เอทานอล

ลบ แก้ไข

เอทานอล แหล่งพลังงานสะอาดของไทยในอนาคต

โดย พิชิต เดชนีรนาท

ที่มา www.manager.co.th 9 กพ .2546

น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยมาช้านาน เนื่องจากแหล่งผลิตในประเทศมีไม่เพียงพอกับความต้องการที่สูงขึ้นตามความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ประเทศไทยสูญเสียเงินตราต่างประเทศเพื่อนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงกว่าแสนล้านบาท นอกจากนี้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ มีการประมาณการเมื่อรวมปริมาณน้ำมันจากแหล่งผลิตใหญ่ๆ ของโลกเราจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้อีก 40 ปี หากใช้ในอัตราปัจจุบัน การคิดค้นแหล่งพลังงานทดแทนใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ และที่มีความตื่นตัวกันมากในขณะนี้ คือ “เอทานอล”

เอทานอลเป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากการหมักพืช เศษซากพืช ได้แก่ อ้อยน้ำตาล กากน้ำตาล กากอ้อย บีทรูท (หัวผักกาดหวาน) แป้ง มันสำปะหลัง มันเทศ ธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวโพด ข้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่าง เพื่อเปลี่ยนแป้งจากพืชให้เป็นน้ำตาลแล้วเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์อีกครั้ง แอลกอฮอล์ที่ทำให้บริสุทธิ์ 95% จะเรียกว่า เอทานอล (Ethanol)จากรายงานของผู้ผลิตรายใหญ่พบว่าผลผลิตเอทานอลที่ได้จากวัตถุดิบ คือ พืชชนิดต่างๆ จำนวน 1 ตัน เมื่อผ่านขบวนการผลิตจะได้ผลผลิตเอทานอลที่แตกต่างกัน
หากใช้วัตถุดิบประเภทธัญพืช ข้าว ข้าวโพด จะได้เอทานอลสูงถึงจำนวน 375 ลิตร รองลงมาถ้าใช้กากน้ำตาลจะได้เอทานอลจำนวน 260 ลิตร ในขณะที่ใช้หัวมันสดจะได้เอทานอล 180 ลิตร

เอทานอลใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างไร เอทานอลเป็นแอลกอฮอล์ที่นำไปใช้ผสมน้ำมัน (Fuel Alcohol) เป็นแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ตั้งแต่ 95% โดยปริมาตร ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ใน 3 รูปแบบ คือ

แบบแรก เป็นเอทานอล 95% ใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงทดแทนน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลใช้ได้กับเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนการอัดสูง บราซิลเป็นประเทศแรกที่มีการศึกษาวิจัยและเริ่มใช้เอทานอลเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ปี 2516 โดยผลิตเอทานอลจากอ้อย และกากน้ำตาล ยานพาหนะที่ใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงมีมากถึงประมาณร้อยละ 41 สำหรับในเครื่องยนต์ดีเซลสามารถใช้เอทานอลบริสุทธิ์ 95% ผสมในน้ำมันดีเซลเรียกว่า ดีโซฮอล์ (Diesohol) ในอัตราส่วนร้อยละ 15 และเพิ่มสารปรับปรุงคุณสมบัติบางตัวในปริมาณร้อยละ 1-2

แบบที่ 2 เอทานอลบริสุทธิ์ 99.5% โดยปริมาตร ผสมในน้ำมันเบนซินซึ่งจะเรียกว่า แก๊สโซฮอล์ (Gasohol) โดยทั่วไปใช้ผสมกับน้ำมันเบนซินอัตราส่วนร้อยละ 10 ในลักษณะของสารเติมแต่งเพื่อปรับปรุงค่าออกเทนของน้ำมันเบนซิน ซึ่งสามารถนำมาใช้งานกับเครื่องยนต์โดยทั่วไป ไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์แต่อย่างใด ซึ่งบราซิลก็ใช้เอทานอลผสมในน้ำมันเบนซินที่อัตราส่วนร้อยละ 22

แบบที่ 3 เป็นสารเคมีเพิ่มออกเทน (Octane) แก่เครื่องยนต์ โดยการเปลี่ยนรูปเอทานอลมาเป็นสาร ETBE (Ethyl Tertiary Butyl Ether) สามารถใช้ทดแทนสาร MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) ซึ่ง MTBE เป็นสารเติมแต่งในนำมันเบนซินที่หลายประเทศประกาศห้ามใช้เนื่องจากก่อให้เกิดมลภาวะในอากาศที่สูงกว่าสารเติมแต่งอื่นๆ
ในต่างประเทศมีการใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงมานานแล้ว จากการรายงานของบริษัทบางจากปิโตเลียม จำกัด (มหาชน) การผลิตเอทานอลของโลกมีมากกว่า 30,000 ล้านลิตรต่อปี บราซิลเป็นประเทศที่ผลิตและใช้เอทานอลมากที่สุดในโลก มีการใช้เอทานอลอย่างแพร่หลายตั้งแต่ปี 1975

ในปัจจุบันมีการผลิตเอทานอลรวม 13,000 ล้านลิตรต่อปี และนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่โดยใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงโดยตรงกับรถยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งเครื่องยนต์แล้วมีประมาณ 4 ล้านคัน และใช้เอทานอลจำนวนร้อยละ 22 ผสมในน้ำมันเบนซินเพื่อใช้กับเครื่องยนต์ปกติประมาณ 12 ล้านคัน

สำหรับสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเชื้อเพลิงทดแทนตั้งแต่ปี 1979 มีการออกกฎหมายและมาตรการสนับสนุนด้านการลงทุนให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและช่วยเหลือทางด้านภาษี เพื่อเป็นแรงจูงใจทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้หันมาให้ความนิยมเชื้อเพลิงทดแทนโดยเฉพาะเอทานอลมากยิ่งขึ้น มีปริมาณการผลิตรวม 7,000 ล้านลิตรต่อปีเป็นอันดับสองรองจากบราซิล ประเทศสหภาพยุโรปได้ตั้งเป้าหมายให้สมาชิกใช้พลังงานทดแทนในอัตรา 12% ของพลังงานทั้งหมดในปี 2010 ปัจจุบันมีปริมาณการผลิตรวม 2,000 ล้านลิตรต่อปี ฝรั่งเศสเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด คาดว่าความต้องการใช้เอทานอลในยุโรปจะเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ล้านลิตรต่อปีในอีก 10 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ แม้ว่ากลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจะกำหนดให้แต่ละประเทศใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูตรผสมเอทานอล แต่ปัจจุบันยังไม่ค่อยนิยมนำเอทานอลมาใช้เป็นเชื้อเพลิงมากนัก มีเพียงประเทศฝรั่งเศสเท่านั้นที่เริ่มออกกฎหมาย และมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสาร ETBE เป็นส่วนผสม ส่วนประเทศ สเปน สวีเดน และเนเธอร์แลนด์ มีการใช้มาตรการกระตุ้นทางภาษี

เอเชีย มีปริมาณการผลิตรวม 5,500 ล้านลิตรต่อปี โดยจีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดรองลงมาได้แก่อินเดีย ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ การใช้เอทานอลในเอเซียส่วนใหญ่ใช้เพื่อการบริโภค ส่วนออสเตรเลีย มีปริมาณการผลิตรวม 110 ล้านลิตรต่อปี

ปัจจุบันการซื้อขายเอทานอลในตลาดโลกมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น มีปริมาณเอทานอลในตลาดโลกปีละประมาณ 3,500-4,000 ล้านลิตร และในอนาคตปริมาณการค้าในตลาดโลกจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอีก เนื่องจากหลายประเทศมีนโยบายสนับสนุนให้มีการใช้เอทานอลในรูปของเชื้อเพลิงเพื่อเป็นการลดมลภาวะทางอากาศ

ประเทศที่มีการส่งออกมากที่สุดในทวีปอเมริกา คือ บราซิล ปีละ 1,000 ล้านลิตรโดยส่งไปยังตลาดในแถบยุโรปตะวันออก ในยุโรปประเทศที่ส่งออกมากที่สุดคือ ฝรั่งเศส และประเทศในเอเซียที่ส่งออกมากที่สุดคือ จีน ในขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของโลกปริมาณปีละ 450 ล้านลิตรต่อปี

ในประเทศไทยมีการแสวงหาเชื้อเพลิงจากทรัพยากรภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้ามาเป็นเวลานาน ดังนั้นการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง เช่น เอทานอลจากมันสำปะหลัง อ้อย ธัญพืชอื่นๆ เพื่อนำไปผสมน้ำมันเบนซินหรือดีเซล จะช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยตรงต่อสภาวะเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ และสามารถลดการขาดดุลเงินตราต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การนำเอทานอลมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงนั้น ประเทศไทยมีวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก ส่วนต้นทุนการผลิตก็ต่ำกว่าการผลิตน้ำมันเบนซินและดีเซลจากปิโตรเลียม หากแต่มีปัญหาในเรื่องการผลิตสิ่งที่จะมารองรับการใช้ประโยชน์เอทานอล ซึ่งก็คือเครื่องยนต์กลไกนั่นเอง

