แจกฟรี+หนังสือ TOEFL[เฉพาะกทม] <--คลิกที่นี่ | ดาวน์โหลดคะแนนสูง-ต่ำ แอดฯ55 | รวมประกาศผลแอดฯ 55 | มหาวิทยาลัยยอดนิยม
EZ Contributors
Startupthailand.com
Startup Design&Network Co.,Ltd. ผู้ให้บริการ Website และ Hosting แบบครบวงจร ขอร่วมเนส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน Website ให้แก้อนาคตของประเทศ

เรื่อง: 22
ผู้ชม: 96320
ชอบ: 184


แปลงไฮโดรเจนผสมกับเบนซินลองวิ่งไร้ปัญหา



ผลิตรถเติมน้ำคันแรกสำเร็จ!! คนไทยอดีต จนท. “องค์การนาซ่า” จับมือนักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีร่วมคิดค้นศึกษาประดิษฐ์อุปกรณ์แยกก๊าซ “ไฮโดรเจน” จากน้ำเปล่านำมาเป็นเชื้อเพลิงผสมใช้กับรถยนต์คันแรกของประเทศสำเร็จ เผยซิ่งรถต้นแบบโดยผสมเบนซิน หรือ LPG 40 เปอร์เซ็นต์ กับไฮโดรเจน 60 เปอร์เซ็นต์ จากกรุงเทพถึงอุดรฯ ใช้น้ำมันเพียง 10 ลิตร ระบุวิ่งทดสอบมาแล้วกว่า 40,000 กิโล ไร้ปัญหา

ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ผศ.จรูญ ถาวรจักร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ผศ.วิเชียร จันทะโชติ อ.ประจำ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นายสมชาย ไตรสุริยธรรมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีช่างเครื่องบิน ร่วมกันแถลงข่าวในความสำเร็จของเรื่องการคิดค้นรถเติมน้ำแทนน้ำมันว่า เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีกับภาคเอกชนคือ นายสุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อดีตเจ้าหน้าที่ “นาซา” ประจำอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และนายศักดิ์ชัย ตันคงจำรัสกุล นักธุรกิจ จ.อุดรธานี

ผศ.จรูญ กล่าวว่า การคิดริเริ่มโครงการนี้เกิดขึ้นจาก นายสุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์แยกก๊าซ “ไฮโดรเจน” จากน้ำแล้วนำมาเป็นเชื้อเพลิงใช้กับรถยนต์สำเร็จ โดยเริ่มแรกทางมหาวิทยาลัยฯ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันในความร่วมมือที่จะประดิษฐ์อุปกรณ์แยกก๊าซ โดยทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ให้การสนับสนุนเครื่องมือประกอบชิ้นส่วน ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้และปรึกษาหารือกับ ผศ.วิเชียร จันทะโชติ ตลอดเวลา เมื่อ มีโอกาสก็จะช่วยประดิษฐ์อุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมกับนำเครื่องมือไปช่วยทำจนกระทั่งได้เครื่องต้นแบบออกมาเป็นรูปเป็นร่างและเป็นที่พอใจจึงได้นำไปติดตั้งกับรถยนต์ แล้วจึงได้ทดลองวิ่งดู



