ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
Thai Educational Portal   |   ตั้ง eduzones.com เป็นหน้าแรก
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo
VIP Blog Blog Gallery Clip Webboard
Bloger Profile
photo อ.วิริยะ
อ.วิริยะ
อีเมล์ : wiriyah_r@hotmail.com
วันที่สร้าง : 13/05/2551
จำนวนเรื่อง : 22
จำนวนผู้ชม : 43647
จำนวนผู้โหวต : 32
คะแนนแฟนพันธ์แท้ : 16240
Calendar
<<  ตุลาคม 2008  >>
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

อ.วิริยะ

เรื่องราวน่าสนใจในวงการการศึกษา บทความและแนวคิดด้าน การศึกษา

respond10 กรกฎาคม 2551

สิทธิทางปัญญา ตัวชี้ให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองและความมั่งคั่งในประเทศ

เมื่อก่อนเราคงเคยได้ยินคำว่าปัญญาดั่งอาวุธ แต่มาถึงยุคนี้ ปัญญาเป็นเงินเป็นทองแล้วครับ เป็นเรื่องน่ายินดีที่คนไทยหันมาสนใจเรื่องของสิทธิทางปัญญาและมีการจดสิทธิบัตรกันเพิ่มขึ้นมาก ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้

ก่อนปี 2000 คนไทยเราจดสิทธิบัตร (ในประเทศไทย) กันน้อยมาก เฉลี่ยปีละไม่ถึง 1000 คน ในขณะที่ต่างประเทศมีการจดสิทธิบัตรในเมืองไทยปีละประมาณ 4000 กว่าคน แต่ในสองปีที่ผ่านมานี้ ตัวเลขผู้จดสิทธิบัตร คนไทยสูงถึงปีละ 2500 คน และในปีล่าสุด เราจดสิทธิบัตรกันถึง 3030 รายการ

                ในประเทศที่พัฒนาแล้วเขาถือว่าตัวเลขของผู้จดสิทธิบัตรเป็นตัวชี้ให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของภูมิปัญญาและเป็นที่มาของความมั่งคั่งในประเทศครับ เพราะด้วยสิ่งประดิษฐ์และความคิดสร้างสรรค์ต่างๆเหล่านี้เองเป็นตัวทำเงินให้ประเทศทางยุโรปและอเมริกามาโดยตลอด บรรดาคนในประเทศกำลังพัฒนาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้สินค้าและบริการที่เขาคิดขึ้นมาในราคาแพงๆแบบไม่รู้ตัวกันมานานแล้ว  เช่นเราต้องซื้อยาจากต่างประเทศใช้ในราคาแพงมากทั้งๆที่ต้นทุนการผลิตนิดเดียวเองครับ ราคาวัตถุดิบรวมค่าแรงในการทำยาอาจจะสองสามบาทแต่สามารถขายให้เราได้ในราคาหลายร้อยบาทครับ หรือถ้าเราจะทำเองบ้างเพราะเห็นว่าทำง่ายและเราก็ทำได้ ก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทที่คิดค้นและจดทะเบียนเป็นเจ้าของความคิดนี้ในราคาสูง ทำให้หลายบริษัทในต่างประเทศเป็นบริษัทรับซื้อความคิดสิ่งประดิษฐ์ต่างๆเพื่อนำไปจดทะเบียนในชื่อของตน บริษัทพวกนี้จึงร่ำรวยน่าอิจฉาและแน่นอนว่าประเทศที่มีบริษัทเหล่านี้อยู่มากๆก็จะเป็นประเทศที่มีความเป็นอยู่ดี ประชาชนในประเทศเหล่านี้จะค่อนข้างสบาย

                 ระยะหลังการจะไปไล่ซื้อสิทธิบัตรถูกๆทำได้ยากขึ้นครับ เพราะคนในประเทศต่างๆเริ่มรู้แล้วว่าความคิดเรานี่เป็นเงินเป็นทอง ก็ไม่ค่อยมีใครจะขายสิทธิบัตรกันในราคาถูกๆ เลยเกิดบริษัทข้ามชาติ นำเอานักวิจัยเก่งๆในเอเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากจีนและอินเดีย ไปทำงานด้านวิจัยและพัฒนา เพื่อคิดสิ่งใหม่ๆ บริษัทต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นเยอะมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรม (เรียกว่าซื้อสิทธิ์ไม่ได้ก็ซื้อสมองมันเลย)

                มองย้อนไปในอดีตสักหน่อยจะพบว่า คนในเอเชียเรานี่มีความรู้ความสามารถกันมากครับเช่นคนจีนมีสิ่งผลิตทางอุตสาหกรรมที่ล้ำหน้ากว่าคนยุโรปมากมาย ในด้านต่างๆแทบทุกด้านทั้งในด้านการแพทย์ เภสัชกรรม จีนมีวิชาการด้านการแพทย์และสมุนไพรก่อนที่ยุโรปจะมาค้นพบแบคทีเรีย  ด้านอุตสาหกรรม เราสามารถผลิต กระดาษ ผ้า และการเจียระไนได้ก่อนชาติทางตะวันตกครับ ก็ตอนที่คนเอเชียมีการต่อเรือ ยุโรปยังขี่ม้ากันเลยครับ

              คนไทยเราเองก็มีความเฉลียวฉลาด หรือที่เรียกกันสมัยนี้ว่าภูมิปัญญา ไม่ได้ด้อย

กว่าใคร เรามีความรู้ความสามารถในการคิดค้นและประดิษฐ์สิ่งต่างๆมากมาย(นวัตกรรม)แต่น่าเสียดายที่สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เหล่านี้ขาดการบันทึกและไม่มีการถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นระบบ ทำให้ความรู้เหล่านี้สูญหายไปมาก เพราะการถ่ายทอดความรู้ ในอดีตของเรามักจะ เป็นการสอนโดยผู้มีความรู้จะสอนให้เฉพาะคนที่รักจริงๆหรือลูกหลานเท่านั้น   เรามีลักษณะของการหวงวิชา คิดอะไรได้ก็ไม่อยากให้ใครรู้ เลยไม่ยอมทำตำราเพราะกลัวว่าความรู้เหล่านั้นจะถูกเผยแพร่ออกไป

 ใครอยากรู้อยากเรียนก็ต้องใช้การจำเอาไปใช้

               ทุกวันนี้ความรู้เทคนิคต่างๆที่ยังเหลืออยู่ก็กระจัดกระจายไปทั่วประเทศ  หมู่บ้านอรัญญิกมีความชำนาญด้านการทำมีดดาบมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  หมู่บ้านสันกำแพงถนัดด้านศิลปะการทำร่ม ทางภาคอีสานหลายจังหวัดมีความสามารถในด้านการผลิตเหล้า กระแช่ อุ(เหล้าชนิดหนึ่ง) เรามีทั้งช่างแกะสลัก ช่างเครื่องถม และช่างศิลปะอื่น ๆ อีกมากมาย แม้กระทั่งเรื่องการแพทย์ เรามีการนวดแผนโบราณ(ซึ่งโชคดีที่มีการบันทึกไว้ที่วัดโพธิ์ ถ้ามิเช่นนั้นวิชาการนี้คงสูญหายไปเช่นกัน) นอกจากนี้เรายังอุดมไปด้วยความรู้ด้านสมุนไพร  ซึ่งคนไทยสมัยก่อนใช้รักษาโรคอย่างดี

                วิทยาการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นที่น่าจะช่วยกันจดทำบันทึกและเผยแพร่เพื่อต่อยอดขยายผล เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของความมั่งคั่งของประเทศ

               

                การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มี หลักสูตรการศึกษาที่ส่งเสริมให้มีการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ มาจัดทำเป็นหลักสูตร และมีการเรียนรู้กันอย่างเป็นระบบ แทนที่จะเรียนตามอย่างฝรั่งกันไปเรื่อยๆเหมือนที่ผ่านมา

                แต่ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากและต้องเร่งรัดจัดการคือการส่งเสริมให้คนไทยรับรู้ถึงเรื่องสิทธิที่จะได้รับจากการจดสิทธิบัตร  ต้องสนับสนุนให้พวกเราคิดและสร้างนวัตกรรมของไทย  เพราะนั่นคือโอกาสในการแข่งขัน เราจะสู้นานาประเทศได้ในยุคนี้ต้องสู้ด้วยความรู้ครับ

                 แต่อุปสรรคใหญ่ของนักคิดนักวิจัยและนักประดิษฐ์บ้านเราคือ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยพวกเราเอง อาจจะรู้หรือไม่รู้แต่พวกเราละเมิดลิขสิทธิ์กันจนชินครับ

                ผู้ผลิตซอรฟแวร์ไทยส่วนมากจะไปไม่รอด บางบริษัทก็เลิกทำไปแล้วและอีกหลายบริษัทที่ทนอยู่ จะเหลือพนักงานอยู่สองสามคนเพราะแบกรับภาระไม่ไหว ทั้งๆที่โปรแกรมที่ทำออกมาหลายชุดก็มีคนนิยมใช้กันแพร่หลายเช่นโปรแกรมดิกชันนารี ที่บริษัททำออกจำหน่ายได้รับความนิยมมาก มีผู้ใช้เยอะมาก แต่ผู้คิดผู้ผลิตไม่ได้ผลประโยชน์เลยเพราะส่วนใหญ่เป็นการใช้แบบละเมิดลิขสิทธิ์ เช่นบางคนก็ใจดีมาก เห็นว่าโปรแกรมดี ก็เลยแบ่งปัน เอาแผ่น CD ไป copy แล้วก็แจกกันใช้  อันนี้ก็ยังดีเรียกว่าละเมิดเพราะมีน้ำใจครับแต่ที่น่าเจ็บใจคือพวกที่ทำเป็นอาชีพทำเป็นการค้าแบบไม่อายใคร  คือใครมาซื้อก็ copyขายเลยครับ  บางร้านก็แนบเนียนหน่อยคือวางแผ่นซอฟต์แวร์ ลิขสิทธิ์ตัวจริงไว้หน้าร้าน แต่พอมีลูกค้ามาซื้อก็จะบอก  2 ราคาคือ ราคาซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ กับราคาซอฟต์แวร์ copy ให้ลูกค้าเลือกเอาเอง อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันครับเวลาตกนรกหรือโดนจับ จะได้แบ่งโทษกันจะมาเอาผิดคนขายฝ่ายเดียวไม่ได้(ก็อยากเลือกเองนี่นา) ทำอย่างนี้กันแล้วผู้ผลิตผู้คิดจะเอาอะไรรับประทานล่ะครับ

                พวกเราไม่คุ้นเคยเรื่องสิทธิทางปัญญาครับ   เมื่อเร็วๆนี้ที่โรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงในต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง  หลังเสร็จการบรรยายผมก็มอบ CD เฉลยข้อสอบ Entrance  ให้กับทางโรงเรียนเพื่อไว้ใช้ในการเรียนการสอน  พออาจารย์ดูรายละเอียดจากปก CDเสร็จ ท่านก็บอกว่าดีนะ อย่างนี้จะให้เด็ก copy ไว้ และนำไปขายเป็นโครงงานของนักเรียน เพราะช่วงนี้เด็กต้องมีโครงงานฟังแล้วก็ลำบากใจมากครับ ได้แต่บอกอาจารย์ว่า ต้องไปขอสิทธิอันนี้จากผู้ผลิตหรือเจ้าของสิทธิบัตร ซอฟต์แวร์นี้ก่อนครับซึ่งถ้าเขาเห็นว่าเป็นการช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเขาก็อาจไม่ขัดข้องครับ  แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยเอง  เราก็เห็นภาพชินตาคือการ ถ่ายเอกสารหนังสือทั้งเล่มเพื่อนำไปใช้แทนที่จะซื้อหนังสือ เพราะคิดว่าถูกกว่าการไปซื้อหนังสือที่วางขายกันอยู่ อย่างนี้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว

                    ผมคิดว่าในหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากจะรณรงค์เรื่องการละเมิดสิทธิซึ่งทำกันได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว  ควรเพิ่มเติมโดยให้ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องสิทธิทางปัญญาเหล่านี้ด้วย เพราะบางทีเราไม่รู้ตัวครับ   ส่วนผู้ประกอบการเอง เช่นร้านขาย CD ร้านถ่ายเอกสารหรือร้านหนังสือก็น่าจะช่วยกันส่งเสริมการใช้ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ของคนไทย กำไรน้อยลงนิดแต่ประเทศจะได้มีนักคิดและพัฒนาเก่งๆ

                คนทำซอฟต์แวร์ไทยน่าเห็นใจมาก เพราะกว่าจะคิดจะทำ ต้องลงทุน ทั้งแรง เงิน และสมองไปเยอะ แต่ผลตอบแทนน้อยมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ บ้านเมืองเราคงไม่มีใครคิดอะไรใหม่ๆดีๆ โอกาสอยู่ดีกินดีของคนไทยก็คงน้อยลงครับเพราะไม่มีอะไรไปสู้ไปแข่งขันกับต่างประเทศ

                ช่วงนี้มีการรณรงค์เรื่องสิทธิทางปัญญากันมาก ร้านขาย CD หลายร้านน่าปรบมือให้ดังๆครับ เพราะมีการประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนโดยการติดป้ายตัวโต หน้าร้านว่า ร้านนี้ขายซอฟต์แวร์ ไทยลิขสิทธิ์ บางร้านติดป้ายว่า อย่ามาถามหาแผ่นไทยเพลงไทย ความจริงแล้วราคาของ ซอฟต์แวร์ไทย ก็ถูกแสนถูก ที่ติดราคากัน 400 – 500 บาท ขายจริง ก็แค่ 180 บาทเท่านั้นแหละครับ ถ้าไปซื้อแผ่น copy ราคา 140 – 150 บาทเราอาจ ประหยัดไปบ้างแต่ก็แค่ไม่กี่บาท ส่วนคนคิดคนทำนี่สิครับไม่ได้สักสลึง

                ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาคุ้มครองเรื่องสิทธิทางปัญญานี้มาก และคุ้มครองกันมานานแล้วครับ  ผมไปที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศ ฮอลแลนด์ ไปเจอร้านอาหารไทยทำอาหารได้อร่อยมาก เจ้าของร้านเป็นคนไทย มีลูกค้าเยอะมาก ผมติดใจไปทานอยู่หลายวัน (เพราะราคาไม่แพง) สังเกตว่ามีร้านนี้ไม่เปิดเพลงเลย ทานข้าวไม่มีเสียงดนตรีมันเหมือนขาดอะไรไป ผมเลยแนะนำเขาว่าน่าจะหาเพลงมาเปิด เค้าบอกว่าเขาก็ชอบฟังเพลงแต่ถ้าที่ร้านเปิดเพลงก็ต้องจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์เพลง เพราะที่นี่เค้าจริงจังกับเรื่องลิขสิทธิ์มาก เทศบาลจะเป็นคนเก็บค่าลิขสิทธิ์แล้วส่งต่อให้เจ้าของลิขสิทธิ์ทุกราย  ดังนั้นทุกร้านที่เปิดเพลงให้ลูกค้าฟังต้องเสียภาษีตรงนี้

