ตัวเลข ตอน อียิปต์โบราณ

ลบ แก้ไข

<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="3" width="100%" align="center" bgcolor="#ffffff"> <tbody> <tr> <td><strong>อียิปต์โบราณ</strong></td> </tr> <tr> <td background="/include/article/dotted_line.gif">&nbsp;</td> </tr> <tr> <td> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p1x1.jpg" alt="" /><br /> <br /> เมื่อกล่าวถึงคณิตศาสตร์ ทุกคนคงคิดว่าเป็น &ldquo;ศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องตัวเลข&rdquo; ซึ่งอันที่จริงแล้วคำจำกัดความนี้เป็นเพียงคำจำกัดความดั่งเดิมของคณิตศาสตร์เท่านั้น ปัจจุบันคณิตศาสตร์ได้ถูกพัฒนาจนไม่สามารถใช้คำจำกัดความดังกล่าวได้อีกต่อไป ซึ่งหากน้องๆ อยากรู้ว่าคณิตศาสตร์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีอะไรมากไปกว่าตัวเลข พี่ก็คงบอกได้แต่เพียงว่า น้องๆต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ตาม คำจำกัดความนี้สามารถชี้ให้เห็นถึงรากฐาน และที่มาของคณิตศาสตร์ได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ ตัวเลข นั่นเอง แน่นอนทีเดียวที่แต่ละประเทศย่อมมีสัญลักษณ์แทนตัวเลขที่แตกต่างกันไป พี่จึงขอเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของคณิตศาสตร์ด้วยตัวเลขที่แต่ละอารยธรรมคิดค้นขึ้น โดยอารยธรรมแรกที่จะขอกล่าวถึงคือ อียิปต์โบราณ <br /> <!--VSegment--><br /> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><br /> <img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p1x2.jpg" alt="" /> </td> </tr> </tbody> </table> <br /> อียิปต์โบราณได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อ 5,464 - 30 ปีก่อนคริสตกาล มีอาณาเขตครอบคลุมที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์จากเมืองแอสวาน (Aswan) จนจรดชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรนียนของประเทศอียิปต์ปัจจุบัน (ดังแสดงในรูปที่ 1) อียิปต์โบราณเป็นอารยธรรมหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นอารยธรรมแรกที่ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ชาวอียิปต์โบราณให้ความสำคัญอย่างมากกับการจดบันทึก และการสื่อสารจึงได้ประดิษฐ์กระดาษปาปิรุส (papyrus) ขึ้น ซึ่งทำมาจากต้นกกที่เติบโตอย่างแพร่หลายในแถบลุ่มแม่น้ำไนล์นั่นเอง ชาวอียิปต์โบราณสื่อความหมายด้วยอักษรภาพที่เรียกว่า ไฮโรกลิฟ (Hieroglyph) ซึ่งรวมไปถึงตัวเลขด้วย อักษรภาพแทนตัวเลขต่างๆ มีดังนี้ <br /> </td> </tr> </tbody> </table> <!--VSegment--><br /> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><br /> <img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p1x3.jpg" alt="" /> </td> </tr> </tbody> </table> </td> </tr> </tbody> </table> <table border="0" cellspacing="2" cellpadding="3" width="100%" align="center" bgcolor="#ffffff"> <tbody> <tr> <td><strong>อักษรภาพไฮโรกลิฟ</strong></td> </tr> <tr> <td background="/include/article/dotted_line.gif">&nbsp;</td> </tr> <tr> <td> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p2x1.jpg" alt="" /><br /> <!--VSegment--><br /> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><br /> <img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p2x2.jpg" alt="" /> </td> </tr> </tbody> </table> <br /> <br /> ที่นี้น้องๆ ลองมาทายกันซิว่า อักษรภาพที่ 1 และ 2 ในรูปที่ 2 มีค่าเท่าไหร่กันบ้าง ตอบกันได้ไหมเอ่ย คำตอบก็คือ 233 และ 4112 ตามลำดับนั่นเอง น้องๆ นักคณิตศาสตร์ช่างสังเกตคงเริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่าอักษรภาพที่ 3 และ 4 มีความหมายว่าอย่างไร คำตอบก็คือ ชาวอียิปต์โบราณรู้จักการใช้ระบบเศษส่วนกันแล้วน่ะซิ โดยเขาใช้ภาพที่เหมือนรูปปากแทนความหมายของคำว่า ส่วน อย่างไรก็ตามระบบเศษส่วนแบบอียิปต์นี้ยังมีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ เศษจะเป็น 1 และเมื่อเลขส่วนเป็นจำนวนมากๆ เขาจะเขียนภาพที่เหมือนรูปปากนี้อยู่เหนือเฉพาะค่าที่มากที่สุดเท่านั้น (ดังแสดงในอักษรภาพที่ 4 ของรูปที่ 2)<br /> <br /> <!--VSegment--><br /> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><br /> <img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p2x3.jpg" alt="" /> </td> </tr> </tbody> </table> <br /> <br /> ในช่วงที่อียิปต์โบราณรุ่งเรือง 2000 กว่าปีนั้น อักษรภาพไฮโรกลิฟ ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยต่อมาชาวอียิปต์โบราณเห็นว่าการเขียนแบบไฮโรกลิฟนั้น ไม่กระชับ จึงพัฒนาสัญลักษณ์แบบ ไฮราติก (Hieratic) ขึ้นดังแสดงในรูปที่ 3 ตัวเลขแบบไฮราติกนั้น ต้องใช้ความจำมากขึ้น เพราะมีสัญลักษณ์ทั้งหมด 36 ตัว (จากเดิมที่มีอักษรภาพเพียง 7 ตัว) แต่ข้อดีก็คือ เมื่อนำไปเขียนเป็นตัวเลข วิธีใหม่นี้สามารถลดจำนวนสัญลักษณ์ลง จากเดิมตัวเลข 9,999 ต้องใช้อักษรภาพ 36 ตัว ก็เหลือใช้สัญลักษณ์แบบไฮราติก เพียง 4 ตัวเท่านั้น สำหรับข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง สัญลักษณ์แบบไฮราติก และระบบจำนวนที่พวกเราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นก็คือ ตำแหน่งของสัญลักษณ์แบบ ไฮราติก ไม่มีผลต่อค่าของตัวเลข ดังรูปที่ 4 ซึ่งมีค่าเท่ากันคือ 2,765<br /> <br /> ระบบเลขของชาวอียิปต์โบราณเป็นระบบเลขไม่มีหลัก เพราะไม่ว่าจะเขียนสัญลักษณ์ไว้ที่ตำแหน่งใดก็มีค่าคงที่เสมอ <br /> </td> </tr> </tbody> </table> </td> </tr> </tbody> </table> <table border="0" cellspacing="2" cellpadding="3" width="100%" align="center" bgcolor="#ffffff"> <tbody> <tr> <td><strong>อักษรภาพไฮราติกของ 2,765</strong></td> </tr> <tr> <td background="/include/article/dotted_line.gif">&nbsp;</td> </tr> <tr> <td> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p3x1.jpg" alt="" /><br /> <!--VSegment--><br /> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><br /> <img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p3x2.jpg" alt="" /> </td> </tr> </tbody> </table> <br /> ตราบใดที่ยังมีมนุษย์ การพัฒนาย่อมไม่หยุดยั้ง ตัวเลขเองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความเหมาะสมในการใช้งาน ของแต่ละอารยธรรม สำหรับคราวหน้าพี่จะพาน้องๆ ไปรู้จักกับอารยธรรมอีกกลุ่มหนึ่งที่เริ่มใช้ระบบเลขแบบมีหลัก นั่นคือ ตำแหน่งของตัวเลขจะแสดงค่าของตัวเลขนั้นด้วย หากน้องๆ สนใจ เอาไว้ค่อยเจอกันคราวหน้าล่ะกันนะ ก่อนจากกันวันนี้ พี่มีโจทย์ปัญหาให้น้องๆ ลองขบคิดเล่นๆ ดังนี้<br /> <!--VSegment--><br /> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td><br /> <img src="http://www.vcharkarn.com/vmath/pics_general/A199p3x3.jpg" alt="" /> </td> </tr> </tbody> </table> <br /> <br /> เพิ่มเติม<br /> <br /> 1. โจทย์ปัญหาในสไตล์อียิปต์โบราณเพิ่มเติม <br /> <br /> <a href="http://www.eyelid.co.uk/maths2.htm" target="_blank">http://www.eyelid.co.uk/maths2.htm</a> และ <a href="http://www.eyelid.co.uk/maths3.htm" target="_blank">http://www.eyelid.co.uk/maths3.htm</a><br /> <br /> 2. เครื่องคิดเลขสไตล์อียิปต์โบราณพัฒนาขึ้นโดย จิม มาร์ทินเดล (Jim Martindale) อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ต้องตามไปดูที่<br /> <br /> <a href="http://www.isomedia.com/homes/mjohns/calc.htm" target="_blank">http://www.isomedia.com/homes/mjohns/calc.htm</a><br /> <br /> <br /> ขอขอบคุณ<br /> <br /> http://www-gap.dcs.st-and.ac.uk/~history/HistTopics/Egyptian_numerals.html<br /> <br /> <a href="http://www.mnsu.edu/emuseum/prehistory/egypt/history/history.html" target="_blank">http://www.mnsu.edu/emuseum/prehistory/egypt/history/history.html</a><br /> <br /> <a href="http://www.eyelid.co.uk/numbers.htm" target="_blank">http://www.eyelid.co.uk/numbers.htm</a> </td> </tr> </tbody> </table> </td> </tr> </tbody> </table>
 




โดย หมีพู ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 17 ต.ค. 50 10:54 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 51,681 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 51,681 ครั้ง ตอบ 5 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย Tongta Love
IP : 125.26.42.***
งงเวอร์
ลบ แจ้งลบ
โดย I st Me !
IP : 124.120.83.***
ขอบคุณฮับ (y)
ลบ แจ้งลบ
โดย asdazcasda
IP : 124.157.185.***

...........................................

ลบ แจ้งลบ
โดย Live@homE@hotmail.com
IP : 124.122.148.***
ยากจังน่ะ เลขอียิปต์ ต้องค่อยๆศึกษาน่ะ
ลบ แจ้งลบ
โดย KME
IP : 125.25.94.***
ขอบคุณหลายๆ

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง