<< กลับหน้าแรก | ตั้งกระทู้ใหม่
 

ทุนแพทยศาสตร์พระมงกุฏสมัครรับตรงทางเน็ต


แพทยศาสตร์พระมงกุฏรับตรงทางเน็ต

คัดมอบทุนพร้อมสิทธิการเป็นนายทหาร 100 นาย วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฏเกล้า รับสมัครผู้ที่จบม.6สายวิทยาศาสตร์ สนใจเป็นแพทย์รับการคัดเลือกพร้อมรับทุน ประจำปีการศึกษา 2549 ซึ่งได้เคยเสนอข่าวไปเมื่อฉบับที่แล้ว บัดนี้มีความคืบหน้าจำนวนที่เป็นรับจากเดิม 70 คนเพิ่มจำนวนเปิดรับรวม 100 ทุน(คน) ทั้งนี้รับสมัครผ่านทางระบบอินเตอร์เท่านั้น คือนับจากวันนี้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2549 ดังรายละเอียดต่อไปนี้วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า  เป็นสถาบันสมทบมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ตั้ง 315 ถนนราชวิถี เขตราชเทวี  กรุงเทพมหานคร  10400 (ตรงข้ามโรงเรียนสอนคนตาบอด)

หลักสูตรที่เปิดรับนักศึกษา

ปีการศึกษา 2549 จำนวน 1 หลักสูตรคือ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ความเป็นมาของวิทยาลัยฯ    มีวัตถุประสงค์จากการอนุรักษ์กำลังรบถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญของ แพทย์ทหารเพื่อให้กำลังพลและครอบครัว มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญนี้ จึงอนุมัติจัดตั้งโรงเรียนเสนารักษ์กองทัพบกขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2482 หลักสูตรแพทย์ประกาศนียบัตร ระยะเวลาศึกษา 4 ปี 6 เดือน ผลิตแพทย์รับใช้กองทัพจนถึงปี 2490 รวมทั้งหมด 4 รุ่น แล้วหยุดไป เนื่องจากขาดแคลนอาจารย์แพทย์และอุปกรณ์การสอน แต่เนื่องจากกระทรวงกลาโหม ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพกำลังพลในกองทัพ จึงได้หาแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ เช่น การรับแพทย์ปริญญาที่จบจากมหาวิทยาลัยเข้ารับราชการในกองทัพ การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนเตรียมทหารที่เรียนดี เพื่อเลือกศึกษาแพทย์ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในห้วงปีการศึกษา 2511 ถึงปีการศึกษา 2516 จึงยุติไป

เนื่องจากกระแสต่อต้านที่รุนแรงจากหลายฝ่าย แนวคิดในการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์ทหาร จึงเริ่มจากมีความขาดแคลนแพทย์อย่างมากในกองทัพ กรมแพทย์ทหารบกจึงได้เสนอเรื่องขอจัดตั้ง โรงเรียนแพทย์ทหารขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2511 และได้รับอนุมัติหลักการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม

พ.ศ.2513 แต่การสอนขั้นเตรียมแพทย์ไม่สามารถขอรับการสนับสนุนจากม.มหิดลได้ จึงชะลอการจัดตั้งไว้ก่อน อันเนื่องจากกระแสพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่นิสิตแพทย์ ณ หอประชุมราชแพทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2516 จึงได้เริ่มโครงการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์ทหารขึ้นมาใหม่ สภาการศึกษาวิชาทหารได้ให้ความเห็นชอบ ในการจัดตั้งวิทยาลัยแพทย์ทหารเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2516 ต่อมากรมแพทย์ทหารบกขออนุมัติเปลี่ยนชื่อเป็น "วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า" โดยได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มาเป็นชื่อของวิทยาลัย เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2517 ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2517 กองบัญชาการทหารสูงสุดและผู้แทนสามเหล่าทัพ ได้อนุมัติให้ วพม. เป็นหน่วยในความรับผิดชอบของกองทัพบก โดยให้กรมแพทย์ทหารบก รับผิดชอบโครงการรับนักเรียนแพทย์ทหารปีละ 32 นาย ในโครงการจัดตั้ง 10 รุ่น (รุ่นที่ 1 จบปีการศึกษา 2524 ถึงรุ่นที่ 10 จบปีการศึกษา 2534)

การจัดการเรียนการสอนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเรียนการสอนชั้นเตรียมแพทย์ ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์

พ.ศ.2518) การเรียนการสอนระดับ ปรีคลินิก ดำเนินการ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบัน บริเวณวังอัศวินเดิม บนเนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา (เดิมการเรียนการสอนใช้สถานที่สถาบันพยาธิวิทยา กรมแพทย์ทหารบก) และการสอนระดับ คลินิก ใช้สถานที่ของ รพ.รร.6 เข้าสมทบกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อประสาทปริญญา แพทย-ศาสตร์บัณฑิต เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2518 ด้วยความพร้อมดังกล่าว วิทยาลัยแพทยศาสตร์จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อกระทรวงกลาโหมมี คำสั่ง (เฉพาะ)ที่ 75/18 เรื่องการแก้อัตรากองทัพบก 2506 (ครั้งที่ 123) ลงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2518 ให้ วพม. เป็นหน่วยขึ้นตรงกรมแพทย์ทหารบก และเปิด ดำเนินการได้ ดังนั้นจึงถือเอาวันนี้เป็นวันสถาปนา วพม. โดยให้หน่วยงานต่างๆ ของ วพม. ซึ่งดำเนินการอยู่ที่ตึก ตรวจโรคย้ายเข้าตึกอำนวยการ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2524วพม.ได้เปิดดำเนินการเรียนการสอนตามหลักสูตรของทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งศึกษา 7 ปี (เตรียมแพทย์ 2 ปี ปรีคลินิก 2 ปี คลินิก 2 ปี และแพทย์ฝึกหัด 1 ปี) ตั้งแต่เริ่มเปิด วพม. เมื่อปี 2518 ถึงปี 2523 และเมื่อทบวงมหาวิทยาลัย เปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาแพทย์ศาสตร์เป็น 6 ปี (เตรียมแพทย์ 1 ปี ปรีคลินิก 2 ปี คลินิก 3 ปี) ตั้งแต่ปี 2524 จึงใช้หลักสูตรนี้มาจนถึงปัจจุบัน การเรียนเตรียมแพทย์ได้เรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาตลอด ยกเว้นในปีการศึกษา 2528 และ ปีการศึกษา 2529 เท่านั้นที่เรียนชั้นเตรียมแพทย์ที่โรงเรียนเตรียมทหาร ปัจจุบัน วพม.ได้ผลิตบัณฑิตแพทย์มาแล้ว 23 รุ่นได้จัดสรรให้เหล่าทัพต่าง ๆ กระจายไปตามหน่วยทหารทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือกำลังพล ครอบครัว และประชาชน ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งเป็นการบรรเทาการขาดแคลนแพทย์ในกองทัพ และในชนบทของประเทศ ได้เป็นอย่างดี

1.ประเภทและจำนวนรับนักศึกษา

1.1รับนักศึกษาในระบบตรง (Direct Admission) ร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ แห่งประเทศไทย จำนวน 100 คน

1.1.1ประเภททุนกองทัพบก (เฉพาะชาย) 20 คน

1.1.2ประเภททุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม 80 คน

2.คุณสมบัติทั่วไป ตามเกณฑ์ที่กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยกำหนด

2.1เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรอื่น ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการ

เทียบเท่า หรือกำลังศึกษาอยู่และคาดว่าจะจบการศึกษาก่อนเดือนเมษายน 2549 โดยมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) 3.0

2.2ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ในมหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐ (ยกเว้นได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันยื่นใบสมัคร)

2.3ไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษา ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในวิทยาลัย/สถาบันของรัฐ ในปีการศึกษา 2549 ตามโครงการพิเศษต่างๆที่แต่ละสถาบันดำเนินการคัดเลือกไปแล้ว ยกเว้นจะได้สละสิทธิ์การเข้าศึกษาก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2549

2.4ไม่มีปัญหาสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพแพทย์

2.5มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะรับราชการได้เมื่อจบการศึกษา

3.คุณสมบัติเฉพาะ กำหนดคุณสมบัติทั้งสองประเภทสำหรับนักเรียนชาย-นักเรียนหญิง ดังต่อไปนี้

3.1สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า

3.2อายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์นับถึงวันขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตเตรียมแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 1

3.3ต้องมีสัญชาติไทย และบิดามารดาผู้ให้กำเนิดสัญชาติไทยโดยกำเนิด (เกิดในประเทศไทย) แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร หรือนายทหารประทวนซึ่งมีสัญชาติไทย โดยกำเนิดแล้วมารดาจะมิใช่

เป็นผู้มีสัญชาติไทย โดยกำเนิดก็ได้ (ต้องมีเอกสารที่สามารถตรวจสอบได้)

3.4มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ลักษณะท่าทางเหมาะสมแก่การเป็นทหาร และไม่เป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เช่น ตาบอดสี โรคอ้วนพี เป็นต้น

3.5เป็นชายหรือหญิง ไม่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศนักเรียนชาย มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 48 กิโลกรัม ความขยายของหน้าอกเมื่อหายใจเข้าไม่ต่ำกว่า 78 เซนติเมตรและเมื่อหายใจออกไม่ต่ำกว่า 75 เซนติเมตร หญิงมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 40 กิโลกรัม

3.6เป็นชายหรือหญิงโสด ไม่เคยมีความประพฤติซึ่งพอจะถือว่าเป็นผู้มีภรรยา หรือสามี

3.7ไม่อยู่ระหว่างตกเป็นจำเลยในคดีอาญา หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาของศาลว่าด้วยการกระทำ

ความผิดในคดีอาญาเว้นแต่ความผิดในลักษณ์ลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

3.8ไม่เสพยาเสพติด หรือเสพสารเคมีเสพติดให้โทษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

3.9เป็นผู้มีความประพฤติดีไม่บกพร่องในศิลธรรม มีอุดมการณ์เลื่อมใสในระบอบปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

3.10ต้องมีผู้ปกครองและผู้รับรองซึ่งสามารถรับรองข้อความและพันธกรณี

หมายเหตุ หากปรากฎในภายหลังว่า ผู้สมัครขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง จะถูกตัดหรือเพิกถอนสิทธิ์ในการคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนแพทย์ทหาร วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า รวมทั้งเมื่อได้ผ่านการคัดเลือกแล้วก็ตาม จะต้องพ้นสภาพการเป็นนักเรียนแพทย์ทหารทันที และต้องเสียค่าปรับตามที่ทางราช

การกำหนด

4.หลักฐานเตรียมไว้ตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ

4.1บัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครฉบับจริง และรับรองสำเนาถูกต้อง

4.2ทะเบียนบ้านและสูติบัตรของผู้สมัครฉบับจริง และรับรองสำเนาถูกต้อง

4.3ทะเบียนบ้านของบิดาและมารดาของผู้สมัครฉบับจริง และรับรองสำเนาถูกต้อง

4.4บัตรประจำตัวข้าราชการทหารของบิดาฉบับจริง และรับรองสำเนาถูกต้อง (สำหรับผู้ที่มีบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวน และมารดามิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด)

4.5สำเนาสูติบัตรของบิดาหรือมารดาผู้ให้กำเนิด หรือหลักฐานหนังสือรับรองจากที่ว่าการเขต/อำเภอ ซึ่งรับรองว่า บิดา มารดา ของผู้สมัครเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทย (สำหรับผู้ที่มีปู่และ/หรือย่า ตาและ/หรือยาย ไม่ได้เกิดในประเทศไทย)

4.6ใบมรณบัตรของบิดาหรือมารดา หรือทั้งบิดาและมารดา

หมายเหตุ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักฐานคุณสมบัติเฉพาะให้สอบถามรายละเอียดได้ที่แผนกธุรการและกำลังพล โทร.0-2354-7759,0-2354-7600 ต่อ 93746

5.การรับสมัครและคัดเลือก

5.1สอบคัดเลือกระบบรับตรง Admission ร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.)

5.2กำหนดการรับสมัครและการสอบ

-รับสมัคร 15 กันยายน-15 ตุลาคม 2548

-สอบวิชาเฉพาะ วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2548

-การสอบ O-NET และ A-NET ตามประกาศของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ

-ประกาศผล ประมาณวันที่ 18 เมษายน 2549

สัมภาษณ์/ตรวจร่างกาย 19-25 เมษายน 2549

ประกาศผลขั้นสุดท้าย ภายใน 30 เมษายน 2549

5.3ขั้นตอนการรับสมัคร

5.3.1ตรวจสอบรายละเอียดคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะที่ www.pcm.ac.th

(ต้องแน่ใจว่าคุณสมบัติถูกต้อง จึงกรอกใบสมัครเลือกวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า)

5.3.2ส่งสำเนาหลักฐานคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการตรวจสอบถึง วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎ

เกล้า 315 ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 (ภายใน 15 ธันวาคม 2548)

5.3.3การเลือกประเภททุนกองทัพบกและ/หรือทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่มให้ยืนยันความประสงค์

ภายในวันรายงานตัวเข้าตรวจร่างกายตรวจสุขภาพจิตและสอบสัมภาษณ์

5.3.4สมัครทาง Internet โดยเข้าไปที่ website ของสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ คลิกผ่าน

"การรับสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย"” กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามแบบฟอร์มที่ กสพท.กำหนด และตรวจสอบความถูกต้อง (จะได้รับเลขที่อ้างอิง,เอกสารเพื่อนำไปชำระเงินที่ธนาคาร, ข้อมูลว่าท่านจะต้องส่งเอกสารอะไรมายังศูนย์รับสมัครสอบบ้าง)

5.3.5เข้าสอบวิชาเฉพาะตาม กสพท.กำหนด

-การสอบวิชาเฉพาะ 30% ทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ ได้แก่ความสามารถในการจับใจความคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เชื่อมโยง ความเป็นเหตุเป็นผล และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

6.การประกาศผล

6.1กสพท.ประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ ตรวจร่างกายของ วพม.จำนวน 100 คน

6.2รายงานตัวเข้ารับการตรวจร่างกายและสอบสัมภาษณ์ตามที่ วพม.กำหนด (โดยจะต้องรับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามเกณฑ์อายุ กำหนดเกณฑ์ผ่านคะแนนร้อยละ 50 คือ ด้วยท่าดันพื้น 32 ครั้ง, ลุกนั่ง 52 ครั้ง, วิ่ง 2 กม.ในเวลา 1 นาที ประกอบด้วยการทดสอบว่ายน้ำด้วยท่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องในระยะ 25 เมตรและมีคุณลักษณะที่มุ่งมั่นแสดงถึงความเป็นผู้นำให้เห็นอย่างเด่นชัด) เนื่องจากผู้เข้ารับการศึกษามีสภาพเป็นนักเรียนแพทย์ทหาร

6.3ประกาศผลสุดท้ายตามที่ วพม.กำหนด

7.ประเภททุนและจำนวนรับ

7.1ประเภททุนโครงการแพทย์เพิ่ม(ไม่จำกัดเพศ) รับ 80 คน

7.2ประเภททุนกองทัพบก(เฉพาะเพศชาย)รับ 20 นาย

8.สิทธิและหน้าที่ของทุนทั้ง 2 ประเภท

8.1ได้รับการแต่งตั้งเป็นนักเรียนแพทย์ทหารกระทรวงมหาดไทย เช่นเดียวกันโรงเรียนนายร้อย

พระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรืออากาศ ตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมง

กุฎเกล้า

8.2ได้รับสิทธิเบี้ยเลี้ยง เครื่องแต่งกาย สวัสดิการที่พักอาศัย และอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภคอื่น ๆ ตามมาตรฐานสากล

8.3ผู้ได้รับทุนกองทัพบกจะได้รับเงินเดือนและโอกาสดำรงตำแหน่งนักเรียนผู้บังคับบัญชา

8.4ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยตามกฎระเบียบและศึกษาวิชาการแพทย์ทหาร ตามที่หลักสูตรกำหนด

8.5ผู้ได้รับทุนกองทัพบกจะต้องมีความตั้งใจ มีความพร้อมที่จะเสียสละ มีการปฏิบัติตนเป็นผู้นำตลอดเวลาที่ศึกษา

8.6มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าบำรุงการศึกษาคนละ 24,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา

หมายเหตุ จะต้องรับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามเกณฑ์อายุ ด้วยการวิดพื้น 32 ครั้ง ลุกนั่ง 42 ครั้ง วิ่ง 2 กม. ในเวลา 11 นาที กำหนดเกณฑ์ผ่านร้อยละ 50 การทดสอบว่ายน้ำด้วยท่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องในระยะ 25 เมตร และมีคุณลักษณะที่แสดงถึงความมุ่งมั่น ความเป็นผู้นำอย่างเด่นชัด

สิทธิเมื่อสำเร็จการศึกษา

1. ได้รับพระราชทานปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล

2. มีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาให้รับราชการในกระทรวงกลาโหมตามความต้องการของทางราชการ

สนใจสอบถามได้ที่แผนกเตรียมการ โทร.0-2354-7826,0-2354-7600-28 ต่อ 93588,9374

โทรสาร 0-2354-7659 เวบไซต์ www.pcm.ac.th


ตั้งกระทู้โดย : เบ็น EZ-Team เมื่อ 2005-09-22 18:34:00 IP : 0.0.0.xxx ผู้ชม : 16643 ผู้ตอบ : 4
ตั้งกระทู้ใหม่   เก็บไว้ใน Favorites   พิมพ์   แจ้งลบ   ส่งบทความนี้ให้เพื่อน



ความคิดเห็นที่ 4

กลัวสอบไม่ได้จัง
ตอบโดย : หน่อย เมื่อ 2010-06-29 14:21:52 IP : 125.26.50.xxx

ความคิดเห็นที่ 3

หนูอยากเรียนมากเลย
ตอบโดย : หน่อย เมื่อ 2010-06-29 14:20:28 IP : 125.26.50.xxx

ความคิดเห็นที่ 2

ผมสูง160 หนัก42คับ พ่อผมอยากให้เป็นหมอ แต่ผมอยากเป็นทหาร ก็เลยจะเป็นทั้ง 2 อย่างน่านหละ
ตอบโดย : เอิ้กๆๆๆ เมื่อ 2008-05-22 09:20:38 IP : 61.19.119.xxx

ความคิดเห็นที่ 1

แพทย์ทหารหญิงจำกัดความสูงและน้ำหนักมั้ยค่ะ  ตอนนี้หนูกังวลมาก

หนูสูง 154  ซม. หนัก 42 กก.ค่ะ  จะผ่านเกณฑ์มั้ยคะ


ตอบโดย : ผู้ที่ตั้งใจจริง เมื่อ 2008-05-04 11:53:17 IP : 118.173.114.xxx

หน้า : 1
ตอบกระทู้
ข้อความ :
ใส่รูปแสดงอารมณ์ :
ชื่อผู้ตอบกระทู้ :
รหัสยืนยัน :
Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
E-mail :
  *กรุณา Login ก่อนโพส หากท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก
สมัครสมาชิกฟรี เพื่อใช้เว็บเต็ม 100% ที่นี่
 


ประเด็นร้อน

เรียนต่อ ขอทุน

ผู้สนับสนุน