NEW STORIES

ลบ แก้ไข

เรียนฟรี 15 ปีมีคุณภาพ...ประชานิยมเกินไป

P'Hand RAC ลาดพร้าว
ชม 25,786 ครั้ง
 

นโยบาย การเรียนฟรี 15 ปี มีคุณภาพเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ที่ทุ่มเงินกว่า 18,258 ล้านบาท เพื่อให้นักเรียน 11.8 ล้านคนได้เรียนฟรีโดยรัฐบาลจ่ายให้ทั้งค่าเทอม หนังสือตำราเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และกิจกรรมพิเศษ ในช่วงระยะเวลา 4 เดือนเศษกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ทุกภาคส่วน การประชาพิจารณ์ การประชาสัมพันธ์ การประชุมชี้แจง การเปิดสายด่วน และอื่นๆ สุดท้ายเมื่อมีการเปิดเทอมการศึกษานโยบายเรียนฟรี 15 ปีมีคุณภาพ มีเสียงทั้งการตอบรับ สนับสนุนเห็นด้วย ต้องการให้มีทุกปี ในขณะเดียวกันปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัดต่างๆ ก็เกิดขึ้นมากมายเช่นเดียวกัน ดังเช่น เรียนฟรีไม่จริง โรงเรียนยังเก็บเงินเพิ่มอีกมาก จำนวนคนสละสิทธิมีน้อย คุณภาพการศึกษามีแนวทางปฏิบัติอย่างไร เพื่อประมวลข้อดี จุดเด่น ข้อปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสานต่อนโยบายในปีต่อๆ ไป

ข้อดีเด่นนโยบายเรียนฟรี 15 ปีมีคุณภาพเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไปที่ได้รับสิทธิประชานิยมอย่างทั่วถึง ทุกระดับชั้น คนยากดีมีจน หาเช้ากินค่ำ คนร่ำรวยมีฐานะทุกคนได้รับโอกาสนี้เท่าเทียมกัน กลุ่มคนรากหญ้า ในชนบทห่างไกล ชุมชนแออัด ผู้มีรายได้น้อย โรงเรียนขนาดเล็กด้อยคุณภาพจะพึงพอใจนโยบายนี้เป็นที่สุด เพราะจ่ายเป็นเงินสดถึงมือประชาชนโดยตรง ลดภาระค่าใช้จ่าย ความเดือดร้อนตอนเปิดเทอม การกู้หนี้ยืมสินได้ในระดับหนึ่ง เป็นการเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาได้เพิ่ม ขึ้น รัฐบาลได้ทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 และการปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้กับรัฐสภา ผลสำเร็จนี้ทำให้รัฐบาลได้คะแนนเสียงไม่น้อยจากภาพประชาสังคม รัฐมนตรีได้ผลงานประชานิยมชัดเจนประเมินการปฏิบัติงานในรอบ 6 เดือนน่าจะสอบผ่านแบบไม่มีปัญหา ยิ่งกว่านั้นผลงานนี้ยังทำให้ภาพพจน์ของกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นไดโนเสาร์ เต่าพันปีกระฉับกระเฉงขึ้นจากการทำงานแบบทุ่มเทในระยะเวลาที่ผ่านมา

ข้อ ด้อย จุดอ่อน ปัญหาที่เกิดขึ้นมีหลายด้านเช่นเดียวกันนับแต่ฟรีไม่จริง โรงเรียนยังเก็บเงินเพิ่มอีกมากมายหลายรายการนับแต่การสอนเสริมวิชาต่างๆ ค่าวิทยากรภายนอก ค่าสมาชิก กิจกรรมพิเศษต่างๆ ผู้ปกครองต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 1,000-3,000 บาท เรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการเรียกเก็บเงินแบบไม่มีใบเสร็จ การโหมประชาสัมพันธ์เชิงสิทธิ+ฟรี เพื่อประชานิยม+คะแนนเสียง จนละเลยหลักการ และความน่าจะเป็นหลายประการดังเช่น การสละสิทธิของผู้มีฐานะ ชนชั้นกลางขึ้นไปรวมถึงเด็กนักเรียนที่มาจากครอบครัวที่ช่วยตัวเองได้มี จำนวนต่ำมากคือ ประมาณ 70,000-100,000 คน คิดเป็น 5-6% จากยอดเด็ก 11.8 ล้านคน ยอดเงินสละสิทธิมีเพียง 40-50 ล้านบาท จากยอดทั้งหมด 18,258 ล้านบาท คิดเป็น 0.25% เท่านั้น ส่วนใหญ่ใช้สิทธิเรียนฟรีเกือบทั้งหมดทั้งที่รัฐบาลได้พยายามชักจูงให้ ประชาชนผู้มีรายได้ ฐานะดี สละสิทธิ เพื่อช่วยเหลือเด็กขัดสนยากจน โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร 600 แห่ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเลย กระบวนการสร้างจิตสาธารณะด้วยนโยบายประชานิยมนี้สอบไม่ผ่าน การสละสิทธิมีขั้นตอนยุ่งยากไม่เห็นการเชื่อมโยงของจำนวนเงินที่เสียสละลงไป สู่เด็กและโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรมเกิดทัศนคติเป็นลบในการสละสิทธิ การยกย่องส่งเสริมบัตรเกียรติคุณ การเชิญชวนเพื่อทำให้เกิดคุณภาพแก่เด็กด้อยโอกาสมีน้อยมาก สุดท้ายคนที่ยอมเสียสิทธิปีนี้อาจรับสิทธิ์แทนถ้ายังไม่แก้ไขจุดอ่อนนี้ การกระจายงบประมาณลงไปสู่เด็กนักเรียนทุกคน ปูพรมไปทั่วแม้กระทั่งโรงเรียนเอกชนดี เด่น ดัง โรงเรียนในเมืองที่อยู่ได้ก็ได้รับอานิสงส์นโยบายนี้ไปด้วยถึงร้อยละ 70 ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นถึงขนาดนี้ กล่าวได้ว่าการดำเนินการเรื่องสละสิทธิของคนมีฐานะเพื่อช่วยเหลือคนยากจน ด้อยกว่า จนนำไปสู่จิตสาธารณะเพื่อคุณภาพและโอกาสการศึกษาที่เท่าเทียมกัน เป็นจุดอ่อนสูงสุดของนโยบายนี้ที่ควรมี ผู้สละสิทธิ 15-20% ตามโครงสร้างรายได้ประชากร การกระจายเป็นประชานิยมการเมือง โดยไม่คิดหลักการต้องช่วยเหลือคนขัดสนยากจนก่อนอย่างเต็มที่แต่เฉลี่ยเท่า กันยิ่งทำให้ช่องว่างคนรวยคนจนยิ่งถ่างเพิ่มขึ้นไปอีก

นโยบายเรียน ฟรี 15 ปีมีคุณภาพในภาพร่วมถือว่าสอบผ่านได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ในเรื่องเรียนฟรี 5 รายการ แต่ในเชิงคุณภาพยังคงต้องผลักดันและเป็นงานที่ยากกว่าการให้ฟรีซึ่งเป็นจุด ที่ด้อยที่สุดที่กระทรวงศึกษาธิการบริหารจัดการแทบไม่เป็น เป็นเรื่องของการปฏิรูประบบย่อย การเรียนรู้ในห้องเรียน นอกห้องเรียน โครงงาน กิจกรรมต่างๆ ทักษะชีวิต คุณลักษณะ จริยธรรม ค่านิยมพึงประสงค์ ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะเริ่มต้นอย่างไรมีนโยบายทิศทางที่ชัดเจนเพียงใด แนวทางปฏิบัติครู นักเรียน ชุมชน ผู้บริหารระดับล่างสุดมีปฏิสัมพันธ์เช่นไร จึงจะเกิดคุณภาพที่แท้จริงได้ การประชาพิจารณ์ ปรึกษาหารือหาทางเลือกและทางออกดูเป็นคำถามที่ท้าทายยิ่งต่อเรื่องนี้ อยากให้นโยบายเรียนฟรี 15 ปีมีคุณภาพไม่เลือกประชานิยมสุดโต่งแต่ให้เติมเต็มเรื่องหลักการ ความถูกต้องทางการศึกษามากกว่านี้ นโยบายนี้จึงจะเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


มติชนรายวัน : หนังสือพิมพ์คุณภาพ
เพื่อคุณภาพของประเทศ
ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ www.urrac.com/rangsit
 
 

Add to Favorite  Print this page 

WE RECOMMEND


Topics to follow
109 follower
102 follower
218 follower
564 follower
256 follower
109 follower

MORE STORIES

TOP RELATED

EDUZONES HUB

Comment

SPECIAL THANK


ร่วมเป็นเพื่อน
Eduzones Social Network ที่นี่
Facebook Twitter Youtube
SUBSCRIBE TO EDUZONES.COM


STAFF RECOMMENDED


PARTNERS



TOP OF THE WEEK


คำฮิต

gat pat 55 open house  , กยศ กสพท , อาเซียน ,โรงเรียน , 7 วิชาสามัญ open house เด็ก , ม.ต้น ,ข่าวการศึกษาไทย  , เคล็ดลับเรียนเก่ง ประชาคมอาเซียน , เคลียริ่งเฮ้าส์ โควตา จุฬาฯ , , เฟสบุ๊ค asean ม.ธรรมศาสตร์ ม.รังสิต 55 มมส 55 ก่อนอนุบาล , ข่าวอาเซียน , รับตรงศิลปากร เรียนต่อ เรียนฟรี ลาดกระบังฯ เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลaec สทศ สมัคร clearing house สอบตรง 

คำค้นหา

แรงบันดาลใจมหาวิทยาลัย ,อาเซียน  โรงเรียนศึกษาต่อ , แนะแนว ,ท่องเที่ยวอาเซียนศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา ,ข่าวอาเซียนเรียนต่อ 7 วิชาสามัญ  admission 55 clearing house gat pat 55 กสพท ,asean การศึกษากับ ASEAN , การศึกษาไทย ประชาคมอาเซียน ข่าวการศึกษา  , ค่าย เคลียรริ่งเฮาส์ ประวัติอาเซียน โควต้า มช จุฬา ทุนการศึกษา เพชรยอดมงกุฎ แพทย์ ม.ขอนแก่น ม.ทักษิณ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ม.ธรรมศาสตร์  , ม.นเรศวร ม.พะเยา ม.แม่ฟ้าหลวง 55 ม.รังสิต 55 ม.ศิลปากร ม.อุบล มข ,โรงเรียน , มช มมส 55 มศว มหาวิทยาลัยนเรศวร มอ แม่ฟ้าหลวง รับตรง รับตรง เกษตรศาสตร์ 55 รับตรง มช รับตรงศิลปากร ราชมงคลธัญบุรีรับตรง55 ,AEC เรียนต่อ เลื่อนเปิดเทอม เลื่อนรับตรง วันพ่อแห่งชาติ , เว็บไซต์โรงเรียน สทศ , สทศ 7 วิชา สวนสุนันทา 55 สอท สอบตรง 55 อ.วิริยะ , แอดมิชชั่น