ยิ่งลักษณ์ทัวร์ใต้ ดันแผนลอจิสติกส์ภาคใต้ .

ลบ แก้ไข

 

นายกรัฐมนตรีทัวร์ภาคใต้ ประชุมร่วมภาครัฐเอกชนในภูมิภาค ดันแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคม และมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจอื่นๆ ได้แก่

  • ขยายทางหลวงหมายเลข 4 ให้เป็น 4 ช่องจราจร
  • รถไฟรางคู่ภาคใต้ กรุงเทพ ปาดังเบซาร์ ภายในปี 2560
  • ก่อสร้างด่านผ่านแดนสะเดาแห่งใหม่
  • เร่งศึกษาโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา

19 มี.ค. 55 เวลา 17.00 น. ณ ห้องประชุมรองศาสตราจารย์มนัส ชัยสวัสดิ์ อาคาร 3 คณะวิเทศศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ครั้งที่ 3/2555 ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องแถลงผลการประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้

1. การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ประกอบด้วย

1.1 โครงการขยายถนนฝั่งอันดามัน (ทางหลวงหมายเลข 4) ให้เป็นถนน 4 ช่องทางจราจรทั้งระบบ ตั้งแต่แยกปฐมพร จ.ชุมพร-ระนอง-พังงา-ตรัง เชื่อมทางหลวงหมายเลข 404 – หมายเลข 416 และหมายเลข 4184 – ด่านวังประจัน จ.สตูล ที่ประชุมได้มอบหมายกระทรวงคมนาคม รับไปพิจารณาเร่งรัดการดำเนินการโครงการดังกล่าว พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาการเชื่อมเส้นทางการท่อง เที่ยวเป็นหลัก และให้มีการสร้างทางเชื่อมจากถนนสายรองมายังถนนสายหลัก ตลอดจนปรับปรุงแนวเส้นทางให้มีความปลอดภัยในการเดินทางด้วย

1.2 โครงการรถไฟทางคู่ภาคใต้ (เส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมพร-สุไหงโก-ลก และปาดังเบซาร์) ให้แล้วเสร็จทั้งระบบในปี 2560 ที่ประชุมได้มอบหมายกระทรวงคมนาคม รับข้อเสนอของ กกร. ไปพิจารณาถึงความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระบบรางและรถไฟความเร็วสูงตามที่ คค.ได้ศึกษาไว้ ทั้งนี้ นรม. ขอให้เน้นหลักการบูรณาการการเชื่อมโยงของระบบรางภายในประเทศและดาเนินการก่อ สร้างในเส้นทางที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อีกทั้งพิจารณาให้สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค เพื่อรองรับความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (ASEAN Connectivity)

1.3 โครงการ “ทางรถไฟสายอันดามัน” เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและการขนส่งในพื้นที่ฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพหลัก โดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ รับไปศึกษาและจัดทำรายละเอียดเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณา

1.4 ขอให้ศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาสนามบินในกลุ่มพื้นที่อันดามัน ได้แก่ สนามบินนานาชาติภูเก็ต สนามบินกระบี่ และสนามบินตรัง ที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพหลัก ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหา ความแออัด การให้บริการ และการบริหารจัดการของสนามบิน และขอให้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการทำงานคณะทำงานฯ ที่จะแต่งตั้งขึ้น

1.5 การอำนวยพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เข้า-ออก ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เช่น (1) การปรับปรุงรูปแบบการรอหนังสือเดินทางให้เป็น Single line (2) การจัดช่องพิเศษให้ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ และ First class และ (3) จัดให้มีระบบประมวลตัวชี้วัดประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการ ที่ประชุมมอบหมายกระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาภาพรวมการปรับปรุงการให้บริการ ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง โดยพิจารณารูปแบบ เทคโนโลยี และกำลังพลที่เหมาะสม รวมทั้งความเพียงพอของพื้นที่กายภาพที่จะให้บริการ

2. การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ประกอบด้วย

2.1 การเร่งรัดดำเนินการเรื่องแนวทาง/มาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้ยางพาราตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2554 อาทิ การจัดประเภทเอกสารสิทธิ์จำนวน 46 รายการ การปรับปรุงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตไม้ทุกประเภท (รวมไม้ยางพารา) การเร่งรัดการออกระเบียบ ข้อกาหนด และกฎกระทรวง เรื่องการขยายระยะเวลาการจัดทำบัญชีไม้ เป็นต้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับไปพิจารณาการปรับปรุงแนวทาง มาตรการ ข้อกำหนด และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยให้มีความสะดวก สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ไม่ขัดต่อการลักลอบ ตัดและแปรรูปไม้ชนิดที่พบตามธรรมชาติ

2.2 โครงการบ้านปลาเฉลิมพระเกียรติทะเลไทย (ปะการังเทียม) ฝั่งอันดามัน โดยสร้างและจัดวางปะการังเทียม ในพื้นที่ 15 จังหวัดทั่วทะเลไทย โดยเริ่มในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง) โดยภาคเอกชนของบประมาณสนับสนุน 58 ล้านบาท (จังหวัดภูเก็ตของบประมาณในแผนจังหวัดจำนวน 67 ล้านบาท) ที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้บูรณาการ โครงการของจังหวัดและข้อเสนอของภาคเอกชนทั้งในเรื่องเทคนิคการวางปะการัง งบประมาณที่เหมาะสม และการร่วมกันรับภาระค่าใช้จ่ายระหว่างรัฐ-เอกชน แล้วเสนอของบประมาณปี 2556 ต่อไป

3. การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ ได้แก่ กลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาที่สามารถปฏิบัติและหวังผลได้ ในกลุ่มจังหวัดอันดามัน โดยการจัดตั้ง “คณะกรรมการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวจังหวัดเชิงปฏิบัติการ” มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน โดยขอรับการสนับสนุนเชิงนโยบาย งบประมาณ และอำนาจบริหารจากนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมมอบหมายรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) และฝ่ายเลขานุการ กรอ. รับไปพิจารณากำหนดรูปแบบของคณะกรรมการโดยให้มีการบูรณาการการแก้ไขปัญหาการ ท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งประเทศ รวมทั้งให้มีการพิจารณาแก้ไขปัญหาในระดับกลุ่มจังหวัดด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ที่อยู่นอกพื้นที่อันดามัน ดังนี้

1. โครงการก่อสร้างด่านสะเดาแห่งใหม่ (กค.) โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) และกระทรวงมหาดไทย รับไปพิจารณาดำเนินการ

2. การต่ออายุมาตรการเพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนใต้ เป็นระยะเวลา 5 ปี (กค.) มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) และ กระทรวงการคลังรับไปพิจารณาดำเนินการ

3. โครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล (คค.) มอบหมายกระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาดำเนินการ

4. โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ (วท.) มอบหมายกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงศึกษาธิการรับไปพิจารณาดำเนินการ

โอกาส นี้ นายกรัฐมนตรียังได้ให้ข้อคิดเห็นและสั่งการเพิ่มเติมว่า กลุ่มจังหวัดอันดามันโดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมและรู้จักแพร่หลายของนักท่องเที่ยว ทั่วโลก ในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้นับแสนล้านบาทให้กับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง (ปี 2553 สร้างรายได้ประมาณ 1.25 แสนล้านบาท) อย่างไรก็ตาม การที่จะรักษาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (World Class Destination) รวมถึง การพัฒนาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ศูนย์กลางท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก” นั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างแข็งขันของภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ด้วย

ข้อมูลจาก ทำเนียบรัฐบาล

 



loading...


โดย Owltae ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 27 มี.ค. 55 15:16 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,360 ครั้ง

แชร์หน้านี้


เรื่องที่เกี่ยวข้อง