NEW STORIES

ลบ แก้ไข

การแต่งกายของไทย

phanphama
ชม 124,415 ครั้ง
 

การแต่งกายของไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติที่เป็นของตนเองมาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะไทย มารยาทไทย ภาษาไทย อาหารไทย และชุดประจำชาติไทย

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีคุณค่า มีความงดงามบ่งบอกถึงเอกลักษณ์แห่งความเป็น "ไทย" ที่นำความภาคภูมิใจมาสู่คนในชาติ
           การแต่งกายของไทยโดยเฉพาะในยุครัตนโกสินทร์ซึ่งมีอายุยาวนานมากกว่า 200 ปีนั้น ได้มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ

 

นับตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ตอนกลาง ยุคเริ่มการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือ ยุค "มาลานำไทย" และ จนปัจจุบัน "ยุคแห่งเทคโนโลยีข่าวสาร"
           แต่ละยุคสมัยล้วนมีรูปแบบการแต่งกายที่เป็นของตนเองซึ่งไม่อาจสรุปได้ว่า แบบใดยุคใดจะดีกว่า หรือ ดีที่สุด เพราะวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม ล้วนต้องมีการปรับเปลี่ยนบูรณาการไปตามสิ่งแวดล้อมของสังคมแล้วแต่สมาชิกของสังคมจะคัดสรรสิ่งที่พอเหมาะพอควรสำหรับตน พอควรแก่โอกาส สถานที่และกาลเทศะ

 

สมัยน่านเจ้าจนถึงปลายสมัยอยุธยา

สมัยน่านเจ้า(พ.ศ. ๑๑๖๑–๑๑๙๔)

           เมื่อชนชาติไทยอพยพเคลื่อนที่ลงมาสู่แหลมอินโดจีนโดยลำดับ จนได้ตั้งอาณาจักรไทยน่านเจ้าขึ้นเป็นอาณาจักรไทยแห่งหนึ่งที่หนองแสตาลีฟู หญิงไทยคงรักษาวัฒนธรรมและประเพณีทางการแต่งกายของตนไว้ ไม่ใช้ฝุ่นผัดหน้าหรือเขียนคิ้ว ใช้น้ำกลั่นจากต้นหม่อนทาผม หญิงผู้ดีนุ่งซิ่นไหม ใช้ผ้าไหมอีกผืนหนึ่งคาดเอวไว้ ผมมุ่นสูง บางทีถักเป็นเปียห้อยลงสองข้าง ใช้ต่างหูทำด้วยไข่มุก ทับทิมหรืออำพัน นิยมใช้รองเท้าฟาง

สมัยเชียงแสน(พ.ศ ๑๖๖๑–๑๗๓๑)

           อาณาจักรน่านเจ้าสิ้นสุดลง ชนชาติไทยเคลื่อนสู่แหลมอินโดจีนรวบรวมกันเป็นอาณาจักรใหม่ เรียกลานนาไทย หรือเชียงแสน ราว พ.ศ. ๑๖๖๑–๑๗๓๑ เนื่องแต่เข้ามาอยู่ในเขตร้อน หญิงไทยจึงนุ่งซิ่นถุง แต่การทอผ้ามีลวดลายตกแต่งประดับประดา เช่น ซิ่นทอลายขวาง เกล้าผมสูง ปักปิ่นประดับผม

 

สมัยสุโขทัย (พ.ศ. ๑๗๘๑–๑๘๒๖)

           อาณาจักรสุโขทัยเริ่มราว พ.ศ. ๑๗๘๑ เป็นระยะเวลาใกล้กับที่ไทยอีกพวกหนึ่งเรียกตัวเองว่า ปงหรือปา ไปก่อตั้งอาณาจักรอาหม บัดนี้คือมณฑลอัสสัมในอินเดีย พ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย ทรงคิดตัวอักษรไทยขึ้น อิทธิพลทางวัฒนธรรมพราหมณ์และขอมแพร่มาถึงสตรีไว้ผมเกล้าสูง อย่างที่เรียกว่า โองขโดง คือรวบขึ้นไปเกล้ามวยกลางกระหม่อม มีเกี้ยวหรือพวงมาลัยสวม สนมกำนัลแต่งกรัชกายนุ่งห่มผ้าลิขิตพัสตร์ ผ้าสุวรรณพัสตร์ ประดับเครื่องอลังกาภรณ์ มีจดหมายเหตุบันทึกการแต่งกายสตรีว่า หญิงนุ่งผ้าสูงพ้นดิน ๒ - ๓ นิ้ว (กรอมเท้า) สวมรองเท้ากีบทำด้วยหนังสีดำสีแดง

สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

           พระมเหสีเทวีแต่โบราณเสวยพระกระยาหารต่างเวลากับพระมหากษัตริย์ ย่อมโปรดให้ข้าหลวงตั้งเครื่องเสวยของพระองค์เองก่อนหรือภายหลัง เพื่อมีเวลาถวายปรนนิบัติพระราชสวามีได้เต็มที่ เครื่องทรงเป็นภูษาจีบห่มผ้าปัก มีเครื่องประกอบยศขัตติยนารี

ต้นสมัยอยุธยา (พ.ศ. ๑๘๙๓– ๒๑๓๑)

           พระเจ้าอู่ทอง ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ศิลปะการดนตรีขับร้องและกลอนเพลงเฟื่องฟู ไทยเริ่มนุ่งโจงกระเบน แปลงจากทรงหยักรั้งอย่างขอม หญิงนุ่งจีบห่มสไบ มีผ้าห่มชั้นในอีกผืนหนึ่งห่มอย่างผ้าแถบสไบชั้นนอกใช้ผ้าเนื้อหนาก็ได้ ตามกฎมณเฑียรบาลสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถระบุว่า “เมื่องานใส่เศียรเพชรมวย” คือเกล้าไว้ที่ท้ายทอย "เกล้าหนูนยิกเกี้ยวแซม" คือ ผมเกล้าสูงไว้บนกระหม่อม

สมัยอยุธยา (พ.ศ. ๒๒๗๕ - ๒๓๐๑)

           ในสมัยอยุธยารัชกาลพระเจ้าบรมโกษฐ์ วรรณคดีไทยเฟื่องฟูมาก เช่น มีกาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ซึ่งได้ใช้ขับเห่เรือพระที่นั่งมาจนปัจจุบัน การแต่งกายสตรีตามภาพพจน์นิพนธ์กล่าวว่า

“คิดอนงค์องค์เอวอร       ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร”
และ “ผมเผ้าเจ้าดำขลับ       แสงยับยับกลิ่นหอมรวย
ประบ่าอ่าสละสลวย       คือมณีสีแสงนิล”

           แสดงว่าสตรีนิยมไว้ผมยาว เจ้าฟ้ากุณฑลและเจ้าฟ้ามงกุฎ พระราชธิดาสมเด็จพระเจ้าบรมโกษฐ์ได้นิพนธ์บทละครเรื่อง ดาหลังและอิเหนา ขึ้น ตามเค้าเรื่องที่ข้าหลวงเชื้อชาติมลายูเล่าถวาย

           สิ้นรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ ประเทศไทยต้องทำศึกสงคราม การแต่งกายของสตรีจึงเปลี่ยนแปลงไป
ผมที่เคยไว้ยาวประบ่าก็ต้องตัดสั้น เพื่อสะดวกในการปลอมเป็นชายอพยพหลบหนี ห่มผ้าคาดอกแบบตะเบงมานรวบชายผูกเงื่อนที่ต้นคอ แสดงถึงหญิงไทย แม้จะเป็นเพศอ่อนโยนสวยงาม แต่ก็อาจปรับตัวรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ งานบ้านปรกติก็ต้องทำ เช่น ฝัดข้าวไว้หุง แต่พอมีสัญญาณภัยก็วางกะด้ง คว้าดาบ
พร้อมที่จะสู้ได้ทันท

แหล่งข้อมูลhttp://board.postjung.com/topic-421752.html

 

 

Add to Favorite  Print this page 

WE RECOMMEND


Topics to follow
103 follower
218 follower
544 follower
268 follower

MORE STORIES

TOP RELATED

EDUZONES HUB

Comment

SPECIAL THANK


ร่วมเป็นเพื่อน
Eduzones Social Network ที่นี่
Facebook Twitter Youtube
SUBSCRIBE TO EDUZONES.COM


STAFF RECOMMENDED


PARTNERS



TOP OF THE WEEK


คำฮิต

gat pat 55 open house  , กยศ กสพท , อาเซียน ,โรงเรียน , 7 วิชาสามัญ open house เด็ก , ม.ต้น ,ข่าวการศึกษาไทย  , เคล็ดลับเรียนเก่ง ประชาคมอาเซียน , เคลียริ่งเฮ้าส์ โควตา จุฬาฯ , , เฟสบุ๊ค asean ม.ธรรมศาสตร์ ม.รังสิต 55 มมส 55 ก่อนอนุบาล , ข่าวอาเซียน , รับตรงศิลปากร เรียนต่อ เรียนฟรี ลาดกระบังฯ เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลaec สทศ สมัคร clearing house สอบตรง 

คำค้นหา

แรงบันดาลใจมหาวิทยาลัย ,อาเซียน  โรงเรียนศึกษาต่อ , แนะแนว ,ท่องเที่ยวอาเซียนศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา ,ข่าวอาเซียนเรียนต่อ 7 วิชาสามัญ  admission 55 clearing house gat pat 55 กสพท ,asean การศึกษากับ ASEAN , การศึกษาไทย ประชาคมอาเซียน ข่าวการศึกษา  , ค่าย เคลียรริ่งเฮาส์ ประวัติอาเซียน โควต้า มช จุฬา ทุนการศึกษา เพชรยอดมงกุฎ แพทย์ ม.ขอนแก่น ม.ทักษิณ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ม.ธรรมศาสตร์  , ม.นเรศวร ม.พะเยา ม.แม่ฟ้าหลวง 55 ม.รังสิต 55 ม.ศิลปากร ม.อุบล มข ,โรงเรียน , มช มมส 55 มศว มหาวิทยาลัยนเรศวร มอ แม่ฟ้าหลวง รับตรง รับตรง เกษตรศาสตร์ 55 รับตรง มช รับตรงศิลปากร ราชมงคลธัญบุรีรับตรง55 ,AEC เรียนต่อ เลื่อนเปิดเทอม เลื่อนรับตรง วันพ่อแห่งชาติ , เว็บไซต์โรงเรียน สทศ , สทศ 7 วิชา สวนสุนันทา 55 สอท สอบตรง 55 อ.วิริยะ , แอดมิชชั่น