
| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
16 เมษายน 2551คงจะเริ่มตั้งแต่ช่วงม.3 ที่ตัดสินใจว่าจะเลือกเข้าสายวิทย์ หรือสายศิลป์
เราเลือกเข้าสายวิทย์ เหตุผล... ไม่มีอะไรมากเลย เพื่อ "ทางเลือกที่มากกว่า" ... ซึ่งมานั่งนึกเอาในตอนนี้ น่าเสียดายที่เราเลือกสายวิทย์ (แต่มันก็ผ่านไปแล้ว เสียดาย แต่ไม่เสียใจที่ได้เรียนสายวิทย์) ความคิด ณ ขณะนั้นประกอบกับคำแนะนำจากผู้คนรอบข้างคือ สายวิทย์สามารถลงไปเลือกสายอื่นได้ ในขณะที่สายอื่น ไม่สามารถขึ้นมาเลือกคณะของสายวิทย์ได้
ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่า เราอยากเข้าคณะอะไร อยากเรียนอะไร
มีแต่คนบอกว่า คณะสายวิทย์ เรียนแล้ว เงินดี (ไม่จริงเสมอไป ชีวิตไม่มีอะไรมั่นคงแน่นอน)
อาจารย์ที่เป็นคนจัดห้องม.ปลาย แนะนำเราว่าให้เลือกสายวิทย์ เพราะเกรดเราถึง
ตอนแรกเราเลือกสายศิลป์ภาษา (ญี่ปุ่น) แต่ไปๆมาๆ ก็เปลี่ยนใจไปเลือกสายวิทย์ เพราะ 1. ยังไม่รู้ว่าถ้าจะเข้ามหาลัยจะเลือกอะไรดี 2. ตามเพื่อน
การเรียนในสายวิทย์ ค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะการเรียนเคมี ที่ทำคะแนนได้ไม่เอาอ่าวตลอด -_-' เป็นวิชาที่เกลียดมากที่สุด เคยพยายามลองทำความเข้าใจกับมันหลายๆครั้งแล้ว แต่ไม่เคยเข้าท่า มันไม่เคยเข้าหัว... ส่วนฟิสิกส์ พอไปได้บางเรื่อง บางเรื่องก็ไม่รู้เรื่องเลย ส่วนบางเรื่องก็รู้เรื่องมาก ชีววิทยา เป็นวิชาที่เราชอบที่สุด ถึงแม้จะเป็นวิชาจำๆ แต่การเรียนวิชานี้ถือว่าเรารู้สึกสนุกกับการเรียน เพราะฉะนั้น ถึงได้บอกก่อนหน้านี้ว่า เสียดาย แต่ไม่เสียใจที่ได้เรียน =)
ตอนช่วงม.4 ยังไม่แน่ใจว่าจะมุ่งเข้าคณะอะไรดี ช่วงนั้นชอบมีพวกระเบียนนักเรียนมาให้เขียน แล้วก็จะมีคำถามเรื่องคณะที่อยากเข้า (มีให้เขียนทุกปีในม.ปลาย)
ตอนนั้น เขียนตอบลงไปว่า อยากเข้าคณะวิศวคอม
เหตุผล อ่า... ง่ายมาก เพราะชอบคอม เลยกะจะเข้าวิศวคอม ^^! อีกอย่าง ตรงกับแผนการเรียนม.ปลาย ถือว่าตอนนั้นความคิดค่อนข้างเด็กเอาเรื่อง หึหึ -_,-' คิดไปแบบไม่ซีเรียส
แต่จริงๆแล้ว เรามุ่งมั่นอยากเข้าทางด้านคอมเพราะว่าอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับคอม โดยเฉพาะพวกกราฟฟิกคอมพิวเตอร์ แต่ปัญหาคือ เราไม่รู้ว่าคณะไหนเรียนทางด้านนี้ เพราะฉะนั้นอะไรที่เกี่ยวกับคอมก็เลยสนใจ ^^!
