนในภาคเอกชนนั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารงานขององค์กร ซึ่งสามารถเป็นผู้จัดการโรงงานและผู้จัดการงานวิจัย 

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
นักชีววิทยา หรือ นักชีวเคมี นักเคมี (อินทรียเคมี)นักเคมี (อนินทรียเคมี) นักเคมี (ฟิสิกส์) นักวิจัย นักกีฏวิทยา

แหล่งข้อมูลอื่นๆ 
สถาบันการศึกษาในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ http://www.ku.ac.th
แหล่งจัดหางานในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ ทั้งของภาครัฐ  เอกชน            และองค์กรระหว่างประเทศ   
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  http://www.moac.go.th 
กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  http://www.doa.go.th
การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ (ประเทศไทย)



ชื่ออาชีพ : นักโรคพืช                              
นิยามอาชีพ
          ศึกษา ค้นคว้า วิจัยเกี่ยวกับโรคพืชและสาเหตุของโรคพืช ซึ่งได้แก่ จุลินทรีย์ชนิดต่างๆ เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส ไวรอยด์ ไฟโตพลาสมา และไส้เดือนฝอย และนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เกษตรกรรมเกี่ยวกับพืช รวมทั้งเทคโนโลยีทางการเกษตรไปประยุกต์ในการแก้ไขปัญหาด้านโรคพืช : ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีและหลักปฏิบัติต่างๆ ในการป้องกันกำจัดโรคพืช การกักกันโรค การปฏิบัติทางการเพาะปลูก การหลีกเลี่ยงการเกิดและการระบาดของโรคและการใช้พันธุ์ต้านทานโรค ศึกษาลักษณะอาการของโรคพืชโดยการจำแนกเชื้อหรือชนิดของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืช การเจริญเติบโต การเข้าทำลาย และการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งหาความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อหาวิธีป้องกันกำจัดโรคพืชนั้นๆ ตลอดจนศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการควบคุมโรคพืช โดยใช้วิธีการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพ และใช้เทคนิคทางด้านพันธุวิศวกรรมในการผลิตพันธุ์พืชที่มีความต้านทานต่อโรคหรือปลอดโรค

ลักษณะของงานที่ทำ
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ จะต้องปฏิบัติหน้าที่ดังนี้
 1. วิจัยด้านโรคของพืชต่างๆ โดยแบ่งเป็นกลุ่มของโรค เช่น โรคไม้ผล โรคพืชไร่ โรคพืชผัก โรคไม้ดอกไม้ประดับ โรคข้าว เป็นต้น
 2. ศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับโรคพืชและสาเหตุของโรคพืช รวมทั้งนำเทคโนโลยีทางการเกษตรไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านโรคพืช ศึกษาลักษณะอาการของโรคพืชโดยการจำแนกเชื้อหรือชนิดของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืช การเจริญเติบโต การเข้าทำลาย และการแพร่ระบาดของโรค
 3. ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีและหลักปฏิบัติต่างๆ ในการป้องกันกำจัดโรคพืช การกักกันโรค การปฏิบัติทางการเพาะปลูก การหลีกเลี่ยงการเกิดและการระบาดของโรคและการใช้พันธุ์ต้านทานโรค ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อหาวิธีการป้องกันกำจัดโรคพืชนั้นๆ
 4. ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการควบคุมโรคพืช และใช้เทคนิคทางด้านพันธุวิศวกรรมในการผลิตพันธุ์พืชที่มีความต้านทานต่อโรคหรือปลอดโรค
 5. ตรวจสอบและออกใบรับรองการปลอดโรคพืช ที่ด่านกักกันพืช โดยตรวจพืชที่ส่งออกและ/หรือนำเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ติดโรคพืชใดๆ และไม่สร้างความเสียหายต่อประเทศไทยและประเทศคู่ค้า เช่น การตรวจเมล็ดพันธุ์พืชที่จะส่งออก การตรวจโรงรมกล้วยไม้เพื่อรับรองมาตรฐานของการตรวจสอบโดยลดขั้นตอนการตรวจสอบที่ด่านกักกันพืช เป็นต้น
 6. ส่งเสริมและให้ความรู้ทางการเกษตร เช่น การไปแนะนำเกษตรกรว่าควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อดูแลรักษาไม่ให้เกิดโรคพืช โดยใช้วิธีการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพ
 7. นำวิชาการที่ศึกษาไปเผยแพร่ โดยจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร จัดอบรมให้ผู้ประกอบการค้าวัตถุอันตราย


สภาพการจ้างงาน

          ผู้ประกอบอาชีพนี้ที่ปฏิบัติงานในภาครัฐบาล จะได้รับค่าจ้างเป็นอัตราเงินเดือน โดยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จะได้รับอัตราเงินเดือนๆ ละ 7,260 บาท พร้อมทั้งสวัสดิการและเบี้ยเลี้ยง หรือค่าล่วงเวลาตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
          ส่วนผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชน ได้รับอัตราค่าจ้างเป็นเงินเดือนๆ ละ 10,000 – 15,000 บาท รวมทั้งสวัสดิการต่างๆ ตามกฎหมายแรงงาน และผลตอบแทนพิเศษอื่นๆ ตามข้อตกลงกับผู้ประกอบกิจการ

สภาพการทำงาน

          ผู้ปฏิบัติงานในส่วนภาคราชการจะทำงานตั้งแต่ 8.30 – 16.30 น. สัปดาห์ละ 5 วัน และอาจต้องออกพื้นที่เพื่อทำการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ หรือเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์ วิจัย หรือตรวจแปลงเพาะปลูกเมื่อมีโรคพืชระบาด หรืออาจต้องไปปฏิบัติหน้าที่ที่ด่านกักกันพืช เช่น โรงรมกล้วยไม้ เพื่อตรวจสอบและออกใบรับรองการปลอดโรคพืช
          ผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชน อาจทำงานตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.30 น. อาจต้องปฏิบัติงานในวันหยุดเมื่อหน่วยงาน หรือองค์กร ต้องจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ แก่ประชาชน หรือทำการส่งเสริมการขายในวันหยุด ซึ่งอาจได้รับการชดเชยวันหยุดในวันธรรมดาแทน เวลาในการทำงานค่อนข้างยืดหยุ่น ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับเทศกาลวันหยุดต่างๆ ของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย การทำงานส่วนมากจะต้องออกพื้นที่เพื่อขายและแนะนำผลิตภัณฑ์สินค้า เช่น ปุ๋ย เวชภัณฑ์ สารเคมีในการกำจัดโรคพืช ตลอดจนอุปกรณ์ทางการเกษตร เป็นต้น

คุณสมบัติผู้ประกอบอาชีพ
 1. เพศชาย หรือเพศหญิง จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต หรือจบปริญญาโท สาขาวิชาโรคพืช คณะเกษตรศาสตร์
 2. ช่างสังเกต มีความละเอียดรอบคอบ สามารถประมวลความรู้ด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ให้กลมกลืมกันได้
 3. มีจินตนาการ และมีความสามารถด้านศิลปะ เช่น การวาดรูป การถ่ายรูป เพื่อใช้ประกอบในการบันทึกข้อมูลโรคพืช
 4. มีมนุษยสัมพันธ์ สามารถประสานงานและร่วมงานกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
 5. เป็นคนขวนขวายศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งในด้านวิชาชีพและความรู้ทั่วไป เพื่อให้ทันเหตุการณ์
 6. มีระเบียบวินัย สามารถปฏิบัติงานได้ตามลำพัง ในการออกพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 7. มีจิตสำนึก และมีความรอบรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
          ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่า ควรสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่เปิดการสอน ด้านวิทยาศาสตร์ โรคพืช เช่น คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาโรคพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น




ชื่ออาชีพ : นักกีฏวิทยา                              
นิยามอาชีพ
          ศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับแมลง การเจริญเติบโต โครงสร้าง กระบวนการและระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของแมลง และความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับชีวิตพืชและชีวิตสัตว์ และช่วยควบคุม แก้ไขปัญหา และป้องกันกำจัดแมลงศัตรูทางการเกษตร เช่น แมลงศัตรู ธัญพืช พืชไร่ นา พืชสวน ไม้ยืนต้น ป่าไม้ แมลงทำลายผลผลิตในโรงเก็บ และแมลงพาหะนำโรคมาสู่พืช : ดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ในการควบคุมหรือกำจัดแมลงในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายและป้องกันการแพร่ระบาดของแมลงที่เป็นอันตรายในพื้นที่ทำการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม พัฒนาและปรับปรุงสารฆ่าแมลง วิธีการเพาะปลูกและวิธีการทางด้านชีวภาพของแมลง ศึกษาและวิจัยอิทธิพลของปัจจัยต่างๆ ในสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและการแพร่ระบาดของแมลงเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช และให้ความรู้ความเข้าใจในหลักการจัดการศัตรูพืช ศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีและหลักการในการระบุและให้ชื่อแมลง วิวัฒนาการ การจัดหมวดหมู่ การวางรูปแบบ การวิเคราะห์ชนิดและการวินิจฉัยลำดับอนุกรมของแมลง รวมทั้งศึกษาวิวัฒนาการของรูปร่าง ลักษณะและกายวิภาคของแมลง ตลอดจนศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่เป็นศัตรูธรรมชาติของแมลงและวัชพืช และเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง วิธีการใช้สิ่งมีชีวิตต่างๆ และเชื้อจุลินทรีย์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช

 
ลักษณะของงานที่ทำ
          แมลงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนและชนิดมากที่สุดในโลกถึงประมาณ 30 ล้านชนิด ความสำคัญของแมลงคืออยู่ในห่วงโซ่อาหารของโลก มีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยา เป็นสัตว์ที่ทำให้โลกสมดุล ผู้ประกอบอาชีพนี้ จึงได้มีการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ค้นคว้าเรื่องประโยชน์ของแมลงมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบอาชีพนี้มีหน้าที่สำคัญๆ ดังนี้คือ
 1. ศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีและหลักการในการระบุและให้ชื่อแมลง แหล่งที่อยู่อาศัย วงจรชีวิตของแมลงแล้วจัดทำระบบฐานข้อมูลหมวดหมู่ การวางรูปแบบ การวิเคราะห์ชนิดและการวินิจฉัยลำดับอนุกรมวิธานแมลง เพื่อสนับสนุนกลุ่มงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 2. ศึกษาและวิจัยอิทธิพลของปัจจัยต่างๆ ในสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่มีผลต่อวงจรชีวิต การเจริญเติบโต และตลอดจนการแพร่ระบาดของแมลง เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช
 3. ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่เป็นศัตรูธรรมชาติของแมลง วัชพืช และเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง วิธีการใช้สิ่งมีชีวิตต่างๆ และเชื้อจุลินทรีย์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช หรือใช้ศัตรูทางธรรมชาติในการกำจัดแมลงศัตรูพืช
 4.  พัฒนา ตรวจวิเคราะห์ วินิจฉัย และทดสอบ ปรับปรุงสารป้องกันกำจัดแมลง แก้ไขสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ และหาแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค และไม่ทำลายระบบนิเวศวิทยา 5. ติดตามตรวจสอบข้อมูลการระบาดของแมลงในพื้นที่ ทั้งในประเทศ และประเทศที่เป็นคู่ค้าพืชผลการเกษตร เมื่อเกิดการระบาดของแมลง
 6. วิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชกักกันจากผลิตผลการเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ ให้ได้ตามมาตรฐานสุขอนามัยพืชนานาชาติ
 7. ให้คำแนะนำปรึกษา พัฒนามาตรการใหม่ๆ โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการป้องกันความเสียหายของพืช ผลไม้ ไม้ดอกส่งออก จากแมลงต่างๆ แก่เกษตรกร เช่น นักวิชาการ กรมวิชาการเกษตรได้วิจัยวิธีการกำจัดแมลงวันทอง ในผลไม้ก่อนส่งออก ด้วยการอบไอน้ำ ณ อุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งมีหลายประเทศที่ยอมรับมาตรการนี้ เป็นต้น
 8. เผยแพร่ และให้คำปรึกษาในการกำจัดศัตรูพืช การใช้และการลดสารเคมี ผสมผสานกับภูมิปัญญาและเทคโนโลยีชาวบ้านอย่างถูกวิธีแก่เกษตรกร
 9. ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ของแมลง รวมถึงเรื่องกฎหมายห้ามจับและป้องกันการลักลอบจับแมลงอนุรักษ์ และแมลงที่สวยงามหายาก ในเขตอนุรักษ์ เช่น แมลงอนุรักษ์ตามสนธิสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งมีถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศไทย 13 ชนิด คือ ด้วงกว่างดาว ด้วงคีมยีราฟ ด้วงดินขอบทองแดง ด้วงดินปีกแผ่น ผีเสื้อกลางคืนค้างคาว ผีเสื้อกลางคืนหางยาว ผีเสื้อไกเซอร์ ผีเสื้อถุงทอง ผีเสื้อนางพญา ผีเสื้อภูฐาน ผีเสื้อรักแร้ขาว ผีเสื้อหางดาบน้ำตาลไหม้ ผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียว

สภาพการจ้างงาน
 ผู้ประกอบอาชีพนี้ ในภาคราชการ จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา และสวัสดิการต่างๆ ตามระเบียบเงินเดือนของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

                                       ภาคราชการ                 ภาคเอกชน
วุฒิการศึกษาปริญญาตรี               7,260                    8,000 – 12,000 บาท
วุฒิการศึกษาปริญญาโท               8,870                   15,000 – 20,000 บาท


          สำหรับในภาคเอกชนที่อยู่ในหน่วยของการตลาด การขาย และส่งเสริมการขาย ผู้ประกอบอาชีพนี้อาจได้ค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดการขายผลิตภัณฑ์สารเคมีที่ใช้ในการเกษตรต่างๆ ที่นอกเหนือจากเงินเดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับผู้ประกอบการหรือผู้ว่าจ้าง ผู้มียานพาหนะเป็นของตนเองจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ และสามารถเบิกค่าน้ำมันรถตามการใช้จริง หรือเหมาจ่าย

สภาพการทำงาน
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ ปฏิบัติงานทั้งในสำนักงาน ห้องปฏิบัติการ และการออกพื้นที่ ในเขตที่ตนเองรับผิดชอบ อาจต้องทำงานอยู่ในห้องปฏิบัติการเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อทดลองกรรมวิธีในการกำจัดแมลงต่างๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรนั้นปลอดจากแมลง หรือสารเคมีที่จะใช้นั้นปลอดภัยต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ขณะปฏิบัติงานอาจต้องใส่เครื่องแบบปฏิบัติงาน และหรือถุงมือ
          สำหรับผู้ประกอบอาชีพนี้ที่รับราชการต้องไปทำงานที่ด่านกักกันพืช บริเวณท่าอากาศยาน เพื่อตรวจหาแมลงก่อนส่งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรออกและหรือนำเข้าจากต่างประเทศ และต้องประสานงานกับกระทรวงต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ

 1. เพศหญิง หรือเพศชาย จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต หรือวุฒิการศึกษาปริญญาโท ภาควิชากีฏวิทยา
 2. มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน และสนใจในอาชีพ
 3. มีระเบียบวินัย สามารถปฏิบัติงานได้ตามลำพัง ในการออกพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 4. มีมนุษยสัมพันธ์ สามารถประสานงานและร่วมงานกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
 5. เป็นคนขวนขวายศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งในด้านวิชาชีพและความรู้ทั่วไป
 6. มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษอย่างดี ทั้งพูดและเขียน
 7. สามารถใช้โปรแกรมต่างๆ ทางคอมพิวเตอร์ ในการทำงานได้เป็นอย่างดี
 8. มีจริยธรรม และจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพ

ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
          ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่า ควรสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่เปิดการสอนด้านวิทยาศาสตร์ทางแมลง เช่น คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีความสนใจในเรื่องแมลง รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โอกาสในการมีงานทำ

          องค์การการค้าโลก (World Trade Organization) ได้กำหนดบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Agreement of the Application of Sanitary and Phytosanitary Measures, SPS Agreement) กับประเทศสมาชิก เพื่อป้องกันมิให้เกิดการใช้มาตรการกีดกัน อีกทั้งประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรที่สำคัญ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ ต่างก็มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรที่ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ดังนั้นไทยในฐานะผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก จึงควรที่จะต้องดูแลงานทางด้านกีฏวิทยา ซึ่งเป็นงานหลักที่มีความสำคัญต่ออนาคตการส่งออกพืชผล ผัก ผลไม้ ไม้ตัดดอก และเมล็ดธัญพืช
          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีนโยบายและใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดการใช้สารเคมีในกำจัดแมลงและศัตรูพืช โดยสนับสนุนส่งเสริมการทำการเกษตรแบบยั่งยืนที่ปลอดภัยจากสารพิษ โดยเผยแพร่ถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนเกษตรกร และประชาชนทุกระดับทั่วประเทศ ในเรื่องการกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน ซึ่งนักกีฏวิทยา เป็นผู้หนึ่งที่จะต้องปฏิบัติงานในด้านนี้ เพื่อหาวิธีลดการใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด ตลอดจนค้นคว้ากรรมวิธีการผลิตพืชผักปลอดสารพิษ และการตรวจสอบสารพิษตกค้าง ในผลผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล หรือไม่เกินค่าความปลอดภัยตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก และเกษตรกรแห่งสหประชาชาติ ดังนั้น จึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้สนใจประกอบอาชีพนี้ต่อไปในอนาคต

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ

          ผู้ประกอบอาชีพนี้ ทั้งในภาครัฐและเอกชน ควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกฎหมายและสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่างๆ เรื่องการค้าผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการปรับเลื่อนตำแหน่งถึงขั้นสูงสุดขององค์กรหรือสถานประกอบกิจการได้ สำหรับภาคราชการการปรับเลื่อนตำแหน่งจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาความสามารถและผลงานทางด้านวิชาการ

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
          นักวิชาการ อาจารย์ วิทยากร มัคคุเทศก์ท่องเที่ยวทางการเกษตร มัคคุเทศก์นำดูแมลงและผีเสื้อในป่า ผู้ประกอบกิจการขายสารเคมีป้องกันศัตรูพืช เจ้าหน้าที่ผู้แนะนำสินค้าอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญทางด้านแมลงที่ให้คำปรึกษาแนะนำกับบริษัทเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร หรือบริษัทผู้ส่งออกพืชผลทางการเกษตร เกษตรกรไบโอหรือการทำเกษตรแบบชีวภาพ ผู้จัดนำเสนอความรู้ทางด้านเกษตรทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาทางด้านคลินิกพืชทางวิทยุ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ ธุรกิจฟาร์มเพาะผีเสื้อและแมลง ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับแมลง และผีเสื้อ เป็นต้น

แหล่งข้อมูลอื่นๆ
กองกีฏวิทยาและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร, พิพิธภัณฑ์แมลง กองกีฏวิทยาและสัตววิทยา
กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ www.doa.go.th, www.moac.go.th
ข้อมูลศูนย์วิจัยและพัฒนากีฏวิทยาอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ http://aggie.kps.ku.ac.th/ento
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ www.cmu.ac.th
มหาวิทยาลัยขอนแก่น www.kku.ac.th
นิตยสาร หนังสือพิมพ์จัดหางาน และเว็บไซต์จัดหางาน



ชื่ออาชีพ : นักวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม
                             
นิยามอาชีพ   
          ทำหน้าที่ปฏิบัติงานขั้นต้นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใด     อย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและแผนงานและกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้คำปรึกษาแนะนำส่งเสริมและเผยแพร่ให้มีการป้องกันและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม   ตรวจสอบ วิเคราะห์และรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโครงการพัฒนาประเภทต่างๆ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน

 
ลักษณะของงานที่ทำ
          ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพของสิ่งแวดล้อมแล้วรายงานต่อผู้บังคับบัญชา   เช่น   สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล    ศึกษา   วิเคราะห์ วิจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมประเภทต่าง ๆ  เช่น  การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ  คุณภาพอากาศ  เสียง  สารพิษ และอื่นๆ  ตรวจสอบ และวิเคราะห์รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของ   โครงการพัฒนาสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม  เช่น  ผลกระทบจากการคมนาคมและการขนส่ง ผลกระทบจากพลังงาน ผลกระทบจากเกษตรกรรม  ผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม และผลกระทบที่มีต่อพนักงานในสถานประกอบกิจการ เพื่อนำข้อมูลไปปรับแก้ไขสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้วป้องกันและให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุม  คุณภาพสิ่งแวดล้อม ตรวจหาสาเหตุที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญของชุมชน และวินิจฉัยข้อเท็จจริงหาทางป้องกันแก้ไข ในกรณีที่มีปัญหาอัน   เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ  เช่น  เน่าเสีย  เสียงรบกวน  ฝุ่น  กลิ่นเหม็น ภายใต้การกำกับและตรวจสอบโดยใกล้ชิดของกรมควบคุมมลพิษหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สภาพการจ้างงาน
          ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ในภาครัฐจะได้เงินค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนตาม   วุฒิการศึกษาในอัตราเดือนละ 7,260 บาทสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี  ส่วนในภาคเอกชนจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนประมาณ   12,000 - 15,000  บาท  มีสวัสดิการโบนัส และผลประโยชน์พิเศษอย่างอื่นขึ้นอยู่กับผลประกอบการของสถานประกอบกิจการ

สภาพการทำงาน
          ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ อาจจะต้องปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานเหมือนสำนักงาน  ทั่วไปออกตรวจบริเวณในพื้นที่และนอกบริเวณสถานประกอบกิจการ หรือพื้นที่ที่อาจเกิดปัญหาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนาหรือโครงการต่างๆ  ของสถานประกอบกิจการหรือโรงงานที่ได้รับการว่าจ้าง
          ส่วนใหญ่ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจจะต้องมาทำงานวันเสาร์          วันอาทิตย์ หรือวันหยุด และอาจทำงานล่วงเวลา ในกรณีที่ต้องการให้ระบบงานเสร็จให้ทันต่อการใช้งาน

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ

ผู้ประกอบอาชีพนี้ควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. ผู้ต้องการทำงานอาชีพนี้ในภาครัฐ  ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับ
ปริญญาตรีจากสาขาใดก็ได้  เช่น  เศรษฐศาสตร์  รัฐศาสตร์  ประชากรศาสตร์  สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา ภูมิศาสตร์ การบริหาร การศึกษา สถิติ โบราณคดี สถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง การเกษตร วนศาสตร์ การประมง เคมี ชีววิทยา  ฟิสิกส์  ธรณีวิทยา  วิทยาศาสตร์ทางทะเล สุขภิบาล อาชีวอนามัย สุขศึกษา โภชนวิทยา อนามัยชุมชน ฯลฯ ในภาคเอกชนส่วนมากจะรับผู้จบการศึกษาระดับปริญาตรีในสาขาเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ประกอบกิจการ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิชาการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับงานที่ต้องปฏิบัติ
2. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย
3. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติ  หน้าที่ ทั้งอ่าน และเขียน
4. มีความสามารถในการศึกษาหาข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และสรุปเหตุผล
5.  มีความสามารถในการเป็นผู้นำและผู้ตามได้
6.  สามารถเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้
7. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อบุคลากรในองค์กรและชุมชน
 
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้ 
          ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่  6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ จากสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งที่ตรงกับคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล หรือสถานศึกษาสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย หลักสูตรการศึกษา 4 ปี

โอกาสในการมีงานทำ
          ปัจจุบัน รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามแนวแผนปฏิบัติการ 21 (Agenda 21)  จากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ณ  กรุงริโอเดอ จาเนโร  เมื่อปี 1992 เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นภัยต่อประชากรในประเทศและต่อสังคมโดยรวม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อนโยบายพลังงาน วิธีการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้มีการปรับตัวในการใช้ แรงงาน และการผลิต ที่ใช้เทคโนโลยี่ที่สะอาด  ที่ช่วยป้องกันการเกิดของเสีย การบำบัดของเสียกำจัดของเสียที่เป็นอันตรายและการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อันเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุน การทำงานเลี้ยงชีพอย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย 
          ดังนั้นตลาดแรงงานในหน่วยงานของภาครัฐ เกือบทุกหน่วยสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ภาคธุรกิจ องค์กรพัฒนาภาคเอกชน ตลอดจนชุมชนระดับท้องถิ่นมีการขยายตัวรับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมระดับต่าง ๆ   เพื่อปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายของ รัฐบาลที่วางไว้

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
          ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้นับว่ามีอัตราความก้าวหน้าสูง เพราะทั่วโลกให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีประสบการณ์ในงานด้านนี้ ผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐเมื่อมีประสบการณ์และศึกษาเพิ่มเติมจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปตามลำดับจนถึงระดับ  ผู้อำนวยการในภาคเอกชน ผู้มีความสามารถจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งจนถึงระดับผู้จัดการที่ปรึกษา และผู้อำนวยการ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารขององค์กร ผู้ปฎิบัติงานอาชีพนี้ที่มีประสบการณ์ในระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม  (Environmental Management System) (EMS) และการเป็นผู้ตรวจสอบระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม  14000  ตาม มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสามารถเปลี่ยนงานไปประกอบอาชีพอื่นได้ หรือปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการอื่น ๆ   ที่ต้องการบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางด้านนี้  เช่น เป็นวิทยากรหรือผู้อบรมระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
          วิศวกรสิ่งแวดล้อม ประกอบธุรกิจบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม   ประกอบธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจในการวางแผนระบบการกำจัดของเสียต่างๆ นักวิจัย   เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาเอกชน  วิทยากรอบรมการจัดการสิ่งแวดล้อม   ISO 14001

แหล่งข้อมูลอื่นๆกรมควบคุมมลพิษ, กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
แหล่งจัดหางานในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ทั้งของภาครัฐ เอกชน
และองค์กรระหว่างประเทศ 
กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม 
กรมการจัดหางาน      กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ หรือ
คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม หรือ 
สาธารณสุขศาสตร์ ฯลฯ
การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ (ประเทศไทย)


ชื่ออาชีพ : เกษตรกรปลูกพืชแบบผสมผสาน                              
นิยามอาชีพ
 จัดการงานในฟาร์มเพาะปลูกที่เป็นกิจการของตนเองหรือของนายจ้างเพื่อเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรนานาชนิดรวมกันในสัดส่วนจำเพาะ : กำหนดสัดส่วน จำนวนและรูปแบบของพื้นที่ในการปลูกพืชแบบผสมผสานทั้งปลูกข้าว ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชไร่ พืชผัก พืชสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ เลือกชนิดของพืชที่ปลูกให้เหมาะสมกับเงื่อนไขสภาพภูมิอากาศและการตลาด คัดเลือกและซื้อเมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย สัตว์ที่ใช้งาน เครื่องจักรกลที่ใช้ในการทำฟาร์ม ไถ ใส่ปุ๋ย เตรียมที่ดิน และหว่านเมล็ดพืช พรวนดิน แต่งกิ่ง ฉีดหรือพ่นยาฆ่าแมลง เก็บ เกี่ยว นวด และทำงานอื่นๆ เกี่ยวกับการเพาะปลูก เก็บเกี่ยวพืชผล และดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับพืชอันเนื่องจากสภาพของดินฟ้าอากาศและสัตว์ตามฤดูกาล นำผลิตภัณฑ์ในฟาร์มไปขาย ดูแลรักษาซ่อมโรงเรือน รั้ว และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำฟาร์มให้อยู่ในสภาพที่ดี ควบคุมดูแลและปลดคนงานตามต้องการ ทำบันทึกรายการเกี่ยวกับต้นทุนการผลิต การดูแลรักษาและการขยายพันธุ์พืช อาจแปรรูปพืชผลทางการเกษตรขั้นต้นก่อนนำส่งออกสู่ตลาด และปฏิบัติงานในหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ลักษณะของการทำงาน

          ผู้ประกอบอาชีพนี้ อาจเป็นบุคคลคนเดียวกันกับผู้รับจ้างปฏิบัติงานในภาคเกษตรทั่วๆ ไป ในอดีตการปลูกพืชภาคการเกษตรส่วนใหญ่มักจะปลูกพืชเพียงชนิดเดียวหรือหลายชนิดแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละภูมิภาค แต่ต่อมา เมื่อมีการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างกว้างขวางครอบคลุมทุกด้าน การปลูกพืชในภาคเกษตรได้มีการแปรเปลี่ยนจากการปลูกเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน หรือแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชนใกล้เคียง มาสู่การปลูกหรือซื้อขายในประเทศและส่งออกมากยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องประสบกับความเสียหายอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ การทำลายของโรคแมลง การตกต่ำของราคาพืชผลเกษตร และค่าใช้จ่ายการผลิตเพิ่มต่อเนื่องทุกปี เกษตรกรส่วนหนึ่งจึงได้ริเริ่มหันมาปลูกพืชหลายชนิดในพื้นที่ของตนเอง จนปัจจุบันได้กลายมาเป็นรูปแบบการปลูกพืชที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น เพราะมีรายได้จากการขายผลผลิตหมุนเวียนต่อเนื่องตลอดปี การปฏิบัติงานของผู้ประกอบอาชีพนี้ มีความหลากหลายแตกต่าง โดยบางพื้นที่ปลูกข้าวควบคู่ไปกับการปลูกพืชผักระยะสั้น  บางพื้นที่ปลูกพืชควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์และการเลี้ยงปลา (ซึ่งเรียกรวมกันว่า เกษตรแบบผสมผสาน) และบางพื้นที่ปลูกพืชระยะสั้นกับไม้ผลไม้ยืนต้น การปลูกพืชแบบผสมผสานมีขบวนการปฏิบัติงานที่สำคัญ ดังนี้
 1. การปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่จากสภาพเดิมที่ลุ่มๆ ดอนๆ และลาดเท มาเป็นการพิจารณาจัดแบ่งพื้นที่ให้มีความเหมาะสมแก่การปลูกพืชหลายชนิดตามต้องการ โดยยึดถือหลักการสำคัญคือ
          -บริเวณที่ลุ่มน้ำท่วมขัง จะใช้สำหรับเก็บกักน้ำโดยการขุดแต่งเป็นบ่อน้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง
        -บริเวณพื้นที่ต่ำต่อเนื่องจากบ่อน้ำ อาจใช้สำหรับปลูกข้าวเพื่อกินในครอบครัว หรือ ปลูกพืชผักระยะสั้นสำหรับบริโภคและขาย เป็นรายได้หมุนเวียนทุกเดือน
        -บริเวณพื้นที่เนินหรือพื้นที่ราบสูง อาจใช้สำหรับปลูกไม้ผลหรือไม้ยืนต้นหลายชนิด เพื่อสร้างรายได้ประจำปีที่มั่นคง
 2. การปรับปรุงดิน โดยการเพิ่มอินทรีย์วัตถุชนิดต่างๆ ลงไปในดินให้มีความเหมาะสมกับการปลูกพืชมากยิ่งขึ้น เช่น การใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และเศษหญ้า การหว่านปูนขาวเพื่อปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดิน การกลับหน้าดินด้วยเครื่องมือขนาดเล็กเพื่อทำลายศัตรูพืชในดิน เป็นต้น
 3. การจัดการน้ำที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากน้ำที่เก็บกักไว้เป็นน้ำฝนที่มีปริมาณจำกัด ดังนั้น จึงต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อช่วยให้การใช้น้ำอย่างประหยัดและรวดเร็วทันเวลา เช่น เครื่องยนต์สูบน้ำขนาดเล็ก ท่อส่งน้ำ ถังเก็บน้ำ ก๊อกหรือวาล์วปิดเปิดน้ำ เป็นต้น การจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของพืช เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการปลูกพืชแบบผสมผสาน จึงต้องปรึกษาหรือเสาะหาความรู้จากนักวิชาการเกษตร หรือเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดเดียวกันในละแวกใกล้เคียง
 4. การคัดเลือกและวางแผนการเพาะปลูก มีข้อควรคำนึงที่สำคัญในการคัดเลือกและวางแผน ดังนี้
          -เลือกชนิดพืชที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น ทนทานต่อโรคแมลงรบกวน ทนทานต่อความแห้งแล้ง เติบโตเร็ว ผลผลิตสูง ดูแลรักษาง่าย เป็นต้น
          -เลือกชนิดพืชจากความต้องการของพ่อค้า หรือผู้บริโภค โดยต้องคำนึงว่าพืชผลที่จะปลูกเพื่อขาย ควรมีตลาดรองรับ ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับแหล่งเพาะปลูก และสามารถปลูกได้ในช่วงเวลาที่ผู้ซื้อหรือผู้บริโภคต้องการ
          -เลือกพืชที่จะเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ เช่น ปริมาณน้ำฝน การกระจายน้ำของวันฝนตกในรอบปี อุณหภูมิหนาวเย็นแต่ละช่วงเวลา ความชื้น กระแสลม ตลอดจนความสูงต่ำของภูมิประเทศ และต้องคำนึงถึงธรรมชาติและอากาศ เช่น ไม่ควรปลูกพืชเมืองหนาวในเขตร้อน หรือปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นในพื้นที่ราบลุ่ม เป็นต้น
          -เลือกพืชที่ปลูกตามความรู้และประสบการณ์ของตนเอง โดยเริ่มต้นจากการปลูกน้อยๆ แล้วขยาย
มากขึ้นเมื่อมีประสบผลสำเร็จ
 5. การจัดการดูแลรักษาพืชผล ซึ่งได้แก่กิจกรรมการใส่ปุ๋ย การให้น้ำ การพรวนดิน การกำจัดวัชพืช และการป้องกันโรคแมลงรบกวน กิจกรรมเหล่านี้ ต้องปฏิบัติสม่ำเสมอเป็นประจำจนกว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
 6. การเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้แก่ การเก็บรวบรวมผลผลิต การคัดแยกสิ่งเจือปนเน่าเสีย การเก็บรักษาผลผลิต
ก่อนขาย การบรรจุหีบห่อเพื่อลำเลียงไปขายหรือบริโภค เป็นต้น

สภาพการจ้างงาน
          เนื่องจากผู้ประกอบอาชีพนี้ มักจะเป็นบุคคลคนเดียวกันกับผู้รับจ้างปฏิบัติงานในภาคเกษตรทั่วๆ ไป ขณะเดียวกันผู้ประกอบอาชีพนี้ก็จะเป็นผู้ว่าจ้างในบางช่วงเวลาที่ต้องการแรงงานเพิ่มเติม โดยอัตราค่าจ้างแตกต่างกันไปตามประเภทกิจกรรมของแต่ละท้องที่ เช่น ภาคกลางเฉลี่ยวันละ 180 – 200 บาท ภาคตะวันออก วันละ 100 – 150 บาท ภาคใต้ วันละ 150 – 180 บาท ภาคเหนือ วันละ 90 – 120 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันละ 70 – 100 บาท เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีการจ้างงานในลักษณะการเหมาจ่าย ซึ่งอาจจะเป็นรายวัน หรือค่าจ้างต่อชิ้นงาน เช่น การเก็บผลผลิตอาจจ้างเป็นหน่วยกิโลกรัม การจ้างปรับสภาพพื้นที่มีการจ้างเป็นไร่ การกำจัดวัชพืชอาจจ้างเหมาต่อพื้นที่การเพาะปลูก เป็นต้น ซึ่งอัตราการจ้างเหมาไม่เท่ากันในแต่ละท้องที่ แต่จะยึดถือราคาค่าจ้างบริเวณใกล้เคียงเป็นหลัก
          ชั่วโมงการทำงานของผู้ประกอบอาชีพนี้ อาจจะมากกว่าอาชีพอื่นๆ เพราะต้องเริ่มงานในช่วงเช้าตรู่ก่อนอากาศจะร้อนมากขึ้น ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ จะปฏิบัติงานตลอดวัน และเลิกงานหลังผู้รับจ้างการทำงานอาจไม่มีวันหยุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ยกเว้นเฉพาะช่วงเทศกาลงานบุญประเพณีต่างๆ ส่วนผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานวันละประมาณ 8 – 9 ชั่วโมง โดยเริ่มงาน 07.00 – 17.00 น. และมีช่วงพัก 2 – 3 ครั้งในแต่ละวัน การรับจ้างงานเหมารายชิ้นใช้เวลาที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของผู้รับจ้างและความพอใจของผู้ว่าจ้าง

สภาพการทำงาน
 ผู้ประกอบอาชีพนี้ ต้องปฏิบัติงานกลางแจ้ง ตลอดวัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ปลูกพืชผักหรือไม้ล้มลุก ส่วนพื้นที่ไม้ผลก็จะมีร่มเงาต้นไม้ช่วยให้สภาพการทำงานร่มรื่นเย็นสบาย พื้นที่เพาะปลูกพืชแบบผสมผสานทุกแห่ง จะมีศาลาเล็กๆ ไว้สำหรับพักผ่อนช่วงในเวลาเที่ยงวัน หรือใช้สำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ รวมทั้งเป็นสถานที่พักอาศัยชั่วคราวด้วย
 
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
 1. เพศหญิง หรือเพศชาย อายุประมาณ 18 ปีขึ้นไป
 2. ระดับการศึกษาไม่จำกัด
 3. มีความอดทน ขยัน ประหยัดและสามารถทำงานหนักกลางแดดได้
 4. มีความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพเกษตร
 5. มีประสบการณ์ในอาชีพเกษตรสาขาต่างๆ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
 6. มีที่ดินเป็นของตนเองไม่น้อยกว่า 5 ไร่

ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
          เป็นผู้ที่มีจิตใจรักในอาชีพการเกษตรมีความขยันหมั่นเพียร โดยเริ่มต้นจากการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชได้จากเอกสาร คำแนะนำ การเยี่ยมชมพื้นที่เพาะปลูกของผู้อื่น ตลอดจนการเข้ารับการฝึกอบรมความรู้เฉพาะเรื่องจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ หรือจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยี ฯลฯ รวมทั้งเริ่มทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง ในพื้นที่เล็กๆ ก่อนขยายจำนวนมากขึ้นเมื่อมีความชำนาญและประสบผลสำเร็จ

โอกาสในการมีงานทำ
          เนื่องจากอาชีพนี้ เป็นอาชีพอิสระ และประชากรทั่วโลกยังคงต้องบริโภคอาหารทุกชนิดจากภาคเกษตร ดังนั้น ผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพนี้ จึงสามารถจะเริ่มต้นด้วยตนเองได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาชีพนี้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต่างสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดมา เช่น การจัดทำโครงการที่ดินเพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง การก่อสร้าง แหล่งน้ำและถนนชนบทต่างๆ  การอำนวยสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้กู้ยืมเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในภาคการเกษตร การประกันราคารับซื้อพืชผล หรือการจัดสัปดาห์อาหารไทย เพื่อช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายพืชผล เป็นต้น
          ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ มีโอกาสที่จะสร้างฐานะครอบครัวได้อย่างมั่นคงยั่งยืน หากมีความอดทน ขยัน และหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา เนื่องจากสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและผู้ประกอบกิจการส่งออกพืชผลเกษตรอีกมาก

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ

          รายได้และความก้าวหน้าของผู้ปลูกพืชแบบผสมผสานจะมีระดับแตกต่างกันไปตามขนาดและชนิดของพืชที่ปลูก ตารางประมาณการรายได้เฉลี่ยในรอบปี (ไร่/บาท)

ชนิดพืช               น้อยกว่า 5 ไร่/บาท                   5 – 15 ไร่/บาท 1                 5 – 20 ไร่/บาท
ข้าว – พืชไร่          12,000 – 20,000               22,000 – 40,000               30,000 – 50,000
ข้าว – พืชผัก         15,000 – 30,000               35,000 – 80,000               75,000 – 100,000
พืชผัก – ไม้ผล      40,000 – 60,000               55,000 – 70,000               80,000 – 200,000
ไม้ผล - ไม้ยืนต้น  50,000 – 70,000                65,000 – 85,000               90,000 – 250,000

          ประมาณการรายได้เฉลี่ยข้างต้นนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของการผลิตพืชในแต่ละปี ดังนั้นมาตรฐานของรายได้ของผู้ประกอบอาชีพนี้ จึงไม่สามารถกำหนดแน่นอนได้ การมีรายได้ดี นอกจากขึ้นอยู่กับความขยันขันแข็งของเกษตรกร ประสบการณ์ ความสามารถในการวางแผนการปฏิบัติงานและการคาดการณ์ต่างๆ ที่ถูกต้องแม่นยำ ตลอดจนขนาดพื้นที่ในการดำเนินงานแล้ว ยังขึ้นอยู่กับเงินลงทุนในช่วงแรกอีกด้วย

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง          เมื่อผู้ประกอบอาชีพนี้ มีประสบการณ์และความรู้ด้านการเกษตรมากขึ้น สามารถขยายกิจการใหญ่ขึ้นโดยสามารถเพิ่มกิจกรรมด้านปศุสัตว์และการประมง เช่น การเลี้ยงไก่ไข่ ไก่เนื้อ เป็ด ควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลา ซึ่งจะเพิ่มรายได้แก่ครอบครัวมากขึ้นเป็น 2 เท่า ของการเพาะปลูกพืชเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ผลผลิตจากพืชบางชนิดสามารถนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย

แหล่งข้อมูลอื่นๆ
กรมวิชาการเกษตร www.doa.go.th
คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ http://www.moac.go.th
ศูนย์ฝึกอบรมการพัฒนาการเกษตรนานาชาติ ขอนแก่น www.itcadkk.org
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://www.moac.go.th
ทบวงมหาวิทยาลัย http://www.inter.mua.go.th, http://www.mua.go.th
สถาบันราชภัฏ www.rajabhat.ac.th
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ www.agcd.net
ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร ฝ่ายเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว กลุ่มวิจัยและพัฒนา และกลุ่มถ่ายทอดเทคโนโลยี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย www.tistr.or.th
พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร กรมอุตุนิยมวิทยา www.thai.tmd.go.th
เว็บไซต์บริการเพื่อการเกษตร และบริษัทตัวแทนจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์การเกษตรทุกแห่งทั่วประเทศ

 ชื่ออาชีพ : นักวิเคราะห์การตลาด                                
นิยามอาชีพ
          วิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์สภาพแวดล้อม ความต้องการของตลาดและสถานการณ์ของสินค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด : ศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในองค์กร เช่น ฝ่ายวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการเงิน และฝ่ายการผลิต มาประกอบกับสถานการณ์ตลาดสินค้าของคู่แข่งและสถานการณ์ของตลาดภายในและภายนอก ; วิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ร่วมกับปัจจัยและ
พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อคาดการณ์สถานการณ์ความต้องการสินค้าหรือ       ผลิตภัณฑ์ในอนาคตทั้งระยะสั้นและระยะยาว ; วางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด กระบวนการผลิต งบประมาณที่ต้องใช้และผลกำไรที่คาดว่าจะรับเสนอต่อผู้บริหาร ; ควบคุมดูแลการนำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติติดตามประเมินผล และปรับแผนตามความจำเป็น

ลักษณะของงานที่ทำ
          คาดการณ์สถานการณ์ มองและวิเคราะห์ก่อนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของ องค์กร การแข่งขันของคู่แข่งขันและวางกลยุทธ์ แผนการตลาดของสินค้าในระดับ    ชุมชนท้องถิ่น ให้ผสมผสานกับระดับโลกได้ต้องมีวิสัยทัศน์ ในการตลาดศตวรรษที่ 21และในเวลาเดียวกันก็ต้องหาทางบริการถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าอย่างทั่วถึง โดยการใช้เครื่องมือ และ เทคโนโลยี่ที่มีอยู่ช่วยในการส่งข้อมูลข่าวสาร  นอกเหนือจากส่วนประสมทาง การตลาด   4 Ps  คือ Product Planning, Pricing, Place/Physical Distribution , Promotion and Advertising
          โดยนำข้อมูลจากทุกหน่วยงานในองค์กร คือ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์  (R&D) ฝ่ายการเงินและฝ่ายการผลิตมาช่วยในการวางแผนกลยุทธ์การตลาด โดยต้องยึดหลักการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคมากที่สุดเพื่อให้หันมาสนใจซื้อสินค้าหรือร่วมมือด้วย
ในการวางสินค้าตัวใหม่ ซึ่งควรจะต้องเป็นนวัตกรรมจากวัตถุดิบในประเทศโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ  เพื่อช่วยในการลด ต้นทุนการผลิต
          นักการตลาดในระดับต้นจะทำงานในตำแหน่งต่างๆ ในฝ่ายการตลาดเพื่อเรียนรู้ถึงภาพตลาดโดยรวมเช่น วางแผนกิจกรรมส่งเสริมการขาย, ประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  ส่งจดหมายหรือวารสารการขาย หรือจัดทำไดเร็คเมล์สู่กลุ่มลูกค้า ทั้งขายตรงและออกร้านขายในงานเทศกาลต่างๆ  จัดนิทรรศการส่งเสริมการแสดงสินค้า ทำการส่งเสริมสินค้าร่วมกับ ผู้ค้าปลีก      ห้างสรรพสินค้า  จัดข้อมูลรวบรวมรายชื่อลูกค้า ทำหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์เก็บข้อมูลในตลาดและประสานงานกับฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ก่อนสรุปรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
          นักการตลาดต้องรู้ว่าปัจจัยอะไรที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อ สินค้า  เพื่อจะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และช่วยประกอบการวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้ดีและรัดกุมยิ่งขึ้น ต้องวิเคราะห์ตลาดเกี่ยวกับความจำเป็นและความต้องการของผุู้บริโภคและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันองค์กรธุรกิจต่างๆ  ต่างร่วมมือกันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอย่างไม่มีขีดจำกัดระยะทางและเวลาการผลิตและสั่งสินค้าย่นเข้าด้วยความเร็วของอินเทอร์เน็ต    ดังนั้น อุปสงค์และอุปทานที่ซับซ้อนของตลาดและผู้บริโภค โดยจะใช้กระบวนการขั้นตอนในการวางแผนการตลาด ดังนี้
1.  วางแผนการตลาด ทั้งกลยุทธ์ระยะสั้นและระยะยาว 
2.  วิเคราะห์และวิจัยหากลุ่มเป้าหมายเพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับการผลิต สินค้า กระบวนการผลิตงบประมาณที่ต้องใช้และผลกำไรที่ควรจะได้
3.   ปรับแผนงานและเสนอขออนุมัติจากผู้บริหาร   
4. วางแผนกิจกรรมการขายและปฏิบัติตามแผนงานการขายในด้านราคา     วิธีการขาย   ช่องทางการขายและการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ 
5.  บริหารการขายและการสั่งซื้อจากลูกค้า
6.  ควบคุมดูแลการนำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย     ที่ตั้งไว้
7.  ติดตามประเมินผลจากข้อมูลรายงานประเมินผล ทางคอมพิวเตอร์
8. ออกตรวจตลาดเพื่อทำการวิจัย  เพื่อพร้อมปรับแผนกลยุทธ์และกลวิธีในการปฏิบัติงานได้ทันท่วงทีและเตรียมการรณรงค์โดยการโฆษณา สินค้าอย่างต่อเนื่อง
9.  วางแผนและทำการเจาะตลาด (Market Penetration) เพื่อเพิ่มยอดขายของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน หรือชักชวนลูกค้าของคู่แข่งขันให้มาเป็นลูกค้าของตน  หรือหาทางให้ผู้ที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้ามาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ของตน

สภาพการจ้างงาน
          สำหรับผู้เพิ่งก้าวเข้าสู่อาชีพนักการตลาดจะทำงานอยู่ในส่วนส่งเสริมการตลาดการขาย กิจกรรมส่งเสริมการตลาด ตรวจตลาดเพื่อทำการวิจัย  เงินเดือนขั้นต่ำที่ได้รับประมาณ 7,500 บาท โดยมีค่ายานพาหนะให้ ทั้งนี้แล้วแต่เงื่อนไขสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ มีสวัสดิการให้ตามกฎหมายแรงงาน ส่วนโบนัสและผลประโยชน์อื่นๆ ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ
          สำหรับนักการตลาดที่มีความสามารถในการวิเคราะห์การตลาดและวางแผนการตลาดขององค์กรได้อย่างชำนาญ  ค่าตอบแทนจะอยู่ในระดับเดียวกับผู้บริหารระดับสูง

สภาพการทำงาน

          การวางแผนการตลาดต้องใช้ การออกตรวจตลาดทั่วประเทศ การออก
เก็บข้อมูลสำหรับทำการวิจัย และการเข้าถึงลูกค้ารายบุคคล และใช้เทคโนโลยี      ข้อมูลข่าวสารมาผสมผสานกัน ในการวางแผนการตลาด และการลดต้นทุนการผลิตลักษณะการทำงานจะต้องทำงานกันเป็นทีมใหญ่ร่วมกับฝ่ายบัญชี   ฝ่ายผลิต  ฝ่ายจัดจำหน่าย  ฝ่ายขาย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ปัจจุบันองค์กรมีลักษณะความเป็นนานาชาติมากขึ้น ในการวางแผนอาจมีการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษในที่ทำงาน 
          นักวิเคราะห์การตลาดต้องบริหารเวลาเป็น  เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการตลาดอย่างสม่ำเสมออาจต้องทำงานในวันเสาร์ วันอาทิตย์หรือวันหยุด ในการตรวจตลาดและการเจาะตลาดใหม่

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ 1.  สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางด้านการบริหารธุรกิจ  สาขาการตลาด   เศรษฐศาสตร์   หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
2.  มีความสนใจในการประเมินสถานการทั้งของตนเองและสถานการณ์    ภายนอก
3.  เข้าใจธุรกิจการตลาดและสินค้าในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศอย่าง    ถ่องแท้ 
4.  เป็นนักสังเกตการณ์สถานการณ์ วิเคราะห์สถานการณ์  ต้องเข้าใจกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ
5.  ต้องรอบรู้ในสินค้าของคู่แข่งขัน
6.  มีความเป็นผู้นำและกล้าตัดสินใจในการแก้ปัญหา
7. รู้จักการใช้เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักการตลาดรุ่นใหม่
8. จัดสรรทรัพยาบุคลากรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
9.  สามารถเดินทางออกตรวจตลาดในต่างจังหวัด และต่างประเทศได้   
10.  ต้องใช้ภาษาอังกฤษได้ดี
11.  กระตือรือร้นมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีประสานงานกับหน่วยงานที่ต้องการ  การสนับสนุนแผนการตลาด

ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้ 
          สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อเข้าสมัครสอบคัดเลือกศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการตลาด  คณะนิเทศศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรปริญญาตรีใช้เวลาศึกษาตามปกติ  4  ปี

โอกาสในการมีงานทำ
          แนวโน้มตลาดปัจจุบันจะเป็นของผู้ซื้อหรือบริโภคโดยแท้จริง เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค  นักการตลาดต้องมองหาตลาดเฉพาะ (Niche Market) เพื่อเจาะเข้าทุกกลุ่ม เพื่อนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ไปสู่ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ โดยไม่ลืมภูมิปัญญาไทยที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ตราสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในระดับภูมิภาคและโลก   
          ขณะนี้การตลาดของโลกส่วนหนึ่งหรือมากกว่าครึ่งหนึ่ง ซื้อขายกันอยู่บนอินเตอร์เน็ต ทำให้นักการตลาดต้องวิเคราะห์การตลาดจากข้อมูลการ ประมวลผลข้อมูลที่ออกมาจากทั้งอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ของพนักงานขาย (ที่แสดงรหัสของรายการสินค้า ในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ และทุกๆ เดือน) ซึ่งพนักงานขายสินค้าจะสั่งสินค้าด้วยระบบเทคโนโลยีอันทันสมัยจากคลังสินค้าที่ใกล้ที่สุดไปส่งให้ลูกค้า ซึ่งอาจอยู่ในบริเวณเดียวกัน หรือข้ามทวีป  ดังนั้น ต้องคำนึงถึงการให้ข้อมูลของสินค้าให้ผู้บริโภคทราบมากที่สุดเท่าที่จะมากได้   คุณภาพต้องมาก่อนและราคาต้องย่อมเยาเพราะลูกค้าสามารถทราบข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จากโทรศัพท์มือถือพกพา นอกจากนี้ นักวิเคราะห์การตลาดควรจะตระหนักดีว่าการวิเคราะห์วางแผนออกสินค้าตัวใหม่ ๆ  นั้น จะมีสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของผู้บริโภคอีกทั้งกลุ่มองค์กรเอ็นจีโอต่างๆทั้งในและนอกประเทศที่ตั้งเครือข่ายประสานงานเพื่อแลกเปลี่ยนรายงานข้อมูลในกรณีที่ ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบและเสียประโยชน์จากการซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขทางการค้าที่กำหนดโดยองค์การระหว่างประเทศ และประเทศคู่ค้า เช่น องค์การการค้าโลก (WTO)  และการตัดต่อพันธุกรรมพืช  เป็นต้น
          เนื่องจากการแข่งขันทางการค้าทั้งภายในและต่างประเทศมีความรุนแรงมากขึ้นนักวิเคราะห์การตลาดที่มีความสามารถและมีประสบการณ์ยังเป็นที่ต้องการขององค์กรธุรกิจ
          ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการตลาด เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและสามารถใช้ทางด่วนข้อมูลข่าวสารได้ จะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก ในยุคของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจ พาณิชยอิเล็กทรอนิกส์   

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
          นักการตลาดในระดับต้นต้องสั่งสมเรียนรู้ประสบการณ์ในหน้าที่ต่างๆ  ของแผนกอย่างครบถ้วน  ซึ่งต้องรู้และเข้าใจธรรมชาติของตลาดอุปโภคและบริโภค แล้วยังต้องรู้จักธรรมชาติผลิตภัณฑ์สินค้าแต่ละตัวขององค์กรต้องมีความคิดในการผลิตสินค้าที่เป็นนวตกรรม ซึ่งอาจใช้เวลาเรียนรู้ประมาณ 2 - 3 ปี จากนั้นควรเข้ารับการอบรมการทำแผนทางการตลาด และแผนธุรกิจ เพื่อให้มีความรู้ขึ้นเป็นระดับผู้ช่วยผู้จัดการหรือผู้จัดการของแต่ละฝ่าย การเป็นผู้จัดการของทางการตลาดของแผนก หรือเป็น     ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดขององค์กรได้  ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 5 –10 ปี นักการตลาดที่มีความสามารถจะได้รับความก้าวหน้าเป็นกรรมการผู้จัดการในองค์กรธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานที่มีแม่ข่ายอยู่ในต่างประเทศ 
   
อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
          นักประชาสัมพันธ์  พนักงานขาย นักการวิจัยทางการตลาด วิจัยพฤติกรรม   ผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายขายโฆษณา  ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ผู้จัดการตราผลิตภัณฑ์

แหล่งข้อมูลอื่นๆ 
หลักสูตรอบรมเพิ่มทักษะทางการตลาดจากสมาคมการตลาด
แห่งประเทศไทย 
เว็บไซต์การหางานต่างๆ และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์   
การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ (ประเทศไทย)



