ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

Tambralinga

นานาสาระเกี่ยวกับท่องเที่ยว ประวตัศาสตร์ วัฒนธรรม การเดินทาง หะหะ

respond29 มีนาคม 2551

ร่องรอยสยาม จากหลักฐานชิ้นเอก

ร่องรอยสยาม จากหลักฐานชิ้นเอก

      

            คำว่า “กองทัพสยาม” เป็นชื่อของชาวสยาม ทำให้เกิดความสงสัยเกิดขึ้นว่า พวกสยามพวกนี้มาจากไหน เป็นสยามพวกไหนกันแน่ ตามทฤษฎีของฝรั่งสอนประวัติศาสตร์ไทยว่า ชนชาติสยามหรือชนชาติไทย เพิ่งอพยพหนีการโจมตีของกุบไลข่าน มาสร้างอาณาจักรสุโขทัยเมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ แต่เหตุไฉน? ภาพประวัติศาสตร์ที่ระเบียงภาพนครวัด เมื่อ พ.ศ. ๑๖๙๓ ปรากฏภาพกองทัพสยามก่อนเกิดอาณาจักรสุโขทัยเกือบ ๑๐๐ ปี

            จิตร ภูมิศักดิ์ นักคิด นักเขียน นักประวัติศาสตร์มีชื่อเสียงของไทย ก็คล้อยตามทฤษฎีของศาสตราจารย์เซเดส์ เพราะจิตร ภูมิศักดิ์ ศรัทธาและเชื่อถือในความปราดเปรื่องของนักแปลจารึกผู้นี้ จิตร ภูมิศักดิ์ จึงชี้ว่า กองทัพสยามที่ระเบียงปราสาทนครวัด คือ สยามลุ่มแม่น้ำกก เป็นสยามแห่งเงินยาง เชียงแสน เป็นชาวสยามจากเชียงราย แต่ขณะเดียวกัน จิตร ภูมิศักดิ์ ก็เชื่อไม่สนิทใจนักโดยให้ข้อสังเกตไว้ว่า ไม่น่าเชื่อว่าชาวสยามจะหนีจากการรุกรานของกุบไลข่านที่โจมตีน่านเจ้า เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๗ และมาทำปาฏิหาริย์สร้างอาณาจักรสุโขทัยในพริบตา ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่จิตร ภูมิศักดิ์ ก็มีเวลาอันจำกัดที่จะค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก เพราะจิตร ภูมิศักดิ์ ถูกคุมขังอยู่ในคุกลาดยาว ข้อหามีการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๑-๐๗ เมื่อถูกปล่อยตัวได้รับอิสรภาพ พ.ศ. ๒๕๐๗ ในปีเดียวกันนี้เอง จิตร ภูมิศักดิ์ ก็หนีเข้าปา เพื่อร่วมสู้รบแบบกองโจร จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ อายุ ๓๖ ปี แต่ในช่วงเวลาอันสั้นนี้ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้ติดตามค้นคว้าหาคำว่า “เนะ สยำกุก” ตลอดเวลา

            ร่องรอยของชาวเสียมหรือสยาม ปรากฏอยู่ในจารึกที่ค้นพบหลายแห่ง ก่อนที่จะมีการก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ จิตร ภูมิศักดิ์ ค้นคว้าคำว่าสยำกุก พบว่าในสมัยอาณาจักรเจนละก่อนที่พระเจ้ามเหนทรวรมันหรือจิตรเสน ยกกองทัพเข้ากวาดล้างราชวงศ์ไศเลนทร์ที่อาณาจักรฟูนัน พระเจ้าภววรมันทรงเป็นกษัตริย์ปกครองฟูนัน ในสมัยพระองค์ไม่ได้เข้มงวดที่จะกวาดล้างพุทธศาสนา แต่เมื่อมาถึงสมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน พระองค์มาจากราชวงศ์เขมรนับถือพระศิวะ จึงกวาดล้างพุทธศาสนาและราชวงศ์ไศเลนทร์ แตกแยกเป็นเจนละบกและเจนละน้ำ ในสมัยของพระเจ้าภววรมันมีจารึกของกษัตริย์ภววรมันที่ ๒ ตรงกับ พ.ศ. ๑๑๘๒ ในจารึกนี้ มีตอนหนึ่งกล่าวถึงการอุทิศที่นา ถวายเป็นกัลปนาแก่วัดพุทธศาสนา แต่ระบุชื่อผู้ถวายว่า ชื่อ โปญ สยำ
            โปญ นั้นเป็นยศตำแหน่งของเขมรสมัยก่อนนครธม สยำ เป็นชื่อคน จึงเชื่อว่า สยำ ในจารึก พ.ศ. ๑๑๘๒ นั้นก็คือ เสียม ที่หมายถึงคนไทยนั่นเอง เมื่อปรากฏชื่อคนไทย-ไต ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๑๘๒ จึงมีร่องรอยให้ค้นคว้าติดตามต่อไป

            ร่องรอยของสยาม มีปรากฏอยู่หลายแห่ง เช่น มีจารึกจามที่วิหารโปนาการ์ ลงศักราชตรงกับ พ.ศ. ๑๕๙๓ ในสมัยกษัตริย์จามปา พระนามพระเจ้าชัยปรเมศวรวรมะเทวะ กล่าวถึงกษัตริย์องค์นี้บูระพระรูปปฏิมาเจ้าแม่ภควดีที่เทวสถานนั้น และอุทิศทาสถวายไว้รับใช้พระจำนวน ๕๕ คน ในจำนวนนี้มีทาส ชาวจามพม่า จีน พุกาม และชาว
สยาม ข้อความนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือ อาณาจักรจามปา ของนายมาสเปโร (Gorges Maspero. Le Royaum de ChamPa, 1914, p185. นายมาสเปโร มิได้ให้รูปคำสยามในจารึกว่า เขียนเป็นอักษรจามอย่างไร หากแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสเลยทีเดียวว่า Siamois ซึ่งหมายถึงคนไทยในเมืองไทยเดี๋ยวนี้

          มีจารึกอีกหลักหนึ่ง คือจารึกปราสาทหินพิมาย พ.ศ. ๑๖๕๑ จังหวัดนครราชสีมา เป็นจารึกก่อนปราสาทนครวัด ในจารึกที่พิมายระบุชื่อข้าพระไว้จำนวนหนึ่ง ในบรรดาชื่อเหล่านั้น มีอยู่คนหนึ่งเป็นหญิง ชื่อ กน สยำ ชื่อนี้ต้องอ่านว่า กัน เสียม หรือ กันเซียม ชาวสยามเหมือนกัน

          ต่อมาจึงปรากฏภาพสลักนูนต่ำทีปราสาทนครวัด พ.ศ. ๑๖๕๕ สลักว่า “เนะ สยำ กุก” คู่กับนักรบชาวละโว้ มีอักษรจารึกไว้ชัดเจนว่า “พลละโว้”
          การปรากฏชื่อ ปรากฏภาพ ในภาพสลักนูนต่ำกำแพงประวัติศาสตร์นครวัด การปรากฏชื่อจารึกพระเจ้าภววรมันที่ ๒ พ.ศ. ๑๑๘๒ จึงไม่อาจโต้แย้งได้ว่ามีชาวสยามเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ พ.ศ. ๑๑๘๒ จารึกจามปา พ.ศ. ๑๕๙๓ จารึกปราสาทหินพิมาย พ.ศ. ๑๖๕๑ และปรากฏภาพสลักนูนต่ำชาวสยามที่ปราสาทนครวัด พ.ศ. ๑๖๕๕ จึงขัดแย้งกับทฤษฎีฝรั่งที่ว่า ชาติไทยเพิ่งอพยพหลบหนีจากการโจมตีของกุบไลข่าน มาตั้งอาณาจักรสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ ย้ายมาตั้งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. ๑๘๙๓

          เมื่อโจวต้ากวนร่วมเดินทางกับคณะราชทูตของราชวงศ์หยวนไปประเทศกัมพูชา เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ ตามหนังสือจูฟานจื้อ บันทึกว่าดินแดนนี้กว้างเจ็ดพันลี้ (๑ ลี้ เท่ากับ ๕๕๕.๕๕ เมตร ทางทิสเหนือของประเทศนี้ใช้เวลาเดินทาง ๑๕ วัน ถึงจ้านเฉิง (จามปา) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ใช้เวลาเดินทางครึ่งเดือน ถึงเสียมหลอ ทิศใต้ใช้เวลาเดินทาง ๑๐ วัน ถึงพานหยู ทิศตะวันออกเป็นมหาสมุทร
          ช่วงเวลาที่โจวต้ากวนเดินทางมานครธม อาณาจักรสุโขทัยได้ก่อตั้งขึ้นแล้วเมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ แต่โจวต้ากวนหาได้บันทึกถึงประเทศสยามหมายถึงกรุงสุโขทัยไม่ โจวต้ากวนกลับบันทึกว่า ประเทศสยาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา นั่นก็คือ สยามศรีวิชัย หรือสยาม ชวกะ จะให้เข้าใจว่าโจวต้ากวนไม่รู้จักเสียมหลอก๊ก ก็ยากอยู่ เพราะบันทึกโจวต้ากวนมีอีกว่า “เมื่อเร็ว ๆ นี้ (เจนละ) ได้ทำการรบพุ่งกับชาวเสียม หมู่บ้านเหล่านั้นจึงกลายเป็นที่โล่งเสียสิ้น” ยิ่งกว่านั้น ยังรู้จักจนกระทั่งผู้หญิงเสียมนั้น ถนัดเย็บชุนผ้า ชาวพื้นเมือง (เจนละ) ทำผ้าขาดต้องไปจ้างชาวเสียมให้ช่วยปะชุนให้
          ภาพสลักนูนต่ำกองทัพสยำกุก กับกองทัพพลละโว้ ที่ระเบียงประวัติศาสตร์นครวัด นับเป็นจารึกเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า ประเทศเสียม (สยาม) ยกกองทัพมาช่วยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ร่วมกับกองทัพละโว้ ไปรบกับประเทศจามปา

ประเทศเสียม (สยาม) มีความสัมพันธ์กับรัฐละโว้อย่างไร?

ต้องย้อนไปพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๑๔๔๖ พระเจ้าชีวกะราช จากศิริธรรมนคร (กรุงตามพรลิงค์) อ้างสิทธิว่า พระราชมารดาของพระองค์เป็นพระราชธิดากษัตริย์ละโว้ พระองค์จึงมีสิทธิในราชบัลลังก์ละโว้ ในขณะที่กองทัพของพระเจ้าตราพกแห่งหริภุญชัยกำลังทำสงครามกับกษัตริย์ละโว้ พระเจ้าชีวกะราชแห่งศิริธรรมนคร จึงยกกองทัพทั้งทางบก ทางเรือ จู่โจมเข้าทำสงครามกับทั้ง ๒ กองทัพซึ่งกำลังอ่อนแรงในการสู้รบ พระเข้าชีวกจึงมีชัยชนะ เข้าครองราชย์บัลลังก์นครละโว้ ต่อมาพระองค์ทรงกระทำราชาภิเษกเจ้าชายบูรพโกศลกัมโพชราช หรือเจ้าชายกัมโพช ทรงเป็นกษัตริย์ละโว้
          ในสมัยเดียวกันที่กรุงยโศธรปุระ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๔ จากราชวงศ์เขมรนับถือพระศิวะ ทรงกวาดล้างราชวงศ์ไศเลนทร์ เจ้าชายและเจ้าหญิงขอมต่างก็หนีราชภัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๔ เพื่อเอาชีวิตรอด มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งเป็นราชธิดาของพระเจ้าอินทรวรมันที่ ๑ หลบหนีลี้ภัยไปหาพระเชษฐาชื่อพระร่วง-ละโว้ ที่นครละโว้ ต่อมาพระนางอภิเษกกับเจ้าชายเชื้อสายพระเจ้าชีวก มีพระราชบุตรอันยิ่งใหญ่ ในตำนานพระแก้วมรกต คือพระเจ้าอาทิตย์ราช หรือพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑

คำว่า เสียม หรือ สยาม มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?

มีจดหมายเหตุจีนบันทึกไว้ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๑ พระเจ้ากรุงธนบุรีหรือพระเจ้าตากสิน ซึ่งมีเชื้อสายชาวจีน ทรงกอบกู้บ้านเมืองมีชัยชนะต่อพม่าแล้ว พระองค์ทรงส่งราชทูตไปถวายเครื่องราชบรรณาการและพระราชสาส์นแด่พระจักรพรรดิ เฉิน หลง พระองค์รับส่งให้เจ้ากรมพิธีการทูต ตรวจสอบเรื่องราวของประเทศสยาม เจ้ากรมพิธีการทูตรายงานว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้ตรวจดูเรื่อง เสียม หลัว กั่ว หรือเสียมหลอก๊กแล้ว เห็นมีต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งราชวงศ์สุย ราชวงศ์ถัง สมัยโน้นเรียกว่า ประเทศ ซื่อ-ถู-กั่ว (หรือ เซี้ยะโทว้ หรือ เฉตู) ด้วยครั้งพระเจ้าสุยทางเต้ พระเจ้าสุยเอียงเต้ ขึ้นครองราชย์สมบัติ ปีอิดทิ้ว ขุนนางสุนถังจู้ ชื่อเสียงจุ่น ได้จดความไว้ว่า ซื่อ-ถั่ว-กั่ว-อ๋อง นับถือศาสนาพุทธ คาดคะเนว่า พระเจ้าแผ่นดินแซ่เดียวกับพระพุทธเจ้า ชาวเสียม-หลั่ว-กั่ว เป็นชนชาติเดียวกับชาวฮูหลำ (อาณาจักรฟูนัน) ประเทศนี้ตั้งอยู่ริมทะเลทางทิศใต้”
          ราชวงศ์สุย หรือซุย มีอายุอยู่ระหว่าง พ.ศ. ๑๑๒๔-๑๑๖๑ ราชวงศ์ถังมีอายุระหว่าง พ.ศ. ๑๑๖๑-๕๐

          บ้านเมืองทางแหลมมลายู หรือปลายแหลมทองในสมัยเดียวกันนั้น มีอยู่หลายเมือง เช่น เซี๊ยะโท้ว พานพาน ลังกาสุกะ กันโทลิ ประเทศตันซุน หรือเตียนสุน กิมหลิน (อู่ทอง) เป็นประเทศอยู่ในยุคสมัยเดียวกันกับอาณาจักรฟูนัน ดังนั้น เมื่อพระเจ้ามเหนทรวรมัน หรือจิตรเสน กวาดล้างราชวงศ์ไศเลนทร์ ที่อาณาจักรฟูนัน แตกสลาย ราชวงศ์ไศเลนทร์หนีลงใต้ ราชวงศ์ไศเลนทร์สายหนึ่งไปตั้งดินแดนที่ริมทะเลสาบเขมร ต่อมาจีนเรียกว่าเจนละน้ำ อีกสายหนึ่งได้อพยพลงไปหาถิ่นเดิมที่ดินแดนรอบอ่าวบ้านดอน ดินแดนของพระเจ้าโกณฑัญญะ พำนักอยู่ก่อนได้รับการอัญเชิญให้ไปครองอาณาจักรฟูนัน ประเทศเซี๊ยะโท้ว เป็นประเทศอิสระ มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านการปกครอง การเศรษฐกิจ ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ราชอำนาจของพระเจ้ามเหนทรวรมัน จนกระทั่งพระเจ้าสุยเอียงเต้ต้องส่งราชทูต นำพระราชสาส์นของพระจักรพรรดิมาเจริญสัมพันธไมตรีด้วย
          นครเซี้ยะโท้ว เรียกว่า นครดินแดง เพราะบันทึกจีนมีว่าเมืองนี้มีดินเป็นสีแดง จึงเรียกว่านครดินแดง ภาษาสันสกฤตเรียกว่า “แคว้นรักตมฤตติกา” มีจารึกแผ่นอิฐพบที่นครไทรบุรี หรือรัฐเคดะห์ ประเทศมาเลเซีย มีข้อความว่า
          “
มหานาวิกะนามพุทธคุปต์ ผู้มีภูมิลำเนาอยู่ที่ภูมิรักตมฤตติกา ขอให้การเดินทางประสบความสำเร็จ”

นครเซี๊ยะโท้ว หรือแคว้นตมฤติกา อยู่ที่ไหน?

จากเส้นทางการเดินทางของราชทูตเสียงจุ่น บันทึกไว้ว่า “เรืออกจากท่าน่ำไฮ้ (ในกวางตุ้ง) เดือนที่ ๑๐ ของปี พ.ศ. ๑๑๕๐ เดินทางระหว่างลมดีมา ๒๐ วัน ๒๐ คืน ถึงภูเขาเจียวเจี๊ยะ ผ่านเลยไปทางตะวันออกเฉียงใต้ หยุดทอดสมอที่เกาะเล่งเจียปัวะป๊อกโตจิว (เกาะลิงคบรรพต) ซึ่งทางซีกตะวันตกอยู่ทางแคว้นจามปา จากนั้นผ่านไปตามเกาะอีก ๒-๓ วันต่อมา แลเห็นทิวเขาของแคว้นหลั่งยะสิ่ว อยู่ทางทิศตะวันตก (ทิวเขาสามร้อยยอด) จากนั้นแล่นลงไปทางใต้ ผ่านเกาะเลยลั่งเต้า (เกาะรังไก่ รังนก อยู่หน้าตำบลปะทิว จังหวัดชุมพร) แล้วก็ถึงอาณาเขตแคว้นเซี๊ยะโท้ว เรือของคณะทูต ต้องถูกลากโยงไปอีกกว่า ๑ เดือน จึงไปถึงนครหลวง”
          จดหมายเหตุราชวงศ์เช็ง บันทึกไว้อีกว่า
          
“เสียมหลอก๊ก มีภูเขาใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตกฉียงหัวนอนหรือเฉียงใต้ แม่น้ำในเสียมหลอก๊กออกจากภูเขา ฝายทิศหัวนอนหรือทิศใต้ไหลลงทะเล”
          ข้อความนี้เป็นหลักฐานทางภูมิศาสตร์ ภูเขาและแม่น้ำเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ยากที่มนุษย์จะโยกย้าย เปลี่ยนแปลงทิศทางที่อยู่ของมันได้ ยังคงดำรงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง การที่เรือของราชทูตเสียงจุ่นต้องถูกลากโยงผ่านเข้าไปในกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากของแม่น้ำหลวง หรือแม่น้ำตาปีซึ่งเป็นฤดูน้ำหลากพอดี เพราะราชทูตเสียงจุ่นมาในเดือน ๑๒ น้ำไหลนองตลิ่ง แม่น้ำหลวงไหลออกจากภูเขาหลวงฝ่ายทิศใต้ ไหลย้อนไปออกทะเลทางทิศเหนือ ตามบันทึกของราชทูตเสียงจุ่น ดังนั้นเรือราชทูตเสียงจุ่นต้องถูกลากโยงผ่านทวนกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก เข้าทางปากพานคูหา อันเป็นช่องทางผ่านเข้าไปสู่เมืองพานพาน หรือเมืองเวียงสระเก่า อันตั้งอยู่เหนือแม่น้ำหลวงขึ้นไป ผ่านเขาศรีวิชัยซึ่งมีพระนารายณ์ศิลาสวมหมวกแขกประทับอยู่ ผ่านเนินเขาท่าข้ามที่มีปราสาทประดิษฐานด้วยพระพุทธรูป แล้วแยกไปสู่เมืองพานพาน ซึ่งมีทั้งพระนารายณ์ เวียงสระ พระอิศวรอยู่ในพระวิหาร จากนั้นราชทูตเสียงจุ่นได้เดินทางไปสู่นครเซี้ยะโท้ว และนครหลวงของเซี้ยะโท้ว ต่อไป
          นครเซี้ยะโท้ว นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี ยอมรับกันว่า คือ เมืองตมะลี ต่อมาเรียกว่าตามพรลิงค์ บันทึกจีนเรียกว่า ตานเหมยหลิว ภิกษุอี้จิงเรียกว่าโพลิง ต่อมาเรียกว่าโฮลิง จนกระทั่งถึงนครศรีธรรมราช
          นครเซี้ยะโท้ว นับว่าเป็นประเทศทั้งสิบแห่งทะเลใต้ ที่ภิกษุอี้จิงบันทึกไว้ ประเทศเหล่านี้เป็นอิสระต่อกัน แต่จะเลือกกษัตริย์จากประเทสใดประเทศหนึ่งให้เป็นประมุขและสถาปนาเป็นนครหลวง ต่อมานครหลวงประเทศทั้งสิบแห่งทะเลใต้ ย้ายจากนครเซี้ยะโท้วมาตั้งอยู่ที่นครไชยา เมื่อ พ.ศ. ๑๒๑๓ โดยพระเจ้าโหมิโต แห่งเช ลิ โฟชิ ทรงส่งราชทูตไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่จักรพรรดิจีน ให้ยอมรับว่า นครเช ลิ โฟชิ เป็นนครหลวงของศรีวิชัยแล้ว

          พ.ศ.  ๑๓๑๘ พระเจ้าวิษณุ ประมุขของราชวงศ์ไศเลนทร์ปกครองนครหลวงศรีวิชัย ทรงสร้างปราสาท ๓ หลัง เพื่อประดิษฐานพระผู้ผจญมาร ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ปัทมปาณีและประดิษฐานพระโพธิสัตว์วัชรปาณี นั่นก็คือ เจดีย์วัดเวียง วัดหลง และเจดีย์วัดแก้ว ที่นครไชยา
          พ.ศ. ๑๓๒๓ พระเจ้าวิษณุ ประมุขของราชวงศ์ไศเลนทร์ เสด็จชวากลางเพื่อไปสร้างแบบแปลนและฐานรากของเจดีย์บรมพุทโธ ที่ชวากลาง เจดีย์นี้เริ่มสร้างตั้งแต่พระเจ้าวิษณุ มาแล้วเสร็จบริบูรณ์รัชกาลพระเจ้าสมรตุงคะ พ.ศ. ๑๓๖๐ เป็นปราสาทหินศิลปะชั้นเยี่ยมของราชวงศ์ไศเลนทร์ที่ฝากไว้ให้เป็นมรดกโลกทางศิลปะ
          พ.ศ. ๑๔๔๖ พระเจ้าชีวกะจากศิริธรรมนคร ยกกองทัพไปโจมตีละโว้ มีชัยชนะในสงคราม เข้าครอบครองละโว้พ.ศ. ๑๔๔๗ ประกาศย้ายราชธานีศรีวิชัยมาอยู่ที่นครศรีธรรมราช จีนเรียกชื่อใหม่ว่า นครซัน โฟชิ
          พ.ศ. ๑๕๐๓ กษัตริย์ซัน โฟชิ องค์หนึ่งมีพระนามตามสำเนียงจีนว่ ชิลิหุตะลิเชียลิตัน แต่งราชทูตนำเครื่องราชบรรณาการไปถวายจักรพรรดิจีน
          พ.ศ. ๑๕๐๔ มีกษัตริย์องค์ใหม่พระนามเช ลิ วูเย ส่งราชทูตไปถวายเครื่องราชบรรณาการจักรพรรดิจีน เพื่อรับรองความเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ ราชทูตรายงานว่า แคว้นซัน โฟชิของพวกเขา มีชื่อเรียกกันว่าประเทศเสียนหลิว
          ประเทศเสียนหลิว ก็คือเสียมหลอ หรือเสี้ยนหลอ เป็นชื่อที่จดหมายเหตุจีนใช้เรียกประเทศสยามหรือประเทศไทย ในปัจจุบันนี้แสดงให้เห็นว่า ชนชาติสยามได้มาตั้งบ้าน ชุมชนเมือง บริเวณคาบสมุทรภาคใต้ ประเทศไทยหรือปลายแหลมทอง มาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๑ สร้างศิลปวัฒนธรรม นับถือพุทธศาสนา สร้างศิลปะแบบทวารวดีและศรีวิชัยไว้ในคาบสมุทรภาคใต้ ต่อมาได้แผ่ขยายอำนาจมาเสริมสร้างศิลปวัฒนธรรมมาถึงหลอฮก หรือละโว้ จดหมายเหตุจีนจึงเรียกว่าประเทศเสียมโลฮกก๊ก เรียกให้สั้นเข้าเป็นเสียมโลก๊ก

          เรื่องพรรณนาว่าด้วยกรุงสยามซึ่งขุนนางจีน ๖๖ นายเป็นเจ้าพนักงานเรียบเรียงในสมัยราชวงศ์เช็ง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๐ จีนอักษรได้แปลขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ (ในประชุมพงศาวดารภาคที่ ๕) อธิบายว่า
          
“เสียมหลอก๊กอยู่ฝ่ายทิศตะวันออกเมืองก้วงหลำเฉียงหัวนอน (เฉียงใต้) ของเมืองกั้งพู้จ้าย (กัมพูชา) ครั้งโบราณมี ๒ ก๊ก เสี้ยม (สยาม หรือสุโขทัย) ก๊กหนึ่ง หลอฮก (ละโว้) ก๊กหนึ่ง...”
          ความสำคัญที่จะสังเกตตรงนี้คือเสี้ยมหลอก๊กอยู่เฉียงหัวนอน (เฉียงใต้) ของเมืองกัมพูชา ถือตามตัวหนังสือจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ ข้อความไม่ชัด ถ้าถือตามภูมิศาสตร์ ควรเป็นทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะถ้าเป็นทิศตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นประเทศเวียดนามใต้ ซึ่งแต่ก่อนเรียกว่าเสียมเรียบ เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของกัมพูชา
          ถ้าถือตามการแปลของพระเจนอักษร เสียม หมายถึงสุโขทัย หลอฮกซึ่งอยู่ใต้สุโขทัยลงมา คือละโว้ หรือหลอฮก

          ข้อสำคัญของเนื้อความตรงนี้ คือเมื่อรวมเขตสุโขทัยกับละโว้เป็นอาณาจักรเดียวกัน เรียกว่าเสียมหลอก๊ก คือตามทิศทางก็อยู่ฝ่ายตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา ไม่ใช่อยู่ทางเฉียงใต้ของกัมพูชา อย่างข้อมูลในจดหมายเหตุจีน การแปลของพระเจนอักษรจึงเป็นการแปลที่สอดคล้องกับทฤษฎีของฝรั่งที่ว่า พวกสยามเพิ่งมาตั้งอาณาจักรสุโขทัยเมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ ต่อมาโจวต้ากวน ซึ่งเดินทางไปนครธมเมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ ได้เขียนหนังสือว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจนละ แปลโดยเฉลิม ยงบุญเกิด มีข้อความสอดคล้องกับจดหมายเหตุจีน สมัยราชวงศ์เช็งว่า “ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ใช้เวลาเดินทางครึ่งเดือนถึงเสียมหลอ”
          เสียมหลอ ในจดหมายเหตุจีนและบันทึกของโจ ต้ากวน จึงหมายถึง เสียม-ศรีวิชัย หรือเสียม-ชวกะ ที่อยู่ในคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย

          ในตำราประวัติศาสตร์ไทยที่เล่าเรียนกันอยู่ทุกวันนี้ ให้ความรู้ว่า ในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี มีพระยารามราช (รามคำแหง) เป็นมหากษัตริย์ เคยติดต่อเป็นไมตรีกับกษัตริย์ราชวงศ์หงวน ถึงกับกล่าวใน พ.ศ. ๑๘๓๙ ขณะกรุงสุโขทัยทำการรบพุ่งกับชาวมาลี้อี้เอ้อก๊กนั้น มีการแปลจดหมายเหตุจีนว่า เสียนสุโขทัยกำลังทำสงครามรบพุ่งกับชาวมลายู กษัตริย์จีนราชวงศ์หงวนทรงต่งทูตมาห้ามปรามให้ประนีประนอมปรองดองกันเสีย แต่ไฉน? ในปี พ.ศ. ๑๘๓๙ นั้นเอง โจวต้ากวนกลับบันทึกว่า เสี้ยมหลอก๊ก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ซึ่งเมื่อจับทิศทางแล้ว จะเป็นแผ่นดินปลายแหลมทอง คือแคว้นชวกะ หรือศรีวิชัย ในขณะนั้นนครหลวงอยู่ที่นครศรีธรรมราช กำลังทำการรบพุ่งกับพวกชาวมลายู หรือพวกโมโลยู้ ในบันทึกของภิกษุอี้จิงตามประวัติศาสตร์แล้ว ในสมัยสุโขทัย นครศรีธรรมราชยังเป็นรัฐอิสระอยู่ เพิ่งมาอยู่เป็นรัฐรวมศูนย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
Posted by : Tambralinga
เวลา : 19:44
จำนวนผู้อ่าน : 3648 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://blog.eduzones.com/tambralinga/4786
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (0)  respond แสดงความคิดเห็น
 

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ รู้จักรัฐฉาน รู้จักไทยใหญ่
+ ต้นสกุล ณ : นามสกุลพระราชทาน สำหรับเชื้อสายกษัตริย์แคว้นโบราณต่างๆ เจ้าผู้ครองนคร เจ้านาย ขุนนาง ข้าราชการหัวเมืองต่างๆ
+ โบราณสถานมีกี่ประเภท
+ คลองผดุงกรุงเกษม - สะพานมัฆวานรังสรรค์
+ อารยธรรมของอินเดียสู่สุวรรณภูมิ
+ ตามพรลิงค์ อาณาจักรที่ถูกลืม
+ พังพระกาฬในตำนานกรุงศรีธรรมโศกราช
+ ประวัติศาสตร์ทิเบต - ดินแดนแห่งพระพุทธธรรมหลังคาโลก
+ ร่องรอยสยาม จากหลักฐานชิ้นเอก
+ เวียงกุมกาม : ราชธานีแรกเริ่มของล้านนา
+ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์สยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
+ คนไทยเป็นใคร มาจากไหน ในแผนที่ประวัติศาสตร์ (สยาม) ประเทศไทย (รายงานการเสวนา)
+ พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญไชย
+ :: กรุงศรีธรรมโศกถูกสาปจริงหรือ?
+ สาธารณรัฐโคโซโว : ประเทศน้องใหม่ล่าสุด
+ ประวัติศาสตร์อาณาจักรลังกาสุกะ (นครปัตตานี)
+ “ ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ประวัติศาสตร์ในสายหมอก “
+ ประวัติความเป็นมาของเกาะสมุย
+ ประวัติพระนางเลือดขาวแม่เจ้าอยู่หัว พระอัครมเหสีแห่งพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 5
+ รัฐฉาน ประเทศที่สูญเสียอิสรภาพ
+ ต้นกำเนิดตามพรลิงค์
+ ยุคสมัยทางโบราณคดี
+ ประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช : มหานครโบราณ : สมัยประวัติศาสตร์
+ ต้นสกุล ณ : นามสกุลพระราชทาน
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo
นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , ฟังเพลง , สงกรานต์ , ภาวะโลกร้อน , ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก , olympic , สอบตรง , รับตรง , วันแม่ , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission , ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย , ศึกษาต่อต่างประเทศ
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์ , สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัย , เรียนต่อ
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง , แนะแนว
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา , wallpaper , wallpaper น่ารัก
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005