ซีดีรอม CD-ROM (Compact Discs Read Only Memory) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

ลบ แก้ไข










CD-ROM (Compact Discs Read Only Memory)


CD-ROMCD-ROM (Compact Discs Read Only Memory) เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะข้อมูลทางด้าน Multimedia เนื่องจาก Multimedia ต้องใช้สื่อเป็นจำนวนมาก เช่น ภาพ และ เสียง สิ่งเหล่านี้จัดว่าเป็น ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ถ้ามีการเก็บรูปภาพเป็นจำนวนมาก และเสียงที่มีความยาวนานๆ เข่น Music Video ที่มีความยาวประมาณ 3-4 นาที จะต้องใช้เนื้อที่ในการเก็บถึง 50 MB หรือ บางไฟล์อาจจะเล็ก/ใหญ่ กว่าได้ ดังนั้นข้อมูลเหล่านี้โดยมาก จึงถูกเก็บไว้ใน CD-ROM ซึ่งมีความสามารถในการบันทึกข้อมูลได้มาก ซึ่งแผ่น CD-ROM จะมี 2 ขนาดความจุข้อมูล คือ



  • 650 MB

  • 700 MB



แผ่น CD เป็นแผ่นพลาสติกเคลือบ ลักษณะวงกลม มีช่องตรงกลาง ขนาด 4.8 นิ้ว (12 cm.) หนา 1.2 มิลลิเมตร ประกอบด้วย



  • แผ่นพลาสติกทำจากสาร polycarbonate

  • สารอลูมิเนียม (aluminum) ซึ่งฉีดลงบนแผ่นพลาสติก polycarbonate ให้มีลักษณะเป็นร่องๆ

  • สารอคีลิค (acrylic) เคลือบบน Aluminium เพื่อป้องกันผิว

  • เลเบล (Label) ซึ่งมักจะเป็นสีเคลือบบน Acrylic อีกที เพื่อแสดงตราการค้า หรือรูปภาพต่างๆ



Cross-section of a CD



แผ่น CD มี Track เพียง Track เดียว ไม่เหมือนกับแผ่นดิสก์ที่ประกอบด้วย Track หลาย Track โดยจะหมุนจากด้านในออกสู่ด้านนอก ทำให้แผ่น CD มีขนาดเล็กกว่า 12 cm. ได้ แผ่น CD ในปัจจุบัน มีขนาดเล็ก เรียกว่า Mini CD-R มีความจุอย่างต่ำ 2 MB เป็นต้น



CD Track



วงของ Track จะมีระยะห่างกัน 1.6 ไมครอน (Micron) โดย Track จะถูกแบ่งเป็นท่อนเล็กๆ (Bump) เรียงกันเป็นแถว แต่ละท่อนมีความกว้าง 0.5 ไมครอน ยาว 0.83 ไมครอน และสูง 125 นาโนเมตร (nanometers) ถ้านำ Bump แต่ละท่อน มาต่อเรียงกัน จะได้ความยาว 3 กิโลเมตรเลยน่ะคับ ต่อแผ่น CD 1 แผ่น



CD Bumps



หลักการทำงานของซีดีรอม



หลักการทำงานของซีดีรอม คือการใช้ลำแสงเลเซอร์ในการอ่านข้อมูล แผ่นซีดีรอมทำมาจากแผ่นพลาสติกเคลือบด้วยอะลูมิเนียม เพื่อสะท้อนแสดงเลเซอร์ที่ยิงมา เมื่อแสงเลเซอร์ที่ยิงมาสะท้อนกลับไปที่ตัวอ่านข้อมูลที่เรียกว่า Photo Detector โดยทางด้านล่างของ ซีดีรอมก็จะมีลักษณะเป็นหลุม เรียกว่า พิท ซึ่งแต่ละหลุมจะมีขนาดเล็กมาก ประมาณ 1.6 ไมครอน (1.6/1000000 เมตร) ถ้าตัวกำเนิดแสงเลเซอร์ ยิงแสงเลเซอร์ไปบนแผ่นแล้ว การสะท้อนแสงเลเซอร์ ของบริเวณที่มีหลุม กับไม่มีหลุมก็จะแตกต่างกัน ดังนั้นค่าที่อ่านได้ จาก ตัว Photo Dectector ก็จะแตกต่างกัน และแผงวงจรภายในก็จะเปลียนให้เป็นสัญญาณ 0 กับ 1 เพื่อส่งไปให้กับซีพียูนำไปประมวลผลต่อไป



ความเร็วที่ใช้วัดประสิทธิภาพของไดร์ฟซีดีรอม นั้นจะใช้วิธีการเทียบจากความเร็วมาตรฐาน ซึ่งความเร็วมาตรฐาน จำนวนข้อมูลที่สามารถส่งถ่าย จากแผ่นซีดีรอมออกมา เป็นสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งในการผลิตซีดีรอมขึ้นมาครั้งแรก ได้มีการกำหนดมาตรฐาน ของการถ่ายโอนข้อมูลไว้ที่ 150 KBps ซึ่งในปัจจุบันนี้จะมีการวัดค่าโดยการเทียบความเร็วจากความเร็วมาตรฐาน เช่นซีดีรอม 4X ก็จะมีความเร็วที่เร็ว กว่ามาตรฐาน 4 เท่า ซึ่งก็จะมีการถ่ายโอนข้อมูลที่ 600 Kbps นั่นเอง



 




โดย banban ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 14 ก.พ. 51 18:46 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 30,090 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 30,090 ครั้ง ตอบ 3 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย 11
IP : 210.246.182.***
ลบ แจ้งลบ
โดย 11
IP : 210.246.182.***
ลบ แจ้งลบ
โดย emo
IP : 203.118.74.***
ม่ายด้ายเรื่องเลยอะนะ

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง