
| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
21 มีนาคม 2551GAT PAT ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปี 2553
เนื่องจากสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงการจัดสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test หรือ GAT) และความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการ (Professional A Aptitude Test หรือ PAT) เพื่อใช้เป็นคะแนนในการนำไปสอบระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์กลางว่า ตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติว่าการสอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 นั้นจะใช้สัดส่วนคะแนนดังนี้
1. ปี 2553 ทปอ. จะใช้องค์ประกอบต่อไปนี้ในการยื่น คะแนนเข้ามหาวิทยาลัย
1) GPAX 6 ภาคเรียน 20 %
2) O-NET (8 กลุ่มสาระ) 30 %
3) GAT 10-50 %
4) PAT 0-40 %
รวม 100 %
หมายเหตุ
1. GPAX คือ ผลการเรียนเฉลี่ย สะสม 6 ภาคเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียน รู้
2. GAT คือ General Aptitude Test ความถนัดทั่วไป
3. PAT คือ Professional Aptitude Test ความถนัดเฉพาะ วิชาชีพ
2.รายละเอียดเกี่ยว กับ GAT
1. เนื้อหา
- การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์และการแก้โจทย์ ปัญหา(ทาง คณิตศาสตร์) 50%
- การสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษ 50%
2. ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย
- คะแนนเต็ม 200 คะแนน เวลาสอบ 2 ชั่วโมง
- ข้อสอบ เน้น Content Free และ Fair
- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
- มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อ สอบ
3. จัดสอบปีละหลายครั้ง
- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด (จะสอบ ตั้งแต่ม. 4 ก็ได้)
3. รายละเอียดเกี่ยว กับ PAT
1. PAT มี 6 ชุด คือ
PAT 1 วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์
เนื้อหา เช่น Algebra, Probability and Statistics, Conversion,Geometry, Trigonometry,Calculus ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Calculation skills, Quantitative Reasoning, Math Reading Skills
PAT 2 วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์
เนื้อหา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, environment, ICT ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Sciences Reading Ability,Science Problem Solving Ability ฯลฯ
PAT 3 วัดศักยภาพทางวิศวกรรม ศาสตร์
เนื้อหา เช่น Engineering Mathematics, EngineeringSciences,Life Sciences, IT ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Engineering Aptitude i.e. Multidimensional Perceptual Ability, Calculation Skills, Engineering Reading Ability, Engineering Problem Solving Ability
PAT 4 วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
เนื้อหา เช่น Architectural Math and Science ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Space Relations, Multidimensional Perceptual Ability, Architectural Problem Solving Ability ฯลฯ
PAT 5 วัดศักยภาพทาง ครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์
เนื้อหา ความรู้ในเนื้อหาภาษา ไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม วิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ ครุ ศึกษา (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading Skills),ความรู้ทั่วไปเกี่ยว กับการศึกษาของประเทศไทย การแก้ปัญหาที่เกิดจากนัก เรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ
PAT 6 วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์
เนื้อหา เช่น ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทาง ศิลป์ ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ ความคิดสร้าง สรรค์ ฯลฯ
"อย่างไรก็ตาม มีข้อเรียกร้องจากสมาคมฝรั่งเศสที่เสนอขอให้ ทปอ.จัดสอบเรื่องภาษาที่ 2 ด้วย ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และญี่ปุ่น เพื่อเป็นการวัดคุณภาพของเด็ก โดยจะขอให้เพิ่มเป็น PAT 7 และย่อยลงไปเป็น 7.1 , 7.2 ตามลำดับ แต่ ทปอ.เสนอว่าให้ทางสมาคมจัดสอบล่วงหน้าก่อนได้และให้กำหนดในเงื่อนไขแอดมิชชั่นว่าผู้ที่จะสอบในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาเหล่านี้จะต้องผ่านการสอนวัดความรู้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีการมาเพิ่มเป็น PAT 7 สทศ.ก็ต้องมาทำการทบทวน PAT ทั้ง 6 ใหม่ ซึ่งก็จะยุ่งยากอีก"ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวและว่า สำหรับข้อสอบ PAT นั้นได้เชิญอาจารย์ทีเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาเป็นผู้ออกข้อสอบ โดย สทศ.จะอธิบายความต้องการ วัตถุประสงค์การออกให้ทราบ และเมื่ออาจารย์ออกข้อสอบเสร็จแล้วก้จะนำเข้าคลังข้อสอบในรอบแรกก่อนนำมาเข้ากระบวนการกลั่นกรองเพื่อเข้าคลังข้อสอบของ สทศ. ใหม่อีกครั้ง
2. ลักษณะข้อสอบ PAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย
- คะแนนเต็มชุดละ 200 คะแนน เวลาสอบชุดละ 2 ชั่วโมง
- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
- มีการออกข้อสอบเก็บไว้ในคลังข้อ สอบ
3. จัดสอบเมื่อนักเรียนอยู่ชั้น ม.6 โดยจัดสอบปีละ 2 ครั้ง
- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่ สุด
ขณะนี้ ทปอ.ได้มอบหมายให้ สทศ.เป็นผู้จัดสอบ GAT และ PAT ซึ่งในส่วนของ GAT มีการทดลองรูปแบบการสอบแล้ว โดยจะใช้การสอบทั้งแบบปรนัยและอัตนัย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 300 คะแนน โดยนักเรียนสามารถสอบได้ 2-3 ครั้ง และเลือกคะแนนสอบครั้งที่ดีที่สุดไปใช้ โดยคะแนนจะเก็บไว้ได้ 2 ปี แต่เด็กต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสอบเอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสอบได้ประมาณเดือนตุลาคม 2551 หรืออาจต้นปี 2552 เพื่อให้ใช้ทันแอดมิชชั่นปี 2553
สทศ.ต้องเตรียมเรื่องการออกข้อสอบ โดยได้ขอความร่วมมือจากอาจารย์มหาวิทยาลัยมาช่วยออกข้อสอบให้ นอกจากนี้ สทศ. ยังจะจัดสอบ B-NET ซึ่งเป็นแบบทดสอบความรู้ 5 ภาคเรียนของ ม.ปลาย เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการรับตรง ซึ่งการที่ สทศ. ต้องจัดสอบ B-NET เพราะไม่ต้องการให้เด็กวิ่งรอกสอบหลายที่ ผอ.สทศ. กล่าว.
ที่มา : เดลินิวส์ , สยามรัฐ
ก็ขอฝากถึงน้องๆที่จะแอดฯ ปี 53 ด้วยนะคะการเตรียมตัว และติดตามข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญถึงแม้ว่าการศึกษาไทยจะเปลี่ยนไปมาจนทำให้เด็กไทยมึนหัวหลายครั้ง จะได้เตรียมตัวรับสถานะการล่วงหน้านะ
" งั้นเรามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหน่อยดีกว่าค่ะว่า เด็กไทยคิดอย่างไรกับระบบการศึกษาไทย"ยอมรับว่าเห็นใจจริงๆ และจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ถ้ามีแนวข้อสอบหรือวิธีการเตรียมตัวเพิ่มเติมจะเอามาฝากกันอีกนะคะ
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (538)
แสดงความคิดเห็น
สามารถตรวจสอบสถานที่สอบได้รึเปล่าครับ