พอมาถึงม.5 เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยมากขึ้น หลังจากที่ได้ความรู้มาจากบุคคลรอบข้างว่า
วิศวคอมเน้นไปทางพวกฮาร์ดแวร์นะ ส่วนวิทยาการการจัดการคอมพิวเตอร์ เน้นไปทางด้านซอฟท์แวร์
อ้าว... เปลี่ยนใจทันที ก็ตูไม่รู้เรื่องฮาร์ดแวร์สักนิดนี่หว่า ชอบซอฟท์แวร์มากกว่า
เพราะฉะนั้น ระเบียนนักเรียนปีนั้นเลยกลายเป็น คณะวิทยาการการจัดการคอมพิวเตอร์
ม.6 ชีวิตที่ต้องจริงจังเกี่ยวกับการเอนทรานซ์ ช่วงนี้ก็จะหาข้อมูลเกี่ยวกับการเอนทรานซ์ ช่วงตอนเทอมหนึ่ง ได้ข้อมูลมาจากคนรู้จักอีกว่า
"เรย์ๆ ได้ข่าวว่าอยากเข้าวิทยาการการจัดการฯ? เรย์นึกสภาพนะ ต้องนั่งหน้าคอมทั้งวัน แล้วเขียนโปรแกรมทั้งวัน เรย์ทนได้มั้ย?"
......
....
...
เท่านั้นแหละครับ = =' เปลี่ยนใจทันที เพราะความตั้งใจเดิมแต่แรกสุดๆคือ อยากไปทางด้านพวกกราฟฟิก ทีนี้ก็เลยปรึกษาใครๆหลายๆคน ก็ได้คำตอบมาว่า มีคณะนฤมิตศิลป์ จุฬาฯ ที่มีสาขาคอมพิวเตอร์กราฟฟิก (ไม่พูดถึงมหาวิทยาลัยปิดนะ) ก็เลยมุ่งมั่นจะเอานฤมิตศิลป์สุดๆ
ช่วงชีวิตม.6 เป็นอะไรที่ค่อนข้างเหนื่อยสำหรับเรา (ถึงแม้คนรอบข้างจะเห็นเหมือนกะว่า ก็เห็นมันบ้าบอได้ตลอดเวลานี่หว่า ^^!) ช่วงนี้จะทะเลาะกับพ่อบ่อยมากๆ กายไม่เหนื่อย แต่เหนื่อยที่ใจ ตอนที่เราบอกกับพ่อแม่เป็นครั้งแรกว่าเรามุ่งมั่นจะเข้าศิลปกรรม นฤมิตศิลป์ โดนคัดค้านมากๆ แม่ไม่ได้ว่าอะไร แต่พ่อไม่ค่อยจะยอม หลังๆเราชี้แจงว่าจบมาก็หางานทำได้เหมือนกัน แม่ก็เลยคุยกะพ่อ ก็เลยยอม ^^'
ช่วงนั้นเราไม่ค่อยอ่านหนังสือด้วย อืม... ไม่สิ -_-' ช่วงที่อ่านพ่อก็ไม่เคยอยู่ให้เห็น เลยบอกว่าเราไม่อ่านหนังสือ ปกติเราเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือที่อื่น แบบที่โรงเรียน ไม่ค่อยอ่านหนังสือที่บ้าน เพราะมีน้องที่ยังเล็ก ไม่เล็กมากอ่ะ ก็ช่วง อ.3-ป.1 แต่หนวกหูได้ทั้งวัน - -' ไม่มีสมาธิ เลยอ่านที่รร.แทน แล้วเราเป็นคนที่ติดคอมค่อนข้างมาก (ช่วงม.6 เทอมต้นๆติด Ragnarok ด้วยแหละ ^^!!! เล่นมันจนดึกๆดื่นๆ แต่ตอนนี้เลิกไปเป็นชาติแล้วนะ) เลยโดนพ่อด่า ประชดประชันตลอดเวลาว่า ไม่ติดหรอก สมัครเอนท์ไปทำไม ทำไมไม่ไปสมัครเรียนราม ... โดนมาตลอดเลยในช่วงม.6 -_-' ถือว่าทะเลาะกับพ่อบ่อยสุดๆ เรียกได้ว่าร้องไห้สัปดาห์ละประมาณ 3 ครั้ง ฮ่ะๆ (หลังจากนั้นพอติดจุฬาแล้วเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย Oo!)
เคยโดนอาม่าพูดด้วย
"ไปเลือกศิลปะทำไมว้า ทำไมลื้อไม่เลือกแพทย์ แพทย์รวยจะตาย เลือกทำไมศิลปะอ่ะ"
ตอนนั้นโกรธนะ ^^; ทำไมคนเราต้องยึดติดกับคณะที่จบแล้วทำงานได้เงินดี ทั้งๆที่ลูกหลานของตัวเองไม่ได้มีความสามารถถึงขั้นนั้น สมองของคนเราไม่ได้เกิดมาเก่งเหมือนกันทุกคน ต่างคนก็ต่างเก่ง ต่างมีพรสวรรค์ไปกันคนละด้าน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะค้นหาตัวเองพบเร็วช้าแค่ไหน
สิ่งที่เราได้รับมาจากหลายๆคนในช่วงนี้มีทั้งดีและไม่ดี คำสอนหลายอย่างได้ช่วยเราเอาไว้
การเอนทรานซ์ ไม่ใช่จุดสูงสุดในชีวิต
อ.หลายคนพูดเตือนห้องเราเอาไว้
สอบไม่ติด ไม่ใช่ว่าเราจะล้มเหลวในชีวิต
ตอนช่วงคะแนนเอนท์รอบแรกออก เพื่อนหลายคนถึงกับน้ำตาตก (อืม ห้องคิงน่ะ ห้อง 2 ผมอยู่ 6/1 ห้องควีน) ส่วนเพื่อนในห้องผมปฏิกิริยาเศร้าอย่างมากก็แค่ซึม นอกนั้นจะหัวเราะกับคะแนนตัวเองแล้วบอก "โอ้ย ไม่ติดกูก็ไปเรียนรามก็ได้ ไม่เห็นจะเครียด" ^^! (ส่วนมากเป็นพวกผู้ชายน่ะ) บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่า กะอีแค่คะแนนครั้งแรกจะไปอะไรกับมันหนักหนา คะแนนตัวไหนไม่ดีก็เก็บเอารอบสองซิ ไม่ใช่ผลประกาศสอบซะหน่อย
พอคะแนนรอบสองออก หลายคนก็หน้าเครียด เริ่มเครียดว่าคะแนนแค่นี้จะไปแข่งอะไรกับเขาได้ จะเลือกอะไรดี (แต่ก็มีบางคนที่น่าหมั่นไส้เหลือเกิน "อา... คะแนนเยอะเกินไป ไม่รู้จะเลือกอะไรดี ตัดสินใจไม่ถูก" หึหึ น่ากระทืบทิ้งนัก - -+)
บางคนก็คิด "เลือกๆไปเถอะ ขอให้ติดสักที่ กูก็เรียนได้ล่ะวะ"
หลายคนก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร จะไปเรียนทางด้านไหน เลยเลือกคณะให้ตัวเองไม่ถูก
คณะที่ผมเลือก ผมเลือกเกี่ยวกับศิลปะทั้งหมด เพราะว่าคิดว่า เราไม่สามารถจะไปทนกับการเรียนวิทย์ได้ตลอด 4-6 ปี โดยเฉพาะการเรียนเคมี -w-' ถ้าเรียนไปต้องตายไม่วันใดก็วันหนึ่งแน่ คิดว่า ถึงเรียนไปก็ต้องโดนรีไทร์แหงๆ หัวไม่เอาทางด้านนี้ซะเท่าไหร่ เราจะมีความสุขกับการวาดรูปมากกว่าทางด้านวิชาการ คณะที่เลือกคือ
1. ศิลปกรรม นฤมิตศิลป์ จุฬาฯ
2. ศิลปกรรม ทัศนศิลป์ จุฬาฯ
3. มัณฑนศิลป์ ออกแบบนิเทศศิลป์ ศิลปากร
4. สถาปัตย์ ออกแบบนิเทศศิลป์ ลาดกระบัง
ตอนนี้ผมเรียนคณะศิลปกรรม สาขาวิชาทัศนศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ตอนแรกผิดหวังว่าไม่ได้นฤมิต แต่เรียนไปเรียนมา รู้สึกว่าเรียนทัศนะแหละดีแล้วแฮะ = =!
ช่วงที่เลือกคณะ อาจารย์บางคนบอกว่า
อย่าลืมว่าการเลือกคณะของเธอ คือการปูทางไปสู่อนาคต
การเลือกคณะที่เธอจะเรียนในมหาวิทยาลัย นั่นหมายถึงการที่เธอมองไปถึงอาชีพในอนาคตของเธอแล้ว
อาจารย์บางคน ก็บอกว่า
คณะที่เธอเรียน อาจจะไม่ใช่อาชีพที่เธอจะได้ทำ
ชีวิตมันไม่แน่นอน นักเขียนการ์ตูนไทยที่ผมรู้จักตอนไปเรียนที่ดินสอสี พี่เขาจบสถาปัตย์มา แต่กลายมาเป็นนักเขียนการ์ตูน
เพื่อนที่ผมรู้จัก บอกว่าพ่อเขาจบด้านถ่ายรูปมา แต่ตอนนี้ทำงานเป็นรองผู้จัดการโรงแรม
เพราะฉะนั้นการยึดติดกับข้อแนะนำของใครอื่น ไม่ใช่สิ่งที่จะมากำหนดชีวิตของเรา
คนที่จะเลือกว่าเราจะเดินทางไหน มีแต่ตัวเราเองคนเดียว
อ.ที่สอนฟิสิกส์ เคยเอาแบบสอบถามมาให้ตอบ
มีคำถามหนึ่ง ถามว่า
อยากเข้าคณะอะไร ใช้วิชาฟิสิกส์ในการสอบมั้ย
ผมตอบไปว่าอยากเข้าศิลปกรรม นฤมิตศิลป์ จุฬา ไม่ใช้ฟิสิกส์
อ.อ่านแล้วทำหน้าเหยเก เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจระคนเหยียดหยาม (พูดจริงๆนะ ไม่ได้รู้สึกไปเอง)
"แล้วเธอมาเรียนสายวิทย์ทำไมล่ะ?"
ไม่เข้าใจจริงๆว่าคนที่เรียนสายวิทย์จำเป็นต้องเลือกคณะสายวิทย์ตลอดไปด้วยหรือไง
บางครั้ง ผมเองก็สงสารน้องหลายคน ที่ถูกพ่อแม่บังคับให้เดินในทางที่ตัวเองไม่ได้เลือก
น้องที่ผมรู้จัก พ่อแม่อยากให้เรียนหมอมากๆ ตอนนี้ส่งไปอยู่เมืองนอกแล้ว อัดแต่วิชาการให้ ทั้งๆที่เจ้าตัวบ่นกับผมอยู่บ่อยครั้งว่าอยากเรียนศิลปะ
พ่อแม่ต้องการให้ลูกมีความมั่นคงในชีวิต เพราะพวกท่านไม่สามารถดูแลเราตลอดไปได้
แต่บางครั้ง พ่อแม่ก็ไม่เคยจะใส่ใจกับความต้องการที่แท้จริงของตัวลูกเองเลย
เพื่อนผมอีกคนหนึ่ง (อา... บางคนอ่านก็จะนึกออกเลยว่าใคร ถ้ารู้จัก) พ่อแม่เป็นหมอเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง อยากให้ลูกเรียนหมอ เคร่ดเครียดเกี่ยวกะเรื่องผลการเรียนมาก อย่างถ้าได้คะแนนเคมี 98 แต่เกรดออกมา 3.75 ยังงี้ ก็โดนว่า แต่ถ้าเกรดออกมา 4.00 แต่ได้คะแนนบางตัว 80 พอดีอย่างงี้ ก็โดนว่า
เพื่อนผมบ่นหลายครั้งมากว่า พ่อแม่เป็นอัจฉริยะ แต่ตัวเขาไม่ใช่นี่
ไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาอยากได้อะไรจากลูก...
