คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์

ตรีทิพพา แก้วหานาม 11:58 น. 10 พฤษภาคม 2555
คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ จบมาแล้วทำงานเกี่ยวกับอะไร



คำตอบ

  • P'Creative 12:08 น. 10 พฤษภาคม 2555
    โดยทั่วไปนักวิทยาศาสตร์มักถูกมองว่าถ้าไม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็เป็นครู แต่แท้จริงแล้ว "เราไปได้หลากหลายยิ่งกว่านั้น"

    ข้อเสียเปรียบอย่างหนึ่งคือ "คณะวิทยาศาสตร์" ไม่ได้สอนวิชาชีพโดยตรง และชื่อคณะก็มีความหมายค่อนข้างกว้างเกินกว่าจะระบุวิชาชีพลงไปให้แน่ชัด ไม่เหมือนแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ สื่อสารมวลชน บัญชี บริหารธุรกิจ หรือวิชาอื่นๆ ที่ชื่อคณะบ่งบอกวิชาชีพให้ในตัวอยู่แล้ว ใครก็ตามเห็นชื่อคณะก็รู้ได้เลยว่าจบมาสามารถเป็นอะไรได้(แต่ใครจะจบแล้ว เป็นหรือไม่เป็นก็อีกเรื่องหนึ่ง)

    ยังมีคณะที่หลัำกๆ แล้วไม่ได้เป็นวิชาชีพโดยตรง แต่เป็นคณะที่สอนตลอดจนวิจัยสร้าง "ความรู้พื้นฐาน" อย่างเช่น สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา รัฐศาสตร์ เป็นต้น ซึ่ง "คณะวิทยาศาสตร์" เองก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ คือถ้าไม่ได้ทำความรู้จักอย่างจริงจังอาจจะมึนๆ งงๆ ได้ว่า เอ้ จบมาแล้วไปทำงานอะไรกันน้อ...... (นอกเหนือจากเป็นครู อาจารย์ นักวิทยาศาสตร์)

    อย่างไรก็ดี ครูบาอาจารย์ท่านสอนและฝึกให้เราหาความรู้และสร้างความ รู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนทักษะพวก ทักษะปฏิบัติการในห้องแลบ ทักษะการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เตรียมสารเคมี เตรียมตัวอย่างชิ้นเนื้อเยื่อ เลี้ยงเชื้อ เลี้ยงรา เขียนโปรแกรม เขียนแบบ กลึงเหล็ก เชื่อมโลหะ เขียนลายปรินท์วงจรไฟฟ้า เชื่อมวงจร ตั้งกล้องดูดาว ถ่ายภาพดาวมาทำวิจัย ถ่ายภาพสเปคตรัมดาว เข้าห้องมืดล้างอัดฟิลม์ ประกอบคอมพิวเตอร์ ทำคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ ตำผงคาร์บอน ชงเหล้าให้รุ่นพี่(เอ๊ยไม่ใช่) และอีกจิปาถะนั้น เป็นผลพลอยได้หรือเป็นแนวทางพาเราไปสู่จุดหมาย ทีนี้ที่เหลือเมื่อเรียนจบก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะไปต่อยอดความรู้หาความ รู้เพิ่มเติม โดยอาศัยทักษะการแสวงหาความรู้อย่างที่เราถูกฝึกมา ดังนั้นใครจะได้ทำงานตรง "สายวิชา" ที่จบมามากน้อยแค่ไหน ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่ขยันและรักการเรียนรู้ครับ

    เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าว่า จบฟิสิกส์นี่เขาทำมาหากินอะไรกัน (อาจจะกล่าวถึงภาควิชาอื่นด้วยเล็กน้อย แต่ข้อเน้นฟิสิกส์เป็นหลัก)

    อาจารย์ เป็นสิ่งแรกที่หลายๆคนนึกถึงครับใครทำอาชีพนี้ถือว่าได้ใช้วิชาความรู้ตามสายงานได้เกือบตรงที่สุด

    ครูมัธยม/ประถม ต้องไปเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพครูก่อน หรือสอบบรรจุเข้ารับราชการนะครับสำหรับโรงเรียนรัฐบาล แต่เอกชนนั้นแล้วแต่นโยบายของโรงเรียน

    เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการณ์/นักวิจัย ก็เกือบตรงกับสายงานเช่นกัน อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสถานศึกษาหรือสถาบันวิจัยของรัฐ ก็ได้ ตัวอย่างเช่น

    สำนักงานมาตรวิทยา มาตรฐานการชั่วตวงวัดพื้นฐาน น้ำหนัก เวลา ความยาว
    สำนักงานปรมณูเพื่อสันติ
    เจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
    MTEC สำหรับคนที่เรียนหรือทำวิจัยด้านวัสดุศาสตร์
    NANOTEC (คุณจันทร์คราม-Bluemoon เพิ่มให้)
    สถาบันวิจัยซินโครตรอน
    สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
    ตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐาน/นิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ/เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ รุ่นพี่จากแลบเดียวกัน มีคนที่จบไปแล้วไปสอบบรรจุเป็นตำรวจ ปัจจุับันทำงานอยู่กองพิสูจน์หลักฐาน (จริงๆ คณะหรือภาควิชาอื่นก็สอบได้นะ) นอกจากนี้ยังหมายรวมถึงนักนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งอาจต้องไปอบรมเพิ่มอีก(ไม่ใช่ปัญหา)

    นักบิน หลายคนบอกว่านักบินนี่จบ ป.ตรี สาขาไหนก็สมัครได้นี่ แต่เป็นความเชื่อส่วนตัวของผมว่าถ้ามีความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ เครื่องยนต์กลไก จะได้เปรียบกว่าในแง่การทำความเข้าใจหลักการบินและอากาศพลศาสตร์ ซึ่งในหลักสูตรนักบินต้องมีแน่ครับ

    นักธรณีฟิสิกส์ สำหรับบางมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรร่วม ฟิสิกส์-ธรณี (เ่ช่น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ----ผมรู้แค่นี้แหละ) ) นอกจากหลักสูตรฟิสิกส์ล้วนๆแมนแล้ว นักศึกษาฟิิสิกส์สามารถลงหลักสูตรร่วม(Joint Program) (ไม่ใช่วิชาโทนะครับ เด็กฟิสิกส์ต้องลง วิชาโท(minor) คณิตศาสตร์อยู่แล้ว) โดยลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชาที่ภาควิชาธรณีวิทยาได้ด้วย ทำให้สามารถทำงานของทางสายธรณีครับ รุ่นน้อง รุ่นพี่หลายคนไปทำงานกับ ปตท. เชฟรอน. เป็นต้น หรือจะต่อโทเอก สายธรณีฟิสิกส์ก็ได้เช่นกัน

    นักเคมีฟิสิกส์ โปรแกรมร่วมเคมี-ฟิสิกส์ ต้องไปเรียนและทำแลบเคมีด้วย เมื่อจบแล้ว ทักษะด้านแลบเคมีที่เคยผ่านจะช่วยให้สมัครงานในสายเคมีได้

    นักชีวฟิสิกส์ โปรแกรมร่วมชีววิทยา กับฟิิสิกส์ ก็แน่นอนว่าทักษะทางแลบชีว คงช่วยเราหางานสายชีวฯ ได้ด้วย ไม่มากก็น้อย

    นักขายอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ พวกกล้องโทรทรรศน์อิเลคตรอน อุปกรณ์ในห้องแลบ ความรู้ทางฟิสิกส์ช่วยให้เราทำความเข้าใจกลไกของเครื่อง สามารถอธิบายโน้มน้าวลูกค้าได้

    ฝ่ายวิชาการโรงงานอุตสาหกรรม/อิเลคทรอนิคส์ เพื่อนหลายคนทำงานโรงงานครับอยู่ในสายการวิัจัยและพัฒนา หรือไม่ก็อาจจะเริ่มจากการไลน์ผลิต

    ผู้ตรวจสอบความปลอดภัย มีรุ่นพี่ที่ห้องแลบออกไปทำงานด้านการตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ขนส่งทาง ท่อ พวกแท็งค์เก็บน้ำมัน สารเคมี แม้จะไม่ตรงสายนักแต่พื้นฐานวิชาฟิสิกส์ทำให้เรียนรู้ใหม่ได้เร็ว

    นักถ่ายภาพมืออาชีพ/ธุรกิจร้านอัดรูป/กล้องถ่ายภาพ อาจจะเป็นความชอบส่วนบุคคลด้วย แต่กล้องถ่ายภาพนี่ ถ้าเข้าใจเรื่องทัศนศาสตร์ด้วย จะีดีมาก อีกทั้งกล้องดิจิตอลสมัยนี้ใช้ ซีซีดี ซึ่่งแต่เดิมถูกพัฒนามาเพื่อใช้งานด้านดาราศาสตร์

    นักคณิตศาสตร์ประยุกต์ ฟิิสิกส์เรียนรู้หลักการแก้ปัญหา สร้างแบบจำลองเชิงทฤษฎี แล้วเอาคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้ นักศึกษาฟิสิกส์นอกจากวิชาฟิสิกส์แล้ว คณิตศาสตร์ก็สำคัญมากจนกลายเป็นวิชาบังคับ

    โปรแกรมเมอร์ หลักสูตรร่วม ฟิสิกส์-คอมพิวเตอร์,รวมทั้งแนวโน้มในการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น Grid หรือ cluster มาคำนวณ ทำให้นักศึกษาฟิสิกส์ต้องเรียนรู้และใช้คอมพิวเตอร์เขียนโปรแกรมเป็น มีเพื่อนผมหลายคนที่หันไปจับงานด้านโปรแกรมเมอร์รวมทั้งเขียนเวบ เขียนโปรแกรม

    ธุรกิจส่วนตัว หลายคนออกไปจับธุรกิจส่วนตัว ซึ่งแล้วแต่ความสนใจครับ แม้จะดูไม่ตรงสายงานนักก็ตาม

