ขนมหวานขึ้นชื่อของแต่ละประเทศ

ลบ แก้ไข

กล่าวกันว่าขนมหวานเป็นสิ่งที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะในการทำขนมหวานในแต่ละท้องที่นั้นจะไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ และกรรมวิธีการทำที่แตกต่างกันไป ซึ่งความแตกต่างเหล่านั้นเองที่ทำให้ปัจจุบันมีขนมหวานจากทั่วโลกมากมายหลายพันชนิด และแต่ละประเทศก็จะมีขนมหวานที่เป็นที่นิยมอยู่ด้วย ลองไปดูกันดีกว่าว่า ขนมหวานขึ้นชื่อเหล่านั้นมีอะไรบ้าง...


หรือภาษาเยอรมันเรียกว่า Schwarzwälder Torte ด้วยความมีชื่อเสียง ในเรื่องเบียร์ และเค้ก ที่มีรสชาติอร่อยมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่เยอรมนีจะกลายเป็นสถานที่ ดื่มกินยอมนิยม โดยช็อกโกแลตที่ทับซ้อน
หลายชั้นด้วยครีม เชอรรี่ และบรั่นดีผลไม้
ภายหลังได้ปรุงแต่งให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยช่าง
ทำเค้กในกรุงเบอร์ลิน และทุกวันนี้ก็ยังเป็น
ที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก

จานเด็ดของชาวฟิลิปปินส์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
ไม่แพ้ไข่บาลุท แต่รับประกันว่าไม่น่า้สะอิด สะเอียน ทั้งนี้ ฮาโล ฮาโล ไม่มีสูตรการทำที่ แน่นอน แต่ดูๆ ไปก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำแข็งใส ของบ้านเรา โดยนำน้ำแข็งบดมาเติมเครื่องเคียง เช่น ถั่วเขียว ลูกตาล ขนุน ฯลฯ ก่อนที่จะปิด
ท้ายด้วยการราดนมข้นหวาน และน้ำเชื่อม
โดยสามารถหาทานได้ทั่วไปในกรุงมะนิลา

คำว่า "TIRAMISU" ถอดความเป็นภาษาอังกฤษ ว่า "Carry me up" เพราะรสชาติขนมที่อร่อย จะพาคุณให้ไปถึงสวรรคได้โดยง่าย เค้กชื่อดังของอิตาลีนี้ ทำขึ้นจากเลดี้ฟิงเกอร์ ราดเอสเปรสโซ สอดไส้ด้วยมาสคาร์โปนชีส และซาบากลิออเน ลือกันว่า มีต้นกำเนิดมาจากแม่บ้านทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำเค้กนี้ขึ้นมาให้สามีรับประทาน โดยเชื่อว่า ส่วนผสมของคาแฟอีน และน้ำตาล จะทำให้เขามีพลัง และแคล้วคลาดจากอันตราย

ข้าวเหนียวมะม่วง
ขนมหวานแบบไทยๆ ที่มักจะได้รับประทาน
กันในหน้าร้อน ที่นำมะม่วงสุกเหลืองอร่าม มาทานคู่กับข้าวเหนียวมูล ราดด้วยน้ำกะทิ โดยขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ทั้งยังสามารถหาลิ้มลอง ได้ง่าย ทั้งในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคาร และร้านอาหารตามท้องถนนทั่วไป
แม้จะฟังชื่อแล้วดูฝรั่งเศสสุดๆ แต่อย่า เพิ่งตัดสินว่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากมหาวิทยาลัย
เคมบริดจ์ได้อ้างว่า พวกเขาคือต้นตำรับ ผู้คิดค้นขนมสูตรนี้ ในช่วงศตวรรษที่ 16 อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีจุดกำเนิดมาจากอังกฤษ แต่เชื่อว่าคงไม่มีสถานที่ใดเหมาะแก่การทาน
คัสตาร์ดเย็นๆ โรยด้วยน้ำตาลไหม้ ได้เท่ากับ แสงสว่างยามค่ำคืน ในกรุงปารีสอีกแล้ว
นี่ก็เช่นกัน แม้ชื่อจะฟังดูเป็นอเมริกัน แต่จริงๆ
แล้ว พายแอบเปิลมีต้นกำเนิดมาจาก
ประเทศอังกฤษ โดยได้รับการคิดค้นเมื่อ
ปี 1,381 และปกติจะอบด้วยแป้งสองชั้น ในสมัยก่อนตอนที่ชาวอังกฤษอพยพมา
ตั้งรกรากในอเมริกา พวกเขาได้นำ เมล็ดแอบเปิลมาปลูกด้วย จึงทำให้มี ความเกี่ยวพันกับวัฒนธรรมของคนอเมริกัน
ขนมเจลาตินทรงกลมจากแดนอาทิตย์อุทัย
(ญี่ปุ่น) มักสอดไส้ด้วยถั่วแดงหวาน หรือบางครั้งอาจเป็นแยมสตอเบอรี่ โรยด้วย
แป้งบางๆ โดยสามารถหาซื้อมารับประทานได้
ทั้งจากกรุงโตเกียว โอซาก้า เกียวโต
นากาโนะ และทุกแห่งในญี่ปุ่น
แคนาดาขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน แต่ถึงอย่างนั้น
ขนมรสเลิศนี้ ก็มีที่มาจากเกาะคูเวอร์ เมืองนาไนโม รัฐบริติช โคลัมเบีย โดยการได้รับการสร้างสรรค์ ขึ้นจากฝีมือแม่บ้านท้องถิ่น ซึ่งได้ส่งเจ้าขนม ทรงจัตุรัสชิ้นนี้ไปประกวดในนิตยสาร และคว้า รางวัลชนะเลิศมาได้ ปัจจุบันขนมชนิดนี้เป็นที่ชื่นชอบ ของผู้คนในแถบอเมริกาเหนือ
ก้อนขนมปังหวานที่ไม่ค่อยถูกปากชาวตะวันตก แต่รับรองว่าอยู่ในรายชื่อขนมอันดับต้นๆ ของชาวอินเดียและเมื่อมีคนมากกว่าพันล้านคน ชื่นชอบ ก็ยากที่จะปฏิเสธได้ว่ามันไม่อร่อย ปกติแล้วมักทำขึ้นโดยใช้ครีมสองชั้น และราดด้วยน้ำเชื่อมเข้มข้น เป็นที่นิยมในอินเดีย ปากีสถาน เนปาล และในประเทศแถบเอเชียใต้
ประวัติที่แท้จริงของบาคลาวายากที่จะ
ระบุให้แน่ชัด เพราะว่ามันมีต้นกำเนิดจาก
จักรวรรดิอ็อตโตมัน ดินแดนเมโสโปเตเมีย
และอาหรับ โดยขนมหวานชนิดนี้ทำขึ้นจากการ
นำแป้งฟิลโลมาสอดไส้ไว้ด้วยถั่ว น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม หากต้องการลิ้มลองรสชาติ แบบต้นตำหรับต้องไปรับประทานถึงถิ่นที่อ้างว่า เป็นจุดกำเนิดทั้งกรุงอิสตันบลู กรุงเอเธนส์ และกรุงเบรต แม้แต่ละที่อาจจะมีรสแตกต่างกันไปบ้าง
แต่ก็ยังการันตีความอร่อย





ที่มาข้อมูล : http://www.bloggang.com
http://www.horapa.com
http://variety.teenee.com
http://wikipedia.com

 




โดย applevip ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 21 มิ.ย. 52 23:21 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 42,159 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 42,159 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง