|
|
ถึงแม้ประเด็นความเหมาะสมในการนำอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือที่เราคุ้นชินกันในชื่อ "แอร์โฮสเตรส" มาทำเป็นละครเรื่อง "สงครามนางฟ้า" จะยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในสังคม แต่พี่เชื่อว่า อาชีพ "พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน" นั้นยังคงมีสาวๆ หลายคนที่ยังมีความฝัน...อยากจะทำงานในอาชีพนี้อยู่ไม่น้อย แหม...ใครๆ ก็เป็นนางฟ้าด้วยกันทั้งนั้น
แต่รู้หรือไม่ว่าก่อนที่จะได้เป็นนางฟ้านั้น ต้องเตรียมความพร้อมอะไรกันบ้าง เราไปถามไถ่จากปากของอดีตนางฟ้า (เอ๋) มณฑ์ธินี อิทธิกมลเลิศ ปัจจุบันเอ๋ทำงานในตำแหน่ง Community Relation Manager & Trainer สถาบันสอนบุคลิกภาพ Elan จากการสัมมนา “อยากจะติดปีกเป็นนางฟ้าบนเครื่องบิน” จะเตรียมตัวอย่างไร ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
|
|
เอ๋เล่าว่าเธอทำงานเป็นแอร์โฮสเตรส อาชีพที่หญิงสาวหลายคนใฝ่ฝันเป็นเวลากว่า 15 ปี ก่อนจะลงมาทำงานอยู่บนพื้นดิน โดยคุณสมบัติหลักๆ ที่ทุกสายการบินกำหนดไว้ในการรับหญิงสาวสักคนมาทำงานเป็นแอร์โฮสเตรสก็คือเรื่องของภาษาอังกฤษ ส่วนสูง แต่คุณสมบัติเหล่านี้ไม่สำคัญไปกว่าความประทับใจ
“แน่ล่ะคุณสมบัติหลักๆ จะต้องมีบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าจะสำคัญไปกว่าความประทับใจที่กรรมการจะมีต่อเรา การสร้างความประทับใจเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง การที่จะทำให้กรรมการประทับใจตอนสมัคร
เราต้องมียิ้มที่ประทับใจ เพราะยิ้มคือหัวใจของการเป็นนางฟ้า ต้องมีบุคลิกภาพที่ดี เตรียมให้พร้อมสำหรับเสื้อผ้าหน้าผม เริ่มจากการแต่งหน้า ต้องแต่งให้เหมาะสมไม่เข้มหรืออ่อนจนเกินไป เล็บก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ควรทาเป็นสีใสๆ การทำผมควรเกล้าขึ้นเก็บให้เรียบร้อย”
นอกจากนี้เอ๋ยังแนะนำเรื่องการเเต่งตัววันที่ไปสมัคร-สัมภาษณ์อีกด้วยว่าการแต่งกายไม่ควรจะฉูดฉาด ควรสวมเสื้อผ้าโดยใช้สีเรียบๆ อาจมีลายได้บ้างไม่มากจนเกินไป แต่ควรยึดสีพื้นเป็นหลัก อย่างสีดำหรือสีขาว แต่การแต่งดำจนมากเกินไป บางสายการบินก็ไม่ชอบ การใช้เสื้อแขนสั้นหรือแขนยาวเช่นเดียวกัน ผู้ที่อยากจะเป็นแอร์ฯ ควรศึกษาดูว่าสายการบินที่ตัวเองไปสมัครนั้นเขามีวัฒนธรรมการแต่งกายเป็นอย่างไร
“ถ้าเตรียมตัวไปไม่ดี อาจจะไม่ผ่านได้ง่ายๆ”
ส่วนเรื่องการสอบภาษาอังกฤษนั้น อดีตแอร์โฮสเตรสคนนี้กล่าวว่าส่วนมากจะใช้คะแนนโทอิค (TOEIC) เป็นหลัก แต่บางสายการบินก็ไม่ใช้คะแนนโทอิกในการวัดความรู้ความเข้าใจภาษาอังกฤษ ซึ่งสายการบินนั้นจะมีแบบทดสอบเป็นของเขาเอง ควรเตรียมตัวจากการฝึกสนทนาก่อน เนื่องจากเป็นด่านแรกที่นางฟ้าทุกคนต้องเจอกับการสัมภาษณ์ การนั่งคุยกับคณะกรรมการ สุดท้ายค่อยมาฝึกหลักไวยกรณ์ ซึ่งสามารถฝึกได้จากการอ่านหนังสือ หนังสือพิมพ์ ฟังเพลง หรือดูหนังภาษาอังกฤษ
“ก่อนที่จะเป็นแอร์โฮสเตสเราต้องรู้ก่อนว่าหน้าที่ของแอร์ฯ บนเครื่องต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งหน้าที่หลักๆ ก็มีอยู่ 2 อย่างคือ Safety และ Service หัวใจของสายบินทุกสายคือเรื่องของความปลอดภัยที่ต้องคำนึงถึงก่อนเป็นอันดับแรก
การเป็นนางฟ้าจึงต้องดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก เมื่อเกิดกรณีฉุกฉินต้องสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารได้ อย่างเอ๋เองก็เคยทำคลอดผู้โดยสารบนเครื่องมาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก”
ส่วนเรื่อง Service นั้น เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะแอร์ฯ เป็นผู้ให้บริการกับลูกค้า ซึ่งนั่นก็คือเหล่าผู้โดยสารซึ่งมีความหลากหลายทั้งอุปนิสัย ความต้องการ เชื้อชาติ วัฒนธรรม ฯลฯ เอ๋บอกว่าหน้าที่ที่เหมือนๆ กันของทุกสายการบินก็คือการบริการเครื่องดื่ม – อาหาร การช่วยผู้โดยสารเก็บสัมภาระ แจกหนังสือพิมพ์ ซึ่งบางครั้งจะต้องช่วยผู้โดยสารดูแลเด็กด้วย
“อาชีพนี้ไม่ง่ายและสบายเลย ใครที่อยากจะเข้ามาทำตรงนี้ควรไตร่ตรองให้ดีก่อนว่ารักในอาชีพนี้จริงหรือเปล่า”
เมื่ออาชีพนางฟ้าที่ว่าหาใช่อาชีพที่สบายนัก แต่สิ่งที่ได้กลับมาจากการทำหน้าที่ให้บริการผู้โดยสารบนเครื่องก็คือ การได้ทำหน้าที่หลายๆ อย่างที่อาชีพอื่นไม่สามารถทำได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่สำคัญคือการได้เดินทางท่องเที่ยวไปยังทั่วโลก ได้เปลี่ยนสถานที่ทำงานได้พบปะผู้คนมากมายหลากหลายวัฒนธรรม
“สาเหตุที่เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจในอาชีพนี้มากขึ้น เอ๋คิดว่าคงเป็นเพราะเทคโนโลยีที่ก้าวไกล ทำให้เด็กสามารถหาข้อมูลได้ง่าย และความใกล้ชิดการได้เห็นได้สัมผัสกับแอร์โอสเตสที่มีภาพลักษณ์ที่ดี มีความสวย เก่ง ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา เอ๋ไม่มองว่ามันเป็นเพียงแฟชั่นที่ทุกคนกำลังนิยมกัน เพราะเห็นได้จากทุกคนที่เข้ามาสมัคร ล้วนแต่มีความมุ่งมั่นและมีความสามารถทั้งสิ้น”
|
ใครคิดว่า "แอร์โฮสเตรส" เป็นอาชีพที่สบาย งานง่ายๆ คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะนอกจากจะต้องดูดี สวยอยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร และบริการอย่างดีเยี่ยม มิฉะนั้นก้อาจตกง่ายได้ง่าย แต่เชื่อว่า ถ้าน้องๆ มีความมุ่งมั่นตั้งใจก็จะสมหวังจ๊ะ
|
|
23 มกราคม 2551 23:22 น.
จำนวนผู้อ่าน : 46212 คน
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
เพราะหนูรู้ว่า
มันสามารถศัลยกรรมกันได้ง่ายๆค่ะ
555+
แต่หนูเครียดเรื่อง
ภาษาอังกฤษอ่ะค่ะ
หนูว่ามันน่าจะอยู่กับ บุญที่เราเคยทำมาด้วยนะคะ
555+
ชื่อแพง
หนูอยากเปงแอร์จริงๆ
ค่ะ
เพื่อนๆเขาเรียกหนูกันว่า
แอร์แพงๆๆ
หนูก็ พอได้เรื่อง ภาษาอังกฤษค่ะ
ตอนนี้หนูสามารถพูดภาษาอังกฤษที่แอร์เขาพูดกันบนเครื่องได้ค่ะ
555+
หนัก54 สูง158 ค่ะ
ไม่รู้ว่าอ้วนไปรึเปล่า
????
สนใจอาชีพนี่มาก
หนูอยากเป็นแอร์มากเลยค่ะแต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
ตอนนี้หนูอายุ14
สูง156ค่ะ
วิชาภาษาอังกฤษได้เกรด4
หนูชอบวิชาภาษาอังกฤษมากๆค่ะ
อยากให้ช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ
ติดต่อมาได้ที่Emailหนูนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ห นู อ ย า ก เ ป็ น [แอร์โตสเตสมั๊กมาก]
ต อ น นี้ อ ยู่ ภูเ ก็ต ไม่รุ ว่ า จะ เรี ย น ที่ ไ หน ใน[ กทม.]
อยากให้พี่ช่วยแนะนำ ที่เรียน หนูเรียน อาชีวะภูเก็ต
ยั ง มี ห วั งจ ะ เ ข้ า เ รีย น ไ ด้ มั ยค่ ะ
พอไดมั้ยค่ะอยากเปน แอร์มากกกกกค่ะ แต่สูงแค่ 150กว่าเอง อายุ 15จะ 16 ค่ะ ตอนนี้จะเรียนศิลป์-จีนค่ะ
ตอนนี้อายุ17ปีแล้วค่ะ เมื่อมีคนมาถามว่าโตขึ้นอยากทำงานอะไร หนูตอบว่า อยากเป็นแอร์โฮสเตรสมั๊กมาก เมื่อเขาได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะแล้วพูดว่าจะทำได้หรือมันไม่ไช่เรื่องง่ายๆเลย ตอนนี้หนูเรียนอยู่สายศิลป์ภาษาไม่รู้จะมาถูกทางหรือเป่า
กว่าจะจบป.ตรีก็อายุ 27 แล้วจะยังสมัครเป็นได้อยู่รึปล่าวค่ะ
ตอนนี้อยู่ม.5ค่ะอนาคตอยากจ๊ะเป็นแอร์ค่ะคัยมีข้อมูลดีๆที่เกี่ยวกับอาชีพนี้ก็แอดมาคุยกานน่ะค่ะที่E-mail
อยากเป็นแอร์โฮทเตท
แต่ภูภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้
อยากเป็นแอร์แต่ไม่ชอบภาษาอังกฤษไม่เก่งเลย
แต่พูดภาษาเกาหลี จีน ญี่ปุ่นพอได้อ่ะทามงายดีอ่ะ