แนวทางสู่ห้องเรียนศตวรรษที่ 21

ลบ แก้ไข

ปั้นครูแห่งอนาคต
แนวทางสู่ห้องเรียนศตวรรษที่ 21

 
 
UploadImage


           หลายปีที่ผ่านมาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 หรือห้องเรียนศตวรรษที่ 21 เป็นแนวคิดที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการศึกษาให้เกิดศักยภาพ ซึ่งฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันแนวคิดดังกล่าวให้สามารถนำไปใช้ได้จริงต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรด้านการศึกษาโดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา

         บริษัทอักษรเอ็ดดูเคชั่นจํากัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสําคัญนี้ จึงร่วมมือกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการสัมมนาผู้นําทางการศึกษาแห่งประเทศไทย (TELS) โดยดึง "เคน เคย์" ผู้คิดค้นแนวคิดการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 มาแชร์ประสบการณ์ภายใต้แนวคิด "เรียนรู้จากนักคิดแห่งศตวรรษที่ 21 สู่การปฏิบัติในบริบทของประเทศไทย"

          "เคน เคย์" ฉายภาพเบื้องต้นให้ฟังว่า ครูส่วนใหญ่ตระหนักถึงทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ว่า มีความสำคัญต่อการสร้างนักเรียนและพลเมืองโลก แต่ยังเผชิญกับอุปสรรคในการสร้างห้องเรียนแห่งศตวรรษที่ 21 เพราะครูส่วนใหญ่เติบโตและถูกสอนมาในระบบการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นยุคอุตสาหกรรมที่เน้นสร้างบุคลากรให้เป็นแรงงานทำงานซ้ำซาก ทำให้ครูมองภาพการสอนโดยใช้แนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ไม่ชัดเจน

            ทั้งที่โลกยุคใหม่ใน ค.ศ. 2020 คาดหวังพลเมืองที่มีคุณสมบัติ และความสามารถในการแก้ปัญหา, มีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์, ความคิดสร้างสรรค์, ทักษะในการบริหารผู้คน และทักษะการสื่อสาร-ประสานงานร่วมกัน โดยองค์กรที่สามารถผสมผสานทักษะนี้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างบุคลากรเพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ คือ บริษัทระดับโลกอย่าง Google "

            ครูควรดึงศักยภาพของนักเรียนออกมาให้มากที่สุด โดยพัฒนาการของเด็กจะเกิดขึ้นได้เมื่อครูมีความร่วมมือ และสื่อสารกับนักเรียน โดยทำหน้าที่เป็นเพียงไกด์ไลน์ให้กับเด็ก ซึ่งบ่อยครั้งของการมองข้ามความร่วมมือ และความใส่ใจที่เริ่มมาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การสอนนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายมีความยากขึ้น"

          "เคน เคย์" แนะแนวคุณสมบัติครูสำหรับศตวรรษใหม่ พร้อมบอกอีกว่ากุญแจสำคัญที่ผลักดันทักษะการศึกษาศตวรรษที่ 21 ให้เกิดขึ้นในเชิงปฏิบัติมี 2 ประการ ได้แก่
1. โรงเรียนหรือกลุ่มสถานศึกษาต้องระบุขีดความสามารถต่าง ๆ ที่คนรุ่นใหม่ต้องบรรลุผลสำเร็จได้เมื่อจบการศึกษา
2. แนวทางการสอนต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อค้นหาวิธีการสอนใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความสามารถตามทักษะในศตวรรษที่ 21

          "ครูควรมีคุณสมบัติที่สามารถทำงานร่วมกันได้ และควรสร้าง Project Learning ร่วมกัน โดยให้ครูทุกคนช่วยกันระดมไอเดียออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะกับบริบททางสังคม และวัฒนธรรมของแต่ละโรงเรียน เพื่อตอบโจทย์นักเรียนที่มีความแตกต่างกัน"

            ขณะที่ "ดร.เดวิด เคล็ท" กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือเคล็ท กรุ๊ป จากเยอรมนี หนึ่งในบริษัทด้านการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มองว่าเป็นเรื่องน่ากลัวว่าอนาคตเทคโนโลยีกำลังมาทดแทนแรงงานซ้ำซากของมนุษย์ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่สำคัญเลยว่าโรงเรียนจะมีทุนหรือไม่มีทุน จะเป็นโรงเรียนที่อยู่ในเมืองหรือชนบท เพราะทุกโรงเรียนสามารถสร้างห้องเรียนแห่งศตวรรษที่ 21 ให้เกิดขึ้นได้ หากมีความศรัทธาในคุณสมบัติหนึ่งที่มีอยู่ในตัวของเด็กทุกคน นั่นคือความอยากรู้อยากเห็น

            "เพราะการศึกษาทั้งหมดเป็นเรื่องของความอยากรู้อยากเห็น บทบาทของครูคือให้พื้นที่กับความอยากรู้อยากเห็นในตัวนักเรียนให้มากที่สุด ไม่ใช่มากดดันหรือปิดกั้น เพราะความอยากรู้อยากเห็นจำเป็นต่อการเตรียมพร้อมให้นักเรียนอยากเรียนรู้ ซึ่งหากครูสามารถกระตุ้นสิ่งนี้ได้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้นต่อการสอน"

              สำหรับผู้จัดงาน TELS "ตะวัน เทวอักษร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อักษร เอ็ดดูเคชั่น เชื่อว่าการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง และมีความสามารถแข่งขันในระดับโลกได้นั้น การศึกษาต้องมีความแข็งแกร่งก่อน เพราะการศึกษาคือพื้นฐานในการสร้างอนาคตชาติ ซึ่งเป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด

               "TELS จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างแรงบันดาลใจผู้บริหารสถานศึกษาสู่การปฏิรูปเชิงนโยบาย เพื่อสร้างห้องเรียนศตวรรษที่ 21 ในบริบทประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในระบบการศึกษาต้องเริ่มจากผู้อำนวยการโรงเรียนก่อน ดังนั้นเราจึงมุ่งจุดประกายกลุ่มผู้นำทางการศึกษา เพื่อก่อให้เกิดการปฏิรูปในเชิงนโยบาย"

               "เพราะหากมองภาพใหญ่ของการจัดการระบบการศึกษาของไทยให้ยั่งยืนนั้นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง 5 สเต็ปประกอบด้วย

1.Vision (วิสัยทัศน์)
2.Inspiration (แรงบันดาลใจ)
3.Empower (ให้อำนาจ)
4.Investment (บริหารทรัพยากร)
5.Trust (ศรัทธาในครู)

             ซึ่งหน้าที่ของเราคือการทำให้วิสัยทัศน์นั้นกระจ่างชัดเจนก่อน แล้วขยายผลไปยังขั้นตอนต่อไป" ทั้งนั้น อักษร เอ็ดดูเคชั่น คาดหวังว่าการสัมมนานี้จะก่อให้เกิดการสร้างเครือข่าย Professional Learning Community (PLC) ให้กลุ่มผู้บริหารการศึกษาหรือครู มีเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่อีกระดับขั้นของการสร้างระบบการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่ใช้ได้จริง

 
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารการศึกษาดีๆ จาก ประชาชาติธุรกิจ
______________________________________________
สามารถติดตามข่าวแวดวงการศึกษาได้ที่
blog : ENN ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย
โดย : พี่นุ๊ก eduzones
P'nook eduzones :)

 
 

loading...


โดย ENN ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 6 ม.ค. 60 11:32 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,251 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,251 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง