เทรนด์ใหม่ นร.หญิงไม่ใส่ กกน.

ลบ แก้ไข

ทำไฮไลท์ขนอวัยวะเพศ



          ฮือฮา แฟชั่นใหม่ นักเรียนหญิงไม่ใส่ กางเกงใน หรือ กกน. ซึ่งกลุ่มนักเรียนนักศึกษาหญิง ใน จ.นครศรีธรรมราช นอกจากจะไม่ใส่ กางเกงใน หรือ กกน. แล้ว พวกเธอยังทำไฮไลท์ขนอวัยวะเพศด้วย

          นายศักดิ์ (สงวนชื่อจริง) ปลัดอาวุโสอำเภอแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ ซึ่งมีภูมิลำเนาในนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะที่กำลังเดินทางจาก จ.นครศรีธรรมราช เพื่อไปทำงานที่ จ.กระบี่ พร้อมกับข้าราชการระดับหัวหน้าส่วน 3 คน ระหว่างที่ขับรถนั้นพบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มอยู่กลางถนน มีนักเรียนหญิง 3 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนหมดสติอยู่จึงหยุดรถช่วยเหลือ

          "เมื่อไปเห็นกลับไม่กล้าให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากนักเรียนหญิงทั้ง 3 คน บางคนนอนแน่นิ่ง สภาพกระโปรงขาดเกือบทั้งตัว และมีบาดแผลหลายแห่ง แต่สิ่งที่ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่านักเรียนหญิง 2 ใน 3 คน ไม่สวมกางเกงชั้นใน ผมเองจึงไม่กล้าให้ความช่วยเหลือ แต่ให้ข้าราชการอีกคนซึ่งเป็นผู้หญิงลงไปช่วย

          และเมื่อตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ผมได้ไปบอกตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจถึงกับหัวเราะแล้วบอกว่า เดี๋ยวนี้เป็นแฟชั่นของนักเรียนหญิงไปแล้ว โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เมื่อนักเรียนหญิงขี่รถจักรยานยนต์มาประสบอุบัติเหตุจะพบเห็นได้เสมอว่า ไม่สวมกางเกงชั้นใน บางครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาให้ความช่วยเหลือ ต้องใช้ผ้าห่อศพปิดบังให้แล้วนำไปส่งโรงพยาบาล" นายศักดิ์ กล่าว

          ด้าน น.ส.จ.(นามสมมติ) อาจารย์โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ความนิยมของวัยรุ่นสาวที่ไม่นิยมใส่กางเกงชั้นในนั้น เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และเป็นแฟชั่นที่ระบาดมาจากต่างประเทศ อย่างในโรงเรียนที่สอนอยู่เด็กกลุ่มนี้มักจะมีการแต่งตัวแนวที่เรียกว่า “คิกขุ” สไตล์วัยรุ่นญี่ปุ่นและนิยมสวมใส่เสื้อผ้าสั้นๆ ทั้งกระโปรงและกางเกง เน้นแบบรัดรูปเห็นเป็นสัดส่วน

          "เคยถามพวกเขาว่า ทำไมต้องแต่งตัวแบบนี้ และไม่นิยมสวมชั้นใน ได้รับคำตอบว่า ถ้าแต่งให้เต็มรูปแบบนั้น ต้องแต่งแบบคิกขุสวมกระโปรง หรือกางเกงแบบสั้นๆ ส่วนเสื้อนั้นเป็นเสื้อกล้ามรัดรูป เวลาไปไหนมาไหนต้องมีรถจักรยานยนต์ แบบสกูตเตอร์ออโตเมติก ที่สำคัญนั้นจะต้องไม่ใส่กางเกงชั้นใน ส่วนหน้าอกนั้นสวมบราตามปกติ แต่ต้องเป็นบราที่มีลวดลายเด่นชัด สามารถมองผ่านทะลุเสื้อได้ และขนในที่ลับจะต้องทำไฮไลท์เป็นสีต่างๆ เมื่อสวมสั้นๆ แล้วขี่รถจักรยานยนต์ไปตามท้องถนน เมื่อคนมองนั้นเขาจะรู้สึกสะใจชอบใจ ยิ่งเห็นอาการคนที่มองตะลึง ในทำนองมองแล้ววับๆ แวมๆ ของสีขนในที่ลับที่ทำไฮไลท์ไว้ ที่ผ่านมาพยายามตักเตือนแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล" อาจารย์ จ. กล่าว


ข้อมูลจาก

 




โดย EZ-Entertain ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 4 ก.ย. 51 22:45 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 45,936 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 45,936 ครั้ง ตอบ 8 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย ลลิง
IP : 118.173.63.***
ลบ แจ้งลบ
โดย Suchada
IP : 203.144.160.***
สมัยนี้ทำไมมันช่างสิ้นคิดขนาดนี้
ลบ แจ้งลบ
โดย i i i
IP : 58.8.142.***

เสียสถาบันการศึกษาหมด

 

เด็กพวกนี้น่าจะเอาไปไห้ทหารคุวยใหญ่ๆ

 

รุมโทรมสัก30ต่อ1งี้อ่ะ

 

มันถึงจะไม่ทำกันอีก

 

เด้กสมัยนี้

 

หมดกันๆ

ลบ แจ้งลบ
โดย มากปัยป่าว???
IP : 61.19.238.***

จะบ้ากันรึป่าวค่ะ   สมองอะมีมั้ย

จะไฮไลกันทำไมให้เสียตัง

เก็บตังไปทำอย่างอืนดีกว่ามั้ย

อนาคตของชาติไม่น่าเลย

แล้วอย่างนี้ประเทศชาจะเจริญนมั้ยเนี๊ย

เซงกับเด็กสมัยนี้จริงๆๆๆๆเลย

ทำไมไม่ใช้สมองกยนมั่งอ่า

 เดี้ยนละเซง

ลบ แจ้งลบ
โดย angle-nanay
IP : 118.174.107.***

บ้าไปแล้ว

ลบ แจ้งลบ
โดย งืม
IP : 118.174.54.***
-ข่าวนี้นานแล้วอ่ะ
ลบ แจ้งลบ
โดย Chakree Wongphun
IP : 125.24.93.***

ไม่รู้ว่าใช้อะไรคิด มันถึงคิดได้ขนาดนี้

 คนพวกนี้นี่แหละที่เป็นสาเหตุของปัญหาอาชญากรรม

 ทำตัวยั่วยุ แล้วกลายเป้นว่า คนก่อคดีอาจไปลงกับผู้หญิงคนอื่นที่เขาไม่รู้ด้วย

 น่าจะดำเนินคดีกับพวกนี้ให้เด็ดขาด

หรือไม่ก็ให้พวกหื่นๆมาจับรุมโซมสักที

เห็นแล้วไม่เข้าท่าเอาซะเลย

เข้าใจว่าพ่อแม่คงไม่ได้อบรมสั่งสอน

พวกนี้ทำให้วัฒนธรรมไทยเสื่อมมากๆ ไม่น่าเกิดมาเป็นคนเลย

ไม่มีใครเขามองพวกนี้อย่างชื่นชมหรอก คนอื่นเขามองก้จริง

แต่ขอโทษนะ มองด้วยความสมเพช

และที่รู้สึกโมโหขนาดนี้ เพราะเสียดายวัฒนธรรมดีๆที่บรรพบุรุษเราสั่งสมมา

ลบ แจ้งลบ
โดย may
IP : 125.26.119.***
บ้ากันหรือเปล่าเนี่ย......

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง