อุชเชนี

ลบ แก้ไข

ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา

จาก Eduzones Elibrary, สารานุกรมฟรี

ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา หรือ อุชเชนี เกิดในปี พ.ศ. 2462 ที่กรุงเทพมหานคร สมรสกับหม่อมหลวงจิตรสาน ชุมสาย ณ อยุธยา พ.ศ. 2536 เรียนหนังสือที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ จบชั้นมัธยม 8 ทางภาษาฝรั่งเศส เมื่ออายุ 16 ปี และเรียนซ้ำมัธยม 8 ทางภาษาอังกฤษ เรียนมหาวิทยาลัยที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบปริญญาโทเกียรตินิยม ภาษาฝรั่งเศส พ.ศ. 2488 และได้ทุนไปศึกษาต่อที่ปารีส 1 ปี

เริ่มเขียนกลอนตั้งแต่เข้าเรียนจุฬาฯ โดยมีรุ่นพี่ตั้งนามปากกาให้ว่า “อุชเชนี”. พ.ศ. 2489 เริ่มเขียนกลอนสั้น ๆ “มะลิแรกแย้ม” ลงพิมพ์ในหนังสือ “บ้าน- กับโรงเรียน” ในนาม “มลิสด”. พ.ศ. 2491 เปลี่ยนแนวการแต่งจากรักเป็นเรื่องของคนทุกข์ยากคือ “ใต้- โค้งสะพาน” ลงในหนังสือ “การเมือง”. พ.ศ. 2499 มีการรวมพิมพ์เป็นเล่มระหว่าง “อุชเชนี” และ “นิด นรารักษ์” ชื่อ “ขอบฟ้าขลิบทอง” บอกเล่าเรื่องราวเพื่อเสริมสร้างการมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะเคียงความรู้สึกของชนชั้นกลาง ที่เห็นคุณค่าของชนชั้นที่ต่ำกว่า ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ระหว่างความรวยและความจน

กลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมรสกับหม่อมหลวงจิตรสาน ชุมสาย ณ อยุธยา พ.ศ. 2536

ระหว่างศึกษาที่ฝรั่งเศส ได้อ่านหนังสือวรรณคดีชั้นเยี่ยมของฝรั่งเศสจำนวนมาก ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดที่จะสร้างสรรค์งานที่มีค่าต่อสังคม เมื่อกลับมาเป็นอาจารย์มีโอกาสได้ติดตามนายแพทย์และบาทหลวงเข้าไปทำงานที่แหล่งเสื่อมโทรม และมีจิตสำนึกแบบชาวคาทอลิกที่เคร่งครัดว่าควรจะต้องทำอะไรเพื่อคนจน ทำให้เธอเขียนบทกวีที่สะท้อนภาพสังคมในเชิงมนุษยธรรม

ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พร้อมกับ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในปี พ.ศ. 2536


หนังสือเรื่อง ขอบฟ้าขลิบทอง เป็นหนังสือที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นงานวรรณกรรมที่น่าอ่าน มีคุณค่าทางศิลปวรรณกรรม ครบถ้วนตามแนวทางของวรรณกรรมโลกหรือวรรณกรรมสากลมีเนื้อหาสาระที่แสดงออกถึงความริเริ่มสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิตและต่อโลกกว้างขึ้น ได้รับความรู้ ความคิดอ่าน ความบันเทิงทางศิลปะวัฒนธรรม ปรากฏแจ้งใน หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน


ตัวอย่างงานประพันธ์    มิ่งมิตร       เธอมีสิทธิ์ที่จะล่องแม่น้ำรื่น ที่จะบุกดงดำกลางค่ำคืน                       ที่จะชื่นใจหลายกับสายลม ที่จะร่ำเพลงเกี่ยวโลมเรียวข้าว                ที่จะยิ้มกับดาวพราวผสม ที่จะเหม่อมองหญ้าน้ำตาพรม                 ที่จะขมขื่นลึกโลกหมึกมน ที่จะแล่นเริงเล่นเช่นหงษ์ร่อน                 ที่จะถอนใจทอดกับยอดสน ที่จะหว่านสุขไว้กลางใจคน                    ที่จะทนทุกข์เข้มเต็มหัวใจ ที่จะเกลาทางกู้สู่คนยาก                        ที่จะจากผมนิ่มปิ้มเส้นไหม ที่จะหาญผสานท้านัยน์ตาใคร                 ที่จะให้สิ่งสิ้นเธอจินต์จง ที่จะอยู่เพื่อคนที่เธอรัก                         ที่จะหักพาลแพรกแหลกเป็นผง ที่จะมุ่งจุดหมายประกายทะนง                 ที่จะคงธรรมเที่ยงเคียงโลกา เพื่อโค้งเคียวเรียวเดือนและเพื่อนโพ้น       เพื่อไผ่โอนพลิ้วพ้อล้อภูผา เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วทั่วแนวนา            เพื่อขอบฟ้าขลิบทองรองอรุณ


แหล่งที่มาจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ขอบคุณคะ -janawasaki- รายงาน

 




โดย dissiiiii ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 26 มี.ค. 51 11:08 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 13,434 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 13,434 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง