15 พฤศจิกายน 2550
พ่อ ป.4 มอบตัวปฏิเสธเตะ ป.1
พ่อ ป.4 มอบตัวปฏิเสธเตะ ป.1
|
อาการหนูน้อย ป.1 เหยื่อบาทาพ่อ ป.4 ยังย่ำแย่หวาดผวา-นอนสะดุ้งตลอดเวลา บางครั้งร้องไห้ฟูมฟายเพราะเจ็บระบมบาดแผล ขณะที่พ่อเด็ก ป.4 วิ่งโร่เข้ามอบตัวแล้ว ให้การปฏิเสธ ยืนยันไม่ได้ทำร้ายเด็ก เพียงแต่เห็นทะเลาะวิวาทอยู่กับลูกสาวเลยเข้าไปห้าม แค่ยกเท้าขึ้นมากันเพื่อแยกศึก แต่เด็กเสียหลักล้มหัวกระแทกพื้นเอง ตร.แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายก่อนปล่อยตัวไปชั่วคราว
จากเหตุการณ์ที่ นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี พ่อของ ด.ญ.เมย์ (นามสมมุติ) อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียน แห่งหนึ่งใน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ลงมือทำร้ายร่างกาย ด.ช.ต้อย (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนเดียวกัน อย่างโหดร้าย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจาก ด.ช.ต้อยมีเรื่องทะเลาะกับน้องเมย์ ก่อนที่น้องเมย์จะไปตาม พ่อมายำบาทาคู่กรณีจนสลบเหมือด ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 พ.ย. นายสมชาย ผู้ถูกกล่าวหาว่าใช้เท้าเตะปลายคางของน้องต้อยจนสลบ พร้อมด้วยนางสาวิตรี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี และ ด.ญ.เมย์ ภรรยา และลูกสาว ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ทรงพล ศรีชมภู พนักงานสอบสวน สภ.สองพี่น้อง ที่ห้องสอบสวน
โดยนายสมชายให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา พร้อมเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุนั้นขณะที่ตนพร้อมด้วยเพื่อน ๆ ประมาณ 20 คน กำลังเตะฟุตบอลอยู่ในสนามใกล้ ๆ ได้สังเกตเห็นน้องต้อยและน้องเมย์ ลูกสาวกำลังทะเลาะและกอดปล้ำตบตีกันอยู่อย่างชุลมุน จึงวิ่งเข้าไปห้าม โดยได้ยกเท้าซ้ายขึ้นมากัน เพื่อไม่ให้น้องต้อย เข้ามาทำร้ายลูกสาวตน จึงทำให้น้องต้อยเสียหลักล้มหงายหลัง ศีรษะกระแทกกับพื้นได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วน ด.ญ.เมย์ คู่กรณีน้องต้อยให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุตนและน้องต้อยพร้อมเพื่อน ๆ รวม 6 คน ได้เล่นเตะฟุต บอลยิงลูกโทษกันอยู่ที่สนามหญ้าหน้าโรงเรียน โดยตนเป็นผู้รักษาประตู ส่วนน้องบัสเป็นคนยิงลูกโทษ แต่น้องต้อยได้กลั่นแกล้งตน โดยเตะลูกฟุตบอลออกนอกประตูไปไกล ๆ หลายครั้ง ตนจึงให้น้องต้อยไปเก็บลูกฟุตบอล แต่น้องต้อยไม่ยอมไป จึงเกิดโต้เถียงกันอย่างรุนแรง จนถึงขั้นลง ไม้ลงมือตบตีกัน กระทั่งพ่อของตนได้เข้ามาใช้เท้า ยกขึ้นมาห้ามปรามจนทำให้น้องต้อยเสียหลักล้มหงายหลังลงไป จากนั้นพ่อจึงพาตนกลับบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นางสาวิตรี ผู้เป็นแม่ได้พา ด.ญ.เมย์ ไปพบแพทย์ที่ รพ. สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 เนื่องจากมีอาการเจ็บที่ท้องจากเหตุที่ทะเลาะวิวาทกับน้องต้อย ซึ่ง แพทย์ได้ให้ยามากิน ก่อนจะพากันมาที่ สภ.สองพี่น้อง
ทางด้าน พ.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า นายสมชายได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งได้สอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกาย เบื้องต้นนายสมชายให้การภาคเสธ ซึ่งหลังจากสอบปากคำแล้วจะปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากนายสมชายมาพบเจ้าหน้าที่ด้วยความสมัครใจ ประกอบกับมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่น่าจะหลบหนี ส่วนโทษทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ รักษาไม่เกิน 20 วัน โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หากรักษานานกว่า 20 วันถือว่าอาการสาหัส ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี
ส่วนที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 นพ.จักรวุฒิ วริวงษ์ แพทย์เจ้าของไข้น้องต้อย เปิดเผยถึงอาการว่า เมื่อรับตัวเข้ามาแล้วได้ตรวจดูอาการทั่วไป พบว่ามีบาดแผลแตกบริเวณศีรษะด้านหลัง แต่ไม่ฉกรรจ์ จึงได้นำเข้าเครื่องเอกซ เรย์คอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสมองและร่างกายทุกส่วน ผลการเอกซเรย์พบว่าบริเวณจมูกอักเสบ เยื่อบุโพรงจมูกฉีกขาด ส่วนสมองด้านขวาฟกช้ำ และบริเวณเบ้าตาขวาอักเสบฟกช้ำ ส่วนภายในท้องไม่พบสิ่งผิดปกติ หากไม่มีโรคอื่นแทรกซ้อนน่าจะใช้เวลารักษาประมาณ 3 วัน จึงออกจาก รพ.ได้
ขณะที่นายแดง (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี พ่อของน้องต้อย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาน้องต้อย เริ่มรู้สึกตัว แต่ยังอยู่อาการมึนงง ส่วนสภาพจิตใจนั้นยังอยู่ในอาการหวาดผวา นอนสะดุ้งอยู่ตลอด บางครั้งก็ร้องไห้ฟูมฟาย เนื่องจากเจ็บระบมจากบาดแผลที่เบ้าตาขวาและศีรษะ แถมยังอาเจียนออกมาเป็นเลือดลิ่ม ๆ อีก จนแพทย์ต้องให้ยาคลายเครียดเพื่อระงับประสาทจึงนอนหลับไป.
|
Posted by : กองบรรณาธิการ Eduzones.com
เวลา : 15:29
จำนวนผู้อ่าน : 2059 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://blog.eduzones.com/nunthidaka/1075
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (1)
แสดงความคิดเห็น
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา 18:03
โดย : kungjung
อีเมล์ : enggirl_dekdee@hotmail.com
เว็บไซต์ : -
IP 117.47.140.xxx