ชื่ออาชีพ : นักวางแผนงานประชุม
                             

นิยามอาชีพ
          วางแผน กำกับดูแลและประสานงานในการประชุม การอภิปราย การสัมมนา งานแสดงสินค้าและนิทรรศการ งานเทศกาลและกิจกรรมอื่นๆ : ปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์และระเบียบวาระในการจัดงาน พบปะกับผู้สนับสนุนออกทุน (sponsors) และคณะกรรมการจัดงานเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติงานและรูปแบบของงาน จัดทำและควบคุมงบประมาณ  พิจารณาตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินงานและติดตามความก้าวหน้า ประสานงานที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนก่อนการประชุม ระหว่างการประชุมและหลังการประชุม จัดระบบการลงทะเบียนของผู้เข้าร่วมงาน จัดเตรียมแผนงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ วางแผนจัดกิจกรรมบันเทิงให้แก่ผู้ร่วมงาน เจรจาต่อรองเกี่ยวกับการทำสัญญาข้อตกลงในการบริการจัดงาน รวมถึงการจัดเตรียมรายงานผลการจัดงานเสนอแก่ลูกค้า และควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ลักษณะของงานที่ทำ
 ผู้ประกอบอาชีพนี้ มีขอบเขตของงานที่ทำดังนี้
 1. เข้าร่วมประชุมกับผู้ว่าจ้าง เพื่อรับทราบความต้องการ วัตถุประสงค์ของการจัดงาน กำหนดเวลาและเงื่อนไขเฉพาะของการจัดงาน กลุ่มบุคคลเป้าหมายหรือผู้เข้าร่วมงาน แล้วนำมาประมวลจัดทำเป็นข้อเสนอการจัดงาน ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาที่สำคัญๆ คือ
  1.1 วิเคราะห์เนื้อหาประเมินความต้องการ กำหนดวัตถุประสงค์ จัดลำดับความสำคัญและความต่อเนื่องของกิจกรรมต่างๆ
  1.2 กำหนดรูปแบบการจัดงาน
  1.3 กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน
  1.4 จัดทำงบประมาณค่าใช้จ่าย
  1.5 เงื่อนไขเฉพาะที่มีความสำคัญต่อผลสำเร็จของการจัดงาน
  1.6 จัดเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและเครื่องมืออุปกรณ์
  1.7 ติดตามประเมินผลและการรายงานผลเมื่อจบงาน
 2. จัดทำข้อเสนอ ปรับปรุงแก้ไขข้อเสนอ และจัดทำสัญญาว่าจ้าง โดยจะต้องนำเสนอและชี้แจงรายละเอียด
เกี่ยวกับข้อเสนออย่างชัดเจนต่อผู้ว่าจ้าง จนบรรลุความพอใจและความเหมาะสมที่เอื้อประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
 3. ภายหลังจากข้อเสนอได้รับการอนุมัติจัดจ้าง จะเริ่มดำเนินงานตามลำดับคือ
  3.1 เตรียมความพร้อมคณะทำงาน โดยประชุมเจ้าหน้าที่ในองค์กร ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับโครงการ เช่น เนื้อหาที่เป็นขอบเขตของงาน รูปแบบการจัดงาน ลำดับความสำคัญและความ
เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงของกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ระยะเวลาการทำงาน การจัดสรรและมอบหมายภารกิจแก่ผู้รับผิดชอบแต่ละฝ่าย เป็นต้น
  3.2 กำหนดรูปแบบ และรายละเอียดของการจัดงาน ซึ่งประกอบด้วย
          -รูปแบบของการจัดงาน ติดต่อสถานที่ ติดต่อประธานในการเปิดและปิดพิธี จัดทำคำกล่าวรายงาน (กล่าวเปิด กล่าวปิด) เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ติดต่อวิทยากรผู้ดำเนินรายการ ออกแบบและจัดพิมพ์บัตรเชิญที่ระบุการตอบรับ วุฒิบัตร แผนที่ สถานที่จัดงาน จัดทำเนื้อหาเอกสารประกอบโครงการ จัดทำเอกสารแจกสื่อมวลชน (Press kit) จัดทำรายชื่อและส่งบัตรเชิญไปยังกลุ่มเป้าหมาย เตรียมการประชาสัมพันธ์โครงการ ติดตามผลการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมาย จัดพิมพ์เอกสารประกอบการจัดงาน การจัดการยานพาหนะและจราจร เตรียมของที่ระลึกมอบแก่วิทยากรและสื่อมวลชน วางแผนจัดลำดับการติดต่อเชิญกลุ่มสื่อมวลชนทุกแขนง จัดทำข่าวแจก เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นระยะจนถึงวันงาน และหลังงานเสร็จ ตรวจป้ายโลโก้ผู้สนับสนุนตัวอักษรชื่องาน ตรวจเช็คสถานที่จัดงาน และอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ต้องใช้ จัดพิมพ์ลำดับเวลารายการกิจกรรมต่างๆ (คิวงาน) ของการจัดงานให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ
          -การปฏิบัติในวันงาน การลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ต้อนรับประสานงานประจำจุด การถ่ายรูปหมู่
 ในแต่ละช่วงเวลาพักเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ การรวบรวมแบบสอบถามประเมินผล
 พิธีมอบวุฒิบัตร/ของที่ระลึกแก่วิทยากรในงาน
          -การปฏิบัติหลังงานเสร็จสิ้น ส่งมอบอุปกรณ์และสถานที่ ส่งข่าวถึงสื่อมวลชน ส่งจดหมาย
 ขอบคุณวิทยากรและสื่อมวลชน สรุปค่าใช้จ่าย จัดทำรายงานประกอบ ภาพข่าวประชาสัมพันธ์
 ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเมื่อส่งมอบงานแก่ผู้ว่าจ้าง
 4. ประเมินและคาดคะเนสถานการณ์ล่วงหน้าเพื่อวางแผนงานสำรองและปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์
 5. ติดตามความก้าวหน้าจากผู้รับผิดชอบที่มอบหมาย ตามรายละเอียดของขั้นตอนการเตรียมงาน ควบคุม
ค่าใช้จ่าย รายงานความคืบหน้าให้ผู้ว่าจ้างรับทราบเป็นระยะ
 6. ประสานงานให้คำปรึกษาแก่ผู้รับผิดชอบ หรือคณะทำงานในเรื่องต่างๆ เช่น การติดต่อประสานงาน
เชิญประธานเปิด/ปิดงานของโครงการ
 7. ออกหนังสือเชิญ ประธานเปิดงาน วิทยากร และกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่ประสงค์จะให้มาร่วมงาน
 8. ตรวจดูความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานก่อนวันงาน ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงานประจำวัน และจัดทำ
ผลสรุปโครงการเมื่อจบงาน ซึ่งรวมถึงการสรุปค่าใช้จ่าย วิเคราะห์ ประเมินผล เพื่อส่งมอบให้กับผู้ว่าจ้าง
ในรูปแบบของรูปเล่ม DVD, CD หรือ Video

สภาพการจ้างงาน
          การปฏิบัติงานในลักษณะการให้บริการจัดงานประเภทต่างๆ อาจต้องให้บริการในวันเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ และเนื่องจากผู้ประกอบอาชีพนี้ คือผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการทั้งหมดโดยรวม ดังนั้น เวลาในการทำงานจึงต้องสามารถยืดหยุ่นได้ คืออาจทำงานทั้งกลางคืนและกลางวันโดยไม่ได้รับค่าจ้างล่วงเวลา ฉะนั้น จึงต้องบริหารเวลาการทำงาน และเวลาส่วนตัวให้เหมาะสม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของทั้งผู้ว่าจ้างและองค์กร ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขจำเป็นในการประกอบอาชีพนี้
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ อาจได้อัตราค่าจ้างเป็นเงินเดือน ตั้งแต่ 50,000 ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และขนาดขององค์กรธุรกิจ รวมทั้งสวัสดิการ และโบนัสตามสัดส่วนของผลกำไร หรือข้อตกลงเฉพาะกับผู้ประกอบกิจการ หรือเจ้าของธุรกิจ

สภาพการทำงาน
          ปฏิบัติงานในสถานที่ทำงาน หรือนอกสถานที่ แล้วแต่ลูกค้าจะกำหนด หรืออาจต้องมีการเดินทางไปรับจัดงานในต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ เนื่องจากผู้ว่าจ้างส่วนมากเป็นองค์กรระดับประเทศ ดังนั้น สภาพการทำงานจึงได้รับความกดดันมากจากผู้ว่าจ้างที่มีความคาดหวัง จะเห็นความสำเร็จอันงดงามจากการจัดงาน ดังนั้นผู้ประกอบอาชีพนี้ ต้องเป็นคนหนักแน่นมั่นคง มีความคิดที่เป็นเชิงบวก สามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้เสมอ

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
 1. เพศหญิง หรือเพศชาย
 2. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป
 3. มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์และภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี
 4. มีวุฒิภาวะ มีความอดทน และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
 5. มีความรู้เรื่องการบริหารการจัดการ มีประสบการณ์ในระดับหัวหน้างาน หรือผู้บริหารงานโครงการอย่างน้อย 5 ปี 
 6. มีมนุษยสัมพันธ์ มีจิตวิทยา มีความกล้าที่จะพบกับผู้คนทุกระดับ และมีมารยาททางสังคม
 7. มีความรับผิดชอบสูง มีศิลปะในการบริหารงาน
 8. มีทัศนคติที่ดี สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงได้ด้วยดี
 9. มีไหวพริบและปฏิภาณ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เข้าใจเรื่องธุรกิจ และมีความเป็นนักต่อรอง
 10. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เปิดกว้างรับข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ
 11. มีลักษณะเป็นผู้นำ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา

ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
          ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า สอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ในคณะรัฐศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะบริหารการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

โอกาสในการมีงานทำ

          เนื่องจากปัจจุบัน ในโลกการค้าเสรีที่มีการแข่งขันสูง การจัดงานแสดงสินค้า การประชุมเชิงวิชาการ งานเอ็กซ์โป หรืองานโรดโชว์ ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศ ขององค์กรภาครัฐและภาคธุรกิจที่มีความสำคัญยิ่งต่อการดำรงอยู่และความสำเร็จขององค์กร ดังนั้น การว่าจ้างผู้ประกอบอาชีพนี้ให้ทำหน้าที่จัดงาน และกิจกรรมต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว จึงมักมีเป้าหมายวัตถุประสงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์ และขายสินค้าไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นักการตลาดกำลังนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจการศึกษา
          ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หลายแห่งที่ต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่ อาจเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ท้าทายของผู้ประกอบอาชีพนี้ ดังนั้นผู้อยู่ในวงการนี้จึงควรมีความเป็นนักการตลาด ควรทำธุรกิจเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ และสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ เพื่อนำเสนอการบริการให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น
 
