ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน เรื่องง่ายๆ

ลบ แก้ไข
ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธ

ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน เรื่องง่ายๆ

เป็นเรื่องของการออกแบบการเรียนการสอน..ซึ่งต้อง “ทำการวางแผนออกแบบ Learning and Teaching Design”ทุกครั้ง ก่อนนำเข้าสู่บทเรียน..คุณครูมืออาชีพจะ “ไม่ประมาท”ในการเรียนการสอนโดยไม่มีการ “ออกแบบไว้ก่อน” เป็นอันขาด...ดังนั้น Backward Design จึงมาก่อนการสอนจริง

Learning by Doing…..

เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยการมีส่วนร่วมในประสบการณ์ หรือ Experience Participation ซึ่งเริ่มต้น ด้วย “กระบวนการ Process” การสำรวจข้องมูล Exploring Data การเลือก,การบันทึกข้อมูล,การนำเสนอข้อมูล,การระดมความคิด,การปรับปรุงความรู้ หรือ Collaborative,ไปจนถึงการสร้างนวัตกรรม หรือ Innovation และการนำเสนอ หรือ Presentation เพื่อรับ Feedback..และการปรับปรุงเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ขึ้นไปเรื่อยๆ...

คุณครูจำได้หรือไม่ครับว่า..ผมได้เคยนำเสนอ “แนวทางการเรียนการสอนที่เป็นกลางๆ ไม่สุดโต่งไปทางการสอนแบบเก่าฝังหัว และไม่สุดโต่งไปทางแนวคิดล้ำยุคเกินไป” คือ

1.Behavioral Constructivist Approach เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และปฏิบัติตน ตามพฤติกรรมที่พึงประสงของสังคม..ใช้ปรับเปลี่ยน และแก้ไขพฤติกรรม ไปสู่แนวทางที่สังคมต้องการ ด้วยวิธีเสริมกำลังใจ หรือ Encouragement และ การฝึกฝนอบรม หรือ Training...

2.Cognitive Constructivist Approach คือ การเรียนรู้วิชาการ Academic ด้วยตนเอง Self Learning หรือ ซึ่งก็คือ กระบวนการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ ที่เรียกว่า Learning by Doing นั่นเอง...

***เอาเป็นว่า วันนี้ผมขอพูดถึง “ส่วนหัว คือ Backward Design”ก่อน แล้วค่อยมาต่อกับส่วนหาง คือ Learning by Doing แต่พองาม นะครับ..***

Backward Design เป็นบทที่ 1.ในจำนวน 13.บทของหนังสือ ชื่อ Understanding by Design, โดย Grant Wiggins and Jay McTighe "teaching for understanding"

ความเข้าใจหรือ Understand นี้สำคัญมากในกระบวนการเรียนรู้ เพราะ “ความเข้าใจ”จะนำไปสู่ความสามารถในการ “คิดวิเคราะห์ Critical Thinking” และการสร้าง “นวัตกรรม Innovation”ต่างๆ นำไปสู่ความสงบสุข Peace..และการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆที่เป็น “อารยะธรรม Civilization” ของเมืองมนุษย์

หลักการสำคัญ “ในการออกแบบการเรียนการสอน Learning and Teaching Designing” ด้วย Backward Design นั้น มีเรื่อง“สำคัญ” ที่ต้องคำนึงถึง 3.เรื่อง คือ

1.Identify desired results ระบุถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ ว่า อะไรคือสิ่งที่นักเรียนควรรู้ ควรเข้าใจ และสามารถทำได้..มีเนื้อหาอะไรบ้างที่มีคุณค่าควรทำความเข้าใจ “กระบวนการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการนั้น..จะต้องทำอย่างไร..กำหนดบทบาทของครู กำหนดบทบาทของนักเรียน ในการออกแบบวางแผนการสอนในแต่ละเรื่องไว้ด้วย..

2. Determine acceptable evidence.พิจารณาหลักฐานที่ได้รับการยอมรับ ทำอย่างไรเราจึงจะทราบว่านักเรียนบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ..และ มีอะไรบ้าง “ที่จะบอก”ให้เราทราบว่า “นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และมีผลสัมฤทธิ์ตามที่ต้องการจริงๆ..ในภาษาวิชาการสมัยใหม่ และการเรียนแบบ Learning by Doing เรียกสิ่งที่ต้องการนี้ว่า “ตัวชี้วัด หรือ Indicators นั่นเอง..

3. Plan learning experiences and instruction. วางแผนประสบการณ์การเรียน และวางแผนการสอน ว่า What enabling knowledge and skills will students need in order to perform effectively and achieve desired results? What activities, sequence, and resources are best suited to accomplishing our goals? ..เพื่อทำให้เกิดความรู้แท้จริง ..นักเรียนจะต้อง “ทำกิจกรรมอะไรบ้าง ทำอย่างไร ตามลำดับก่อนหลัง”...มีแหล่งเรียนรู้ หรือ Learning resources ที่ดีที่สุดอะไรบ้าง สำหรับนักเรียน เพื่อ สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ Experience Participation ด้วยวิธีการเรียนแบบ Learning by Doing ....

ดังนั้น..กระบวนการเรียนการสอน หรือ Learning Process สำหรับศตวรรษที่ 21. จะเป็นดังนี้นะครับ

1.ออกแบบการเรียนการสอนด้วย Backward Design ตามวิธีการทั้ง 3.ข้อข้างต้น

2.วางแผนการสอน หรือ Lesson Plans ตามที่ได้ออกแบบ Designed ไว้แล้ว โดยหลักการ “ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ หรือ Learner Centered หรือ Child Centered”

3.ดำเนินการเรียนการสอน ด้วยวิธี..Learning by Doing ทุกขั้นตอนของกระบวนการ..คือ ตั้งแต่ Exploring from Textbook ไปจนถึง Collaborative จนได้ Innovation ถึง Presentation และรับ Feedback เพื่อการปรับปรุงเลยนะครับ..

กระบวนการเรียนการสอนทั้ง 3.ข้อนี้ “เป็นภารกิจสำคัญ Important Mission” ของคุณครูทุกท่านที่ตั้งใจยกระดับการเรียนรู้ของเยาวชนไทย เพราะ...

***การเรียนการสอนโดย “ไม่มีการออกแบบและวางแผนการสอน No design and planing instruction.” ก็เหมือนกับการเดินทางที่ไร้จุดหมาย..และ..การสอนที่ไร้หลักวิชาครู ก็ไม่ต่างอะไรกับนักมวยที่ไม่เป็นมวย แล้วขึ้นไปชกบนสังเวียนแบบมวยวัด มันเป็นการหาเงินแก้ขัด..เทานั้นเอง..***

---------------------------------------------------------------
สนับสนุนบทความโดย : สุทัศน์ เอกา
 



loading...


โดย อ.สุทัศน์ เอกา ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 10 ก.พ. 61 18:40 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 324 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 324 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง