ตะลุยสนามแข่งหุ่นยนต์ประลองปัญญา “Intelligent CODE” ประสาเด็กรักไอที แข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ ระดับประเทศ ของ สสวท.

ลบ แก้ไข

ตะลุยสนามแข่งหุ่นยนต์ประลองปัญญา “Intelligent CODE” ประสาเด็กรักไอที แข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ ระดับประเทศ ของ สสวท.
21 สิงหาคม 2550
 

วันนี้พาไปตะลุยสนามการแข่งขันเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมหุ่นยนต์  ระดับประเทศ จัดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เมื่อต้นเดือนสิงหาคมนี้ ณ โรงแรมรอแยล เบญจา กรุงเทพมหานคร
  
โดยมีทีมระดับมัธยมศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกมาจากศูนย์ระดับภูมิภาค จำนวน 10 ศูนย์ ศูนย์ละ 2 ทีม หุ่นยนต์ที่ว่านี้เป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่สามารถบังคับควบคุมให้ทำงานตามคำสั่งได้

การแข่งขันปีนี้ คณะกรรมการท้าประลองในหัวข้อ “Intelligent CODE” โดยรอบ ที่ 1 นั้น กำหนดภารกิจให้แต่ละทีม บวก I-Code ให้มีจำนวนเท่ากับ B-Code ที่สแกนได้ 

เมื่อหุ่นยนต์ออกจากจุดเริ่มต้นที่ตำแหน่ง Start จะต้องเดินไปตรวจสอบ B-Code ที่เป็นเลขฐานสองแล้วแปลงให้เป็นเลขฐานสิบ จากนั้นต้องพลิกป้ายที่ตำแหน่ง I-Code ให้มีค่าเท่ากับเลขฐานสิบที่ได้จากการแสกน B-Code โดยถ้าพลิกป้ายให้เป็นสีดำจะมีการนับคะแนนในตำแหน่งนั้น  ถ้าผลรวมของป้ายที่ตำแหน่ง I-Code ทั้ง 4 ตำแหน่งรวมกันถูกต้องและหุ่นยนต์เดินทางเข้าจุด Start ได้ 4 คะแนน
 
ทั้งนี้จะมีการสุ่ม B-Code และป้าย I-Code ทุกครั้งเมื่อมีการเริ่มต้นใหม่ ใครบวกได้ถูกต้องและมากที่สุดจะถือว่าเป็นผู้ชนะ จัดแข่งขันทีมละ 2 รอบ แล้วกรรมการพิจารณาจากคะแนนที่ดีที่สุดจากทั้งสองรอบ แล้วหาทีมที่ได้ลำดับ 1 -8

ส่วนรอบที่ 2  ภารกิจของแต่ละทีมก็คือจะต้องบวก I-Code  ให้มีจำนวนเท่ากับ B-Code mสแกนได้ และพลิกป้าย I-Code แถวกลางให้เป็นสีของฝ่ายตน จะถือว่า Bingo  คัดเลือกโดยแบ่งผู้เข้าแข่งขันเป็น 2 สาย  ๆละ 4 ทีม และแข่งขันแบบพบกันหมดในสายเดียว
 
รอบรองชนะเลิศ แข่งขัน 2 คู่แบบไขว้สาย  ส่วนรอบชิงชนะเลิศนั้น แข่งขัน 3 ครั้ง ชนะ 2 ใน 3 ถือว่าชนะเลิศ

ผลปรากฏว่า ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่ นายพรประเสริฐ งามเสงี่ยม นายณัฐพงศ์ วงศ์นาป่า โดยมีนายคมกริช ซ้อนบุญ อาจารย์ที่ปรึกษา โรงเรียนชำนาญสามัคคีวิทยา จังหวัดระยอง

รองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของ นายนวกานต์ ประจงจิตร นายสร้างสรรค์ สวงโท เด็กชายสุภาวัฒน์ ชัยสงค์  อาจารย์มานะ ประจงจิตร โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ  และรองชนะเลิศอันดับ 2 มี 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ  จังหวัดนครศรีธรรมราช และโรงเรียนน้ำริด จังหวัดอุตรดิตถ์

โรงเรียนชำนาญสามัคคีวิทยา ทีมชนะเลิศสองแรงแข็งขัน นายณัฐพงศ์  วงศ์นาป่า (เรน) ชั้น ม. 6 เล่าให้ฟังเรื่อย ๆ อย่างคนใจเย็นว่า ก่อนที่จะแข่งนั้นทางโรงเรียนจัดสนามให้ซ้อมทุกเย็น จนถึงสองทุ่ม เสาร์อาทิตย์ก็ซ้อม  ตอนซ้อมสนุกมากครับ ทดลองไปเรื่อย ๆ จนกว่าหุ่นยนต์จะทำได้จะตรงกับโจทย์ที่เรากำหนดไว้  ตอนที่แข่งระดับศูนย์ภูมิภาครอบสุดท้าย สายไฟหลุด พอเข้ารอบชิงระดับประเทศก็เลยต้องตรวจสอบให้ดี เดี๋ยวจะพลาด

“เทคนิคการเขียนโปรแกรมของผมคือช้าแต่ชัวร์ ดีกว่าเร็วแล้วพลาด  ค่อย ๆ ฝึกไปเรื่อย ๆ การแข่งขันระดับศูนย์จะดีกว่าตรงที่เรารู้เขารู้เรา รู้ว่าโรงเรียนอื่น ๆ ซึ่งอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับโรงเรียนของเรามีฝีมือเป็นอย่างไร อ่อน แก่ ตรงไหน แต่พอมาแข่งระดับประเทศ มีแต่คนเก่ง  ๆ มาจากทุกศูนย์  ทำให้ตื่นเต้นและเดาทางโรงเรียนอื่น ๆ ไม่ถูกครับ”
 

นายพรประเสริฐ  งามเสงี่ยม  (ต้อม) ชั้น ม. 6 แนะนำเพื่อน ๆ ที่สนใจว่าให้หมั่นฝึกฝน ใช้ความพยายามสังเกตเทคนิคต่าง ๆ เพราะประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราพัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นได้เรื่อย ๆ

สำหรับโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ทีมที่เคยคว้ารางวัลชนะเลิศเมื่อปี 2547  แต่ปีนี้ได้รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่  นายนวกานต์ ประจงจิตร (กานต์) ชั้น ม. 5 แนะนำว่า หากเพื่อน ๆ สนใจเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ แล้วต้องการซื้ออุปกรณ์มาลองทำเอง  ต้นทุนชุดหุ่นยนต์ I-NEC ที่ผลิตโดยคนไทยจะอยู่ที่ประมาณ สี่พันถึงห้าพันบาท  ส่วนหุ่นยนต์ยี่ห้อเลโก้ประมาณหมื่นกว่าบาท  เมื่อซื้อหุ่นยนต์มาแล้วก็จะมีคู่มือแนะนำการใช้และวิธีเขียนโปรแกรมมาให้ก็ลองเขียนโปรแกรมตามนั้นดู
 
พอเริ่มจำ Code ได้เองแล้ว ก็เริ่มตั้งโจทย์เอง  โดยใช้กระดาษหรือแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีขาว ติดเทปสีดำ มาทำเป็นพื้นสนาม จากนั้นกำหนดโจทย์ว่าจะสี่งการหุ่นยนต์ให้เดินหรือทำงานิย่างไร เป็นการฝึกฝนไปในตัว   “ผมเริ่มเล่นหุ่นยนต์ Lego ตอนเรียน ป. 5  เนื่องจากพ่อซึ่งเป็นครูคอมพิวเตอร์ เห็นผมใช้เวลาว่างเล่นเกมคอมพิวเตอร์เสียเป็นส่วนใหญ่    จึงสอนให้เขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ และซื้อชุดประกอบหุ่นยนต์ราคากว่า 19,000 บาทให้  เริ่มแรกก็รู้สึกว่ายาก  แต่ก็เรียนรู้โดยการลองผิดลองถูก  ส่วนหุ่น  I-NEC เริ่มตอนเรียน ม. 4”

นายสร้างสรรค์ สวงโท (จีโอ) ม. 4 ช่วยเสริมว่า “อยากให้เพื่อน ๆ ลองฝึกฝนตามโจทย์บ่อย ๆ พยายามเขียนโปรแกรมให้ได้ตามโจทย์ที่เราต้องการให้ได้ การหมั่นฝึกซ้อมเป็นหัวใจสำคัญมากที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จ  ทีมผมก่อนที่จะแข่งทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศนั้นซ้อมเกือบทุกวันเลยครับ” พร้อมกับบอกว่าชอบเรียนคอมพิวเตอร์มาก จบ ม. 6 ก็ว่าจะเรียนต่อทางนี้

เด็กชายสุภาวัฒน์ ชัยสงค์  (นุก) ชั้น ม. 2 ทีมนี้มีวิธีถ่ายทอดความรู้โดยพี่สอนน้อง เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาแทนที่ตัวเองเมื่อจบการศึกษาไป  คราวนี้จึงมีน้องนุกมาร่วมทีมประลองฝีมือด้วย โดยทั้ง 3 เล่าว่า ปัญหาที่พบจากแข่งขัน  คือ เนื่องจากมุมของป้ายไม่คงที่ ทำให้ค่าแสงคาดเคลื่อน ช่วง Bingo ตรงกล้องพลิกกลับไปมาเรื่อย ๆ  
น้องนุก เล่าบ้างว่า ตนเองนั้นชอบเรียนคอมพิวเตอร์เพราะเริ่มจากชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นชีวิตจิตใจ  โดยใช้เวลาว่างที่เหลือจากการทำการบ้าน และซ้อมหุ่นยนต์  เกมที่เล่นเป็นเกมออนไลน์แนวผจญภัย ชื่อ Maple  Story
 
แต่ในส่วนนี้น้องจีโอในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ขอปรามน้อง ๆ ที่ชอบเล่นเกมว่า “อยากให้แยะแยะว่าการเล่นเกมแค่ใช้ผ่อนคลายในเวลาว่าง เกมที่เราเลือกเล่นควรจะเป็นเกมที่มีประโยชน์คือช่วยฝึกสมองและสนุกด้วย  แต่การเล่นเกมก็เป็นโทษถ้าเราให้เวลาในการเล่นเกมมากไป หรือเล่นเกมที่ปลูกฝังความรุนแรงให้เรา”

นายนิธวัฒน์  ลีละวัฒนพันธ์ (ปอน) ชั้น ม. 5 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ รองชนะเลิศอันดับ 2 บอกเราว่าตื่นเต้นมาก และนับเลขพลาด ปีหน้าจะสมัครมาแข่งอีกแน่ ๆ ครับ ความสนุกในการแข่งขันอยู่ตรงที่ได้ลุ้นว่าหุ่นยนต์ของเราจะทำได้ไหม ทำพลาดหรือเปล่าปกติน้องปอนเขียนโปรแกรมอยู่แล้ว และได้ทำโครงงานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งศึกษาด้วยตัวเองมาตลอด “บางคนคิดว่าการเขียนโปรแกรมทุกอย่างนั้นทำยาก พอเพื่อนชวนก็ตอบปฏิเสธไปก่อน อยากบอกว่าเขียนโปรแกรมนั้นไม่ยากเลยถ้าใจรักและหมั่นฝึกฝน” ปอนบอก

ศ.ดร.สุรินทร์  พงศ์ศุภสมิทธิ์  ผู้อำนวยการ สสวท.  ฝากไว้กับเด็กไทยเก่งไอทีที่มาร่วมชิงชัยแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ระดับประเทศนี้ว่า อยากให้น้อง ๆ  ที่มาร่วมแข่งขันครั้งนี้ลองนำวิธีการที่ผู้แทนประเทศไทยนำไปใช้แข่งขันโอลิมปิกวิชาการจนประสบความสำเร็จในเวทีโลก  ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีและไม่ยากที่จะนำไปปฏิบัติ  เพราะการเรียนให้สำเร็จได้นั้น จะมีอิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉันทะ  รักในสิ่งที่ทำ จะเห็นว่านักเรียนที่ไปแข่งโอลิมปิกวิชาการแล้วได้เหรียญทอง เขาชอบวิชานั้น ๆ        ได้อ่าน เมื่อได้ทำแล้วมีความสุข วิริยะ หมายถึง ความเพียร ความพยายาม  จิตตะ หมายถึง มีความเอาใจใส่ ต่อการเรียนรู้ มุ่งมั่นทุ่มเท และวิมังสา หมายถึง หมั่นทบทวนตรวจสอบ มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุงวิธีการเรียนรู้

การแข่งขันครั้งนี้เป็นฝึกให้เยาวชนได้คิดแก้ปัญหาการบูรณาการความรู้ในเรื่องของการเขียนโปรแกรม   นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นักเรียนของเราจะได้จุดประกายความสนใจในเรื่องของการสร้างนวัตกรรมใหม่ เพราะหุ่นยนต์จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เยาวชนเหล่านี้เกิดความสนใจศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในขั้นสูงต่อไป   เพราะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์บังคับหุ่นยนต์เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีค่อนข้างมาก
 
น้อง ๆ ที่สนใจแต่พลาดการแข่งขันในปีนี้ อดใจรอสมัครแข่งขันได้ในปีหน้า  โดยติดตามรายละเอียดจากเว็บไซต์สาขาคอมพิวเตอร์ สสวท.
http://oho.ipst.ac.th 
 
                     ส่วนประชาสัมพันธ์ สสวท.
                  (สินีนาฎ  ทาบึงกาฬ/รายงาน)

               **************************************** 
   
   
    


 




โดย dissiiiii ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 25 มี.ค. 51 13:59 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 17,003 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 17,003 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย มาร์คคุง
IP : 125.27.178.***
  • แย่ จัง ผม มัน หล่อ ง่ะ

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง