สุดยอด 10 มหาวิทยาลัยใน สหรัฐอเมริกา

ลบ แก้ไข

 

สุดยอด 10 มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา
“USA TOP 10 UNIVERSITY 2008”


          

        ฉบับนี้ STUDY ABROAD ขอตบท้ายใกล้สิ้นปีใหม่ด้วยสถิติต่างๆและการจัดอันดับที่สุดมหาวิทยาลัยแห่งปี 2008 ให้ทุกคนได้ทราบกันนะคะ  สำหรับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา การประเมินคุณภาพและมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกานั้น มี 3 ระบบใหญ่ ๆ คือ การประเมินโดยสมาคมรับรองมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา การประเมินโดยสมาคมรับรองมาตรฐานสถาบันวิชาชีพเฉพาะทางและการประเมินโดยสื่อมวลชน U.S.News - World Report ซึ่งเป็นสื่อมวลชนแขนงหนึ่งที่ได้ดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เช่นเดียวกับที่หนังสือพิมพ์ Times จัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของอังกฤษ การประเมินจัดอันดับของ U.S. News & World Report เป็นที่ยอมรับทั้งในวงวิชาการและประชาชนว่าเชื่อถือได้ และเป็นต้นแบบที่ Asiaweek นำมาใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเซียเป็นครั้งแรกเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบมาถึงอุดมศึกษาไทย คราวนี้เราจะมาดูกันว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกาโดย U.S.News & World Report นั้น เขามีวิธีการในการจัดอันดับกันอย่างไร? และใช้อะไรเป็นดัชนีวัดสำหรับองค์ประกอบการให้คะแนน พี่แพทขอนำเสนอสาระที่น่าสนใจจาก America's Best Colleges (2008) ตามนี้ค่ะ


องค์ประกอบในการให้คะแนน
        U.S.News ได้เลือกสำรวจมหาวิทยาลัยหลักสูตร 4 ปี ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน 1,422 แห่ง โดยจำแนกกลุ่มตามวิธีการแบ่งประเภทของมูลนิธิคาร์เนกี้ เพื่อการส่งเสริมการสอน (Carnegie Foundation for the Advancement of Teaching) ซึ่งเป็นมาตรฐานการแบ่งประเภทที่ยอมรับกันในวงการอุดมศึกษาและกำหนดการให้น้ำหนักคะแนนบางข้อไม่เท่ากันระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติกับมหาวิทยาลัยภูมิภาค เพื่อลดความคลาดเคลื่อนอันเกิดจากสภาพเป็นจริงที่แตกต่างกัน
        

องค์ประกอบในการให้คะแนนประกอบด้วยชื่อเสียงทางวิชาการและตัวบ่งชี้คุณภาพทางวิชาการอื่น ๆ อีก 6 ข้อ รวมเป็น 100 คะแนน ดังนี้
        

1.ชื่อเสียงทางวิชาการ คิดเป็นร้อยละ 25 ของคะแนนรวม โดย U.S. News ได้ส่งแบบสำรวจด้านชื่อเสียงทางวิชาการไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัย คณบดี และเจ้าหน้าที่รับนักศึกษา รวม 4,200 คนทางไปรษณีย์ เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ให้คะแนนทุกมหาวิทยาลัยประเภทเดียวกับตนโดยใช้ค่าสถิติ Quartile ซึ่งการสำรวจครั้งล่าสุดได้รับคำตอบกลับมาร้อยละ 65
        

2. โอกาสเลือกสรรนักศึกษา คิดเป็นร้อยละ 15 ของคะแนนรวม โดยอาศัยข้อมูลเกี่ยวกับชั้นปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2007 ดังต่อไปนี้
        ก. อัตราการรับผู้สมัคร
        ข. ร้อยละของผู้ลงทะเบียนเรียน จากจำนวนที่มหาวิทยาลัยรับเข้าแล้ว
        ค. คะแนนทดสอบความถนัดทางการเรียน (SAT I) โดยเฉลี่ย
        ง. อันดับในชั้นเรียนมัธยมปลาย ของนักศึกษาปีที่ 1 (มหาวิทยาลัยแห่งชาตินับจาก 10% แรกของชั้นเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยภูมิภาคนับจาก 25% แรก)
        