กระทรวงอุตสาหกรรมคาดความต้องการใช้เอทานอลในประเทศไทยว่ามีประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 330 ล้านลิตรต่อปี โดยเอทานอลที่ผลิตได้จะนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินในสัดส่วน 10% เพื่อทดแทนการใช้สารเพิ่มค่าออกเทน MTBE ในน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ซึ่งต้องนำเข้ามูลค่าปีละกว่า 3,000 ล้านบาท

สำหรับการผลิตแก๊สโซฮอล์ ในประเทศไทยนั้นเกิดจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี 2528 โดยโครงการส่วนพระองค์ ได้ศึกษาการผลิตแก๊สโซฮอล์ เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยผลิตเอทานอลจากอ้อย หลังจากนั้นก็เกิดความตื่นตัวทั้งจากภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาและนำไปทดสอบกับเครื่องยนต์

ในปี 2543 ปตท.ดำเนินการทดสอบการใช้แก๊สโซฮอล์ในรถยนต์ พบว่า ช่วยลดมลพิษ ประหยัดน้ำมัน และไม่มีผลต่อสมรรถนะ โดยในขณะนี้มีการผลิตแอลกอฮอล์จากหัวมันสด โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศ ซึ่งจะส่งให้โรงกลั่นของบางจากผลิตเป็นแก๊สโซฮอล์ต่อไป และได้ทดลองจำหน่ายเมื่อปี 2544 ในสถานีบริการน้ำมันของบางจาก 5 แห่งในเขตกรุงเทพฯ โดยมีราคาจำหน่ายต่ำกว่าน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 95 เล็กน้อย ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่น่าพอใจ

สำหรับการสนับสนุนของภาครัฐนั้น คณะกรรมการเอทานอลแห่งชาติ ซึ่งแต่งตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2543 ได้กำหนดนโยบายให้มีการผสมเอทานอลในน้ำมันเชื้อเพลิง โดยในช่วง 2-3 ปีแรก ให้มีการผสมเอทานอลในน้ำมันเบนซินอัตราร้อยละ 10 ซึ่งเมื่อพิจารณาจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินภายในประเทศ พบว่าปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินภายในประเทศอยู่ที่ระดับประมาณ 20 ล้านลิตร/วัน แยกเป็นน้ำมันเบนซินออกเทน 91 ประมาณร้อยละ 30 และน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ประมาณร้อยละ 70 ดังนั้นหากการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวบรรลุผลตามเป้าหมาย จะทำให้เกิดความต้องการใช้เอทานอลวันละประมาณ 2 ล้านลิตร

อย่างไรก็ดี ในอนาคตคาดว่า ไทยสามารถผลิตเอทานอลได้ถึง 1.5 ล้านลิตรต่อวัน หรือประมาณ 500 ล้านลิตรต่อปี เนื่องจากขณะนี้มีการก่อตั้งโรงงานผลิตเอทานอลถึง 8 ราย ซึ่งจะเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ

แต่ที่สำคัญต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนก็คือการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติทั้งการให้ความช่วยเหลือในรูปของภาษี มาตรการทางการเงิน เพื่อก่อให้เกิดการผลิตที่มีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ ส่งเสริมให้มีการผลิตเครื่องยนต์ เครื่องจักรกลที่ใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงได้ เช่น การผลิตรถยนต์ขับในเมืองที่ใช้เอทานอล (CITY CAR) ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ไม่ต้องการความเร็วสูง มีขนาดเล็ก ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจประโยชน์ของการใช้เอทานอลต่อส่วนรวม แม้ในระยะแรกต้นทุนการใช้รถยนต์ดังกล่าวจะมีราคาแพงกว่าแบบเดิม แต่จะช่วยในเรื่องของการลดมลภาวะ ซึ่งจะมีผลดีต่อไปในระยะยาว

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

 



loading...


โดย Intarios ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 16 ธ.ค. 51 14:23 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 20,613 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 20,613 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย chaiwat
IP : 58.137.14.***

ท่านมีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการบริหารจัดการอุตสาหกรรมเอทานอล ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การขนส่งวัตถุดิบ การผลิตเอทานอล การขายเอทานอลให้ผู้ค้าน้ำมัน การส่งออกเอทานอลและการนำเข้าเอทานอล หรือไม่

หากไม่มีช่วยแนะนำแหล่งที่จะค้นคว้าหาความรู้ให้ด้วย

ขอบคุณมาก

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง