
21 มีนาคม 2551GAT PAT ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปี 2553
เนื่องจากสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงการจัดสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test หรือ GAT) และความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการ (Professional A Aptitude Test หรือ PAT) เพื่อใช้เป็นคะแนนในการนำไปสอบระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์กลางว่า ตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติว่าการสอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 นั้นจะใช้สัดส่วนคะแนนดังนี้
1. ปี 2553 ทปอ. จะใช้องค์ประกอบต่อไปนี้ในการยื่น คะแนนเข้ามหาวิทยาลัย
1) GPAX 6 ภาคเรียน 20 %
2) O-NET (8 กลุ่มสาระ) 30 %
3) GAT 10-50 %
4) PAT 0-40 %
รวม 100 %
หมายเหตุ
1. GPAX คือ ผลการเรียนเฉลี่ย สะสม 6 ภาคเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียน รู้
2. GAT คือ General Aptitude Test ความถนัดทั่วไป
3. PAT คือ Professional Aptitude Test ความถนัดเฉพาะ วิชาชีพ
2.รายละเอียดเกี่ยว กับ GAT
1. เนื้อหา
- การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์และการแก้โจทย์ ปัญหา(ทาง คณิตศาสตร์) 50%
- การสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษ 50%
2. ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย
- คะแนนเต็ม 200 คะแนน เวลาสอบ 2 ชั่วโมง
- ข้อสอบ เน้น Content Free และ Fair
- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
- มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อ สอบ
3. จัดสอบปีละหลายครั้ง
- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด (จะสอบ ตั้งแต่ม. 4 ก็ได้)
3. รายละเอียดเกี่ยว กับ PAT
1. PAT มี 6 ชุด คือ
PAT 1 วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์
เนื้อหา เช่น Algebra, Probability and Statistics, Conversion,Geometry, Trigonometry,Calculus ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Calculation skills, Quantitative Reasoning, Math Reading Skills
PAT 2 วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์
เนื้อหา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, environment, ICT ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Sciences Reading Ability,Science Problem Solving Ability ฯลฯ
PAT 3 วัดศักยภาพทางวิศวกรรม ศาสตร์
เนื้อหา เช่น Engineering Mathematics, EngineeringSciences,Life Sciences, IT ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Engineering Aptitude i.e. Multidimensional Perceptual Ability, Calculation Skills, Engineering Reading Ability, Engineering Problem Solving Ability
PAT 4 วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
เนื้อหา เช่น Architectural Math and Science ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Space Relations, Multidimensional Perceptual Ability, Architectural Problem Solving Ability ฯลฯ
PAT 5 วัดศักยภาพทาง ครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์
เนื้อหา ความรู้ในเนื้อหาภาษา ไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม วิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ ครุ ศึกษา (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading Skills),ความรู้ทั่วไปเกี่ยว กับการศึกษาของประเทศไทย การแก้ปัญหาที่เกิดจากนัก เรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ
PAT 6 วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์
เนื้อหา เช่น ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทาง ศิลป์ ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ ความคิดสร้าง สรรค์ ฯลฯ
"อย่างไรก็ตาม มีข้อเรียกร้องจากสมาคมฝรั่งเศสที่เสนอขอให้ ทปอ.จัดสอบเรื่องภาษาที่ 2 ด้วย ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และญี่ปุ่น เพื่อเป็นการวัดคุณภาพของเด็ก โดยจะขอให้เพิ่มเป็น PAT 7 และย่อยลงไปเป็น 7.1 , 7.2 ตามลำดับ แต่ ทปอ.เสนอว่าให้ทางสมาคมจัดสอบล่วงหน้าก่อนได้และให้กำหนดในเงื่อนไขแอดมิชชั่นว่าผู้ที่จะสอบในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาเหล่านี้จะต้องผ่านการสอนวัดความรู้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีการมาเพิ่มเป็น PAT 7 สทศ.ก็ต้องมาทำการทบทวน PAT ทั้ง 6 ใหม่ ซึ่งก็จะยุ่งยากอีก"ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวและว่า สำหรับข้อสอบ PAT นั้นได้เชิญอาจารย์ทีเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาเป็นผู้ออกข้อสอบ โดย สทศ.จะอธิบายความต้องการ วัตถุประสงค์การออกให้ทราบ และเมื่ออาจารย์ออกข้อสอบเสร็จแล้วก้จะนำเข้าคลังข้อสอบในรอบแรกก่อนนำมาเข้ากระบวนการกลั่นกรองเพื่อเข้าคลังข้อสอบของ สทศ. ใหม่อีกครั้ง
2. ลักษณะข้อสอบ PAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย
- คะแนนเต็มชุดละ 200 คะแนน เวลาสอบชุดละ 2 ชั่วโมง
- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
- มีการออกข้อสอบเก็บไว้ในคลังข้อ สอบ
3. จัดสอบเมื่อนักเรียนอยู่ชั้น ม.6 โดยจัดสอบปีละ 2 ครั้ง
- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่ สุด
ขณะนี้ ทปอ.ได้มอบหมายให้ สทศ.เป็นผู้จัดสอบ GAT และ PAT ซึ่งในส่วนของ GAT มีการทดลองรูปแบบการสอบแล้ว โดยจะใช้การสอบทั้งแบบปรนัยและอัตนัย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 300 คะแนน โดยนักเรียนสามารถสอบได้ 2-3 ครั้ง และเลือกคะแนนสอบครั้งที่ดีที่สุดไปใช้ โดยคะแนนจะเก็บไว้ได้ 2 ปี แต่เด็กต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสอบเอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสอบได้ประมาณเดือนตุลาคม 2551 หรืออาจต้นปี 2552 เพื่อให้ใช้ทันแอดมิชชั่นปี 2553
สทศ.ต้องเตรียมเรื่องการออกข้อสอบ โดยได้ขอความร่วมมือจากอาจารย์มหาวิทยาลัยมาช่วยออกข้อสอบให้ นอกจากนี้ สทศ. ยังจะจัดสอบ B-NET ซึ่งเป็นแบบทดสอบความรู้ 5 ภาคเรียนของ ม.ปลาย เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการรับตรง ซึ่งการที่ สทศ. ต้องจัดสอบ B-NET เพราะไม่ต้องการให้เด็กวิ่งรอกสอบหลายที่ ผอ.สทศ. กล่าว.
ที่มา : เดลินิวส์ , สยามรัฐ
ก็ขอฝากถึงน้องๆที่จะแอดฯ ปี 53 ด้วยนะคะการเตรียมตัว และติดตามข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญถึงแม้ว่าการศึกษาไทยจะเปลี่ยนไปมาจนทำให้เด็กไทยมึนหัวหลายครั้ง จะได้เตรียมตัวรับสถานะการล่วงหน้านะ
" งั้นเรามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหน่อยดีกว่าค่ะว่า เด็กไทยคิดอย่างไรกับระบบการศึกษาไทย"ยอมรับว่าเห็นใจจริงๆ และจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ถ้ามีแนวข้อสอบหรือวิธีการเตรียมตัวเพิ่มเติมจะเอามาฝากกันอีกนะคะ
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (1088)
แสดงความคิดเห็น

อยากสอบได้ทุน ค.ส.บ.ทำไงค่ะ
ช่วยบอกที
ขอบคุณค่ะ

ช่วยตอบหนูที
ขอบคุณค่ะ

อยากให้เปิดโอกาศการสอบ แอดมิชั่นให้กับเด็กที่เรียนสายอาชีพและอยากที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัย บอกตรงๆนะว่าการศึกษาไม่ค่อยยุติธรรมกับเด็กที่เรียนในสายอาชีพเลย เด็กที่เรียนสายอาชีพเข้ามหวิทยาลัยยากเพราะว่าระบบการศึกษาไม่เปิดโอกกาส



แล้วเด็กปวช.จะทำไงอ่ะ ก้อไม่ได้สอบอ่ะดิ แล้วจาได้เรียนมหาลัยป่ะเนี่ย
เซ็งจัดเรย แค่สอบตงก้อน่าจะพอแล้วนะ


นน

เหนื่อยๆ

<a href="http://xn--12c8d1a4fxc.jerder.com/ " target="_blank">เกมส์a>

ลำบากตรงสนามสอบ
จะเปลี่ยนแบบสอบทำไมกัน
เอ็นทรานซ์ดีสุดแล้ว
ได้ก็คือได้ไม่ได้ก้อรอปีหน้า
อย่างนี้เปลี่ยนไปเรื่อยเอาคะแนนโน้น นี่ นั้น มารวม
เปลี่ยนทุกๆๆ 4 ปี
น่าปวดหัวเราต้องมาคอยตามว่าสอบอย่างไง
เอาคะแนนไหน
เครียดไปปล่าวๆๆ
เพลอๆๆทำให้เด็กเครียดมากกว่าเดิมอีกด้วยนะเนี่ย

ระบบการศึกษาไทย
ปัญญาอ่อนมาก
ก็น่าจะรู้ตั้งแต่การเรียนวิชาสังคม
เรื่องยุคหิน
เรียนตั้งแต่ม.1-ม.6
จนเป็นหินพ่อ หินแม่แล้ว
ปัญญาอ่อนมาก



สอบGATกับPATอยากไหมค่ะ เราควรต้องเก่งด้านใดถึงจะสอบได้ค่ะ
คัยมีคำแนะนำดีดีบอกนู๋มั่งน๊ะข๊ะ
อยากสอบติด ( อยากหั้ยพ่อแม่ภูมิใจ )

ม.4 เค้ามีสอบมั้ยอ่าข๊ะ
อยากเรียนแพทย์ที่สู้ด ถ้ามั่ยด้ายก้อคงพยาบาล

เด็กม .5 สอบได้เด็กมันก็ต้องไปเรียนพิเศษอยู่ดี สอบไปก็ใช่ว่าคะแนนจะดี ก็ต้องสอบใหม่อยู่ดี แล้วค่าสมัครก็แพง เอาเงินไปทำไรเยอะแยะฟระ 


รู้ว่าเศรฐกิจมันไม่ดี ก็ให้มันถูกๆหน่อย

อยากเป็นเภสัชที่สุด จะทำยังไงดีน้า 

ผมอยากเข้า แพทย์ อ่า
จะหาที่เรียนที่ไหนไม่รู้
และไม่รู้วิธีการเตรียมตัวที่จะสอบและเรียน
ตอนนี้อยู่ ม.4แว้ว 
อีก2ปีก็จะถึงวันที่ต้องสู้แล้วสิเรา


คะแนนสอบไม่ดีเลย กลัวจะเข้ามหาลัยที่ฝันไว้ไม่ได้
อยากเตรียมตัวได้ดี แต่ไม่รู้จะเริ่มอ่านหนังสือยังไงดี
เพราะไม่ค่อยชอบอ่าน แต่เป็นพวกที่ถ้าเรียนรู้เรื่องก็ทำข้อสอบได้
ช่วยหาวิธีที่ดีกว่านี้หน่อยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
วันที่ 30 มกราคม 2553 เวลา 10:54
โดย : redshayley
IP 61.19.249.xxx