 |
| |
| Diploma |
Diploma เป็นระดับการศึกษาขั้นต่ำกว่าปริญญาตรี เทียบเท่ากับอนุปริญญาของประเทศไทย ใช้เวลาเรียนประมาณ 1-2 ปี แล้วแต่หลักสูตร ซึ่งเปิดสอนทั้งในวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย การเรียนการสอนจะเน้นการปฎิบัติมากกว่าทฤษฎี ทำให้นักเรียนที่จบการศึกษาแล้ว สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เลย หรือถ้าต้องการเรียนในระดับสูงขึ้น ก็สามารถโอนหน่วยกิตเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้
การเรียนในระดับนี้ ใช้วุฒิการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น แต่ไมได้่จำกัดเฉพาะนักเรียนที่เพิ่งจบชั้นมัธยมเท่านั้น หากแต่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ หรือต้องการเปลี่ยนแนวอาชีพของตนอีกด้วย
ออสเตรเลีย
การศึกษาในระดับนี้ของที่ออสเตรเลียจะเปิดสอนในสถาบัน TAFE ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดการการศึกษา สายอาชีพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย มีอยู่ทั่วทุกเมืองในประเทศ บริหารและดำเนินการโดยรัฐบาลจึงมั่นใจได้ว่าหลักสูตรทุกหลักสูตมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีหลักสูตรสอนและจัดฝึกอบรม ด้านวิชาชีพให้แก่ชาวออสเตรเลีย และนักศึกษาทั่วไปรวมไปถึงนักศึกษาต่างชาติอีกด้วย TAFE เปิดสอนหลายหลักสูตรตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรจนถึงระดับอนุปริญญาขั้นสูง สถาบันTAFE เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศออสเตรเลีย เพื่อฝึกนักศึกษาให้มีความพร้อมในภาคปฏิบัติ และประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อจบการศึกษาแล้วจะได้ Diploma
สหรัฐอเมริกา
ที่สหรัฐอเมริกาจะเรียกการวุฒิการศึกษาในระดับอนุปริญญาว่า Associate Degree ซึ่งจะแบ่งเป็น Associate in Arts Degrees และ Associate in Science Degrees มีเปิดสอนใน Community College หรือวิทยาลัยชุมชน ซึ่งก็มีอยู่ในทุกเมืองทั่วประเทศ การเรียนในวิทยาลัยชุมชนนั้นมีข้อดีหลายอย่าง
- เข้าเรียนได้ไม่ยาก
- อาจารย์มีเวลาให้นักเรียนมากกว่าในมหาวิทยาลัย เนื่องจากไม่ต้องทำการค้นคว้าวิจัย
- ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียนในมหาวิทยลัยมาก โดยทั่วไปค่าเล่าเรียนของวิทยาลัยชุมชนนั้นจะไม่เกิน 8,000 เหรียญ/ปี ในขณะที่มหาวิทยาลัยจะคิดค่าเทอมไ่ม่น้อยกว่า 10,000 - 12,000 เหรียญ/ปี ในบางรัฐ มีนักเรียนอเมริกันกว่า 70% ที่เลือกเข้าเรียนต่อใน Community College
- สามารถโอนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ปี 3 ได้ วิทยาลัยชุมชนนั้นมักจะมีข้อตกลงกับมหาวิทยาลัย ที่อยู่ภายในรัฐเดียวกัน ให้รับนักเรียนของตนเข้าเรียนต่อได้เลย
อังกฤษ
สำหรับประเทศอังกฤษนั้น ระบบการศึกษาจะแตกต่างจากบ้านเรา ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การศึกษาระดับประถม - มัธยมนั้น ใช้เวลา 13 ปี ไม่ใช่ 12 ปี อย่างเช่นที่ประเทศไทย
ที่ประเทศอังกฤษ นักเรียนจะเรียนใน Primary school - Secondary school จนถึงอายุ 16 ปี เหมือนกันทุกคน และต้องสอบ GCSE หลังจากนั้น นักเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะเีข้าเรียนในสายอาชีพ หรือ Further Education ซึ่งก็มีเกือบทุกสาขาให้เลือกเรียน หรือจะเรียน Advance Level (A Level) 2 ปี แล้วจึงเข้ามหาวิทยาลัย
ในที่นี้จะกล่าวถึงการเรียนใน Further Education เท่านั้น โดยในประเทศอังกฤษนั้นเปิดสอน Further Education ในวิทยาลัย หรือ College ใช้เวลาเรียน 1-2 ปี แล้วแต่ระดับ มีการเรียนการสอนที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ ศิลปะ ความสวยความงาม การจัดการ ไปจนถึงวิศวกรรม มีนักเรียนชาวอังกฤษกว่า 40% ที่เข้าเรียนต่อในวิทยาลัย วุฒิการศึกษาที่นักเรียนจะได้รับนั้นแบ่งย่อยออกเป็นหลายระดับ เช่น
- BTEC Introductory Diploma - Level 1
- BTEC First Diploma - Level 2
- BTEC National Diploma - Level 3 (เทียบเท่ากับจบระดับ A Level)
- Ordinary National Diploma - Level 3 (เทียบเท่ากับจบระดับ A Level)
- Higher National Diploma - Level 5 (สามารถเทียบโอนเข้ามหาวิทยาลัยปี 2/3 ได้)
| |
 |
| |
| Degree |
Degree เป็นระดับการศึกษาขั้นอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ
Undergraduate
- Bachelor Degree (ปริญญาตรี) ในแต่ละประเทศจะมีระยะเวลาของหลักสูตรไม่เท่ากัน เช่นปริญญาตรีที่อเมริกาและ ออสเตรเลียนั้นใช้เวลา 4 ปี เหมือนกับประเทศไทย แต่ที่อังกฤษและยุโรปในบางประเทศนั้นใช้เวลาเรียนปริญญาตรี 3 ปี อย่างไรก็ดี นักเรียนไทยที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ต้องการเข้าศึกษาต่อปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษจะต้องเข้าเรียนหลักสูตร University Foundation ก่อนเป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะเรียนในระดับปริญญาตรี
Postgraduate
- Master Degree (ปริญญาโท) ที่ประเทศอังกฤษจะใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี ในขณะที่อเมริกาหรือออสเตรเลีย จะใช้เวลาเรียนราว ๆ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี
- Doctoral Degree (ปริญญาเอก) โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี
|