ฟักข้าว: จากผักพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ยา เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ภูมิปัญญาสู่วิชาการดีเด่น ผลงานเภสัช มช.

ลบ แก้ไข

ฟักข้าว

ฟักข้าว: จากผักพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ยา เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ภูมิปัญญาสู่วิชาการดีเด่น ผลงานเภสัช มช.

ผลฟักข้าว สีสดใส ที่ใครต่อใครพากันทึ่งถึงสีสันสวยงามนั้นแท้ที่จริงมีมูลค่าจากภูมิปัญญาถึงความเป็นอาหารที่นำเอายอดอ่อนและผลอ่อนมารับประทาน เป็นสมุนไพร ที่มีสรรพคุณมากมายและมีผลการวิจัยที่นำเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดจากผลสุกมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางลบริ้วรอย ด้วยผลงานวิจัยจากอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รศ.ดร.สุรพล นธการกิจกุล นำทีมวิจัยซึ่งประกอบด้วย รศ.ดร.พาณี ศิริสะอาด, รศ.พิมพร ลีลาพรพิสิฐ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ เกียรติศักดิ์ พลสงคราม จากมหาวิทยาลัย พายัพเสนอผลงานวิชาการในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๒๙ - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี และได้รับรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น

รศ.ดร.สุรพล ได้กล่าวถึงผลงานวิจัยว่า "ฟักข้าวเป็นพืชที่มีการนำมาใช้ด้วยภูมิปัญญา และคณะเภสัชศาสตร์ได้นำมาวิจัยต่อยอด ฟักข้าวนั้นมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng วงศ์ Cucurbitaceae ส่วนชื่อพื้นบ้านมีการเรียกตามท้องถิ่น เช่น ผักข้าว ขี้กาเครือ พุคู้เด๊าะ เดิมมีถิ่นกำเนิดประเทศเอเชียเขตร้อน ในเมืองไทยมีมากในเขตภาคเหนือ ซึ่งหมอพื้นบ้านก็มีภูมิปัญญาในการใช้ฟักข้าวเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ เช่น รักษาฝี ไข้รากสาด ไข้อีดำอีแดง นอกจากนี้ฟักข้าวยังเป็นอาหาร พื้นบ้าน คือนำเอายอดอ่อนและผลอ่อนของฟักข้าวมาลวกกินกับน้ำพริกหรือนำมาแกงใส่ปลาแห้งเป็นอาหารพื้นบ้านที่อร่อยและมีประโยชน์"

การวิจัยครั้งนี้ทีมวิจัยได้นำตัวอย่างฟักข้าวจากแหล่งต่างๆ มาตรวจเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ เก็บตัวอย่างจัดทำมาตรฐานพืชแห้งและควบคุมคุณภาพ จากนั้นก็นำส่วนต่าง ๆของพืช คือ เถา, ใบ, เนื้อผล และเยื่อหุ้มเมล็ด มาสกัดด้วยตัวทำละลายต่าง ๆ เพื่อตรวจหาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ Total phenolic compound gallic acid equivalent, (GAE) และหาปริมาณสารไลโคปีนโดยวิธี HPLC จากนั้นก็นำเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวสุกมาสกัดน้ำมันรำข้าวโดยวิธี Maceration และพัฒนาตำรับเครื่องสำอาง

ผลการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในส่วนต่าง ๆ ของฟักข้าวพบว่า ปริมาณสารไลโคปีนในกลุ่มเบต้าแคโรทีนของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวสุกมีมากกว่าสารสกัดจากเนื้อผล ซึ่งสารไลโคปีน นี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตาและป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก สามารถนำมาใช้เป็นยาและอาหารเสริมสุขภาพได้

ดังนั้นทีมวิจัยจึงได้พัฒนาตำรับเครื่องสำอางชะลอความแก่โดยใช้ สารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการลดรอยเหี่ยวย่นในอาสาสมัครโดยใช้วิธีถ่ายภาพ และขยายภาพ (Image analysis)

จากการทดสอบพบว่า ครีมตำรับมีประสิทธิภาพในการลดรอยเหี่ยวย่นดีกว่า เมื่อเทียบกับบริเวณที่ไม่ได้ทาครีมและบริเวณที่ทาครีมพื้นโดยไม่เกิดการแพ้และการระคายเคืองในอาสา สมัคร โดยเฉพาะครีมต้นตำรับสามารถลดความลึกของร่องริ้วรอยชัดเจนในกลุ่มอาสาสมัคร

รศ.ดร.สุรพลกล่าวย้ำว่า "ผลการวิจัยนี้สามารถพัฒนาฟักข้าวสู่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตยา เสริมอาหาร เครื่องสำอางได้ อย่างไรก็ตามการวิจัยเรื่องฟักข้าว มีประเด็นใหญ่ๆคือ เป็นการพัฒนาจากภูมิปัญญาที่เราให้ความสำคัญกับข้อมูลพื้นบ้านจากหมอพื้นบ้านมาก ในขณะที่เมื่อการผลิตเพื่อแปรรูปก็ต้องมีการควบคุม วัตถุดิบตั้งแต่การปลูกที่ดี การตรวจสอบสายพันธ์ ต้องมีกระบวนการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ สำหรับการขั้นตอนในการแปรรูป จะต้องตรวจสอบเรื่องความ คงตัว ตรวจสอบมาตรฐานสารสำคัญในฟักข้าว ศึกษาข้อควรระวัง และต้องมีการประเมินประสิทธิผล ควบคุมคุณภาพมาตรฐาน จึงจะสามารถผลิตเป็น ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานได้ "

"ในขณะนี้มีหลายประเทศที่มีการนำฟักข้าว มาพัฒนาสู่อุตสาหกรรมการผลิตเป็นผลิตภัณฑฺ์เสริมสุขภาพหรือเครื่องสำอางซึ่งมีราคาแพง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่นักวิจัยไทยจะได้ร่วม กับอุตสาหกรรมในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสม มีการประเมินประสิทธิผลและควบคุมคุณภาพ" รศ.ดร.สุรพลกล่าว

"ผมเห็นว่า ฟักข้าว มีมูลค่าด้านอาหารและสมุนไพรพื้นบ้าน ซึ่งควรมีการส่งเสริมให้มีการปลูกเนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีปริมาณลดน้อยลง และหากมีการส่งเสริมการผลิตในภาค อุตสาหกรรม ก็ควรมีการวางทิศทางร่วมกัน "

ฟักข้าว พืชมูลค่าแห่งภูมิปัญญาแม้มีการวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม ก็ยังต้องคงความเป็นพื้นบ้านที่ต้องการดูแลเอาใจใส่ในมูลค่า ทั้งจากชุมชนและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการวิจัยจากส่วนต่างๆ และเมื่อต้องแปรรูปก็ต้องมีการจัดการเรื่องคุณภาพ มาตรฐานอย่างชัดเจน

 

 




โดย renakae ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 10 พ.ย. 50 14:48 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 65,520 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 65,520 ครั้ง ตอบ 8 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย Viraya Lovelove
IP : 58.64.106.***
ไม่มีความรู้เรื่องฟักข้าวเลยค่ะแต่ตอนนี้สมใจฟักข้าวมันเลยค่ะ
ลบ แจ้งลบ
โดย น้อง
IP : 223.207.18.***
สนใจปลูกฟักข้าว ทางเรามีเมล็ดฟักข้าว ต้นอ่อนฟักข้าว ผลิตภัณฑ์แปรรูปของฟักข้าว
ผลฟักข้าว จำนวนมากราคาไม่แพงมีบริการส่งโทร 081-1930242
ลบ แจ้งลบ
โดย จา
IP : 125.26.218.***
ที่บ้านผมมีเยอะครับ ตอนนี้เพาะพันธ์ไว้เยอะมากกะจะปลูกเป็นธุรกิจเลยครับใครสนใจติดต่อได้ครับ
ลบ แจ้งลบ
โดย นภัทร
IP : 58.147.28.***

ตอบคุณ คห.7

คุณใช้ลูกสุกสีแดง จับดูผิวนอกเริ่มนิ่ม ถ้ายังแข็งแสดงว่ายังไม่สุก ล้างผิวด้านนอกให้สะอาดหรือแช่นำด่างทับทิมก็ได้ ถ้าไม่หล่นพื้นก็ไม่ต้องแช่(ป้องกันเชื้อโรคที่อาจติดมากับดิน) ใช้มีดผ่าครึ่งแล้วเอาช้อนขูดเม็ด+เยื่อหุ้มสีแดงใส่ภาชนะไว้ เติมน้ำต้มสุกลงไป  แล้วคั้นเอาน้ำเยื่อหุ้มเม็ดสีแดงออกมาให้หมด ที่บ้านใช้ผสมกับนำส้มค้น หรือนำเสาวรสค่ะ ถ้าค้นได้เยอะจะเก็บไว้ทานหลายวันก็นำไปต้มให้สุกก่อน เทใส่ขวดใส่ตู้เย็นไว้ ถ้าจะทานค่อยนำมาผสม เคยอ่านพบว่าไลโคปินจะละลายในไขมัน ให้ผสมนำมันมะพร้าวลงไปด้วย ไม่รู้จริงมั๊ย..ค่ะ

ลบ แจ้งลบ
โดย maew
IP : 125.25.145.***
อยากทราบวิธีนำผลฟักข้าวมาคั้นสำหรับดื่มค่ะ ว่าสามารถทำรับประทานเองได้หรือไม่ค่ะ รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ลบ แจ้งลบ
โดย maew
IP : 125.25.145.***

โหเพิ่งรู้นะว่าผลสีแดงมีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ที่บ้านก็ปลูกไว้แต่กินผลดิบ ต้มจิ้มน้ำพริกก็อร่อยดีค่ะ....

ลบ แจ้งลบ
โดย Chakree Wongphun
IP : 203.170.246.***
มันแปลกดีนะ
ลบ แจ้งลบ
โดย เอกุย
IP : 202.91.19.***
มีความสนใจอยากปลูกฟักข้าวเป็นอาชีพเสริมแต่ไม่มีความรู้เลยทำไงค่ะ

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด




advertisement