
25 มิถุนายน 2551 
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการสัมมนาพยาบาลศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔ เรื่องการสร้างเอกภาพและธรรมาภิบาลในการจัดการศึกษาพยาบาล จัดโดยที่ประชุมคณบดีและหัวหน้าสถาบันการศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ของรัฐ ร่วมกับสภาการพยาบาล เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ
รมว.ศธ.กล่าวในพิธีเปิดว่า ในวิชาชีพพยาบาลมีการสัมมนาเช่นนี้เป็นประจำทุกปี ซึ่งแสดงถึงความเป็นปึกแผ่นและการดูแลพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา อาชีพพยาบาลถือว่าไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าอาชีพแพทย์หรืออาชีพอื่นๆ เพราะถือว่าทุกคนทุกอาชีพมีความสำคัญเท่าเทียมกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันไปคือ "หน้าที่" ซึ่งพยาบาลมีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อชีวิต ดูแลสุขภาพที่ดีแก่ประชาชน
"การเรียนการสอนพยาบาลไม่ควรเรียนกันเฉพาะวิชาเกี่ยวกับพยาบาลเท่านั้น แต่ควรจะได้เรียนด้านการเมือง การปกครองวิทยาศาสตร์ให้เท่าเทียมคนอื่น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเรียนเพื่อเอาดีทางด้านนั้น แต่ถ้าเรารู้เท่าเทียมผู้อื่นก็จะทำให้เรารู้เท่าทันผู้อื่นมากขึ้นด้วย"
แต่ขณะนี้ทราบว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนพยาบาล ซึ่งความจริงแล้ว อาชีพพยาบาลในขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ขาดแคลน ในส่วนของผู้ที่จบพยาบาลในสถาบันการศึกษาของไทย ยังมีผู้ที่เลือกไปทำงานในต่างประเทศหรือในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งถือว่าเป็นเสรีภาพของแต่ละบุคคล
ดังนั้น จึงเห็นว่าควรให้ความสนใจในการผลิตนักศึกษาพยาบาลเพิ่มขึ้น เพื่อให้มาดูแลชีวิตสุขภาพของประชาชน เพราะถ้าพยาบาลมีไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจะไม่ได้รับการพยาบาลอย่างทั่วถึง ซึ่งพยาบาลส่วนหนึ่งก็จะทำงานหนัก ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพของพยาบาล และส่งผลต่อคุณภาพการพัฒนาวิชาชีพของพยาบาลด้วย
ในอดีต รัฐบาลที่ผ่านมาเคยมีโครงการ ๑ อำเภอ ๑ แพทย์ ๒ พยาบาล เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์และพยาบาลในท้องถิ่น เพราะในท้องถิ่นชนบทยังคงมีความขาดแคลนแพทย์และพยาบาลอย่างมาก บางท่านจบแพทย์หรือพยาบาลไปทำงานในท้องถิ่นทุรกันดารไม่นาน ก็ต้องย้ายกลับภูมิลำเนาของตน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีโครงการดังกล่าว จะช่วยให้ผู้จบมัธยมศึกษาในท้องถิ่นชนบทนั้นๆ เข้าสู่วิชาชีพแพทย์หรือพยาบาลได้ทั่วถึง เมื่อจบแล้วกลับไปทำงานในท้องถิ่นใกล้บ้านได้
ดังนั้น รัฐบาลนี้จึงคิดจะฟื้นโครงการดังกล่าวขึ้นมาใหม่ แต่อาจจะเป็นชื่อโครงการอะไรก็ได้ เช่น พยาบาลรักถิ่น ซึ่งจะพยายามผลักดันให้ทุกฝ่ายช่วยกันทั้งฝ่ายการศึกษาและพยาบาล เพื่อวางแผนเรื่องงบประมาณ การคัดทุน คุณภาพการเรียนการสอน และหากสามารถดำเนินการได้ในปีนี้ ก็จะช่วยให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือด้านสุขภาพมากขึ้น รวมทั้งวิชาชีพพยาบาลก็ได้รับผลที่ดีขึ้นด้วย
รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า มีผู้ที่จบวิชาชีพพยาบาลไปทำงานในอาชีพอื่นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง รัฐมนตรี แอร์โฮสเตส จึงคิดว่าการเรียนการสอนพยาบาลไม่ควรเรียนกันเฉพาะวิชาเกี่ยวกับพยาบาลเท่านั้น แต่ควรจะได้เรียนด้านการเมือง การปกครอง วิทยาศาสตร์ให้เท่าเทียมคนอื่น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเรียนเพื่อเอาดีทางด้านนั้น แต่ถ้าเรารู้เท่าเทียมผู้อื่น ก็จะทำให้เรารู้เท่าทันผู้อื่นมากขึ้นด้วย
ในโอกาสนี้ รมว.ศธ.ยังแสดงความขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่ได้ให้เกียรติเชิญมาเป็นประธานเปิดการสัมมนาครั้งนี้ และเรียนต่อที่ประชุมว่า หากมีสิ่งใดทั้งเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องทางราชการ/การเมือง จะให้การสนับสนุน ผลักดัน พัฒนาศักยภาพวงการวิชาชีพพยาบาลให้มากขึ้น
รศ.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในฐานะประธานที่ประชุมคณบดีและหัวหน้าสถาบันการศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ของรัฐ ในนามผู้บริหารสถาบันการศึกษาพยาบาลและผู้เข้าร่วมสัมมนาทั่วประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสัมมนาครั้งที่ ๔ ในปีนี้เป็นเรื่องการสร้างเอกภาพและธรรมาภิบาลในการจัดการศึกษาพยาบาล โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาพยาบาลให้สอดคล้องกับนโยบายของการจัดการศึกษา และแผนพัฒนาการพยาบาลและผดุงครรภ์แห่งชาติฉบับที่ ๒ สอดคล้องกับแผนอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ ๒ และการปฏิรูประบบราชการและระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งสิ้น ๓๐๐ คน จัดการสัมมนาเป็นเวลา ๓ วัน.
อ.น้อง
พิเศษสุด....สำหรับผู้ที่สนใจ Pocket Book สาขาแห่งอนาคต เล่ม 2
สามารถสั่งจองได้แล้ว ที่นี่ EZ Shopping
เฉพาะ 100 คนแรกเท่านั้นที่สั่งจองวันนี้ รับทันที E-Magazine
เรื่อง การเลือกคณะ ฟรี 1 เล่ม ดูตัวอย่าง ได้ที่นี่ 108EZINE
หรือโทรศัพท์สั่งจองได้ที่ 0-2561-5455-7 ต่อ 16 มือถือ 08-4070-7010 รับหนังสือเดือน ก.ค.51
วิธีสั่งจองง่าย ๆ พิมพ์ชื่อ-สกุล พร้อมเบอรโทรและอีเมล์ ส่ง sms มาได้ที่ 084-0707010
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (1)
แสดงความคิดเห็น
วันที่ 14 สิงหาคม 2551 เวลา 11:46
โดย : นักเรียนพยาบาล
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 202.12.73.xxx