NEW STORIES

ลบ แก้ไข

ความหมาย ความเป็นมา วันขึ้นปีใหม่

sukchai
ชม 51,357 ครั้ง
 

ความหมาย ความเป็นมา วันขึ้นปีใหม่

วันขึ้นปีใหม่

ที่มา : หนังสือวันสำคัญ โครงการปีรณรงค์วัฒนธรรมไทยและแนวทางในการจัดกิจกรรม
โดย  :
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
รวบรวมโดย :
สถาบันเด็ก มูลนิธิเด็ก

  • ความหมาย

          ปีใหม่ เป็นเรื่องของวันเดือนหมุนเวียนมาบรรจบครบรอบ ๓๖๕ วัน (๑) หรือ ๑๒ เดือน ซึ่งสมมติกันว่าปีหนึ่งหมดไป ขึ้นวันเดือนใหม่ของอีกปีหนึ่ง ก็เรียกกันว่าปีใหม่ แล้วเปลี่ยนนักษัตรประจำปีใหม่เป็น ชวด ฉลู ขาล เถาะ เป็นต้น และเปลี่ยนพุทธศักราช (พ.ศ.) ใหม่

 

  • ความเป็นมา

          ประเพณีปีใหม่ของไทยในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๕ ตอนต้น ถือวันทางจันทรคติขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ เป็นวันขึ้นปีใหม่ ในพระราชพิธีสิบสองเดือนพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริว่า ในกฎมนเทียรบาลมีการสมโภชและเลี้ยงลูกขุน ซึ่งตรงกับการเลี้ยงโต๊ะอย่างฝรั่ง จึงทรงกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลขึ้นเวลาเช้ามีการพระราชกุศลสดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เวลาค่ำเชิญพระสยามเทวาธิราชและเชิญเจว็ดรูปพระภูมิเจ้าที่จากหอแก้วออกมาตั้งที่บุษบกมุขเจ็ดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตั้งเครื่องสังเวยที่พื้นชาลาหน้ามุขเด็จตั้งพระราชอาสน์ที่ประทับ ณ ศาลาคด มีละครหลวงแสดงและตั้งโต๊ะ พระราชทานเลี้ยง

          ครั้งต่อมาในรัชกาลที่ ๕ ได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นทางสุริยคติ ถือวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖ ร.ศ. ๑๐๘ หน้า ๕) และโปรดให้ใช้รัตนโกสินทรศกในการนับปี ตั้งแต่ ร.ศ. ๑๐๘เป็นต้นมา สำหรับพระราชพิธีปีใหม่นั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมศานุวงศ์ฝ่ายหน้าเสด็จเข้าไปรับพระราชทานเลี้ยง ณ ท้องพระโรงกลางพระที่นั่งจักรีมหาประสาท พระราชทานฉลากแก่พระบรมศานุวงศ์และข้าราชการบางคน ครั้นพระราชทานสิ่งของตามฉลากแล้วเสด็จพระราชดำเนินมาประทับที่ชาลาหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทอดพระเนตรละครหลวง แล้วเสด็จฯ กลับ

          ส่วนวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีขึ้นปีใหม่ในรัชกาลที่ ๔ นั้นกำหนดเป็นพระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช ตลอดมาจนทุกวันนี้ ถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พุทธศักราชแทนรัตนโกสินทรศก ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๕(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๙ ร.ศ. ๑๓๑ พ.ศ. ๒๔๕๕ หน้า ๒๖๔ – ๒๖๙) และต่อมาใน พศ.ศ. ๒๔๕๖(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๐/๓ พ.ศ. ๒๔๕๖ หน้า ๔๘๗ - ๔๙๐) โปรดให้รวมพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ เถลิงศกสงกรานต์ พระราชพิธีศรีสัจจปานกาลถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เข้าด้วยกันเรียกว่าพระราชพิธีตรุษะสงกรานต์ เริ่มการพระราชพิธีตั้งแต่วันที่ ๒๘มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายน

          การพระราชพิธีในวันที่ ๒๘มีนาคม เรียกว่าตั้งน้ำวงด้ายมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และสวดภาณวารในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย วันที่ ๒๙ มีนาคม เลี้ยงพระ อ่านประกาศสังเวยเทวดา สวดอาฎา – นาฎิยสูตร ยิงปืนมหาฤกษ์ มหาชัย มหาจักร มหาปราบยุค วันที่ ๓๐ มีนาคม พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ทรงเจิมแก่พระราชวงศ์ วันที่ ๓๑ มีนาคม พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ วันที่ ๑ เมษายน เสด็จสรงน้ำพระบรมอัฐิและพระอัฐิ ณ หอพระธาตุมณเฑียร เลี้ยงพระในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สรงมูรธาภิเษกที่ชานหน้าพระที่นั่งจันทรทิพโยภาส (พระที่นั่งราชฤดีในปัจจุบัน) ถ้ามีพระราชวงศ์จะโสกันต์ก็กำหนดในงานพระราชพิธีนี้สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ เวลาบ่ายมีงานอุทยานสโมสร กระทรวงวังจัดที่ลงพระนามและนามถวายพระพร วันที่ ๒ เมษายน เสกน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเสด็จฯ ไปสรงน้ำพระพุทธรูปที่หอราชพงศานุสร หอราชกรมานุสร พระศรีรัตนเจดีย์ พระมณฑป หอพระคันธารราษฎร์ และพระวิหารยอด แล้วสดับปกรณ์พระบรมอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้าและพระอัฐิ พระบรมวงศ์ที่หอพระนาก เวียนเทียนสมโภชพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร วันที่ ๓ เมษายน พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ถือน้ำแล้วไปถวายบังคมพระบรมอัฐิสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ที่หน้าพระที่นั่งสนามจันทร์ในกำแพงแก้วพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

          ครั้งต่อมาในรัชกาลที่ ๘ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ได้ประกาศให้ใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘ แผนกกฤษฎีกา ภาค ๑ - ๒ พ.ศ. ๒๔๘๔ หน้า ๓๑ - ๓๓) เพราะวันที่ ๑ มกราคมใกล้เคียงวันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย เป็นการใช้ฤดูหนาวเริ่มต้นปี และเป็นการสอดคล้องตามจารีตประเพณีโบราณของไทย ต้องตามคติแห่งพระบวรพระพุทธศาสนา และตรงกับนานาประเทศ โดยให้เริ่มใช้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นต้นไป จึงได้กำหนดการพระราชพิธีขึ้นปีใหม่ (หมายกำหนดการพระราชพิธี พุทธศักราช ๒๔๘๓) มีรายละเอียดดังนี้

          วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ เวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๐ นาที คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มายังพระที่นั่งอมรินทรวินิฉัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ วันที่ ๑ มกราคม ศ.ศ. ๒๔๘๔ เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๐ นาที คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปสรงน้ำพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากรที่ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้วมายังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน แล้วสดับปกรณ์ผ้าคู่พระบรมอัฐิสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระอัฐิสมเด็จพระบรมวงศ์

          วันนี้มีการลงชื่อถวายพระพรที่ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา ๑๐ นาฬิกา ถึง ๑๖ นาฬิกา

          วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เวลา ๙ นาฬิกา คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปสรงปูชนียวัตถุ คือ พระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากรและพระพุทธรูปสำคัญ แล้วสดับปกรณ์ผ้าคู่พระบรมอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรและพระอัฐิพระราชวงศ์

          ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์โปรดให้ยกการพระราชกุศลสดับปกรณ์ผ้าคู่ในวันขึ้นปีใหม่ ไปไว้ในพระราชพิธีสงกรานต์ ซึ่งฟื้นฟูขึ้นใหม่ตามโบราณราชประเพณีซึ่งเป็นเทศกาลสงกรานต์ในวันที่ ๑๓ - ๑๔ - ๑๕ เมษายน

          ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้งดการพระราชกุศลสวดมนต์ เลี้ยงพระในวันขึ้นปีใหม่เปลี่ยนเป็นเสด็จออกทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๐๑(หมายกำหนดการพระราชพิธี พุทธศักราช ๒๕๐๐) มีรายละเอียดดังนี้

 

          วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานพระราชวังดุสิตไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนถวายนมัสการพระพุทธปฎิมาที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรภายในท้องพระโรง

          เวลา ๗ นาฬิกา เสด็จฯ ลงยังสนามหญ้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยแล้วทรงบาตรพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยจัดเป็นสาย ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ๕๐ รูป นอกนั้นสายละ ๒๕ รูป รวมพระสงฆ์ ๓๐๐ รูป เสร็จแล้วเสด็จฯ ขึ้น งานนี้แต่งเครื่องแบบปรกติขาว งานนี้มีสังข์ แตร ปี่พาทย์ ประโคมบรรเลงตั้งแต่เสด็จทรงจุดเทียนจนเสด็จขึ้น

          วันนี้ เวลา ๙ นาฬิกา จนถึงเวลา ๑๗ นาฬิกา สำนักพระราชวังจะได้จัดที่สำหรับลงพระนามและนามถวายพระพรไว้ที่พระบรมมหาราชวัง

          ครั้ง พ.ศ. ๒๕๐๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรขึ้นปีใหม่ ในวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันที่ ๓๑ ธันวาคม (หมายกำหนดการ พุทธศักราช ๒๕๐๑) ซึ่งเป็นวันสิ้นปี

          ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรขึ้นปีใหม่ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นงานส่วนพระองค์ ณ พระราชฐานที่ประทับ

 

          (คัดจากหนังสือ ศิลปวัฒนธรรมไทย เล่มที่ ๓ ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมกรุงรัตนโกสินทร์ กรมศิลปากรจัดพิมพ์ เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๒๕ หน้า ๑๖๖ – ๑๖๕)

 

          พิธีของราชการและประชาชนสำหรับงานของทางราชการและประชาชนในวันขึ้นปีใหม่ก็จะมี ตั้งแต่คืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม จนถึงวันที่ ๑ มกราคม เช่นที่เคยยึดถือมาเดิม คือในวันสิ้นปี หรือวันที่ ๓๑ ธันวาคม ทางราชการหรือประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ จัดให้มีการรื่นเริงและมหรสพ มีพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพรปีใหม่แก่ประชาชน ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา กล่าวคำปราศรัย พอถึงเวลา ๒๔.๐๐ น. วัดวาอารามต่าง ๆ จะจัดพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ย่ำฆ้องกลอง ระฆัง เพื่อแสดงความยินดีต้อนรับรุ่งอรุณแห่งชีวิตของประชาชนในปีใหม่โดยทั่วกัน ตอนเช้าวันที่ ๑ มกราคม ก็จะมีการทำบุญตักบาตรสุดแท้แต่การจัด บางปีมีการจัดร่วมกัน บางปีบางท้องที่ก็ไปทำบุญตักบาตรกันที่วัดหรือที่ใด ๆ บางท่านบางครอบครัวก็มีการทำบุญตักบาตรหรือการทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านที่สำนักงานของตน

 

          (คัดจากหนังสือ ประเพณีไทย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ หน้า ๑๒ )

 

ที่มา http://www.childthai.org/e-book/social/social001/s003.html

แก้ไขล่าสุดโดย test001 เมื่อ 19/1/2549 16:25:49

 

Add to Favorite  Print this page 

WE RECOMMEND



MORE STORIES

TOP RELATED

EDUZONES HUB

Comment

ลบ แจ้งลบ
montreal canadiens tickets
 
Hello there,

I have a question for the webmaster/admin here at blog.eduzones.com.

Can I use some of the information from your post right above if I give a backlink back to this site?

Thanks,
Oliver
ลบ แจ้งลบ
Sutta
 

โหพึ่งทราบ ขอบคุณมากครับ

รองเท้าเจ้าสาว

กล้องโลโม่
Timothy coffee.......
ลบ แจ้งลบ
Sutta
 

ขอบคุณครับ

.. ............

ลบ แจ้งลบ
เอกพงษ์
 

5555555555555555555+ ผมชื่อโจ้ บ้านเเม่ตา หมู่1 บ้านเลขที่ 69อำเภอเเจ้ห่ม ตำบลปงดอน จังหวัดลำปาง ตอนนี้ผมชอบผู้หญิง ชื่ออิ้ม บ้านเเม่ตาเเพะ8

ลบ แจ้งลบ
เอกพงษ์
 
เเย่มาก
ลบ แจ้งลบ
เอกพงษ์
 
หื่น อยากสำ...
ลบ แจ้งลบ
พรชัย
 
ลบ แจ้งลบ
พราวขวัญ นนทกิตอำมาตย์กุล
 

ดีมากๆ ทำให้เรารู้ความเป็นมาของประเพณีไทย

 

 

SPECIAL THANK


ร่วมเป็นเพื่อน
Eduzones Social Network ที่นี่
Facebook Twitter Youtube
SUBSCRIBE TO EDUZONES.COM


STAFF RECOMMENDED


PARTNERS



TOP OF THE WEEK


คำฮิต

gat pat 55 open house  , กยศ กสพท , อาเซียน ,โรงเรียน , 7 วิชาสามัญ open house เด็ก , ม.ต้น ,ข่าวการศึกษาไทย  , เคล็ดลับเรียนเก่ง ประชาคมอาเซียน , เคลียริ่งเฮ้าส์ โควตา จุฬาฯ , , เฟสบุ๊ค asean ม.ธรรมศาสตร์ ม.รังสิต 55 มมส 55 ก่อนอนุบาล , ข่าวอาเซียน , รับตรงศิลปากร เรียนต่อ เรียนฟรี ลาดกระบังฯ เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลaec สทศ สมัคร clearing house สอบตรง  , ความสร้างสรรค์

คำค้นหา

แรงบันดาลใจมหาวิทยาลัย ,อาเซียน  โรงเรียนศึกษาต่อ , แนะแนว ,ท่องเที่ยวอาเซียนศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา ,ข่าวอาเซียนเรียนต่อ 7 วิชาสามัญ  admission 55 clearing house gat pat 55 กสพท ,asean การศึกษากับ ASEAN , การศึกษาไทย ประชาคมอาเซียน ข่าวการศึกษา  , ค่าย เคลียรริ่งเฮาส์ ประวัติอาเซียน โควต้า มช จุฬา ทุนการศึกษา เพชรยอดมงกุฎ แพทย์ ม.ขอนแก่น ม.ทักษิณ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ม.ธรรมศาสตร์  , ม.นเรศวร ม.พะเยา ม.แม่ฟ้าหลวง 55 ม.รังสิต 55 ม.ศิลปากร ม.อุบล มข ,โรงเรียน , มช มมส 55 มศว มหาวิทยาลัยนเรศวร มอ แม่ฟ้าหลวง รับตรง รับตรง เกษตรศาสตร์ 55 รับตรง มช รับตรงศิลปากร ราชมงคลธัญบุรีรับตรง55 ,AEC เรียนต่อ เลื่อนเปิดเทอม เลื่อนรับตรง วันพ่อแห่งชาติ , เว็บไซต์โรงเรียน สทศ , สทศ 7 วิชา สวนสุนันทา 55 สอท สอบตรง 55 ,ความคิดสร้างสรรค์ อ.วิริยะ , แอดมิชชั่น