คิดว่าคาธรรมเนียมในการสมัครแต่ละ วิชานั้นเนี่ย ค่อนข้างที่จะแพงไปนะค่ะ แล้วอีกอย่าง คนที่จนล่ะค่ะ เขาจะทำยังงัยกันค่ะ
เฮ้อ แค่ค่าธรรมเนียมในการเข้ามหาลัยก็แพงจะแย่อยู่แล้วอ่ะค่ะ
แล้วมาโดนค่าสอบอันนี้อีก
ต้องเสียเงินเกือบหมื่น คนจนละ ค่ะจะมีโอกาสได้ศึกาต่อหรือไม่

อืม....จะรีบสอบไปไหน มหาลัยมันไม่หนีไปไหนหรอก
อีกอย่างแพงด้วย แล้วถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเงินจะทำไง
สงสารคนอื่นบ้างเหอะ
.......................เบื่อๆๆๆๆๆ............


ยังไม่รู้จะลงอะไรมั่งเลย......เซ็ง

คิดว่า ม.5 รุ่นนี้ก็เป็นรุ่นแรกยังไม่เข้าใจอะไรเลยถ้าเกิดว่ามีการสอบแบบนี้ก็น่าจะมีผู้รู้หรือผู้ที่เข้าใจในด้านนี้ก็ควรจะมาให้คําแนะนําให้กับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆก็น่าจะดี
อีกอย่างค่าก็ถือว่าสูงสําหรับลูกชาวนาตาดำๆจะมีเงินมากมายมาแต่ไหน
ควรเห็นใจหน่อยที่ผู้ใหญ่

สมมติว่าม่ายด้ายสอบเเร้วจาเปงรัยง่า

ทดลองสอบ GAT ฟรี ฟรี ก่อนใคร !!! อย่าช้า รีบสมัครก่อนเต็ม
เปิดเพียง 4 รอบ รอบละ 30 คน เท่านั้น 1-2 พฤศจิกานี้เจอกัน
ค่าลงทะเบียนสอบเพียง 200 บาท เท่านั้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ตามลิงค์นี้ไปเลยครับ
ADD มาคุย MSN กันก่อนได้ที่
สอบถามเรื่องเกี่ยวกับสอบ GAT ได้ทุกเรื่องเลยครับ


ครายรู้ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ
ว่าเค้าคิดคะแนน gat pat กันยางงัย
เค้าคิดเปงรายวิชา หรือคิดเปงครั้งค่ะ
ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ
เลือกวิชาที่จาสอบนัยแต่ละครั้งไม่ถุกอ่ะค่ะ

ใช่นะที่เข้าว่ามันแพงก็จิงอยู่ ทำไหมไม่เห็นจัยคนที่มีตังกันบาง อีกอย่างคือทำไหมต้องจัดตารางสอบที่ติดๆๆกันด้วย(วิชาที่สอบ) ไม่เข้าจัยโว้ย !
เด็กที่ไหนจะไปเตรียมตัวทันจะบ้าหรอ สงสารเด็กบางเถอะคุณผู้ใหญ่



แง่มๆ รีบสมัครกันนะ ใกล้จะหมดเวลาแร้นนะจ๊ะ
ใครเลือก P 1 และ P 2 หวังว่าคงเจอกันที่สนามสอบนะจ๊ะ
สู้ๆๆ ,, ,


แพงเกินไป เนื้อหาที่ใช้สอบก้อยังไม่ทันเรียนครบ
รีบสอบเร็วไป น่าจะสอบตอนม.6 มากกว่า ไม่น่าเปลี่ยนระบบ คอยดูนะพอถึงเวลาสอบจริงรุ่นเราอ่ะ วุ่นวายเเน่ !

ตอนแรกก็คิดว่ามันแพงแต่ลองคิดดูถ้าหากคนที่ไม่ใสใจในการเรียนแล้วเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้เหมีอนกับคนที่ตั้งใจเรียนมันไม่เอาเปรียบกันหรือมีการสอบจะใด้รู้ว่าตัวเองถนัดด้านไหน






แย่ๆๆๆๆ แพงโคตะระ เอาแต่เด็กในเมือง เด็กนอกก็แย่อะดิ

ไม่รุจะรีบร้อน

นึกถึงหัวอกลูกชาวนาบ้างสิ วิชาตั้ง200

แย่..แย่....จังสอบปีหน้าแต่ให้สมัครปีนี้แล้วพ่อแม่ไม่รวยจะเอาตังค์ที่ใหนสอบ จ่ายทีละวิชายังพอว่า....โอ้เช็งโว้ย......


แล้วมันวอบไปเพื่ออะไรล่ะครับ
อยากรู้อ่ะ
กำลังเครียดเลย


ตอนนี้อยู่ม.6 เตรียมสอบไว้เพื่อซิ่ว
แต่งงพวกช่องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษามากๆ
ช่วยบอกหน่อยสิ หมดเขตสมัครสิ้นเดือนนี้แล้วอ่ะ



พูดตรงๆเลยครับว่ามันเร็วเกินไป ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงวันสอบเราจะต้องศึกษาเนื้อหาม.6ให้จบภายในม.5เลยนะครับเนี่ย จะทันรึ..!!ครับเนี่ย..
คือ ว่า มัน เปลี่ยนไปเปลี่ยนงี้ ใช่มั้ย ...
และ รร. เราเค้าสนใจแต่พี่ม. 6
อยุม.5 มัน ดันให้สอบแล้วว สมัคร ก้ต้องรวดเดวอิกต่างหาก
วุ่นวายนะ เนี่ย !!!!! เตรียมตัวยังงัย ทันล่ะ
เดกต่างจังหวัดอ่า ไม่ได้เรียน เหมือนเดก ในเมืองนะ
แค่ม 4 ก้ มีความรุ ม.6 แล้ว ว วว
งี้ จาเอารัยไปสอบว๊าาา .. . . .. เหนื่อย จิง !!! เฮ้ออ ~~ 


วันที่ 15 ตุลาคม 2551 เวลา 20:05
โดย : GUz-Mai
อีเมล์ : maizava12@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 222.123.172.xxx