พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

ลบ แก้ไข
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

***ขอเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการชลอคำสั่งลดชั่วโมงเรียน เพื่อเตรียมการให้รอบคอบ และพลิกวิกฤตเป็นโอกาส***
ขอเรียนเสนอถึง กระทรวงศึกษาธิการ, สพฐ, หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกัลยาณมิตรทางการศึกษาทุกท่าน

***ผมเชื่อว่า การที่กระทรวงศึกษาธิการสั่งลดชั่วโมงเรียน และ สพฐ สนองนโยบายอย่างทันทีทันควัน โดยไม่ทันยั้งคิด และขาดความพร้อมในการเตรียมการนั้น เป็นวิกฤตทางการศึกษา และเกิดผลเสีย ที่จะกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของไทยให้ตกต่ำต่อไปอีกยาวนาน อย่างน้อยที่สุด 12 ปี และหากไม่แก้ไขวิกฤตในทันที ผลกระทบก็จะยิ่งยาวนานออกไปอีก***

ในฐานะที่การศึกษา เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของคนไทยทุกคน “จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ ชะลอคำสั่งการลดเวลาเรียนลงก่อน จะนำไปใช้ในปีการศึกษาหน้า คือ ปีการศึกษา 2559 ก็คงไม่เสียหายกระไรนัก..ระหว่างนั้น กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็มาจัดทำหลักสูตร สาระวิชาหลัก Core Subjects วิธีการเรียนการสอนแบบ Constructivist Approach การวัดผลประเมินผลตามสภาพความเป็นจริง Authentic Assessment และการบริหารสถานศึกษาที่เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่..ฯลฯ ให้ทันใช้ในปีการศึกษา 2559…
กระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ คงจำได้ว่า สาระการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ที่ท่านเคยประกาศแล้ว มีดังนี้

โครงสร้างเนื้อหาใหม่เป็น 6 กลุ่มสาระประสบการณ์ดังต่อไปนี้

1.ภาษาและวัฒนธรรม (Language and Culture)
2.กลุ่มสาระเรียนรู้ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกร และคณิตศาสตร์)
3.การดำรงชีวิตและโลกของงาน (Work Life)
4.ทักษะสื่อและการสื่อสาร (Media Skill and Communication)
5.สังคมและมนุษยศาสตร์ (Society and Humanity)
6.อาเซียน ภูมิภาคและโลก (Asean Region and World)

ผู้เขียนขอกราบขอบพระคุณ ท่าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ วิจารณ์ พานิช ผู้จุดคบเพลิงนำทางให้แก่การศึกษาไทย มาโดยตลอด ได้ “แปลง” หลักการทั้ง 6 ข้อนี้ ให้เป็นรายชื่อวิชาที่เข้าใจง่ายๆ เรียกว่า สาระวิชาหลัก Core Subjects ดังนี้ คือ

>>>ภาษาแม่ และภาษาสำคัญของโลก
>>>ศิลปะ
>>>คณิตศาสตร์
>>>การปกครองและหน้าที่พลเมือง
>>>เศรษฐศาสตร์
>>>วิทยาศาสตร์
>>>ภูมิศาสตร์
>>>ประวัติศาสตร์
>>>ทักษะชีวิต ด้านต่างๆ

>>>***กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเอาวิชาแกนหลักนี้ “เข้าสู่การกำหนดเป็นกรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์สำคัญต่อการจัดการเรียนรู้ในเนื้อหา “เชิงสหวิทยาการ Interdisciplinary หรือ หัวข้อสำหรับการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21”.. โดยการส่งเสริมความเข้าใจในเนื้อหาวิชาแกนหลัก และสอดแทรกทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เข้าไปในทุกวิชาแกนหลักนั้นๆ***<<<

คำว่า สหวิทยาการ หรือ Interdisciplinary คือ การนำเอาความรู้หลายๆสาขาวิชามาประกอบกัน เพื่อทำให้การเรียนการสอนประสบความสำเร็จมากที่สุด

สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อง “รีบเร่งทำให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานี้ก็คือ การจัดทำหลักสูตร, การทำรายวิชาตามสาระวิชาหลัก Core Subjects, วิธีการเรียนการสอนที่เป็น Experience learning และการวัดผลจากสภาพจริง Authentic Assessment ตลอดจนการบริหารสถานศึกษาเชิงพื้นที่ และระบบการบริหารการศึกษาของชาติที่เป็นหลักการเดียวกันทั่วประเทศ..ฯลฯ..

จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่กระทรวงศึกษาธิการ จะต้องจัดการศึกษาของชาติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ ในเรื่องหลักสูตรแกนกลาง รายวิชา วิธีเรียน และการวัดผล ตลอดจนการบริหารสถานศึกษา ที่สามารถปฏิบัติการได้อย่างเป็นรูปธรรมก่อน ดังนี้

>>>ภาคเช้า ถึง 14.00 น. เรียนภาควิชาการ Academic classes เป็น Personal Learning ด้วยวิธีการต่างๆ ที่เป็น Learner Centered เรียนรู้ด้วยการลงมือทำจริงๆ Learning by Doing การสร้างความรู้ด้วยตนเองด้วย Constructive Approach หรือ วิธีการเรียนที่เหมาะสมกับเนื้อหาวิชา สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้..ฯ..

>>>ภาคบ่าย 14.00 น. ถึง 16.00 น. เป็นกลุ่มการเรียนรู้ Group learning วิธีเรียนแบบ การระดมความคิด,การเรียนแบบความช่วยเหลือเกื้อกูล และการเรียนรู้ร่วมกัน Brainstorming, Cooperative and Collaborative learning สร้างนวัตกรรม Innovation นำเสนอ Presentation และ รับ Feedback เพื่อการแก้ไข ปรับปรุง และ พัฒนา การเรียนการสอนตามหลักการ PDCA ต่อไป

การเรียนรู้ร่วมกัน Collaborative learning คือ ในเมื่อทุกคนมีข้อมูลอยู่ในมือจากการสำรวจตรวจสอบ “เก็บข้อมูล Data Collected” จากวิธีเรียน “รูปแบบต่างๆ”ในภาคเช้าแล้ว ภาคบ่ายก็เป็นกลมกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ทุกคนที่มีข้อมูลอยู่ในมือแล้ว เพื่อสร้าง “นวัตกรรม Innovation ของกลุ่ม” ด้วยการนำเสนอข้อมูลของตน มีการคัดค้าน โต้แย้ง หรือยอมรับ โดยอาศัยข้อมูลที่ตนมีในมือ เพื่อนำมาเรียบเรียงใหม่ เป็นข้อเขียนของกลุ่ม ที่เรียกว่า “นวัตกรรม Innovation” กลุ่มนำ นวัตกรรมนี้เสนอต่อชั้นเรียน และคุณครูในรูปแบบต่าง เพื่อรับข้อมูล “วิพากษ์วิจารณ์ และ การแก้ไข” แล้วทำบทสรุปการเรียนรู้..และเข้าสู่วงจร PDCA ต่อไป...

การฝึกฝนที่เป็น “การฝึกทักษะ Skill practice ” เช่น เรื่องภาษา กีฬา ศิลปะแขนงต่างๆ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และอื่นๆ ก็ใช้เวลาช่วงบ่ายนี้แหละครับ..

***ต้องแยกให้ออกนะครับ ในวิชาหนึ่งๆนั้น ส่วนไหนเป็น “ความรู้” และส่วนไหนเป็น “ทักษะ” แล้วจัดให้มีการเรียนการสอน “คามลักษณะ และธรรมชาติของวิชานั้นๆ”

คำว่า ทักษะ หรือ Skill นี้ แปลว่า “ความชำนาญ” ความชำนาญเกิดจากการ “ฝึกฝนอย่างถูกวิธี” คนละอย่างกับ คำว่า “ความรู้ Knowledge” การมองภาพการเรียนรู้ที่ไม่ชัดเจน ทำให้การเรียนการสอนขาดคุณภาพ..

>>>ไม่ต้องมีการบ้าน เพราะการฝนปัญญาให้แหลมคมนั้น “ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน หรือ Collaborative จากภาคบ่ายมาแล้ว กลับสู่ครอบครัว ช่วยงานบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่นๆที่มีคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ อันเป็นที่รักของเราจะดีกว่า...<<<

จึงขอเรียนนำเสนอ ด้วยความเคารพ และจริงใจ

---------------------------------------------------------------
สนับสนุนบทความโดย : สุทัศน์ เอกา
 



loading...


โดย อ.สุทัศน์ เอกา ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 10 ก.พ. 61 18:34 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 363 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 363 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง