กระแสนวัตกรรม Innovation ประเทศใดมีผู้คิดผู้สร้างนวัตกรรมมาก ประเทศนั้นก็ร่ำรวย

ลบ แก้ไข

กระแสนวัตกรรม Innovation ประเทศใดมีผู้คิดผู้สร้างนวัตกรรมมาก ประเทศนั้นก็ร่ำรวย


“นวัตกรรม” หมายถึง ความคิดการปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อนหรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อนำนวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย
        “นวัตกรรม” (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovare ในภาษาลาติน แปลว่า ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา ความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์ คือ การนำแนวความคิดใหม่หรือการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
               นวัตกรรม แบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ
         ระยะที่ 1 มีการประดิษฐ์คิดค้น (Innovation) หรือเป็นการปรุงแต่งของเก่าให้เหมาะสมกับกาลสมัย ระยะที่ 2 พัฒนาการ (Development) มีการทดลองในแหล่งทดลองจัดทำอยู่ในลักษณะของโครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot Project) ระยะที่ 3 การนำเอาไปปฏิบัติในสถานการณ์ทั่วไป ซึ่งจัดว่าเป็นนวัตกรรมขั้นสมบูรณ์
ผู้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม ได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีความรู้พื้นฐาน และมีความคิดสร้างสรรค์       นวัตกรรมเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมในด้านใด ประเทศใดมีผู้คิดผู้สร้างนวัตกรรมมาก ประเทศนั้นก็ร่ำรวย
 คอนแทคเลนส์ ราคา 200บาท โดยค่าวัตถุดิบอาจจะประมาณ 75 สตางค์ ส่วนที่เหลือ 199.25 บาท เป็นค่าคิด
 คนในประเทศที่มีนักคิดจำนวนมาก มักจะมีระบบการเรียนการสอนที่เน้นให้ ผู้เรียนคิด และประเทศเหล่านี้ส่วนมากก็ประสบความสำเร็จจาก ผลงานสิ่งประดิษฐ์ จากนักคิดในทุกวงการ
 อย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ มีประชากรน้อยกว่าไทย 12 เท่า แต่มีการจดสิทธิบัตรในแต่ละปี มากกว่าไทย หลายสิบเท่า
จึงไม่น่าแปลกใจที่ รายได้ประชากรต่อคนของสิงคโปร์สูงกว่าเราประมาณ 10 เท่า
ประเทศอเมริการ่ำรวยมาได้ก็เพราะมีนักคิด อย่าง เอดิสัน  บิลล์ เกต [Window]  สตีฟ จ็อบส์ (apple ipod pixar studio) และยังมีอีกมากมาย
ที่น่าแปลกคือ นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ที่กล่าวมาทุกคน ไม่มีใครเรียนจบปริญญาตรีเลย
ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกฝนได้...แต่เสียดายที่การศึกษาบ้านเราไม่ส่งเสริมให้เด็กคิดอย่างที่ควรจะเป็น  เพราะ เด็กไทยจำเป็นต้องไปโรงเรียน ไม่ว่าจะอยากเรียนหรือไม่
ทุกคนต้องเรียนบทเรียนเดียวกันทั้งประเทศ ทำข้อสอบชุดเดียวกัน เพื่อจะจบการศึกษา
ดู ๆไป โรงเรียนจึงคล้ายโรงงานผลิตสินค้า มันจึง”น่าเบื่อ” มากสำหรับคนที่ชอบคิด 
การเรียนของเราในอดีตเน้นไปที่การท่องจำ เช่นวิชาวรรณคดีไทย  นักเรียนเราก็มาแข่งกันท่องว่าใครจะจำเรื่องราวรายละเอียดได้มากกว่ากัน
เช่น นิราศพระบาทแต่งขึ้นโดยใคร เมื่อไร ข้อสอบแบบนี้ ท่องจำกันหัวโตเลย
 ส่วนวิชาสังคมศึกษา ก็เน้นท่องว่าประเทศไทยมีทรัพยากรอะไรอยู่ที่ไหนบ้างเช่น
ภาคเหนือมีป่าไม้สัก เราส่งออกไม้สักเป็นอันดับที่1ของโลก
ภาคกลางมีข้าว ไทยส่งออกข้าวเป็นที่1ของโลก
ภาคใต้เรามีแร่ดีบุกไทยส่งออกแร่ดีบุกเป็นอันดับ1โลก
ข้อสอบก็จะวัดว่าใครจำได้มากกว่ากัน เรียกว่าท่องไปท่องมา ดีบุกก็หมด ไม้สักก็เหลือน้อย เราจึงน่าจะออกข้อสอบให้ได้คิดกันบ้าง เช่น
ดีบุกของไทย หายไปไหนหมด
ทำไมประเทศไทยมีทรัพยากรมากมาย แต่คนไทยส่วนใหญ่ยากจน
ส่วนวิชาการที่เรานำมาจากต่างประเทศ เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกค์ เคมี ชีววิทยา ก็เป็นการเรียนแบบท่องสูตร และฝึกฝนในการทำโจทย์
ถ้าโจทย์ถามว่า …
โยนวัตถุขึ้นไปในอากาศ ด้วยความเร็ว 40เมตรต่อวินาที เป็นมุม60องศากับแนวระดับ นานเท่าไร วัตถุจะตกถึงพื้น
เชื่อว่าถ้าเอาโจทย์ข้อนี้ไปให้นักเรียนไทยทำ เด็กไทยจะบอกหวานหมู ทำได้ง่ายมาก เพราะเราท่องสูตรมา ก็นำตัวเลขไป แทนค่าแล้วตอบ
แต่เราไม่สงสัยเลยว่า ใครนะจะสามารถโยนวัตถุออกไปด้วยความเร็วขนาดนั้นได้ ซึ่งถ้ามีก็น่าจะเอามาเป็นนักกีฬาโอลิมปิกเลย เพราะจะชนะเลิศในกีฬาหลายประเภทแน่นอน เนื่องจากสามารถโยนวัตถุออกไปได้เร็วกว่าลูกปืน
วิชาความรู้ในระบบการเรียนของไทยที่ผ่านมา เป็นการเรียนการสอนแบบ เน้นให้ มีความรู้ ในเรื่องต่าง ๆ ให้มากที่สุด ครูก็พยายามสอนให้มากที่สุด จนบางทีลืมไปว่าสอนมากแค่ไหนก็ไม่สำคัญ  มันสำคัญว่าผู้เรียนอยากรับไหม สนใจไหม ใส่ใจรึเปล่า การเรียนการสอนในโรงเรียนจึงกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ เป็นยาขมสำหรับนักเรียนจำนวนมาก
การให้ความสำคัญต่อเนื้อหาการสอน ทำให้เราใช้เวลาไปกับการป้อนความรู้ จนเด็กของเราขาดการเน้นสิ่งที่สำคัญ นั่นคือ “เน้นการคิด” และ “ฝึกฝนความคิด” และการหาความรู้
ถ้าจะเป็นเด็กเรียนเก่งในระบบการศึกษาที่ผ่านมานี้  ก็ต้องอ่าน ต้องท่องจำ และทำข้อสอบให้ได้คะแนนสูงๆ
เด็กเราจึงเรียนเพื่อ  สอบ  !!!!!!!!  ต่างจากยุคโรงเรียนวัด และสำนักวิชาที่ เรียนเพราะ อยากรู้
 ลักษณะของเด็กเก่งบ้านเราคือ เราจะเก่งในเรื่องการทำข้อสอบ แก้ปัญหาโจทย์ เรียกว่าถ้ามีโจทย์มาเราก็พร้อมจะใส่สูตรหาคำตอบกันในเวลาอันรวดเร็ว  จะเห็นได้จากผลความสำเร็จของเด็กไทยในการแข่งขัน การสอบทางวิชาการในวิชา ต่างๆ เด็กไทยคว้ารางวัลมาทุกปี
แต่ถ้าจะให้คิดอะไรใหม่ๆ เราไม่ถนัดเพราะโรงเรียนไม่ได้ฝึกให้คิด …
จะเห็นได้จากเด็กเรียนเก่ง ฆ่าตัวตายเพราะได้เกรดน้อย หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ นี่เป็นเครื่องบ่งบอกว่า
เด็กเรียนเก่งแต่คิดไม่เก่งเรามีอยู่มาก
เรียนจบแบบมาแบบ ทำข้อสอบเป็นอย่างเดียว เข้าทำงานใหม่ ๆ ก็ไปได้ดีเพราะมีเจ้านายให้งาน สั่งงานเหมือนครูให้โจทย์ตลอด
เวลาทำงานเสร็จก็รอหัวหน้าประเมินผลเหมือนรอเฉลย  ปัญหาจะเกิดก็ตอนจะเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า เพราะตั้งโจทย์ไม่เป็นครับ
ก็ในชีวิตการเรียนไม่เคยฝึกคิดเลยนี่นา…
ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาเราจึงมีนักคิดน้อยมาก มีการจดสิทธิบัตรน้อยมากๆ แต่จากนี้ไปคนไทยจะให้ความสนใจเรื่องความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
เรามีการปฏิรูปการศึกษา ฝึกให้คิด มีการจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนผลงานนวตกรรมของคนไทย มีการให้ทุนวิจัยมากขึ้นทั้งจากรัฐและเอกชน มีคนไทยจดสิทธิบัตรมากขึ้นเป็นอัตราที่สูงอย่างก้าวกระโดด
กระแส Innovation จะเป็นอีกกระแสหลักที่ทำให้เกิดสาขาอาชีพใหม่ ๆ ในอนาคตอีกมาก
         ซึ่งถ้าถามว่าแล้วจะต้องเรียนอะไรที่ตรงกับสาขานวัตกรรม ฟันธง โดยไม่ต้องรอหมอลักษณ์ได้เลยว่า ทุกคณะ ทุกสาขา ที่เปิดสอนในปัจจุบันคือ สาขานวัตกรรม  เพราะทุกสาขาถ้ามีการคิดค้น หรือจุดประกายสร้างสรรค์ นั่นก็คือประตูสู่การสร้างนวัตกรรม
แต่ถ้าจะเรียนเพื่อฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ สาขาต่อไปนี้น่าสนใจ
คณะสถาปัตยกรรม สาขาออกแบบสื่อนวัตกรรม ของมหาวิทยาลัยนเรศวร
 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
 คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
 คณะวิทยาการสื่อสาร ปัตตานี สาขานวัตกรรมการออกแบบสื่อและการผลิตสื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น
     นอกจากนั้นนักเรียนสามารถเรียนในสาขาต่าง ๆ ต่อไปนี้เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการทำงานใหม่ ๆ ในอนาคตที่จะเกิดจากกระแสนวัตกรรม  
• คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์
• สาขาวิจิตรศิลป์
• สาขามัณฑนศิลป์
• คณะสถาปัตย์
• คณะนิเทศศาสตร์
• คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาการศึกษาการออกแบบ
        คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์
        คณะวิทยาศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ ซึ่งมนุษย์สะสมมาแต่อดีต จวบจนปัจจุบันและต่อไปถึงอนาคตอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เริ่มแต่ธรรมชาติรอบ ๆ ตัว จากองค์ประกอบที่เล็กที่สุด ไปจนถึงใหญ่ที่สุดในเอกภพ ในแง่ที่ว่าสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติมีความเป็นมาอย่างไร สัมพันธ์กันหรือไม่ ลำดับการพัฒนาเป็นอย่างไร มีระเบียบแบบแผนและหลักเกณฑ์หรือไม่
การเรียนวิทยาศาสตร์อาศัยรากฐานของการสังเกตการตั้งสมมติฐาน โดยใช้หลักปรัชญาและตรรกวิทยา พยายามสังเกตและวัดปริมาณเป็นตัวเลขออกมา เพื่อความแม่นยำ โดยอาศัยหลักทางคณิตศาสตร์ ดังนั้นส่วนสำคัญของการเรียนวิทยาศาสตร์ คือ การเรียนเกี่ยวกับเทคนิคในการสังเกตและการทดลอง ผนวกกับการประยุกต์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ คำว่า science ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า วิทยาศาสตร์นั้น มาจากภาษาลาติน คำว่า scientia ซึ่งหมายความว่า ความรู้
ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ฟรานซิส เบคอนได้พยายามคิดค้นวิธีมาตรฐานในการอุปนัย เพื่อนำมาใช้สร้างทฤษฎีหรือกฎต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์จากข้อมูลที่ทดลองหรือสังเกตได้จากธรรมชาติ สำหรับคณะวิทยาศาสตร์ ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป เน้นการศึกษาเพื่อให้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์หลายสาขาวิชา เป็นการศึกษาแบบบูรณาการ
       สำรวจตัวเองก่อนเรียน
        ต้องเป็นผู้ที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่าทางด้านสายวิทยาศาสตร์ มีความสนใจทางด้านการค้นคว้า ทดลองและเป็นคนช่างสังเกต ชอบตั้งคำถามและสมมติฐาน
         แนวทางอาชีพในปัจจุบัน
        รับราชการเช่น เป็นอาจารย์สอนวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ในสถาบันการศึกษากระทรวงต่าง ๆ สามารถประกอบอาชีพในธุรกิจเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม โดยทำหน้าที่เป็นนักเคมี นักวิเคราะห์ระบบ นักวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และสามารถศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ
        สถาบันที่เปิดสอน
• คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    http://www.sc.chula.ac.th/ 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://www.sci.tu.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  http://www.sc.mahidol.ac.th/tha/ 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ www.sci.ku.ac.th 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร   http://www.su.ac.th/html_academics/science.asp  
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ http://www.science.cmu.ac.th/ 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  http://www.sc.kku.ac.th/  http://www.champa.kku.ac.th 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม http://www.science.msu.ac.th/
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ http://www.sci.tsu.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหาดใหญ่   http://www.hu.ac.th/tech
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร http://www.sci.nu.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา http://www.sci.buu.ac.th/ 
•  คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  http://www.sci.kmitnb.ac.th/Thai_sci2
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี http://science.kmutt.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีฯ ลาดกระบัง   http://www.graduate.kmitl.ac.th/courses/science/sci.htm
• สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี    http://www.sut.ac.th/Science/ 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร    http://www.mut.ac.th/~chem_s
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง   http://www.mfu.ac.th/school/science
•  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  http://science.swu.ac.th/content/index_th.html 
• คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่   http://banburee.psu.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี     http://www.sat.psu.ac.th/
• คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ม.สงขลานครินทร์ เขตการศึกษาภูเก็ต    http://www.pcc.psu.ac.th 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี www.sci.ubu.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ  http://science.bu.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวทิยาลัยหอการค้าไทย http://science.utcc.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต http://www.rsu.ac.th/science/ 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง http://www.sci.ru.ac.th/ 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  http://www.science.mju.ac.th/
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร http://www.sci.nu.ac.th/
• คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  http://courseware.kbu.ac.th/kbu/Faculty/Science/
   ScienceFrame.htm 
• คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยชินวัตร     http://www.shinawatra.ac.th/ung/B_Sc.htm 
• คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ http://science.payap.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยโยนก  http://science.yonok.ac.th 
• คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสยาม http://cs.siam.edu 
• คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ   http://sci.hcu.ac.th/index1.html 
• คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) http://www.s-t.au.ac.th
• คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช    http://www.stou.ac.th/Thai/Schools/Shs
       สาขาวิจิตรศิลป์
         เป็นศาสตร์ที่เน้นด้านความงามเป็นสำคัญ เช่นภาพลายไทย ภาพตามผนังวัด หรือภาพพุทธศิลป์ต่าง ๆ แบ่งเป็นประยุกต์ศิลป์ ได้แก่ศิลปะที่สามารถเข้าไปใช้สอยได้ เช่นสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม มัณฑณศิลป์ รวมทั้งเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้เป็นภาชนะ ส่วนพาณิชย์ศิลป์ส่วนใหญ่เน้นในด้านเชิงธุรกิจการค้า ภาพโฆษณา บางครั้งจะไม่ตรงตามหลักการทางศิลปะตามที่ท่านอาจารย์ผู้รู้ด้านศิลปะได้สั่งสมบอกสอนกันมา และจะใช้ความคิดสร้างสรรค์กันมาก สาขาด้านนี้ใช้เวลาศึกษาตลอดหลักสูตร 4 ปี โดยศึกษาเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจประยุกต์ศิลป์ในแนวกว้าง โดยเฉพาะประยุกต์ศิลป์ ซึ่งป็นการสร้างสรรค์ประยุกต์ศิลป์ที่มีความคิดริเริ่มจากวัสดุ เทคนิคพื้นถิ่น และร่วมสมัยสอดคล้องกับความต้องการของสังคม ตลอดจนงานออกแบบกราฟิกคอมพิวเตอร์และการทำเว็บไซต์
       สาขามัณฑนศิลป์ 
        มัณฑนศิลป์ หรือ การออกแบบภายใน (interior design) เป็นการออกแบบการตกแต่งพื้นที่ภายในอาคาร โดยใช้ความสำคัญของจิตวิทยาสิ่งแวดล้อม สถาปัตยกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ เข้าด้วยกัน สถาบันแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนก็คือ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า ศิลปะตกแต่ง เปิดตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2499 ปัจจุบัน มีอายุครบ 50 ปี หรือกึ่งศตวรรษ มัณฑนศิลป์เป็นศาสตร์ของการเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่ง ภายในอาคารที่พักอาศัยและ อาคารเพื่อธุรกิจต่างๆ ศึกษาโครงสร้างอาคาร เทคนิคในการก่อสร้าง การจัด เนื้อที่ใช้สอย การออกแบบ และการจัดวางเครื่องเรือน ศึกษา ศิลปะการตกแต่ง ทั้งที่เป็นลักษณะศิลปกรรมไทย และแนวนิยมทางตะวันออก และตะวันตก รวมถึงมีความสามารถในการบริหาร งานออกแบบ และเข้าใจในเรื่องการตลาด การประมาณราคาและหลักการ ดำเนินการออกแบบตกแต่ง การเรียนการสอนรายวิชา แกนของคณะแยกตามสาขาวิชา โดยมีวัตถุประสงค์ให้บัณฑิตเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์งานด้านมัณฑนศิลป์ เป็นผู้รอบรู้ มีทัศนคติอันดีงาม รู้จักคิดวินิจฉัย มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนาตนเอง มีคุณธรรมและนำคุณประโยชน์มาสู่สังคม     
        ส่วนภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน ต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในการออกแบบตกแต่งภายใน โดยผสมผสานการใช้ประโยชน์ในเนื้อที่กับความคิดสร้างสรรค์ ทางสุนทรียศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกัน มีความสามารถในการปฏิบัติ ในการออกแบบตกแต่ง ภายในอาคารที่พักอาศัยและอาคารเพื่อธุรกิจต่าง ๆ ทุกประเภท ศึกษาโครงสร้างอาคาร เทคนิคในการก่อสร้าง การจัด เนื้อที่ใช้สอย การออกแบบและการจัดวางเครื่องเรือน และอุปกรณ์ต่างๆ ทุกประเภท ศึกษาศิลปะการตกแต่ง ทั้งที่เป็นลักษณะศิลปกรรมไทย และแนวนิยมทางตะวันออก และตะวันตก มีความสามารถในการบริหารงานออกแบบ และเข้าใจในเรื่องการตลาด การประมาณราคา และหลักการดำเนินการออกแบบตกแต่ง
        ภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งภายในอาคารที่พักอาศัยและอาคารเพื่อธุรกิจต่างๆ ศึกษาโครงสร้างอาคาร เทคนิคในการก่อสร้าง การจัด เนื้อที่ใช้สอย การออกแบบและการจัดวางเครื่องเรือน ศึกษาศิลปะการตกแต่ง ทั้งที่เป็นลักษณะศิลปกรรมไทย และแนวนิยมทางตะวันออก และตะวันตก รวมถึงมีความสามารถในการบริหาร งานออกแบบ และเข้าใจในเรื่องการตลาด การประมาณราคา และหลักการ ดำเนินการออกแบบตกแต่ง
        สถาบันที่เปิดสอน
• คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   http://www.finearts.cmu.ac.th 
• คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  http://web.kku.ac.th/~faa  
• คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    http://www.chula.ac.th/college/fineart
• คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  http://fineart.tu.ac.th
• คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา    http://fineart.buu.ac.th/ 
• คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  http://www.fineart.msu.ac.th/index.php
• คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร   http://www.su.ac.th
• คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ   http:// fofa.swu.ac.th
• คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ http://art.tsu.ac.th
• คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  www.comm-sci.pn.psu.ac.th/fineart
• คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต http://www.rsu.ac.th
• คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ http://fab.bu.ac.th
•  คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร http://www.decorate.su.ac.th
         คณะสถาปัตย์
         คณะสถาปัตย์  เป็นการศึกษาสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานเทคนิควิทยาการทั้งทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่อาศัย วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่นั้น สนองตอบในเชิงจิตวิทยา ซึ่งผู้ออกแบบต้องเข้าใจความต้องการในการใช้พื้นที่นั้น ๆ อย่างลึกซึ้งอันมีผลกับการออกแบบที่ดีและไม่ดี หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นศิลปวิทยาการ ในการออกแบบอาคารและสิ่งเกี่ยวเนื่อง เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพให้เหมาะสมในการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยครอบคลุมตั้งแต่ระดับมหัพภาค ถึงจุลภาคเช่น การวางผังชุมชน การออกแบบชุมชน ภูมิสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นสาขาวิชาที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปแบบศิลปะ เรื่องของชุมชน เรื่องของพฤติกรรมมนุษย์ และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ถือเป็นศาสตร์ที่มีศาสตร์อื่นมาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จนยากที่จะสรุปลงไปได้ว่ามี ศาสตร์สาขาใดมาเกี่ยวข้องบ้าง
       สำรวจตัวเองก่อนเรียน
        ควรเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการและทักษะในด้านทัศนศิลป์ที่สมดุลกับความรู้พื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพราะวิชาการออกแบบเป็นวิชาศิลปะประยุกต์ ผู้สมัครเข้าเรียนจะต้องสอบผ่านวิชาความถนัด ด้านการออกแบบจึงจะมีสิทธิ์เข้าศึกษาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้
         แนวทางอาชีพในปัจจุบัน
    ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรด้านสถาปัตย์สาขาต่าง ๆ สามารถประกอบวิชาชีพอิสระรับราชการ หรือทำงานบริษัทต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะด้านการพัฒนา เช่น การออกแบบการก่อสร้าง การอุตสาหกรรม การโฆษณา รวมทั้งการอนุรักษ์ด้านต่าง ๆ เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ โบราณสถาน และสถาปัตยกรรม
        สถาบันที่เปิดสอน
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   http://www.ku.ac.th
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต http://www.kbu.ac.th/Faculty/Architec
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น http://www.kku.ac.th/data/faculty 
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  http://www.arc.cmu.ac.th
•  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย www.arch.chula.ac.th
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://www.arch.tu.ac.th
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง http://www.arch.kmitl.ac.th
• ภาควิชาครุศาสตร์สถาปัตยกรรม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
    http://www.inded.kmitl.ac.th
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี  พระจอมเกล้าธนบุรี http://www.arch.kmutt.ac.th/
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี http://web.rmutt.ac.th/arch
• คณะเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตพายัพ http://www.rmutl.ac.th   
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ  www.rmutsb.ac.th
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ www.rmutr.ac.th
•  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน www.rmuti.ac.th 
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร  http://www.arch.nu.ac.th
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์-ผังเมือง-นฤมิตศิลป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม http://www.msu.ac.th/architect
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต  http://www.rsu.ac.th/architect
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร http://www.arch.su.ac.th
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล  http://www.vu.ac.th
• สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  http://www.wu.ac.th
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ http://www.au.ac.th/academic/architec/index_arch.html
• คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม http://www.spu.ac.th/arc_tect  
        คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการสื่อสารมวลชน
         เป็นสาขาที่ผู้เรียนจะต้องศึกษาทุกสื่อที่เกิดขึ้น เพื่อการสื่อสารทั้ง สื่อสิ่งพิมพ์ มัลติมีเดีย โทรทัศน์ ภาพยนตร์  ทุกแขนง จะเรียนเป็นแบบองค์รวมก็ว่าได้ สำหรับคณะนิเทศศาสตร์ หรือคณะวารสารศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยศิลปะของการสื่อสารทุกประเภททุกระดับโดยทางใดก็ตาม ไปยังบุคคลหรือมวลชน ด้วยการให้การสื่อสารของมนุษย์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลอย่างเต็มที่ ภาควิชาการสื่อสารมวลชน ในระดับปริญญาตรีมุ่งสอนเนื้อหาความรู้เดียวกับแนวคิดทฤษฎี และหลักการปฏิบัติด้านการสื่อสารมวลชน โดยเน้นถึงกระบวนการเรียนการสอน ที่เสริมสร้างให้เกิดการเรียนรู้ เนื้อหาวิชาการไป พร้อมกับการเกิดทักษะความชำนาญในการปฏิบัติการด้านวิชาชีพ รายวิชาส่วนใหญ่มุ่งเน้นหนักสื่อมวลชนด้านกระจายเสียงเช่นการกระจายเสียง เบื้องต้น ทฤษฎีการสื่อสารมวลชน การวางแผนและการประเมินผลการใช้สื่อสารมวลชน การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การเขียนบท การสื่อข่าวและการเขียนข่าว การแสดง ฉาก แสงและเสียง เป็นต้น นิสิตวิชาเอกสื่อสารมวลชน มิใช่จะได้รับประสบการณ์แค่เพียงในห้องปฏิบัติการ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในขณะเท่านั้น แต่นิสิตยังได้สัมผัสกับการปฏิบัติงานอาชีพที่แท้จริง ตามสถานีวิทยุและโทรทัศน์ต่าง ๆ จากการออกฝึกงานภาคสนาม
สำรวจตัวเองก่อนเรียน
        มีความสามารถในการใช้ภาษาติดต่อสื่อสาร มีความรู้ด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษอย่างดี มีความสนใจทางด้านศิลปะการสื่อความหมายประเภทต่าง ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ รักการอ่าน การเขียน มีความรู้กว้างขวางและสนในศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่และทันต่อเหตุการณ์ มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพเป็นอย่างสูง ตรงต่อเวลาอยู่เสมอ กล้าแสดงออก ช่างสังเกตมีบุคลิกที่ดี มีมนุษย์สัมพันธ์ดี อดทน และมีระเบียบวินัย ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า สายวิทย์ และสายศิลป์
         แนวทางอาชีพในปัจจุบัน
        ผู้จบการศึกษาจากคณะนี้สามารถทำงานในสาขาวิชาชีพโดยตรงและสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น ตามสำนักงานหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ นิตยสาร รัฐวิสาหกิจ และหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เน้นหนักในด้านการผลิตเอกสาร ผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ นักผลิตภาพยนตร์ นักประชาสัมพันธ์ในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจสมาคมต่าง ๆ เป็นผู้วางแผนการใช้สื่อ และเป็นนักโฆษณาในส่วนของสายงานวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาชีพที่จะต้องใช้การพูด การสื่อสารเป็นปัจจัยหลัก เช่น นักบริหาร นักวิชาการ ครู-อาจารย์ นักพูด นักธุรกิจ นักการเมือง และนักปกครอง
        สถาบันที่เปิดสอน
• คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   http://www.commarts.chula.ac.th
• คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  http://jc.tu.ac.th/index.html
• มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ http://www.ku.ac.th
• มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ http://www.masscomm-cmu.org
• คณะวิทยาการจัดการฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร http://www.mis.nu.ac.th
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม     http://www.spu.ac.th/com_art
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี  http://spuc2001.east.spu.ac.th/faculty/comm_arts/index.htm
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย http://www.utcc.ac.th/faculties/comarts/index.html
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์   http://www.dpu.ac.th/commarts/index.html
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต http://www.rsu.ac.th/comarts/
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ  http://com-art.bu.ac.th 
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก http://www.krirk.ac.th/communication_art/index.html
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  http://courseware.kbu.ac.th/kbu/Faculty/Commu/
    CommuFrame.htm
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น    http://www.stjohn.ac.th/commarts/profile.html 
• คณะนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยโยนก  http://www.yonok.ac.th/commarts/index.html                        
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย  http://www.eau.ac.th/index.php?menu_select=bComArt_Main
 • คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)    http://www.au.ac.th/academic/com_art/index_comart.html
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล     http://www.vu.ac.th/faculty/art/
• คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช    http://www.stou.ac.th/Thai/Schools/Sca/
        คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม  สาขาการศึกษาการออกแบบ
        คณะครุศาสตร์/คณะศึกษาศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการจัดการศึกษาและวิชาชีพครู โดยมีจุดมุ่งหมายในการดำเนินการและแสวงหาวิธีการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีและสร้างสรรค์สังคมที่สันติสุข
       สำรวจตัวเองก่อนเรียน
        จบมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์ และสายศิลป์ เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียร มีความประพฤติดี และมีบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับวิชาชีพ
        แนวทางอาชีพ ในปัจจุบัน
บัณฑิตจากคณะนี้สามารถเลือกประกอบอาชีพได้กว้างขวางทั้งในระบบโรงเรียน เช่น เป็นครู อาจารย์ในโรงเรียน วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย เป็นบุคลากรทางการศึกษา ทำงานเกี่ยวกับห้องสมุด งานแนะแนว โสตทัศนศึกษา และอื่น ๆ เป็นบุคลากรทางการศึกษานอกระบบโรงเรียน ทำงานในศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน เป็นนักวิชาการศึกษาทำงานในหน่วยงานทางการศึกษาต่าง ๆ ตลอดจนประกอบอาชีพอิสระตามความถนัดและความสนใจของตนเองได้
        สถาบันที่เปิดสอน
• คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี http://www.kmutt.ac.th/organization/Education/
• คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  http://www.fte.kmitnb.ac.th/default-01.asp
• คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ http://www.kmitl.ac.th/ided/index.html   
• คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ http://www.techedu.rmutk.ac.th/
• คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีwww.teched.rmutt.ac.th/user/index.php

        คณะวิศวกรรม  สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
        คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการนำวิทยาการและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ คิดค้น ออกแบบและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ รวมทั้งการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาดัดแปลงและปรับปรุงเพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพของมนุษย์ให้ดีขึ้น การศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ต้องมีพื้นฐานที่ดีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และมีความถนัดเชิงวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการต่อไปในภายภาคหน้า สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เป็นวิชาชีพที่เกี่ยวข้องการวิเคราะห์ การออกแบบและสร้างสิ่งประดิษฐ์อุปกรณ์ที่นำเอาความรู้ทางด้านระบบดิจิตอลมาประยุกต์ใช้กับงาน
สำรวจตัวเองก่อนเรียน     
  จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์ ควรมีพื้นฐานความรู้ด้านคณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี
        แนวทางอาชีพในปัจจุบัน
        ทำงานในหน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม สำนักงานการพลังงานแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมโยธาธิการ หรือทำงานในรัฐวิสาหกิจ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค องค์การโทรศัพท์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย โรงงานยาสูบ หรือทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือภาคเอกชน
               สถาบันที่เปิดสอน
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
www.cpe.ku.ac.th/course/cpe/system.html
•  สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
   http://gear.kku.ac.th/index.php?page=curriculum&lang=th
•  สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
http://sapphire.ce.kmitl.ac.th/webdepartment/course/index.php
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ http://eng.bu.ac.th/computer/computer1.html

• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และมัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
   http://www.utcc.ac.th/engineer/computer/
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
http://ce.eng.dpu.ac.th/
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  มหาวิทยาลัยรังสิต
   http://cpe.rsu.ac.th/
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง
   www.eng.ru.ac.th/computer/course.php
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
http://doc.eng.cmu.ac.th/
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
www.kmutt.ac.th/organization/Engineering/th/main/academic_programs.php   
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
   http://eng.sut.ac.th/cpe/2009/
• สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 
 www.ecpe.nu.ac.th/
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 
http://www.mahidol.ac.th/muthai/
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีฯ ลาดกระบัง
   http://www.graduate.kmitl.ac.th/courses/eng/e8.pdf
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ 
http://saturn.ee.psu.ac.th/neweeweb/
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
   http://www.kbu.ac.th/faculty/engineer.php
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสยาม 
http://eng.siamu.ac.th/
• สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
   http://cpe.kmutt.ac.th/index.php?c=Thai
         นอกจากนั้นสถาบันที่เปิดสอนทางด้านนวัตกรรมโดยตรง มีดังนี้คือ
        ว.นวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว.
        วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม  (College of Social Communication Innovation) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ http://cosci.swu.ac.th  ตั้งขึ้นเพื่อที่จะขยายบทบาทการสร้างดุลยภาพ ในเรื่องการสื่อสาร (Communication and Media) ในสังคมตลอดจนการสร้างและพัฒนาบุคลากร ที่สามารถควบคุมและเท่าทันการเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยีสื่อสารที่มีบทบาทต่อสังคมและชีวิตทั้งนี้โดยอาศัยมิติคิดที่ต่างไปจากเดิม กล่าวคือ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคมจะเป็นองค์กรด้านการศึกษา และวิจัยที่มีรากฐานจากการบูรณาการศาสตร์ด้านการสื่อสาร คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี การจัดการเชิงธุรกิจศิลปะเข้าด้วยกัน  เพื่อสร้างมิติองค์ความรู้ที่ทันสำหรับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเหตุที่เชื่อว่า หากเราสามารถสร้างสมดุลและบูรณาการให้เกิดขึ้นได้แล้ว เราจะสามารถพัฒนาสื่อ
เหล่านั้นให้เป็นเครื่องมือ ในการสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคมได้มากมาย อาทิ อาจเป็นสื่อสารบันเทิง (Entertainment Communication) สื่อสารสิกขบันเทิงและทรงพลัง สำหรับคนรุ่นต่อไป อีกทั้งยังสามารถเป็นองค์กรสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศชาติและสังคมไทยเท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของสื่อที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตมากยิ่งขึ้น
        การจัดการเรียนการสอนของ “วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม”   จะเป็นการจัดการเรียนการสอนในเชิงสหวิทยาการ   โดยบูรณาการสรรพความรู้ในสังคม องค์ความรู้จากสถาบัน สำนักต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันของผู้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ในสังคมและในมหาวิทยาลัยฯ เชื่อมโยงกับองค์กรสื่อสารสังคมเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยวางเป้าหมายให้เป็นห้องทดลองในเชิงปฏิบัติการ  (Laboratory) เป็นการศึกษาระบบสหกิจศึกษา (Cooperative Education) ร่วมมือกับเอกชน เช่น บริษัทสร้างภาพยนตร์ บริษัท  สื่อบันเทิง  บริษัท  โฆษณา สถานีโทรทัศน์-วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้ง องค์กรสื่อสารสังคมในต่างประเทศ
        ซึ่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ลงนามความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐของประเทศเกาหลี  ทางด้าน  Cyber Education กับ  KEDI (Korean Educational Development Institute) และ KERIS (Korea Education and Research Information Service) แล้ว
        การสอนสองภาษาคือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ย่อมส่งผลให้นิสิตทางด้านนี้เรียนรู้และติดต่อสื่อสารได้กว้างและหลากหลาย ในกระแสโลกาภิวัตน์ และท้องถิ่นภิวัฒน์ในปัจจุบัน กอปรกับการได้ศึกษาวิชาแกนในเรื่องวัฒนธรรม   ศิลป ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ผู้ที่ศึกษาทางด้านนี้หรือบัณฑิต ย่อมสามารถ พัฒนาอุดมการณ์และความดีงามสำหรับสังคมหลังสมัยใหม่ ซึ่งอุดมการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบโดยตรงไปสู่สื่อสารสังคม ที่บัณฑิตเหล่านี้จะมีบทบาท สำคัญในสังคมในโลกของการสื่อสารในอนาคต
        สภาพทางภูมิศาสตร์พื้นที่ของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ “ประสานมิตร” อยู่ในย่านธุรกิจที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร รวมทั้ง ธุรกิจอุตสาหกรรมบันเทิง ธุรกิจโฆษณาประชาสัมพันธ์ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ระบบขนส่งมวลชนทั้งบนถนนสุขุมวิท ถนนอโศกมนตรี ถนนเพชรบุรี คลองแสนแสบ ทางรถไฟ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน และที่สำคัญอีกจุดหนึ่งคือ การสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระ เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ หัวมุมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  พื้นที่ดังกล่าวจึงเอื้อต่อการขยายบทบาททางด้านสื่อสารสังคม เอื้อต่อประสบการณ์ตรง เอื้อต่อการติดตามความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในสังคมด้วย
        หลักสูตรที่เปิดสอน
        ทางด้านวิทยาศาสตรบัณฑิต (นวัตกรรมสื่อสารสังคม) Bachelor of Science (Social Communication Innovation) ประกอบด้วย วิชาเอกการจัดการธุรกิจไซเบอร์ Cyber Business Management วิชาเอกการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย  Interactive and Multimedia Design วิชาเอกคอมพิวเตอร์เพื่อการสื่อสาร Computer for Communication
        ทางด้านศิลปศาสตรบัณฑิต (นวัตกรรมสื่อสารสังคม) Bachelor of Art (Social Communication Innovation) ประกอบด้วย  วิชาเอก
ภาพยนตร์และสื่อดิจิตอล Digital Media and Cinema  วิชาเอกนวัตกรรมการสื่อสาร Communication Innovation
        การรับสมัคร (Admission) 
        ปีการศึกษา 2550 เปิดรับนิสิตชั้นปีที่ 1  ใน 2 สาขาวิชา ได้แก่  วท.บ. การจัดการธุรกิจไซเบอร์ B.S. Cyber Business Management จำนวน 50 คน วท.บ. การออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย   B.S.  Interactive and Multimedia Design จำนวน 50 คนการคัดเลือก พิจารณาจากผลคะแนน O-NET 5 วิชา ผลการเรียนเฉลี่ยในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ไม่ต่ำกว่า 2.00 ส่งแฟ้มประวัติผลงาน Portfolio  สอบสัมภาษณ์เชิงวิชาการโดยคณะกรรมการของวิทยาลัยฯ
 
        ว.นวัตกรรมสังคม ม.รังสิต
        เมื่อสังคมไทยและสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน เนื่องจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ การเรียกร้อประชาธิปไตย  อีกทั้งยังมีในปัจจุบันยังมีกระแสของธรรมาภิบาลและโลกาภิวัตน์ แวดวงการศึกษาจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เป็นสหวิทยาการมากขึ้น มหาวิทยาลัยรังสิต จะเปิดวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมขึ้นมา เพื่อสร้างความเข้าใจและความเป็นผู้นำในด้าน ปรัชญา การเมือง เศรษฐศาสตร์ และจิตวิทยาการพัฒนาตนเองให้แก่เยาวชนไทย
        หลักสูตรการศึกษา ปริญญาตรี
        สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง
        เป็นหลักสูตรแบบสหวิทยาการ เพื่อเตรียมความพร้อมของบัณฑิตให้เข้าใจ เศรษฐกิจ สังคม อย่างเป็นองค์รวม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ ความรู้ให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัตร อันเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นต่อการมีบทบาทเป็นผู้นำองค์กร, ชุมชน ในระดับต่างๆในสังคมสมัยใหม่  มีเนื้อหาสาระที่ครอบคลุมความรู้สาขาต่างๆที่จะมีส่วนพัฒนาภาวะผู้นำชัดเจนเพิ่มขึ้น
        ปริญญาโท
        สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง
        หลักสูตรนี้มีความมุ่งหมายที่จะพัฒนาให้มหาบัณฑิตเป็นผู้นำที่มีความรอบรู้แบบรอบด้านเท่าทันโลก มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องมีคุณธรรมและจริยธรรม มีวิสัยทัศน์  มีจินตนาการสร้างสรรค์  มีการวางแผนและการบริหารที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของการเข้าใจ ความเป็นจริงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม  ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับผู้ที่จะก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นผู้นำในทุกระดับ ทั้งในองค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรอิสระมหาชน องค์กรทาง
การเมือง องค์กรทางสังคมและองค์กรทางธุรกิจทุกระดับในโลกซึ่งมีทั้งการร่วมมือและแข่งขันกันอย่างเข้มข้น และสลับซับซ้อน
        สาขาวิชาจีนในระบบเศรษฐกิจโลก
เป็นหลักสูตรปริญญาโทด้านจีนศึกษาหลักสูตรแรกในประเทศไทยที่มีเนื้อหาครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับประเทศจีนทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ กฎหมาย และธุรกิจหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรแบบสหวิทยาการที่ได้รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิด้านจีนศึกษาในสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำของไทยมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์กันอย่างกว้างขวางเพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้ควบคู่กับประสบการณ์เชิงปฏิบัติอย่างแท้จริง
        แนวทางอาชีพในปัจจุบัน
        ผู้นำในมูลนิธิเพื่อสังคมหรือผู้นำในองค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรอิสระมหาชน องค์กรทางการเมือง องค์กรทางสังคม  และองค์กรทางธุรกิจ  เครือข่ายผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมืองทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ และการเมืองระดับ ประเทศ 
        สถานที่เรียน
        ศูนย์ศึกษาวิภาวดี ชั้น 21-22 อาคาร T.S.T ซอยวิภาวดีรังสิต 9 ถนนวิภาวดีรังสิต เกณฑ์การสอบคัดเลือก สอบข้อเขียนภาษาอังกฤษ สอบสัมภาษณ์
        ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม สำนักงานหลักสูตรฯ ชั้น 4 อาคารประสิทธิรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต 
โทร.  0-2997-2222 ต่อ 1217  http://www.rsu.ac.th/csi/d
        ว.นวัตกรรมอุดมศึกษา ม.ธรรมศาสตร์
        วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา (College of Innovative Education) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือกำเนิดขึ้นมาจากวิสัยทัศน์อันยาวไกลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ต้องการจะริเริ่ม “สิ่งใหม่” ให้กับวงการศึกษาของไทย โดยได้หยิบยกประเด็นหลัก ๆ 4 ประการ คือ
1. จะต้องเป็นการศึกษาที่ผสมผสานศาสตร์ทางด้านต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
2. จะต้องเป็นการศึกษาที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการสังคม
3. จะต้องส่งเสริมให้มีการสรรค์สร้างนวัตกรรม ตลอดจนสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาออกมาใช้ประโยชน์ได้
4. จะต้องมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระจากระบบราชการ สามารถร่วมงานกับภาคเอกชนได้อย่างใกล้ชิด      
        วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา เป็นหน่วยงานในกำกับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีสถานะเทียบเท่าคณะสำนักหรือสถาบัน ตั้งขึ้นเพื่อให้การศึกษา ฝึกอบรม ค้นคว้า วิจัยและให้บริการสังคม เพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาวิชาการ และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
        ปัจจุบันเปิดสอนในระดับบัณฑิตศึกษา 2 แห่งคือ
        1. กรุงเทพฯ- วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ท่าพระจันทร์ เลขที่ 2 ถ.พระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. 10200 ชั้น 7 อาคารอเนกประสงค์ : โทรศัพท์ 0-2623-5055-8
โทรสาร 0-2623-5060 ชั้น 5 อาคารหอสมุดเดิม : โทรศัพท์ 0-2613-3115-8 โทรสาร 0-2623-5059 
        2. ชลบุรี - อุทยานการเรียนรู้ Learning Resort ทางหลวงหมายเลข 36 แขวงโป่ง เขตบางละมุง ชลบุรี 2015 ศูนย์ฝึกอบรมและสัมมนา :
โทรศัพท์ 0-3825-9010 โทรสาร 0-3825-9023
โรงแรม : โทรศัพท์ 0-38 25-9040 โทรสาร 0-3825-9050
        การให้บริการของวิทยาลัย  แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
        1. การเรียนการสอนเชิงสหวิทยาการ วิทยาลัย ได้เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาโท 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารเทคโนโลยี หมวดวิชาการจัดการเทคโนโลยี  หมวดวิชาการจัดการงานโทรคมนาคม หมวดวิชาการจัดการงานคอมพิวเตอร์ หมวดวิชาการจัดการงานวิศวกรรม หมวดวิชาเทคโนโลยีค้าปลีก หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารงานวัฒนธรรมมรดกและวัฒนธรรมร่วมสมัย : นโยบายและปฏิบัติ หมวดวิชาการแสดงและการผลิตทางวัฒนธรรม  หมวดวิชาอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม   
        2. การวิจัย เป้าหมายที่สำคัญของการวิจัยคือ การได้มาซึ่งความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการศึกษาอย่างถูกต้องตามหลักวิชา หมายถึงการกระทำที่มีระบบที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้
            3. การฝึกอบรมสัมมนา เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มทักษะด้านต่างๆ ให้กับหน่วยงาน อาทิ โครงการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญระบบงานคอมพิวเตอร์ โครงการจ้างบัณฑิตพัฒนาโปรแกรม หลักสูตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หลักสูตรผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมของบริษัทฟอร์ด โอเปอเรชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น

 



loading...


โดย อ.วิริยะ ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 11 ก.ค. 51 19:00 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 132,486 ครั้ง

แชร์หน้านี้