อ่านชื่อเรื่องแล้วอย่างนี้ก็แย่น่ะสิ! ช่วงนี้ใคร ๆ ก็ติดคอมพิวเตอร์กันงอมแงมเลย ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ .. แต่ก็อย่างว่าแหละจ้ะน้อง ๆ ไม่มีอะไรที่มีแต่ข้อดีอย่างเดียว มันก็ต้องมีข้อเสียกันบ้างแหละน่า ว่าแต่ว่าไอ้โรคที่ว่านี่มันเป็นยังไงนะ?!

โรค CVS : Computer Vistion Syndrome
เป็นโรคที่เกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาสามชั่วโมงขึ้นไป!!
สาเหตุของโรค
- ไม่ค่อยกระพริบตา โดยปกติแล้วคนเราจะต้องกระพริบตาอยู่เสมอ ๆ เพื่อเป็นการเกลี่ยน้ำตาให้คลุมผิวตาให้ทั่วๆ โดยมีอัตราการกระพริบ 20 ครั้งต่อนาที หากเราอ่านหนังสือหรือนั่งจ้องคอมพิวเตอร์ อัตราการกระพริบจะลดลง โดยเฉพาะการจ้องคอมพิวเตอร์การกระพริบตาจะลดลงกว่าร้อยละ 60 ทำให้ผิวตาแห้ง ก่อให้เกิดอาการแสบตา ตาแห้ง รู้สึกฝืดๆ ในตาได้จ้ะ
- แสงจ้า และแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ตาเมื่อยล้า ทั้งแสงจ้าและแสงสะท้อนมายังจอภาพ อาจเกิดจากแสงสว่างไม่พอเหมาะ มีไฟส่องเข้าหน้าหรือหลังจอภาพโดยตรง หรือแม้แต่แสงสว่างจากหน้าต่างปะทะหน้าจอภาพโดยตรง ก่อให้เกิดแสงจ้าและแสงสะท้อนเข้าตาผู้ใช้ ทำให้เมื่อยล้าตาง่าย
- การออกแบบและการจัดภาพ ระยะทำงานที่ห่างจากจอภาพให้เหมาะสม ควรจัดจอภาพให้อยู่ในระยะพอเหมาะที่ตามองสบายๆ ไม่ต้องเพ่ง โดยเฉลี่ยระยะจากตาถึงจอภาพควรเป็น 0.45 ถึง 0.50 เมตร ตาอยู่สูงกว่าจอภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้แว่นสายตาที่มองทั้งระยะใกล้และไกล จะต้องตั้งจอภาพให้ต่ำกว่าระดับตา เพื่อจะได้มองตรงกับเลนส์แว่นตาที่ใช้มองใกล้

อาการของโรค
จะมีอาการ กล้ามเนื้อตาล้า เบลอ และอาจมีอาการปวดหัว ตัวร้อนร่วมด้วย
วิธีป้องกัน
1.วางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากตัวประมาณช่วงแขนเอื้อม และวางให้ต่ำกว่า
ระดับของสาย ตาของเราประมาณ 20 องศา
2.ทำความสะอาดหน้าจออยู่เสมอ เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดการสะท้อนมากขึ้น
3. ควรจะหยุดพักสายตาทุก 30 นาที โดย การหลับตา หรือ มองไปไกล ๆ
สัก 5-10 นาที แล้วจึงเริ่มทำงานต่อไป
4. ลองเอาต้นกระบองเพชรเล็ก ๆ ตั้งไว้ข้างจอคอมพิวเตอร์ จะช่วยดูดซับ
คลื่นแม่เหล็กได้จ้ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างจ๊ะ.....พี่ป่านก็เป็นคนนึงที่อยู่หน้าคอมวันละนาน ๆ เหมือนกัน ต้องหาต้นกระบองเพชรมาไว้ที่โต๊ะด้วยซะแล้ว ..อย่าลืมเอาวิธีป้องกันไปใช้กันด้วยนะจ๊ะ จะได้ไม่มีเป็นโรคCVSกันนะ ใครได้ผลยังไงอย่าลืมมาบอกกันบ้างนะ