3. ทรัพยากรด้านคณาจารย์ คิดเป็นร้อยละ 20 ของคะแนนรวม โดยคำนวณจากข้อมูลของปีการศึกษา 1995 ดังนี้
        ก. อัตราส่วนของนักศึกษาที่เทียบเท่าเต็มเวลา (full-time-equivalent students) ต่อคณาจารย์ที่เทียบเท่าเต็มเวลาโดยไม่รวมบัณฑิตวิทยาลัยที่เป็นเอกเทศ
        ข. ร้อยละของคณาจารย์เต็มเวลา ที่มีวุฒิปริญญาเอก หรือปริญญาสูงสุดอื่น
        ค. ร้อยละของคณาจารย์ที่สอนไม่เต็มเวลา
        ง. เงินเดือนโดยเฉลี่ย รวมทั้งสิ่งตอบแทนอื่น ๆ สำหรับคณาจารย์เต็มเวลา
        จ. ขนาดของชั้นเรียน
        

4. ทรัพยากรด้านการเงิน คิดเป็นร้อยละ 10 ของคะแนนรวม โดยนำค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของมหาวิทยาลัยในปีงบประมาณ 2007 (การสอน บริการ นักเรียน งานส่งเสริมด้านวิชาการและสถาบันห้องสมุด คอมพิวเตอร์และงานบริหาร) มาหารด้วยการเข้าเรียนที่เทียบเท่าเต็มเวลา สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (การวิจัยเงินอุดหนุน บริการสาธารณะ งานดำเนินการ และงานซ่อมบำรุง) คำนวณเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษาต่อหัว)
        

5.อัตราการคงอยู่ของนักศึกษา คิดเป็นร้อยละ 20 ของคะแนนรวมสำหรับมหาวิทยาลัยแห่งชาติและร้อยละ 25 สำหรับมหาวิทยาลัยภูมิภาค โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยร้อยละของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยระหว่างปี 1998-2001 ซึ่งจะสำเร็จการศึกษาภายในเวลา 6 ปี
       

 6. มูลค่าเพิ่ม คิดเป็นร้อยละ ของคะแนนรวมสำหรับมหาวิทยาลัยแห่งชาติ โดยคาด
        คะเนอัตราการเรียนจบสำหรับแต่ละมหาวิทยาลัย จากคะแนนทดสอบของนักศึกษาที่เข้าเรียนในปี 2001 และค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของมหาวิทยาลัย แล้วนำมาเปรียบเทียบกับอัตราการสำเร็จการศึกษาจริงในเวลา 6 ปีของชั้นเรียนเดียวกันนี้
       

 7. ศิษย์เก่าบริจาค คิดเป็นร้อยละ 5 ของคะแนนรวมโดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยร้อยละของ
        ศิษย์เก่าผู้จบปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งได้บริจาคตามที่มหาวิทยาลัยได้ขอเรี่ยไรในระหว่างปี 2007 และหรือปี 2008

 

TOP TEN UNIVERSITIES IN USA  2008

 

According to America's Best Colleges, US News, 2008: ที่มาจากนิตยสารของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงในเรื่องการจัดอันดับมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ

 

  Rank  

University

1

  Princeton University

2

  Harvard University

3

  Yale University

4

  Stanford University

5

  California Institute of Technology

6

  University of Pennsylvania  

7

  Massachusetts Institute of Technology  

8

  Duke University

9

  University of Chicago

10

  Columbia University

 




โดย คุณชายขี้เหงา ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 19 เม.ย. 52 15:49 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 15,652 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 15,652 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง