ระบบเสียงในภาษาไทย

ระบบเสียงในภาษาไทย

ระบบเสียงในภาษาไทย
        ระบบเสียงในภาษาไทย แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ เสียงสระ เสียงพยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์ เสียงสระ หรือเสียงแท้ คือเสียงที่เปล่งโดยให้ลมออกทางช่องปาก และไม่กระทบหรือถูกปิดกั้น จากอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง ในช่องปาก เสียงสระในภาษาไทยแบ่งออกเป็น
      1.1 สระแท้หรือสระเดี่ยว มี 18 เสียงดังนี้
ระดับลิ้น(ปลายลิ้น ) สระหน้า(กลางลิ้น) สระกลาง(โคนลิ้น) สระหลัง
ระดับสูงอิ อีอึ อือุ อู
กลางสูงเอะ เอเออะ เออโอะ โอ
กลางต่ำแอะ แอ- -เอาะ ออ
ต่ำ- -อะ อา- -
       1.2 สระเลื่อน หรือ สระประสม มี 3 เสียงดังนี้ สระเอีย (= อี + อา) สระ เอือ (= อือ + อา) และสระ อัว (= อู + อา) สระประสมเกิดจากการเลื่อนของลิ้น ในระดับสูง ลดลงสู่ระดับต่ำ ดังนั้นจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สระเลื่อน" ในบางตำรา จะเพิ่มสระเลื่อนเสียงสั้น มักเป็นคำเลียนเสียงธรรมชาติ หรือไม่ ก็เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอื่น เช่น ผัวะ ยัวะ เปรี๊ยะ เกี๊ยะ เจี๊ยะ
     1.3 สระเกิน คือสระที่มีเสียงพยัญชนะประสมอยู่ด้วย ไม่จัดว่าเป็นสระที่แท้จริง คือ ฤ(=ร+อึ) ฤา(=ร+อื) ฦ (=ล+อื) อำ (=อะ+ม) ไอ ใอ (=อะ+ย)
เอา (=อะ+ว)
ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเสียงสระ
     1. เสียงสระสั้น - ยาวของเสียงสระเดี่ยว
สามารถแยกความหมายของคำให้แตกต่างกัน เช่น มิด - มีด, เข็ด - เขต, อึด - อืด, อุด - อูฐ, หด - โหด
     2. ฤ ฤา ฦ ฦา อำ ไอ ใอ เอา ถือเป็นสระเกิน
คือสระที่มีเสียงพยัญชนะประสมอยู่ด้วย ดังนั้น สระเกินเหล่านี้ จึงไม่สามารถมีตัวสะกดได้อีก
     3. เมื่อประสมคำเข้ากันแล้ว รูปสระอาจจะลดรูปหรือเปลี่ยนรูปได้
เช่น
           • ลดรูปวิสรรชนีย์ (สระอะ) เช่น อนุชา พนักงาน ณ  ธ
           • เปลี่ยนรูปวิสรรชนีย์เป็นไม้ผัด (ไม้หันอากาศ) เมื่อมีตัวสะกด เช่น กัก กัด กัน และเป็นตัว ร หัน เช่น สรร สวรรค์
           • เปลี่ยนรูปสระออ ในบางคำ เช่น บ่ จรลี ทรกรรม พร กร (ส่วนมากเป็น ตัว ร สะกด)
           • เปลี่ยนรูปสระเอะ แอะ เป็นไม้ใต่คู้ เช่น เล็ก เก็ง แข็ง บางคำเพียงแต่ลดรูป เช่น เพชร เป็นต้น
           • ลดรูปสระโอะ เช่น คน กก กง กด กบ ลด นก จด ขด นนท์
           • เปลี่ยนรูปสระเอาะ โดยใช้ตัว อ กับไม้ใต่คู้แทน เช่น ล็อคเกต หรือเพียง แต่ลดรูป เช่น นอต เป็นต้น
           • เปลี่ยนรูปสระเออ เป็นรูปสระอิแทนรูป อ เช่น เกิน เริง เชิด เพลิง
           • ลดรูป อ ในสระเออ ในคำที่สะกดด้วยแม่เกย เช่น เกย เขย เคย (ปัจจุบัน ยังมีคำที่เขียนเต็มรูปอยู่บ้าง เช่น เทอม เทอญ เป็นต้น)
           • ลดรูปไม่ผัดในสระ อัว ในคำที่มีตัวสะกด เช่น ควง ขวด เพราะฉะนั้น เวลาพิจารณาเรื่องเสียงสระ ต้องไม่ลืมนึกถึงการลดรูป หรือเปลี่ยนรูปสระด้วย
           • เสียงสระบางเสียงใช้รูปสระแทนได้หลายรูป เช่น เสียง ไอ อาจเขียน ใน ไน นัย ทำให้ความหมายต่างกัน
           • เสียงสระบางเสียงใช้อักษรแทนได้หลายรูปเช่น เสียง อำ อาจเขียน ทำ ธรรม

ตำแหน่งของเสียงพยัญชนะ ปรากฏได้ใน 2 ตำแหน่ง คือ
     1. ตำแหน่งต้นคำ พยัญชนะทุกเสียงในภาษาไทยปรากฏในตำแหน่งต้นคำ โดยปรากฏเพียงตัวเดียวเช่น สวน อ่าง หู และปรากฏ 2 เสียง คือควบเสียง / ร /
/ ล // ว / เป็นเสียงควบกล้ำ เช่น กราด กลาด กวาด
     2. ตำแหน่งพยางค์ท้าย เสียงพยัญชนะที่ปรากฏในตำแหน่งพยางค์ท้าย 8 เสียง ได้แก่ / ป / - แม่กบ / ต / - แม่กด / ก / - แม่กก / ง / - แม่กง / น / - แม่กน / ม / - แม่กม / ย / - แม่เกย / ว / - แม่เกอว
      พยัญชนะไทยมีทั้งหมด 21 เสียง และแทนด้วยตัวอักษรถึง 44 รูป ในระบบเขียนจึงมักเกิดปัญหาว่า จะใช้อักษรตัวไหนเขียนแทนเสียงนั้น ๆ หากไม่รู้ความหมายเสียก่อน

พยัญชนะต้น
         • เสียง / ข / มีรูป ข ค ฆ เช่น ไข่ คน เฆี่ยน
         • เสียง / ช / มีรูป ฉ ช ฌ เช่น ฉาน ชาน ฌาน
         • เสียง / ถ / มีรูป ฐ ฒ ถ ท ธ (ฑ ในบางคำ) เช่น ฐาน เฒ่า ถุง ท่าน ธง มณโฑ
ตัวสะกด
มาตราแม่ กกใช้ ก ข ค ฆ สะกดได้ เช่น โกรก เลข อัคนี เมฆ
มาตราแม่ กงใช้ ง สะกด เช่น หมาง ยุง
มาตราแม่ กดใช้ จ ฎ ฏ ฐ ฒ ด ต ถ ท ธ ซ ส ศ ษ สะกดได้แก่ อัจฉรา บงกซ กฎ ปรากฏ
มาตราแม่ กนใช้ น ญ ณ ร ล ฬ สะกดได้แก่ กัน กัญญา ญาณ
มาตราแม่ กบใช้ บ ป พ ฟ ภ สะกดได้แก่ อบ บาป
มาตราแม่ กมใช้ ม สะกด เช่น กรรม
มาตราแม่ เกยใช้ ย สะกด เช่น ขวย รวย
มาตราแม่ เกอวใช้ ว สะกด เช่น วาว
รูปพยัญชนะที่ไม่ใช้เป็นตัวสะกดเลย คือ ฉ ฌ ผ ฝ อ ห ฮ

ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเสียงพยัญชนะ
     
1. เสียงพยัญชนะมี 21 เสียง แต่แทนด้วยรูปพยัญชนะ 44 รูป จึงมีปัญหาเกี่ยวกับการเขียน
      2. รูปพยัญชนะมีลักษณะผูกพันกับเสียงวรรณยุกต์ การที่เราจัดอักษรสูง กลาง ต่ำ แสดงว่า ตัวพยัญชนะของเรา เมื่อผสมสระแล้ว จะเกิดเสียงวรรณยุกต์ติดตามมา
      3. รูปพยัญชนะบางตัวไม่ออกเสียง
           • พยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตกำกับ เช่น สงฆ์ วงค์ จันทร์
           • พยัญชนะที่ตามหลังพยัญชนะสะกดบางคำ เช่น สมุทร พุทธ
           • ร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอักษรควบไม่แท้ เช่น ทรง ทราบ ทรวง เสด็จ
           • ร หรือ ห ที่นำหน้าพยัญชนะสะกดบางคำ เช่น ปรารถนา พรหม
           • ห หรือ อ ที่นำอักษรเดี่ยว เช่น หลาย หลาก อย่า อยู่
      4. ตัวอักษรเรียงกัน 2 ตัว บางครั้งออกเสียงควบ บางครั้งออกเสียง สระแทรก เช่น จมปลัก ปรักหักพัง
      5. ตัว "ว" ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง เช่น สระอัว เช่น กลัว รวย
           • พยัญชนะควบ เช่น ควาย ขวาด พยัญชนะต้น วูบ วาบ
           • อักษรนำ เช่น หวั่น ไหว พยัญชนะท้าย เช่น ราว ร้าว
      6. เสียงวรรณยุกต์ หรือเสียงดนตรี คือ เสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ ที่เปล่งออกมาพร้อมกับเปล่งเสียง สระเสียง ต่ำนี้ ทำให้ความหมายต่างกัน เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทย มี 5 เสียง คือ สามัญ เอก โท ตรี และจัตวา
ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเสียงวรรณยุกต์
       คำไทยบางคำออกเสียงวรรณยุกต์ไม่ตรงกับรูปวรรณยุกต์ หรือมีเสียงวรรณยุกต์แต่ไม่มีรูปวรรณยุกต์ มีหลักสังเกต คือ
       1. คำที่ออกเสียงไม่ตรงรูปวรรณยุกต์ คือ อักษรต่ำ คำเป็นและคำขยาย ถ้ามีรูปวรรณยุกต์ เอก 
           จะออกเสียงเป็นเสียงโท และถ้ามีรูปวรรณยุกต์ โท จะออกเสียงเป็นเสียงตรี
       2. คำที่ออกเสียงวรรณยุกต์ แต่ไม่มีรูปวรรณยุกต์ คือ คำที่เป็นพื้นเสียงของอักษรทั้ง 3 หมู่ ได้แก่
           • อักษรสูง คำเป็น พื้นเสียงจัตวา คำตายพื้นเสียง เอก
           • อักษรต่ำ คำเป็น พื้นเสียงสามัญ คำตายเสียงยาว พื้นเสียงโท

โดย gogo
วันที่ 1 มีนาคม 2551
พิมพ์หน้านี้