                ในเอเชียเรามีการคุ้มครองสิทธิทางปัญญาค่อนข้างต่ำแต่ก็มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆครับเช่น เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ฮ่องกงก็มีการ copy โปรแกรมลงแผ่น CD ขายเป็นล่ำเป็นสันเหมือนอย่างบ้านเรานี่แหละ แต่ 2-3 ปีหลังเขาก็เลิกกันหมดแล้วครับ ที่เหลืออยู่ก็หลบๆซ่อนๆแบบหายากจริงๆ แต่   ที่สิงคโปร์นี่ไม่ต้องหาเลยครับ คนสิงคโปร์จะ หาแผ่น ซอฟต์แวร์ผี CD เถื่อนต้องข้ามฝั่งมาซื้อแผ่นปลอมพวกนี้ที่ประเทศมาเลเซีย ความจริงถ้าอยากซื้อถูกๆแบบเปิดเผยต้องที่พม่า แผ่นพวกนี้วางขายทั่วไปในราคาแผ่นละ20บาทครับ

                 นักคิดนักประดิษฐ์ทั้งหลายอย่าเพิ่งท้อ เพิ่มเติมความรู้ด้านสิทธิบัตรกันหน่อย จะได้ไม่เสียเปรียบครับ

                   ส่วนผู้ประกอบการก็เห็นใจกันหน่อยครับ จะ Copy อะไรขายก็นึกถึงหัวอกหัวใจคนไทยด้วยกันเถอะครับ

                    ฝ่ายรัฐคงต้องตรวจเข้มพร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องนี้อย่างจริงจัง

                                  อาจารย์วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์

                                 Wiriya@eduzones.com

               

 

 

 

 

Posted by : อ.วิริยะ
เวลา : 15:12
จำนวนผู้อ่าน : 1009 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://blog.eduzones.com/wiriya/7169
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (0)  respond แสดงความคิดเห็น
 

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ พอร์ต โฟลิโอ (แฟ้มสะสมผลงาน) ทำอย่างไร ?
+ ประวัติศาสตร์ไทย
+ the sky is not blue
+ อาจารย์แนะแนวและน้องๆ จ.พิษณุโลก พบกัน อังคารที่ 29 ก.ค.นี้
+ พบดร.วิริยะ @โรงเรียนมัธมวัดนายโรง 8 ส.ค.51 นี้ พลาดไม่ได้
+ เชิญร่วมสัมมนา ในหัวข้อ “ เตรียมตัวอย่างไร กับ Admission’53 ” โดยดร.วิริยะ
+ กระแสนวัตกรรม Innovation ประเทศใดมีผู้คิดผู้สร้างนวัตกรรมมาก ประเทศนั้นก็ร่ำรวย
+ กระแส สังคมที่ส่งเสริมด้าน คุณภาพชีวิต ศึกษาเรื่องชีววิทยา จะมาแรง
+ กระแสการขาดแคลนพลังงาน คิดค้นพลังงานทดแทน มีอนาคตแน่นอน
+ กระแส E commerce สาขาที่ตลาดแรงงานต้องการสูงในปัจจุบัน
+ สาขาแห่งอนาคต กระแส Inter หางานง่าย รายได้ดี
+ เรียนสาขาอะไรจะหางานง่าย เรียนสาขาไหนจบมาแล้วรายได้สูง
+ เรียนอย่างไรจะไปรุ่ง
+ สิทธิทางปัญญา ตัวชี้ให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองและความมั่งคั่งในประเทศ
+ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ผู้เปิดศักราชใหม่ของวงการฟิสิกส์
+ พบดร.วิริยะ ในงาน Education Update ที่ขอนแก่น พลาดไม่ได้นะคะ
+ 3คุณสมบัติ สำหรับบัณฑิตในอนาคต
+ บอกพ่อแม่อย่างไรดีว่าอยากเรียนที่ชอบ
+ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
+ สุดยอดนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล
+ ขอต้อนรับน้องใหม่
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo

นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , ฟังเพลง , สงกรานต์ , ภาวะโลกร้อน , ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก , olympic , สอบตรง , รับตรง , วันแม่ , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005