พูดถึงการเข้ามหาลัย
เลือกคณะที่เราชอบที่สุด
ในความคิดผมนะ เลือกไปเถอะ สิ่งที่เราชอบ อย่าไปเสียดายกับความรู้ที่เรียนมา
(แรกๆผมเสียดายความรู้สายวิทย์ว่าไม่ได้เอามาใช้เลย ฮ่ะๆ)
เพราะงานมหาลัยมันเยอะจริงๆ แล้วอ.จะไม่มายุ่งด้วยว่าเราจะทำหรือไม่ทำ ไม่ส่งก็ให้ F แค่นั้นก็จบ
ถ้าเราเรียนในสิ่งที่เราไม่ชอบ เราจะไม่มีกะจิตกะใจจะทำมันเลย
แรกๆผมเกลียดการดรอว์อิ้งมาก - - แต่เรียนไปแล้วก็ชอบ เพราะยังไงมันก็คือการวาดรูป ถึงแม้จะยากแค่ไหนก็เถอะ
แต่ตอนนี้ผมต้องเรียนเกี่ยวกับพวกโมเดลสามมิติ ไม่ชอบอ่ะ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเลยจริงๆ...
แล้วคิดดู ถ้าหากคุณต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอดจนเรียนจบ คุณจะทรมานกับการทำงานส่งอ.แค่ไหน มันจะกลายเป็นแค่ ส่งไปให้ผ่านๆไปงั้นแหละ
งานหนักแค่ไหน แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบ มันก็จะผ่านพ้นไปได้เสมอ
(ถึงแม้บางครั้งจะต้องเผาส่งก็ตาม 5555 มีนะ บางอาทิตย์งานถล่มลงมาเลย ต้องเผาส่งไปเป็นบางงาน =_=")
ถ้าใครได้เรียนปี 1 แล้วไม่ชอบ คิดดูดีๆว่าจะเอายังไงกับชีวิต จะเดินต่อ หรือจะหันหลังกลับไปเริ่มใหม่
เรียนไปถึงใกล้ๆจบแล้วจะสายเกินไป เสียเวลาชีวิต
มีรุ่นพี่คณะเศรษฐศาสตร์ ปี4 ซิ่วมาติวทัศนศิลป์กับเพื่อนของผม ประชดพ่อ... พ่อถึงกับร้องไห้เลย
ผมว่าผิดกันทั้งคู่ พ่อ ผิดที่ไม่ยอมให้ลูกเรียนในสิ่งที่ลูกชอบ
ลูก ผิดที่ไม่ยอมคุยกับพ่อให้เคลียร์ไปเลยตั้งแต่เนิ่นๆ แต่มาซิ่วตอนปี4 เพื่อเป็นการประชด
ก้าวขึ้นบันไดมาจนจวนจะสุดทาง แต่กลับกระโดดลงไปที่ขั้นแรก แล้วแรงกายแรงใจที่ใช้ในการไต่บันไดขึ้นไป ไม่มีค่าแล้วหรือ?
อาจารย์กล่าวไว้ว่า
1 ปีของคนเราทำเงินได้มากมาย อย่าเอา 1 ปีของเราไปใช้อย่างสูญค่า
เอนท์ไม่ติด พยายามทำให้ติด อย่าให้ซิ่วรอบสอง
คนที่จะเอนท์ พยายามให้ติดไปเลยในครั้งแรก อย่าเลย กับการที่เข้าไปลองเรียนเล่นๆแล้วออกมาเอนท์ใหม่เพื่อหาสิ่งที่ตนเองชอบ
แล้วก็ อย่าเลย กับการที่เลือกไปส่งๆ ติดแล้วก็ไม่เอา สงสารคนที่เขาต้องการอยากจะเข้าคณะนั้นจากใจจริง
เลือก ในสิ่งที่ตนชอบ แล้วจะดีที่สุด
ในความคิดส่วนตัวของผมนะ ^^
ขอให้กำลังใจกับคนที่กำลังอยู่ในช่วงเอนทรานซ์ และคนที่กำลังก้าวไปในชีวิตวัยเรียนของตนเองทุกคนนะครับ~
(สนุกกับชีวิตวัยเรียนให้เต็มที่ เพราะชีวิตวัยทำงานเป็นอะไรที่เหนื่อยกว่ากันเยอะ - คำพูดจากเพื่อนวัยทำงาน ฮ่ะๆ)
และสำหรับเด็กม.ปลาย สนุกกับชีวิตม.ปลายให้เต็มที่เช่นกัน เพราะเข้ามหาลัยแล้วเหนื่อย 555 แต่อย่าทิ้งการเรียนเด็ดขาดนะ~
พอพูดแล้วพูดซะยาวแฮะ จบดีกว่า ^^~
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (13)
แสดงความคิดเห็น
จากที่ผมอ่านมาแล้วนะ ตรงแบบเดียวกะผมเลยอ่าคับ ตอนนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียนต่อคณะไหนดี ผมสนใจทางด้านการทำอาหารอยางมากแต่เห็นเขาบอกว่าเป็บกุ๊กแล้วเอาแน่เอานอนไม่ได้ เลยอยากเรียนFood Science แทนเพราะพี่ของผมสองคนเรียนจบมาปุ๊ปเงินเดือน15000เลยอ่ะผมควรจะเลือกคณะไหนดีล่ะคับ 




ชีวิตทุกชีวิตที่เกิดมาต้องสู้และดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตเจอแต่สิ่งdd
เมื่อต้องตัดสินใจเลือกคณะที่จะเรียนมันก้เหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงชยีวิตเราว่าเราจะเลือกอาชีพอะไรต่อไปในอนาคต
ถ้าเราเลือกผิดมันก็ทำให้ชีวิตของเราเจอกับอุปสรรคที่เราทุกคนต้องสู้

สู้ๆนะคะ พี่เองก้อเคยเป็นเด็กเอ็นมาก่อน เป็นเด็กซิ่วด้วยอิอิ
พี่เองก้อเคยพลาดแต่พี่ไม่ได้เรียนแบบจะซิ่วนะ มันเพิ่งรู้นะ
ว่ามันไม่ใช่ตอนจะปี2 แร้วก้อไม่คิดไม่ฝันว่าจะซิ่วด้วยแต่ในเมื่อไม่ชอบ
ก้อต้องเลือกเดินใหม่ ยังไงซะน้องๆ อย่าคิดมากนะ
หาตัวเองให้เจอ แร้วน้องจะไม่เสียเวลา
ส่วนพี่นะพี่เลือกเอ็นสายวิทย์ ติดเภสัช มหิดล แต่ก้อซิ่ว
เพราะไม่ใช่ พี่ชอบวาดรูป ชอบกราฟิก
ก้อเรยมาเรียนที่ศิลปากร ตอนนี้ปีสุดท้ายแระ
ก้อขอฝากน้องๆ ให้คิดให้ดีๆ แร้วน้องจะไม่พลาดค่ะ

จะถึงขีดตายแล้วยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไรอ่า
ช่วยทีคับ ท่านเจ้าพ่อเจ้าแม่...



คนที่เอเน็ตน้อยก็หมดโอกาสติดคณะสูงๆเลยนะ
ทำอย่างงี้เหมือนกะว่าไม่ให้โอกาสเด็กได้เลือกคณะใหม่เลย
เอาเอนท์คืนมาเถอะ...นะ
สงสารคนเกรดน้อย เอเน็ตน้อยหน่อยเหอะ












แงๆๆๆ
ยังมิรู้เลยว่าตนชอบอารัย
แงๆๆๆ จะเลือกแล้วเว็บ***** มาล่ม





สู้ต่อไปนะทุกคน


--ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล
สู้ต่อไป ทุกคน
ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเราเอง

วันที่ 07 กรกฎาคม 2551 เวลา 20:40
โดย : illusionists
อีเมล์ : illusionist_11@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 58.9.214.xxx