    Edit เ้พิ่ม นักวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์การเงินและตลาดหุ้น ในไทยยังไม่ทราบแน่ัชัดว่ามีหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นอเมริกา นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ จะไปทำงานกับบริษัทการเงินการธนาคารเหล่านี้น เพื่อทำแบบจำลองหรือทฤษฎีสำหรับคาดการณ์แนวโน้มของตลาดเงินตลาดทุน

    นักเขียน/นักข่าว(คุณจันทร์คราม-Bluemoon แนะนำ) เป็นนักเขียนบทความวิชาการ นักข่าววิทยาศาสตร์ นักเขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์ อย่าง Isaac Asimov ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านชีวเคมี กับ Sir Arthur C. Clark จบฟิสิกส์และคณิตศาสตร์)

    จริงๆ ก็ยังมีอีกเยอะ แต่ผมเองก็มีประสบการณ์และความรู้จำกัด คงหวังพึ่งผู้อ่านมาแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม ข้อมูล+ความรู้กัน



    หลายคนคาดหวังว่า "มหาวิทยาลัย" คือแหล่งผลิตบัณฑิตออกไปป้อนตลาดแรงงาน ซึ่งก็ถูกต้องส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามหน้าที่ของมหาวิทยาลัยอย่างหนึ่งก็คือ ต้องวิจัยสร้าง "ความรู้" ใหม่ เป็นหัวหอกทะลวงไปในโลกวิชาการ เป็นแหล่งสร้างความรู้เพื่อรับใช้ท้องถิ่นและประเทศ ไม่ใช่โรงเรียนฝึกอาชีพหรือตลาดขายใบปริญญา แต่เพียงอย่างเดียว

    ดังนั้นหากนักศึกษาต้องการประสบการณ์ในการทำงานเพิ่มเติมจาก "การเรียนหนังสือ" "ประสบการณ์เชิงวิชาการ" หรือ "ใบปริญญา" อย่างที่มหาวิทยาลัยมอบให้ ก็ควรทำ "กิจกรรม" เพื่อฝึกฝนตนเอง ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาฝึกการทำงาน ผ่านกิจกรรมของกลุ่มนักศึกษาภายในหรือภายนอกมหาวิทยาลัย เช่น สมาคมนักศึกษา สภานักศึกษา พรรคนักศึกษา ชมรมของคณะหรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น

    ในช่วงปิดภาคเรียนถ้าไม่เรียนภาคฤดูร้อน พวกค่ายหรือกิจกรรมที่ทำให้เราพบปะกับเพื่อนๆ ต่างมหาวิทยาลัยก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ผมแนะนำ รวมทั้ง การหารายได้พิเศษ หรือ "ฝึกงาน"(บางหลักสูตรอาจจะบังคับหรือไม่บังคับ) ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับหาประสบการณ์ทำงานในขณะเรียนหนังสือครับ

    พุทธสุภาษิตประจำมหาวิทยาลัย เชียงใหม่
    “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา” บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน

    ปล.1 อย่า "เรียน" อย่างเดียวนะ

    ปล.2 เดี๋ยวนึกอะไรออก จะมาเพิ่มทีหลัง

    ปล.3 พูดถึง "กิจกรรม" ถ้าว่างๆ จะมาเล่าเกี่ยวกับ "กิจกรรม" ที่ผมเคยทำสมัยเรียน (รวมทั้งกิจกรรมของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่รู้จักกัน เอาไว้เป็นแนวทาง)

    ปล.4 เริ่มรู้สึกว่า จะกลายเป็นบลอกแนะแนวขึ้นเรื่อยๆ

    แถมท้าย นักดนตรีอาชีพ - คือว่ามีอาจารย์ท่านหนึ่งที่ภาควิชา นอกจากเป็นอาจารย์และนักวิจัยสาขาฟิสิกส์แล้ว ท่านยังเป็นนักไวโอลินครับ ไม่แน่ใจว่าอยู่วง philharmonic วงไหน แต่ท่านเคยไปเล่นในวงที่แบคอัพในคอนเสริต์ อัสนี-วสันต์ หรือคอนเสริต์คลาสสิค หลายครั้ง รวมทั้งได้แสดงเป็น Extra นักดนตรี ในภาพยนตร์เรื่อง Seasons Change ด้วย เย็นๆ หลังเลิกงานก็มักจะเห็นถือไวโอลินไปซ้อมเสมอๆ

    Credit http://stardustblog.exteen.com/

    การอ้างอิง url : http://stardustblog.exteen.com/
  •  

ประวัติ


สมาชิกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

  • ชื่อสมาชิก
    คะแนนความนิยม
  • P'Creative
    43
  • lookwai
    15
  • BB.
    14
  • น้องเป็ด
    10
  • กาแฟเย็น
    7
  • kanom-sen
    6
  • KhunchaOil UnsenZer
    5
  • sanook_sanan
    5
  • ส่องสร้างสังคม
    3
  • Phasita Jiratanasoontorn
    3
  • ทวิปรัชญ์
    3
  • Poh SWU
    3
  • Some One
    3
  • โลกสดใส
    3
  • ชนิตสิรี แก้วอุด
    3
  • paotung
    3
  • Star Writing
    2
  • jackkajee
    2
  • ViewZ
    2
  • Leeya Atiranan
    2
  • ดูทั้งหมด