19 มีนาคม 2551
คุณสมบัติของผู้สมัคร
1. คุณสมบัติทั่วไป 1.1 เป็นผู้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 1.2 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533) หรือหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 หรือประกาศนียบัตรอื่น ที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า สำหรับผู้สมัครที่จบหลักสูตรการศึกษานอก โรงเรียนสายสามัญ ต้องมีคุณสมบัติ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการดำเนินงานการศึกษานอกโรงเรียนสายสามัญศึกษา ( ฉบับที่ 3) พ . ศ .2544 1.3 เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา 1.4 เป็นผู้ที่มีผู้รับรองว่าจะอุดหนุนค่าบำรุง และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาได้ 1.5 เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อยและรับรองต่อมหาวิทยาลัยได้ว่า จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเต็มความสามารถ และจะปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ 1.6 เป็นผู้ที่ไม่ถูกให้ออกจากสถาบันอุดมศึกษาใดๆ มาแล้ว เพราะความประพฤติไม่เหมาะสมหรือกระทำความผิดต่างๆ ที่ไม่ใช่ทางด้านวิชาการ 1.7 ต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาเกินกว่าชั้นปีที่ 1 ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ร่วมในการคัดเลือกนี้ เว้นแต่จะได้ลาออกจากสถาบันอุดมศึกษานั้นเสียก่อน 1.8 ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 1. 9 จะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกลงโทษเนื่องจากการกระทำผิด หรือร่วมกระทำทุจริตในการสอบฯ เพื่อสมัครเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา หากปรากฏในภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 1.1 ถึง 1. 9 ข้อใดข้อหนึ่งและหรือขาดคุณสมบัติ ิเฉพาะตามข้อ 2 และหาก ตรวจสอบพบว่าเอกสารที่ใช้ในการสมัครคัดเลือก เป็นเอกสารเท็จนอกจากจะถูกดำเนิน การตามที่ได้ระบุไว้ในหน้า 303 แล้ว จะถูกตัดสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้ และแม้ว่าจะได้รับการส่งชื่อเข้ารับ การศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ใดแล้วก็ตามจะถูกถอนสภาพจากการ เป็นนิสิตนักศึกษาทันที 2. คุณสมบัติเฉพาะ นอกจากคุณสมบัติทั้ง 9 ประการดังได้กล่าวมาแล้วนั้น สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ยังได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะขึ้นมาอีกดังต่อไปนี้ คือ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาแพทยศาสตร์ 1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการได้หลังจากจบการศึกษาแล้ว ( ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ) 2. ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นไป เมื่อสำเร็จ การศึกษาวิชาแพทยศาสตร์แล้วจะต้องผ่านการสอบขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่แพทย สภาจัดสอบ 3. ก่อนเข้าศึกษาต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียวหรือสัญญาปลายเปิด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2543 คือ เป็นสัญญาที่กำหนดหน้าที่ของผู้รับทุนที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรฯ โดยต้องทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกันตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาลกับมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้ผูกพันให้ส่วนราชการต้องบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ หรือเป็นพนักงานในหน่วยงานของรัฐ 4. ต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในคณะแพทยศาสตร์หรือประเภทวิชาเตรียมแพทยศาสตร์ของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ( ยกเว้นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ) 5. ผู้สมัครเข้าศึกษาสาขาแพทยศาสตร์ จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้ 5.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน 5.2 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือโรคบุคลิก ภาพ แปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อ การศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม 5.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาทิ โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง 5.4 โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น - โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ( โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้ ) - โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม - โรคความดันเลือดสูงรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร - ภาวะไตวายเรื้อรัง - โรคติดสารเสพติดให้โทษ 5.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง 5.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ - สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง - สายตาข้างดีต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว - ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ 5.7 หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาทและ การได้ยิน (sensorineural hearing loss) ถ้าได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น 5.8 โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรค ต่อการศึกษา ทั้งนี้ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ / ผู้อำนวยการวิทยาลัย อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้ หมายเหตุ- ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล หรือแม้ปรากฏเป็นความเท็จขึ้นภายหลังจะต้องถูกตัด สิทธิ์การศึกษา - การพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้เข้าศึกษาด้วยเหตุผลทางคุณสมบัติเฉพาะ ต้องกระทำโดยกรรมการในรูปองค์คณะที่มี จำนวนกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน คุณสมบัติเฉพาะทางการศึกษาของผู้สมัครคณะ / ประเภทวิชาแพทยศาสตร์ ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดมีรายละเอียดดังนี้ 1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ( ฉบับปรับปรุงพ . ศ .2533) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน (ยกเว้น ผู้สำเร็จการศึกษาก่อนปีการศึกษา 2541) 2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษา อังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต 3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ให้ แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน คุณสมบัติเฉพาะทางการศึกษาของผู้สมัครคณะ / ประเภทวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดมีรายละเอียดดังนี้1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ( ฉบับปรับปรุง พ . ศ .2533) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน (ยกเว้น ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2542 และก่อนหน้านั้นให้ใช้เกณฑ์ตามคุณสมบัติเดิม คือ หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ (โครงสร้าง 2) 17.5 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ (โครงสร้าง 3) 14 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ (โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน) 2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษา อังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต 3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับหมวด วิชาวิทยาศาสตร์ให้แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน 4. สำหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ต้องสำเร็จการศึกษาประเภทช่างอุตสาหกรรม คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาทันตแพทยศาสตร์ 1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการได้ หลังจากจบการศึกษาแล้ว ( ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ) 2. ก่อนเข้าศึกษาต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2543 คือ เป็นสัญญาที่กำหนดหน้าที่ของผู้รับทุนที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรฯ โดยต้องทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกัน ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาลกับ มหาวิทยาลัย แต่ไม่ผูกพันให้ส่วนราชการต้องบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ หรือพนักงานในหน่วยงานของรัฐ 3. ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ และจะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ และปราศจากโรค อาการ ของโรคหรือความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังนี้ 3.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน 3.2 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือโรคบุคลิกภาพ แปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรค ต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม 3.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เช่น โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง 3.4 โรคไม่ติดต่อ หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือการประกอบอาชีพทันตกรรม - โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ( โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้ ) - โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการประกอบวิชาชีพ โรคภาวะความดันเลือดรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร - ภาวะไตวายเรื้อรัง - โรคติดสารเสพติดให้โทษ 3.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง 3.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ - สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นสายตาแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง - สายตาข้างที่ดีต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว - ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ 3.7 หูหนวก หรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาทและการได้ยิน 3.8 โรค หรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้ หมายเหตุ1. ผู้เข้าศึกษาให้ข้อมูลเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล หรือแม้แต่ปรากฏเป็นความเท็จขึ้นภายหลัง จะต้องถูกตัดสิทธิ์ การศึกษา 2. การพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้เข้าศึกษาด้วยเหตุผลคุณสมบัติเฉพาะ ต้องทำในรูปแบบกรรมการซึ่งมีไม่น้อยกว่า 5 คน คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาเภสัชศาสตร์ 1. ต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในคณะเภสัชศาสตร์ หรือประเภทวิชาเตรียมเภสัชศาสตร์ของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ( ยกเว้นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ) 2. ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จะต้องได้รับการทดสอบความพร้อมใน การศึกษาและความพร้อมในการประกอบอาชีพ ในวันสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย เช่น ความสามารถในการแยกแยะสี และผ่านการทดสอบดังกล่าวแล้วจึงจะมีสิทธิ์เข้าศึกษา ( ข้อแนะนำ ควรตรวจตาบอดสีก่อนสมัครฯ ) 3. ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยหลัก เกณฑ์การสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ . ศ .2546 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาพยาบาลศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิชาการพยาบาลศาสตร์ ซึ่งมีการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ ต้องฝึกให้การพยาบาล ผู้รับบริการ ผู้สมัครเข้าศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือมีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ดังต่อไปนี้ 1. มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา 2. มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือโรค บุคลิกภาพแปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อัน เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ 3. โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่จะมีผลต่อผู้รับบริการหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวรอันเป็นอุปสรรค ต่อการศึกษา 4. โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา - โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ( โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้ ) - โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม - โรคความดันเลือดสูงรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร - ภาวะไตวายเรื้อรัง - โรคติดสารเสพติดให้โทษ 5. ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง 6. ความผิดปกติในการเห็นภาพโดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ - สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นตาแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง - สายตาข้างดี ต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว - ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ 7. หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาทและการได้ยิน (sensor 8. โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ที่คณะกรรมการผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ / ผู้อำนวยการวิทยาลัย อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้ หมายเหตุ - ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล หรือแม้ปรากฏเป็นความเท็จขึ้นภายหลังจะต้องถูกตัด สิทธิ์การศึกษา - การพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้เข้าศึกษาด้วยเหตุผลทางคุณสมบัติเฉพาะต้องกระทำโดยกรรมการในรูปองค์คณะ ที่มีจำนวนกรรมการ ไม่น้อยกว่า 5 คน ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องเข้าสอบสัมภาษณ์และได้รับการตรวจร่างกาย ดังต่อไปนี้ 1. ตรวจร่างกายทั่วไป 2. ตรวจระดับการได้ยิน 3. ตรวจตาบอดสี 4. ถ่ายภาพรังสีทรวงอก หรือแสดงผลภาพถ่ายรังสีทรวงอกที่ถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน คุณสมบัติเฉพาะทางการศึกษาของผู้สมัครคณะ / ประเภทวิชาพยาบาลศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ สหเวชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ วิทยาลัยเทคนิคการสัตวแพทย์ และอุตสาหกรรมเกษตร ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดมีรายละเอียดดังนี้1. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ( ฉบับปรับปรุง พ . ศ .2533) ในหมวดวิชาเลือกเสรีให้รวมวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 2) 25 หน่วยการเรียน หรือวิทยาศาสตร์ ( โครงสร้าง 3) 2 1 หน่วยการเรียน คณิตศาสตร์ ( โครงสร้าง 1) 15 หน่วยการเรียน ภาษาอังกฤษ 12 หน่วยการเรียน 2. หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยา ศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนราย วิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ( ภาษาอังกฤษ ) ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต 3. หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ให้ศึกษารายวิชาต่างๆ เทียบเท่าเกณฑ์หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน สำหรับ หมวดวิชาวิทยาศาสตร์ให้แสดงหลักฐานว่าได้ศึกษาภาคปฏิบัติการเทียบเท่าหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน (ยกเว้นคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสต์ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กำหนดให้ผู้ สมัครต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 1 และ 2 เท่านั้น) คุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาคณะ / ประเภทวิชาสัตวแพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จะต้องได้รับการทดสอบความพร้อมในการศึกษา
|
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (6)
แสดงความคิดเห็น


| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||
วันที่ 16 พฤษภาคม 2551 เวลา 22:21
โดย : หงษ์totti
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 125.26.162.xxx