แนะใช้ความร้อน! รักษาโรค สุขภาพแข็งแรง
ทั้งมะเร็ง เอดส์ ส่วน หวัด ปวดท้องประจำเดือน ขับสารพิษออกจากร่างกาย
ปัจจุบันนี้คนเรามักจะเป็นโรคต่างๆ มากมาย เนื่องมาจากหลายสาเหตุแตกต่างกันไป แต่เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ก็ยังไม่หยุดคิดค้นวิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยเช่นกัน อย่างการใช้ความร้อนในการรักษาโรคได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคทั้งยุคใหม่และโรคยุคเก่า เช่นโรคมะเร็ง โรคเอดส์ ส่วนโรคโบราญที่ใช้ความร้อนในการรักษาได้แก่ หวัด ปวดท้องประจำเดือน บางท่านก็ใช้ความร้อนในการขับสารพิษออกจากร่างกาย
วิธีการรักษา การทำให้อุณหภูมิของอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกิน 98.5 องศาฟาเรนต์ไฮเราเรียก Hyperthermia การทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอาจจะใช้เครื่องมือเช่น การใช้ microwave,ultrasonic waves,ไฟฟ้า ทำให้ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งมีอุณหภูมิสูง เช่นในการรักษาข้ออักเสบ
ยังมีวิธีรักษาโดยการนำเลือดออกมาทำให้อุ่นและให้ไหลเวียนกลับเข้าไปในร่างกายซึ่งกำลังทดลองใช้ในการรักษาโรคเอดส์
การเข้าห้องอบ (sauna) หรืออ่างอาบน้ำร้อน หรือห้องอบไอน้ำ ก็สามารถอบให้ร่างกายร้อนเพื่อใช้ในการรักษาโรค
การแช่ในแงน้ำร้อนโดยทั่วไปจะให้อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ 101-108 องศาฟาร์เรนไฮต์โดยจุดประสงค์ที่จะทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิอยู่ที่ 102-104องศาเป็นเวลา 30 นาที
นอกจากนั้นก็มีการใช้ความร้อนในการรักษาข้ออักเสบหรือแผล บางแห่งความร้อนและความเย็นในการรักษาโรคปวดศีรษะซึ่งมีวิธีต่างๆกันดังนี้
เท้าแช่ในอ่างน้ำอุ่นประคบเย็นที่ศีรษะ
เท้าแช่ในอ่างน้ำร้อน 3 นาที สลับกับแช่ในอ่างน้ำแข็งเย็น 30 วินาที และมีการประคบเย็นที่ศีรษะ
ประคบร้อนที่ท้ายทอย ประคบน้ำแข็งเย็นที่หน้า หู หลังจาก 3 นาทีให้สลับร้อนเย็น
ไม่ควรใช้ความร้อนในการรักษาคนประเภทใด
คนท้องเพราะอาจจะมีอันตรายต่อเด็กในท้อง
โรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ
ชาที่เท้าเพราะอาจจะทำให้ไหม้
คนแก่หรือเด็กเพราะความสามารถในการควบคุมความร้อนไม่สมบูรญ์
โรคหัวใจ
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
โลหิตจาง
ลมชัก
วัณโรคปอด
ผลข้างเคียงของการใช้ความร้อน
ในเด็กเล็กอาจจะทำให้ชัก
ในคนแก่หรือมีโรคหัวใจอาจจะทำให้เกิดหัวใจวาย
หากอุณหภูมิร่างกายมากกว่า 106 องศาอาจจะทำให้อวัยวะในร่างกายล้มเหลว เช่นตับวาย ไตวาย