สำหรับรถต้นแบบ “รีแอคเตอร์ 1” นั้นใช้รถเก๋งนั่ง 4 ประตู ขนาด 2,000 ซีซี เป็นรถทดลองใช้ชื่อว่าเป็น “H2O เทคโน โลยีแห่งอนาคต” หรือ “HGV Hydrogas Vehicle” ซึ่งเป็นรถที่ใช้พลังผสมระหว่างเบนซินกับไฮโดรเจน หรือแอลพีจีกับไฮโดรเจน โดยในสัดส่วนของเบนซินหรือแอลพีจี 40 เปอร์เซ็นต์ กับไฮโดรเจน 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ในการทดสอบที่ผ่านมา รถวิ่งจากกรุงเทพฯ มาอุดรธานี ระยะทาง 560 กม. ใช้น้ำมันเบนซินไปประมาณ 10 ลิตร ขณะที่น้ำใช้ผลิตไฮโดรเจน ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านนายสุมิตรกล่าวถึงการใช้อุปกรณ์ว่า เริ่มต้นที่น้ำบริสุทธิ์เหมือนน้ำกลั่น (ดีไอโอไนซ์) เติมเข้าไปในเครื่องรีแอคเตอร์ที่จะแยกไฮโดรเจนและออกซิเจนออกมาเป็น HH-O ผ่านออกมายังเซฟตี้วาล์วเพื่อส่งตรงไปที่เครื่องยนต์ หากรถมีหัวฉีดก็ผ่านหัวฉีด โดยทั้งหมดจะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์คอนโทรลที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถเพื่อให้เครื่องผลิตไฮโดรเจนออกมาเท่าที่เอาไปใช้เท่านั้น จะไม่มีการเก็บรักษาไว้ หากอุณหภูมิความดันผิดปกติ ก็จะมีระบบป้องกันตัวเอง สำหรับ อุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นมาใช้กับไฮโดรเจนแทนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นจะติดตั้งอยู่ในที่เก็บของท้ายรถประกอบไปด้วย กล่องคอนโทรลจุดระเบิดอัจฉริยะ แบตเตอรี่ 12 v. มอเตอร์ อินเวอเตอร์ ขวดบรรจุน้ำกลั่นพิเศษไมโคคอนโทรล และอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์คอนโทรลที่อยู่บริเวณแผงหน้าปัดเหนือพวงมาลัย ส่วนในห้องเครื่องรถจะติดตั้งมอเตอร์ควบคุมระบบแยกน้ำไว้

อดีตเจ้าหน้าที่องค์การนาซากล่าวอีกว่า เทคโนโลยีไฮโดรเจนเกิดหลังการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งจะได้ก๊าซไฮโดรเจน 2 อะตอมกับออกซิเจน 1 อะตอม โดยรีแอคเตอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของเรา ถ้านำมาใช้กับยานยนต์โดยใช้ไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อแยกโมเลกุลน้ำให้ได้ไฮโดรเจนออกมาเป็นเชื้อเพลิงเข้าไปใช้สันดาปของเครื่องยนต์ โดยไม่ต้องใช้ถังเก็บก๊าซไฮโดรเจนเลย ซึ่งการควบคุมอุณหภูมิปกติการแยกน้ำโดยรีแอกเตอร์ทั่วไปทำให้ความร้อนสูงยากแก่การควบคุมซึ่งอาจจะเป็นอันตราย แต่รีแอกเตอร์ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถควบคุมความร้อนให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ประการที่สาม วัตถุดิบที่ใช้เป็นต้นกำเนิดเชื้อเพลิงคือ น้ำซึ่งหาได้ง่าย ราคาถูก และไอเสียที่ได้จากการสันดาปจะกลับมารวมตัวกับออกซิเจนได้น้ำ เป็นไอเสียที่บริสุทธิ์

“สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ผมคิดมาเมื่อ 4 ปีก่อน เมื่อครั้งยังทำงานอยู่ที่องค์การนาซา แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้รถต้นแบบซึ่งเป็นรถใหม่ป้ายแดงมาทดลองโดยการสนับสนุนงบประมาณจาก นายศักดิ์ชัย ตันคงจำรัสกุล นักธุรกิจ จ.อุดรธานี และได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยรถคันดังกล่าวนี้จะเป็นรถที่มีระบบเชื้อเพลิง 3 ประเภท คือ น้ำมันเบนซิน, ก๊าซ LPG. และก๊าซไฮโดรเจน และทดลองวิ่งมาแล้ว กว่า 4 หมื่นกิโลเมตร ก็ยังไม่พบปัญหาอะไร”อดีตเจ้าหน้าที่องค์การนาซากล่าวและว่า ขณะนี้ ได้ขอจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว เพราะต้องการให้เทคโนโลยีชิ้นนี้เป็นสมบัติของชาติไทย คนไทยสามารถนำเอามาต่อยอดในแนวความคิดให้มีความหลากหลายมากขึ้นไป แม้จะประสบกับความสำเร็จไปแล้วแต่ก็ต้องการที่จะพัฒนาให้ก้าวไกลไปอีก.

print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้ 

dkny

ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2
Pex Laboratory

ดีเยี่ยมมากครับ จากองค์กร วิศวกรเยาวชนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีไทย

ความคิดเห็นที่ 1
สมาชิกเมื่อ : 26/04/2008
เรื่องอื่นๆ ของฉัน


ENN: ศูนย์ข่าวการศึกษา

เรียนต่อ ขอทุน