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ ที่มีประสบการณ์จัดงานให้กับหน่วยงานใหญ่ๆ ของรัฐและเอกชน จะเป็นเสมือนหนึ่งประกาศนียบัตรที่เกื้อหนุนให้มีโอกาสได้รับงานประเภทเดียวกันจากบริษัทระหว่างประเทศ หรือองค์กรระดับโลก ดังนั้น ผู้อยู่ในอาชีพนี้ควรบริหารและปรับปรุงฐานข้อมูลรายชื่อลูกค้า กลุ่มที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า ข้อมูลกลุ่มอุตสาหกรรม และรายชื่อบริษัททั่วโลกอยู่เสมอๆ รวมทั้งจัดทำเว็บไซต์ของตนเอง เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงและเห็นผลงาน นอกจากนี้ การไปศึกษาต่อในต่างประเทศหรือดูงาน จะช่วยให้ผู้ที่ทำงานด้านนี้มีมุมมองใหม่ๆ ยิ่งขึ้น

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
          นักการตลาด นักประชาสัมพันธ์ เจ้าของกิจการ นักวางแผนกลยุทธ์บริษัทโฆษณา

แหล่งข้อมูลอื่นๆ
ทบวงมหาวิทยาลัย www.mua.go.th
บริษัท การะเกด เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด www.karaked.co.th
 นักการตลาด นักประชาสัมพันธ์ เจ้าของกิจการ นักวางแผนกลยุทธ์บริษัทโฆษณา

แหล่งข้อมูลอื่นๆ
ทบวงมหาวิทยาลัย www.mua.go.th
บริษัท การะเกด เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด www.karaked.co.th

 

 

ระดับปริญญาตรี (วท.บ.) วิทยาศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี (ภาคปกติ)
            1.
สาขาวิชาพืชไร่
            2. สาชาวิชาพืชสวน
            3. สาชาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อมพืชสวน
            4. สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืช
            5. สาขาวิชาปฐพีวิทยา
            6. สาขาวิชาสัตวศาสตร์
            7. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง
            8. สาขาวิชาบริหารธุรกิจเกษตร
            9. สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการ(ปรับปรุง 2547)
            10. สาขาวิชาพัฒนาการเกษตร(ปรับปรุง 2548)
            11. สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม

 

 



โดย P_nui_so_happy ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 22 ต.ค. 50 17:08 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 135,601 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 135,601 ครั้ง ตอบ 6 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย คนอยารู้ ช่วยบอกหน่อยนะ
IP : 124.122.155.***
แล้วเกษตรกลวิธานล่ะคะ ไม่มีหรอ
ลบ แจ้งลบ
โดย บอล
IP : 118.172.240.***
ผมอยากรู้ว่ามีเรียน  .ม.เกษตรที่ไหนบ้างคับและมหาลัยไหนรับอะคับ
ลบ แจ้งลบ
โดย ชลิกา
IP : 61.91.193.***
  • ดีมากเลยค่ะบทความนี้ดีจริงงงงงงงงงๆๆๆๆ
ลบ แจ้งลบ
โดย Thanakarn
IP : 118.174.111.***

อาชีพชาวนา

ไม่มีหรือคับ

 

ลบ แจ้งลบ
โดย น้องเตรียม(เตรียมตัวตายหลังสอบ
IP : 118.174.99.***

พี่คะ ถ้าเรียนคณะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมละคะ

จะเป็นนักวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมได้ไหม

สนใจจะเรียนด้านนี้แต่ก็ ยังไม่แน่ใจ

แล้ว พวก เคมี ชีว ฟิสิกส์ อะไรทำนองเนี่ย จำเป็นในการเรียนมากไหมคะ

แบบประมาณว่าต้องเก่งวิชาพวกนี้มาก ๆ เลยหรือว่ายังไง

คือ น้องไม่เก่งเคมีเลย ฟิสิกส์ได้บ้างตามยถากรรมเพราะเรียนเยอะ แต่ก็เรียนแผนวิทย์-คณิต นะ แต่ว่าจะได้คะแนนวิชาสังคมเยอะ

แต่ว่าเป็นพวกบ้าวิชาการจัด ตั้งใจจะเรียนอะไรประมาณนี้ละคะ

ขอบคุณพี่ล่วงหน้านะคะ 

 

ลบ แจ้งลบ
โดย Gglee
IP : 203.113.45.***

ถ้า เรียน เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม 

ทำงาน ที่ไหนได้บ้าง ค่ะ?

ช่วยตอบให้หน่อย นะค่ะ

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่



คำฮิต

โรงเรียน7 วิชาสามัญ , enn gat pat 57 , open house ,Asean , twitter , เด็ก กยศ , กสพท , เกมคณิตศาสตร์ , เกมคิดเลข , อาเซียน , เกมส์คิดเลข , ขยายเวลา , ข่าวการศึกษาต่างประเทศ , ม.ต้น ,ข่าวอาเซียน , ค้นหาตัวเอง , ค่าย , คำขวัญวันเด็ก , เคล็ดลับเรียนเก่ง , ของเล่นเคลียริ่งเฮ้าส์ , โควตา , จุฬาฯ , ทุนการศึกษา , แท๊บเล็ต คาถาชินบัญชร ประชาคมอาเซียน , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต , ประวัติวันครู , เฟสบุ๊ค , ม.ทักษิณ , อาเซียน 10 ประเทศ , ม.รังสิต 57 , มมส 57 มศว. , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มหาวิทยาลัยพะเยา , รับตรง เกษตรศาสตร์ 57 , รับตรง มข 57 , ประกาศผลสอบ Admissions 57 ประถมศึกษารับตรงศิลปากร , เรียนต่อ , เรียนฟรี , ลาดกระบังฯ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลวันตรุษจีน , สทศ , สมัคร clearing house , สอบตรง , อ.วิริยะ , เว็บโรงเรียนตัวอย่างงานวิจัย,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บสำเร็จรูป , เว็บหน่วยงาน , ทำเว็บฟรี , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , รายชื่อโรงเรียนทั่วประเทศ , โครงงานวิทยาศาสตร์ , สารสนเทศโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT  , วันช้างไทย , วันสตรีสากล , MH17 , เครื่องบินตก  , โค้ชเช , วันสงกรานต์GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , บัตรสอบ , เอเชียศึกษา , บันทึกความดี , แฟ้มสะสมผลงาน , วันจักรี , Portfolio , ประกาศผล GAT/PAT 57 , วันอาสาฬหบูชาสทศ.Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ , มุดพกความดี , วันเข้าพรรษา , วันวิสาขบูชา , วันงดสูบบุหรี่โลก , ประกาศผลรับตรงโควตา ม.ศิลปากร ประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ , U-NET , ประกาศผลธรรมศาสตร์ , ประกาศผลจุฬา , ประกาศผลศิลปากร โควตา 28 จังหวัด , Variety , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , วันสุนทรภู่ , 

คำค้นหา

สอบตรง , อาเซียน , มหาวิทยาลัย ,โรงเรียน , ศึกษาต่อ , asean , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ประชาคมอาเซียน, ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ, ความรู้ ประถมศึกษา , ข่าวอาเซียน วิชาการ, portfolio แฟ้มผลงาน , ความรู้ มัธยมปลาย , โครงงานวิทย์ , ประวัติอาเซียน , ความรู้ , วิชาการ , อาจารย์วิริยะ , สาขาแห่งอนาคต , ดูหนัง หนังใหม่ ดูหนังออนไลน์ movie , ฟังเพลง เพลงใหม่ ฟังเพลงออนไลน์ เพลงฮิต , ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ , ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงรายวัน , รถยนต์มือสอง เครื่องเสียงรถยนต์ รถยนต์ , การ์ตูน รูปการ์ตูน ภาพการ์ตูน คลิปการ์ตูน , ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวไทยรัฐ , ทวิสเตอร์ twitter วิธีเล่น twitter , เฟสบุ๊ค facebook คือ facebook วิธีเล่น facebook , ร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงเทพ ร้านอาหารแนะนำ ร้านอาหารเกาหลี , การ์ตูน , ซุปซิป ดารา , ผลบอล, ข่าว IT, หาเพื่อน , ข่าว, AEC, รถ, แบบทดสอบ, รูปภาพ , เกมส์รถแข่ง, เกมส์แต่งตัว หนังสือพิมพ์ , ข่าวประชาสัมพันธ์, วาเลนไทน์ , wallpaper , wallpaper น่ารัก , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ประเมินโอกาสติดแอดมิชชัน , ภาพเคลื่อนไหว , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เกมส์, สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย , Thailand Travel โหลดเพลง , งานราชการ , งาน , เกมส์จับคู่ , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมขุดทอง , เกมส์แข่งรถ , เกมส์ทำอาหาร , ประกาศผลสอบ Admissions 57 , เว็บไซต์โรงเรียน,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  สารสนเทศ , วันวาเลนไทน์ , นิทาน , กสพท , วันศิลปินแห่งชาติ , รับตรง ม.เกษตร 57 , Varietyโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT , วันช้างไทย , แฟ้มสะสมผลงาน , MH17 , เครื่องบินตก , ประกาศผล O-NET ม.6 , โค้ชเช , วันสงกรานต์ , บัตรสอบ , GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , เคลียริ่งเฮาส์เอเชียศึกษา , อักษร ศิลปากร , วันโกหก , บันทึกความดี , Portfolioสมุดพกความดี , บริจาคโลหิตวันจักรี , โปรแกรมสร้างแฟ้มสะสมผลงาน , วันอาสาฬหบูชา , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ. , Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ , วันฉัตรมงคล , วันเข้าพรรษา , วันวิสาขบูชา , วันงดสูบบุหรี่โลก , ประกาศผลรับตรงโควตา 28 จังหวัด ม.ศิลปากรประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ ,  U-NET , ประกาศผลจุฬา , กฏอัยการศึก , รัฐประหาร , วาไรตี้ , ประกาศผล , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , เคลียริ่งเฮ้าส์ , วันสุนทรภู่